ตำนานเทพกำราบมาร [Tales of the ancient land]: บทที่ 3 : ป้ายสี ตอนที่ 4
"อือ..."
เซี่ยหยางสะลึมสะลือ ตื่นขึ้นมากลางดึกสงัด ลำคอของเขาแห้งผาก จึงลุกไปหยิบกาน้ำชา ตั้งใจจะจิบดื่ม น้ำชากลับไม่มีติดกาสักหยด ชั่งใจอยู่ครู่ เด็กหนุ่มก็เดินออกจากห้อง มุ่งหน้าไปยังครัว เขาอยู่ที่นี่ อบอุ่นเหมือนบ้านหลังที่สอง สะดวกสบายทุกอย่าง ไม่มีขาดตกบกพร่อง คนตระกูลฝูก็ใจดีกับเขามาก หากไม่นับพวกเวยหนิงเฉิง ที่แห่งนี้คงเป็นสวรรค์ของเขาเชียว
เด็กหนุ่มเดินทอดน่องไปตามทางเดินยาวเหยียด นึกแปลกใจว่าทำไมวันนี้จวนถึงมืดนัก ปกติแล้ว พ่อบ้านจะจุดโคมให้สว่างไสว ไว้สอดส่องเฝ้ายามตลอดทั้งค่ำคืนแท้ ได้เพียงคิดสงสัยพลางเร่งฝีเท้าให้ถึงครัว เด็กหนุ่มจับประตู ตั้งท่าจะเปิดออก แต่ทว่า...
'กรร...'
เสียงแปลกๆดังแว่วมาจากด้านใน เซี่ยหยางหยุดชะงักมือ ตะแคงหูฟังให้ถนัด เสียงนั้นคล้ายกับการคำรามของตัวอะไรสักอย่าง เขาตั้งใจฟังจดจ่อ แนบหูไปกับประตู เสียงประหลาดก็เงียบไปเสียแล้ว
"หืม?...!!!!!"
ไม่ทันได้สงสัย ประตูสองบานก็ดีดผึงออกจากกัน ผลักร่างเด็กหนุ่มกระเด็นลงนอนหงายกลางพื้นเต็มน้ำหนักตัว เซี่ยหยางจุกตัวงอ ก่อนมีอันตะลึงงัน ดังวิญญาณหลุดออกจากร่าง เมื่อปรากฏร่างมหึมาของหมีสีดำทะมึนอยู่เบื้องหน้า ดวงตาแดงฉานดุร้ายจ้องมองเขาเม็ง แยกเขี้ยวแหลมคมขู่ขวัญ เขาร้องลั่นทันที
"สัตว์ร้าย!! มีสัตว์ร้าย!!!!"
เซี่ยหยางร้องสุดเสียงที่มี พลางตะกายลุกขึ้นวิ่งหนี เขาได้ยินเสียงเจ้าหมียักษ์วิ่งไล่ตามหลังไม่ขาดจังหวะก็กลัวจนขาสั่น
"ช่วยด้วย!!! พี่หลัน ท่านลุงฝู ท่านน้าฝู พ่อบ้าน มีสัตว์ร้าย ช่วยข้าด้วย!!!!!"
เขาส่งเสียงลั่น หากแต่มีเพียงความเงียบตอบกลับ ราวกับไม่มีผู้ใดอยู่ในจวนนอกจากเขากับหมียักษ์ ใจของเด็กหนุ่มเบาโหวง หวาดกลัวสุดชีวิต สายตามองฝ่าความมืดรีบหาที่หลบ แต่ก็ช้ากว่าเจ้าหมีไปครึ่งก้าว อุ้งเล็บของมันกรีดเข้ากลางหลังของเขา พาความแสบร้อน ร้าวถึงกระดูก ก่อนอุ้งเท้านั้นจะถีบร่างของเขากระเด็นลอยละลิ่ว กระแทกเสาทางเดิน ล้มกลิ้งจุกตัวงอ แทบสิ้นสติ
'กรร...'
