วิวาห์พลิกรัก ฉบับซุปตาร์: บทที่ 18 ชนะสงคราม ตอนที่ 18
ตอนบทที่ 18 ชนะสงคราม
ในช่วงเวลานี้ ข่าวของหันอวี่ฝานกันนและโม่อวี่โหรวกลายเป็นข่าวที่ใครก็ต้องพูดถึง ความพยายามที่จะข่าวที่พวกเขาพยายามจะประชาสัมพันธ์ข่าวก่อนหน้านี้พังทลายลงทันที เพราะหันอวี่ฝานและถังหนิงเป็นคู่หมั้นกัน วิดีโอที่เปิดเผยว่าโม่อวี่โหรวเป็นมือที่สามเข้าไปแทรกระหว่างทั้งสองคน ทำให้เธอกลายเป็นคนที่สร้างความร้าวฉานที่ถูกเกลียดชังอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างก็สาปแช่งเธอ
ตอนนี้พนักงานของสื่อต่างก็ออกมาเปิดเผยว่า เหตุการณ์สลับตัวทั้งหมดที่งานคราวน์สตาร์มงกุฎดาราเป็นความคิดของหันอวี่ฝานและโม่อวี่โหรว ถังหนิงก็แค่ถูกบังคับให้ยอมรับความผิดทั้งหมด
ชาวเน็ตต่างก็สับสนอีกครั้งฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง
ต่อมาในวันนั้น…ก็มีข่าวใหญ่ถูกปล่อยออกมาคือเหตุการณ์ที่สนามบิน
ก่อนหน้านี้ถังหนิงถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องหยาบคายใส่แฟนคลับ ผู้คนต่างก็ด่าทอด้วยความรังเกียจ แต่หลังจากที่วิดีโอที่ไม่เหมาะสมของโม่อวี่โหรวถูกปล่อยออกมา… แฟนแฟนเพจอย่างเป็นทางการของโม่อวี่โหรวก็โพสต์คำแถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์ทั้งหมดว่าเป็นความผิดของถังหนิง ต่อมามีการมันถูกเปิดเผยว่าแฟนๆ วางแผนเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ล่วงหน้าแล้ว และพวกเขายังชี้แจงว่าทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขาอยากสนับสนุนโมอวี่โหรว โชคดีที่พวกเขาตระหนักได้แล้วว่า ไอดอลที่กำลังปกป้องนั้นไม่คุ้มค่าเลยสักนิดเดียว
เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด มีการโพสต์หลักฐานว่าผู้ช่วยของโม่อวี่โหรวให้รายละเอียดตารางงานของถังหนิงกับแฟนคลับอย่างลับๆ ด้วย รวมถึงบันทึกการสนทนาที่ถูกวางแผนไว้แล้วให้เกิดขึ้นที่สนามบินเสียงบันทึกบทสนทนาเรื่องการวางแผนเหตุการณ์ที่สนามบินก็ยังถูกโพสต์ด้วย
ในตอนท้าย จดหมายชี้แจงในนามของถังหนิงก็ถูกปล่อยออกมาเพื่ออธิบายให้แน่ชัดว่าเธอไม่ได้โยนดอกไม้ลงบนพื้น พวกเขายังชื่นชมยังคงสรรเสริญถังหนิงว่าเป็นคนสุภาพและยอมขอโทษอย่างจริงใจอีกด้วย แม้ว่าเธอจะรู้ว่าตนเองจะโดนกำลังถูกใส่ร้ายก็ตามสบประมาท นอกจากนี้ตอนที่เธอได้รับการปกป้องจากตำรวจ เธอก็ยังบอกให้พวกเขาอย่ารุนแรงเกินไป ไม่เช่นนั้นจะมีคนได้รับบาดเจ็บ
ข้อความเหล่านี้ถูกปล่อยจากโดยแฟนคลับอย่างเป็นทางการของโม่อวี่โหรว นั่นหมายความว่าแฟนคลับของโม่อวี่โหรวตอนนี้ได้กลายเป็นกลุ่มคนที่พ่ายแพ้แล้ว แม้แต่แฟนคลับตัวยงก็ยังหันหลังให้กับเธอ แล้วแบบนี้จะมีใครเชื่อใจโม่อวี่โหรวได้อีกครั้งกัน? สื่อยังคงเสนอข่าวด้านลบ แฟนคลับเหยียบย่ำอย่างไม่ไใยดี แม้แต่บริษัทที่เคยใช้โม่อวี่โหรวเป็นพรีเซ็นเตอร์ก่อนหน้านี้ก็ยังถอดโฆษณาของพวกเขาออกอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งส่งจดหมายจากทนายให้ด้วย
จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้่ โม่อวี่โหรวรู้ดีว่า…เธอจบสิ้นแล้ว…เธอจบสิ้นแล้วจริงๆ!