เสียงขู่ของมันอยู่ใกล้ใบหู ลมหายใจปนกลิ่นสาปและคาวเลือด กระทบใบหน้าของเขา เซี่ยหยางหวาดกลัวสุดขีด สมองว่างเปล่า เห็นเพียงคมเขี้ยวแหลมเข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้นทุกที พลันภาพของบิดามารดาก็ฉายชัดในความคิด เมื่อสิ้นไร้หนทาง
"พ่อ แม่ ช่วยข้าด้วย!!"
เด็กหนุ่มร้องสุดเสียงที่มี พลันเกิดแสงสีส้มสว่างจากศิลาที่ห้อยคอเขา แผ่ไอร้อนขยายเป็นวงกว้าง ผลักร่างของหมีดำกระเด็นออกห่างกระแทกเสาจนหัก เซี่ยหยางนิ่งอึ้ง ก่อนจะรู้สึกว่าทั่วร่างกายของเขา ร้อนรุ่ม เต็มเปี่ยมด้วยพละกำลังชนิดที่พลิกเขาทั้งลูกได้แค่ฝ่ามือเดียว อาการบาดเจ็บทุกอย่างหายสิ้น
ขณะนั้น หมีดำยักษ์ลุกขึ้นยืน หน้าตาท่าทางขึงขังดุร้ายมากกว่าเดิม หมายเอาชีวิตเขา มันพุ่งตัวเข้ามาหาเขารวดเร็วยิ่งกว่าสายลม เขาเคลื่อนไหวในพริบตาเบี่ยงหลบ แล้วใช้สองมือผลักเจ้าหมียักษ์ออกห่างตัว ร่างของมันกลับลอยละลิ่ว กระเด็นล้มกระแทกพื้นเต็มแรงจนพื้นแตกกระจาย เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง มองฝ่ามือของตนเองสลับกับศิลาวิเศษที่ส่องแสงสว่างขณะนี้
ไม่ทันได้หายตกตะลึง หมีดำยักษ์ก็พุ่งตัวเข้ามาหาเขาอีกครั้ง การเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วเหมือนเหาะมากกว่าวิ่ง ผิดวิสัยของสัตว์ป่าทั่วไป แต่เซี่ยหยางไม่มีเวลาใคร่ครวญเหตุผล เขารีบขยับตัวหลบ คราวนี้เขาตั้งใจจะผลักมันให้ออกนอกจวนไปเลย แต่เพียงแค่สะบัดฝ่ามือ เปลวไฟร้อนระอุก็พวยพุ่งจากกลางฝ่ามือของเขา แผดเผาหมียักษ์เบื้องหน้าทันใด เซี่ยหยางถึงกับตะลึงจนตั้งสติไม่ถูก
"ท่านแม่!!"
อยู่ๆ ฝูกุ้ยหลันก็วิ่งออกมาจากมุมมืดที่หนึ่ง เข้าหาร่างหมียักษ์ที่ทุรนทุรายทรมานกับเปลวไฟ เซี่ยหยางรีบวิ่งไปขวางไว้
"พี่หลัน! อย่าเข้าไป เจ้านี่...."
"เจ้าโง่ หลีกไป!!"
ฝูกุ้ยหลันผลักเขาล้มลง แล้ววิ่งเข้าหามารดา ทว่า เปลวไฟจากเซี่ยหยาง หาใช่ไฟปกติ เพียงแค่พริบตาเดียวก็เผาผลาญร่างหมียักษ์มอดไหม้เป็นผุยผง เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณของนายหญิงฝูนอนฟุบอยู่กลางลานบ้าน เซี่ยหยางตะลึงค้าง หัวใจแทบหยุดเต้นกับสิ่งที่เห็น ขณะเดียวกัน เขามองเห็นฝูไห่ ยืนหลบอยู่ไม่ไกลนัก
"ท่านแม่!!! ท่านแม่!!! เจ้าฆ่าแม่ข้า เจ้าอัปลักษณ์ วันนี้ ข้าจะแลกชีวิตกับเจ้า!!"
ฝูกุ้ยหลันตวาดทั้งน้ำตา พลันรูปลักษณ์สวยงาม ส่องสว่างละมุนทั่วทั้งตัวดุจเทพสวรรค์ ก็แปรเปลี่ยนเป็นหมีดำตัวใหญ่ยักษ์ พุ่งเข้าหาเขา เซี่ยหยางทั้งตะลึงค้าง หัวใจเจ็บร้าวกับคำเรียกเหล่านั้น จึงลืมระวังตัว ปล่อยหมียักษ์พุ่งเข้าหา ปัดศิลาที่คอเขากระเด็นหายไปในความมืด รู้ตัวอีกที เซี่ยหยางก็ถูกอุ้งเท้าอสูรหมีฟาดกระเด็นกระแทกพื้นจนกระอักโลหิตออกมา เขาเจ็บกายแทบสิ้นสติ ไม่เท่าเจ็บใจ เมื่อล่วงรู้ว่าสตรีที่ตนใฝ่ฝันถึง แท้จริงแล้วน้ำใจเป็นเช่นใด เด็กหนุ่มนอนนิ่งมองอสูรร้ายพุ่งเข้าหาตนเองหมายเอาชีวิต ทว่า ฝูไห่รีบยืนบังหน้าเขาไว้ก่อน
"หลันเอ๋อร์ หยุดเดี๋ยวนี้ เห็นแก่พ่อทีเถิด"
"หลีกไป! ท่านบังคับให้ข้าทำดีกับเจ้าอัปลักษณ์นี่ เพราะไมตรีส่วนตัวของท่าน แต่มันฆ่าแม่ข้า ข้าไม่ยอม! ข้าไม่ฟังคำสั่งของท่านอีกแล้ว!!"
อสูรหมียักษ์ตะคอกเสียงลั่น แล้วสะบัดอุ้งเท้ากระแทกฝูไห่ลอยละลิ่วฟาดกับกำแพง ล้มลงแน่นิ่งไป อสูรร้ายกาจคืนร่างมนุษย์ในรูปลักษณ์สวยงาม ย่างสามขุมเข้ามาหาเขา
"ข้านึกแล้วเชียว ตั้งแต่เจ้าก้าวเข้ามา ก็พาไอหยางแปลกประหลาดติดตัวมาด้วย ที่แท้ก็เป็นเพราะหินโสโครกนั่น! รู้อย่างนี้ ข้าโยนเครื่องรางเจ้าทิ้งตั้งแต่พบเจ้าริมบึงเสียก็ดี!"
คำกล่าวของนาง ทำเซี่ยหยางหยุดชะงัก หมายความว่านางไม่ได้ช่วยเขาขึ้นจากน้ำหรอกหรือ
"ท่าน...ทำดีกับข้า...เพราะถูกบังคับ....งั้นหรือ"
"ถูกต้อง แต่ครึ่งหนึ่งข้าก็เวทนาเจ้า ที่มีปานแดงใหญ่โตน่าเกลียดบนใบหน้า หาผู้ใดคบหาได้ยาก เห็นแก่เจ้าที่เรียบร้อย เชื่อฟัง จึงปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดมาได้ถึง 1 เดือน น้องชาย หากเจ้าจะโทษ จงโทษฝูไห่ ชายผู้นั้นรับเจ้ามาเพื่อสังเวยให้แม่ข้าอยู่แล้ว เขาถึงออกปากช่วยเหลือบิดาเจ้า อีกคนหนึ่ง คือเซี่ยชาง ที่ส่งลูกชายอย่างเจ้ามาตาย เพียงเพราะหวังอยากให้เจ้ารับราชการ กอบกู้ชื่อเสียงตระกูลเซี่ย พ่อเจ้า พ่อข้า ล้วนใช้ประโยชน์จากเจ้าทั้งสิ้น รู้ไว้เสียด้วย"
ได้ฟังวาจาของนาง หัวใจของเด็กชายก็แหลกสลายไม่มีชิ้นดี รอยยิ้มงดงาม ดูอ่อนโยน อ่อนหวาน ล้วนแต่เป็นภาพลวงตาทั้งสิ้น เซี่ยหยางหลุดสะอื้น เจ็บร้าวไปทั้งตัว ทั้งความรู้สึก กระนั้น เขาก็ฝืนแรง พยายามลุกขึ้น
"คำพูดของปีศาจอย่างเจ้า...ข้าไม่เชื่อ พ่ออยากให้ข้ามีอนาคต ไว้ใจท่านลุงฝู ถึงส่งข้ามา แต่ปีศาจชั่วร้ายเช่นเจ้ากับนางต่างหากที่มุ่งร้ายต่อข้า"
"หึ แล้วแต่เจ้าจะคิด อย่างไรเสีย เจ้าก็ไม่รอด ไม่มีศิลาเครื่องราง เจ้าก็แค่มนุษย์ไร้ค่าผู้หนึ่งเท่านั้น อย่าอยู่เลย!!"
ฝูกุ้ยหลันกางกรงเล็บเข้าหา หมายปลิดชีวิตเด็กชาย เขาพยายามฝืนแรงลุกขึ้น ในหัวมีแต่ภาพบิดามารดา ท่านทั้งสองทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อเขา จะมาตายง่ายๆแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด หากแต่กรงเล็บเข้าใกล้ทุกขณะจนเกือบจะถึงกลางอก เซี่ยหยางมองเห็นเศษไม้ยาวใกล้ตัว ก็คว้าจับ ฝากฝังคมปลายบนร่างอรชรของฝูกุ้ยหลันทันใด
"!!"
นางสะดุ้งสุดตัว ก้าวถอย แต่ไม่ได้บาดเจ็บมากนัก ซ้ำยังดึงเศษไม้ยาวทิ้งหน้าตาเฉย เซี่ยหยางจึงรีบตะเกียกตะกายถอยหลัง ใจนึกถึงศิลาวิเศษ หากไร้ซึ่งศิลา เขาก็ไร้พลัง แต่แล้ว ควันหนาทึบก็ปกคลุมโดยรอบ บดบังทุกสิ่งสิ้น เซี่ยหยางถูกใครคนหนึ่งดึงกึ่งลากออกจากควันเหล่านั้น รู้ตัวอีกที เขาก็หลบอยู่หลังพุ่มไม้พร้อมกับพ่อบ้านวัยชรา
"เซี่ยหยาง!!!!!!!"
เสียงคำรามน่ากลัวของฝูกุ้ยหลิน สร้างความอลหม่านให้บ่าวไพร่หนีตายกันจ้าละหวั่น เกิดเปลวไฟปะทุทั่วทุกสถานที่ พ่อบ้านฝูกลัวจนตัวสั่นงันงก แต่ก็สำรวมอาการ นำศิลาคล้องคอเซี่ยหยางคืนไว้ อาการบาดเจ็บของเขาจึงค่อยๆทุเลาลง
"คุณชายน้อย ท่านรีบหนีไป นางไม่ละเว้นท่านแน่ หนีไป"
พ่อบ้านรีบผลักเขาออกจากพุ่มไม้ แล้ววิ่งหนีไปอีกทาง เซี่ยหยางอ้าปากจะร้องขอบคุณก็มีอันตะลึงงันกับร่างอสูรหมียักษ์ มหึมายิ่งกว่าร่างแรก เขารีบวิ่งหนีออกจากจวนให้เร็วที่สุดโดยไม่คิดชีวิต ไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่จวนแห่งนี้ เมื่อพ้นประตูจวนแล้ว น้ำตาลูกผู้ชายก็หลั่งรินไม่ขาดสาย เด็กหนุ่มวิ่งพลางปาดน้ำตา ไม่หันมองจวนตระกูลฝูที่ลุกโชติช่วงด้วยเปลวไฟอีกเลย
--------------------------------------
"ประกาศจับโจร ทางการออกประกาศจับโจรแล้ว มาดูเร็วเข้า!!!"
เสียงเอะอะของชาวบ้าน เรียกผู้คนมากมายแห่มามุงดูประกาศหน้าประตูเมือง แม้แต่นายหลินเองก็ทิ้งร้านเกี๊ยวน้ำมาชะเง้อมองเช่นกัน
"โจรปล้นบ้านตระกูลฝู วางเพลิง สังหารใต้เท้าฝูกับภรรยาหรือ ใจคอช่างโหดเหี้ยมนัก"
ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวขึ้น ชวนชาวบ้านอีกคนโต้ตอบ
"เห็นว่าเป็นเด็กชาวเขา ลูกขุนนางตกยาก ใต้เท้าฝูชุบเลี้ยงอย่างดี กลับเนรคุณเสียได้ นี่! คนในจวนเล่าว่าเด็กนั่นกวาดพวกเงินทอง อัญมณีไปหมดเลยด้วยนะ โชคดีที่คุณหนูฝูไปถือศีลที่วัด ไม่อยู่จวน จึงไม่ถูกทำร้าย"
นายหลินได้ฟังก็สะกิดใจ มองภาพวาดบนประกาศให้ชัดเจน เห็นปานแดงกลางหน้าผากคนร้ายเด่นชัดก็ถึงกับเบิกตาโต รีบกลับมาที่ร้าน พูดคุยกับภรรยา
"ข้าจะขึ้นเขาไปบอกข่าวเจ้าชาง เจ้าปิดร้าน อย่าออกจากบ้านจนกว่าข้าจะกลับ"
"ได้"
ภรรยาของนายหลินรับปาก แล้วรีบหันมาเก็บโต๊ะ สายตากลับเห็นบางอย่างซุกซ่อนอยู่ข้างหม้อต้มน้ำซุป นางก็รีบสะกิดแขนสามีทันที
------------------------------------------------
หมั่นโถวนับสิบก้อน และเกี๊ยวน้ำหลายสิบชามหายไปในพริบตาเดียว ลงท้องของเด็กหนุ่มเนื้อตัวมอมแมม ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าเปื้อนเถ้าถ่าน เพราะซุกซ่อนอยู่ข้างเตาหม้อต้มน้ำมานานทั้งคืน เป็นภาพที่ชวนทึ่งและเวทนา สำหรับสองสามีภรรยาไปพร้อมๆกัน
"เจ้ากินจุยิ่งกว่าหมู ตัวกลับผอมหนังหุ้มกระดูก ไม่เข้าใจเสียจริง"
นายหลินรินน้ำชาใส่ถ้วยให้ เซี่ยหยางก็พยักหน้ารับ รีบยกดื่ม แล้วก้มหน้าก้มตากินต่อ ไม่พูดจา นายหลินมองหน้ากับภรรยาอยู่ครู่ จึงเอ่ย
"กินให้อิ่มท้อง เมียข้าปั้นเกี๊ยวให้เจ้ากินได้ทั้งคืน ไม่ต้องกังวล เสร็จแล้วคืนนี้ ข้าจะพาเจ้ากลับไปส่งที่หมู่บ้านเซิน ที่นั่นไม่ใช่เขตปกครองเมืองฝู เจ้าจะปลอดภัย"
".....ข้ากลับไม่ได้"
ในที่สุด เซี่ยหยางก็เปิดปากบอก
"เจ้ามีคดีติดตัว ถึงไม่จริง แต่ด้วยอิทธิพลตระกูลฝู เจ้าไม่มีทางหนีรอดแน่ เชื่อข้าเถอะ"
"นางตามล่าข้าไปทุกที่ หากข้ากลับไป พ่อแม่และคนในหมู่บ้านต้องเดือดร้อนแน่ ข้ากลับไม่ได้"
"ใครตามล่าเจ้า"
"...ปีศาจหมี"
ได้ฟังคำตอบ สองสามีภรรยาก็นิ่งอึ้ง มองสบตากันเงียบกริบ
".....พวกท่านไม่เชื่อข้าหรอก"
"เหลวไหล ข้ารู้จักกับพ่อเจ้ามาตั้งแต่เจ้ายังไม่เกิด เห็นเจ้าตั้งแต่ตัวอ้วนกลม แก้มแดงปลั่ง จนสูงชะลูดยิ่งกว่าต้นไผ่เช่นนี้ มีหรือจะไม่รู้ว่าเจ้าสองพ่อลูกเป็นเช่นใด...นึกแล้วโมโห ข้าเตือนเซี่ยชางตั้งแต่ทีแรกแล้วว่าจวนตระกูลฝูไม่ชอบมาพากลตั้งแต่แต่งภรรยาคนนี้เข้าสกุล มีอย่างที่ไหน ยี่สิบปีผ่านไป หน้าไม่มีเปลี่ยน ยิ้มไม่ถึงดวงตา เด็กรุ่นหนุ่มอย่างเจ้า ไม่เกิน 15-16 เข้าไปทำงานในจวนทีไร ก็หายสาบสูญไปทุกครั้ง นึกแล้วเชียวว่าเป็นนางปีศาจ คุณหนูนั่นเป็นทายาทปีศาจ ย่อมไม่ต่างกัน"
"อย่าเสียงดังไป เจ้าหลิน"
ภรรยาเอ่ยปราม นายหลินจึงลดเสียงลง
"เดิมทีข้าแนะนำให้ฝากเจ้ากับสำนักไป๋หู่ ให้เจ้าเรียนอักษรไปพร้อมกับวิชาป้องกันตัว แต่พ่อเจ้าเห็นแก่ไมตรีฝูไห่ ถึงเลือกฝากเจ้าไว้กับที่แปลกๆแห่งนั้น ใจคงหวังอยากให้เจ้ารับราชการ ใช้ฝูไห่เป็นใบเบิกทาง สุดท้ายกลับเกิดเรื่องเสียได้"
คำพูดของนายหลิน ทำเซี่ยหยางน้ำตาคลอ สะอึกสะอื้น เมื่อนึกถึงบิดาที่ยอมลำบากเข้าไปเก็บแร่เหล็กมาส่งเสียเขาเล่าเรียน สุดท้าย ทุกอย่างกลับพังไม่มีชิ้นดี ยิ่งคิด เด็กหนุ่มยิ่งร้องไห้หนักข้อจนภรรยานายหลินรีบรุดมาลูบหลังปลอบโยน
แต่แล้ว เสียงทุบประตูก็ดังลั่นขึ้น นายหลินรีบโบกมือให้หาที่ซ่อน ภรรยานายหลินจึงพาเด็กหนุ่มเข้าไปที่ครัว หวังให้หลบในตู้เก็บของ เซี่ยหยางกลับเข้าไปซุกตัวใต้เตาไฟเช่นเดิม นางขมวดคิ้วมุ่น แต่ก็รีบออกมาสมทบสามี ด้วยเกรงว่าจะดูแปลกไป
"เปิดประตู นี่คือคนของทางการ"
เสียงดุตะโกนลั่นอยู่หน้าบ้าน ดังมาถึงเซี่ยหยาง เขาสะดุ้งโหยง เอามืออุดหูไว้
"ใต้เท้า พวกท่านมีธุระอะไรหรือ"
นายหลินเปิดประตูให้พลางถาม คนของทางการก็ถือวิสาะเข้ามาค้นข้าวของทันที
"ข้าได้รับคำสั่งจากทางการให้ค้นทุกบ้านในเมืองฝู จนกว่าจะพบเซี่ยหยาง หน้าตาเช่นนี้ พวกเจ้าเคยเห็นหรือไม่"
มือปราบทางการคลี่กระดาษภาพวาดเซี่ยหยางให้ดู สองสามีภรรยามองหน้ากัน แล้วส่ายหน้า ครู่หนึ่ง เหล่ามือปราบก็กลับมารวมตัวกัน
"เรียนใต้เท้า ไม่พบร่องรอยน่าสงสัยขอรับ"
"เช่นนั้นรีบไป"
มือปราบเดินออกจากบ้านของนายหลินไปทันที สองสามีภรรยานึกขุ่นใจกับความอุกอาจ แต่เพราะเป็นเรื่องของตระกูลฝู จึงทำอะไรไม่ได้ คล้อยหลังแล้ว ทั้งคู่ก็รีบเข้าครัว กลับพบเพียงความว่างเปล่า ทิ้งไว้แค่ตัวอักษรจากขี้เถ้าใต้เตาไฟเท่านั้น
'ขอบคุณลุงผอม ข้าจะไม่ลืมพระคุณท่านเลย'
"เฮ่อ...เหมือนกันทั้งพ่อลูกจริงๆ"