“อวี่โหรว คุณต้องทำใจให้สงบใจเย็นๆ ก่อน คุณยังมีเด็กอยู่ในท้องนะ ในเมื่อยังมีและเพราะเด็กคนนี้อยู่ คุณก็ไม่ต้องกลัวไปหรอก ว่าท่านประธานหันจะไม่เชื่อฟังคุณ แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วคุณจะไม่สามารถเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียงได้ แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นภรรยาของประธานบริษัทเทียนอี้นะ” ผู้ช่วยของโม่อวี่โหรวพยายามทำให้เธอสงบหลังจากเขาเมื่อเห็นว่าเธอเขวี้ยงทุกอย่างลงพื้น “อย่าทำร้ายตัวเองเลย มันยังมีหนทางอีกยาวไกลอยู่ข้างหน้านะหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โม่อวี่โหรวก็เห็นด้วยกับเหตุผลของผู้ช่วยเธอ แม้ว่าถังหนิงอยากจะกลับมา แต่แล้วยังไงล่ะ? เป็นเพราะเด็กที่อยู่ในท้องเธอมีเด็กในท้องอย่างนี้ อย่างไร เธอก็ก็ยังมีโอกาสชนะ
…
ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน ถังหนิงก็ได้รับโทรศัพท์จากโม่ถิง ส่วนหลงเจี่ยรีบค้นหาความคืบหน้าของสงครามที่กำลังเกิดขึ้นทันที โอกาสของพวกเขากำลังไปได้ดี ดูเหมือนว่าผู้หญิงสกปรกคนนั้นจะไม่มีโอกาสได้กลับมาอีก
“ผมควรแสดงความยินดีกับภรรยาที่ชนะสงครามครั้งนี้ไหม” โม่ถิงกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้สำนักงาน ขณะที่ยามโดนรังสีของแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านทางหน้าต่างห้องทำงานขับเน้นกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น เขาหล่อเหลาอย่างที่เคยเป็นมา
ถังหนิงหัวเราะอย่างนุ่มนวลและตอบกลับด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ว่า “คุณต้องยินดีกับฉันทุกครั้งที่เคลื่อนไหวเลยไหมเนี่ย”
“คุณไม่รู้เหรอ ผมแค่หาข้ออ้างเพื่อที่จะได้โทรหาคุณ…”
หัวใจของถังหนิงเต้นรัว “แย่จังที่คืนนี้ฉันกลับบ้านไม่ได้” เธอตอบกลับด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา
“ถ้าคุณบอกว่าคิดถึงผม มันอาจจะมีปาฏิหาริย์ก็ได้นะ” โม่ถิงหยอกล้อ “คุณอยากลองไหมล่ะ”
“ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีปาฏิหาริย์ ฉันก็ยังคิดถึงคุณอยู่ดี” ถังหนิงตอบอย่างจริงจัง แต่เป็นเพราะว่าเธออายจึงรีบวางสายก่อนที่โม่ถิงจะตอบกลับมา โม่ถิงหัวเราะออกมาเบาๆ แล้ว ขณะที่รีบติดต่อลูเช่อผ่านทางอินเตอร์คอมทันที
“ช่วยผมหาเที่ยวบินไปลูเซิร์นหลุยเซินเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ระหว่างนี้คุณก็จัดการเตรียมเอกสารที่ผมจำเป็นต้องเซ็นให้ด้วยนะ ผมจะได้เอาขึ้นเครื่องไปด้วยได้”
ถังหนิงไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะมีเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจ
หลังลงจากเครื่องบินเมื่อลงจากเครื่องบินแล้ว เธอก็ตรงไปยังสถานที่สำหรับการถ่ายภาพทันที เนื่องจากในสัญญารวมสิ่งพิมพ์โฆษณาสิ่งพิมพ์ไว้ด้วย แม้ว่าตอนนี้จะเป็นตอนกลางคืนมืดแล้ว แต่เธอก็ยังเข้าไปที่สตูดิโอ
ข้างๆ เธอมีนางแบบต่างชาติสองสามคนที่น่าจะร่วมถ่ายโฆษณากับเธอด้วย ทุกคนล้วนมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก เมื่อเห็นถังหนิงยืนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ช่างภาพก็เริ่มกังวลทันทีว่าเธอจะสามารถทำตามที่เขาคาดหวังได้หรือไม่ การถ่ายแบบโฆษณาสิ่งพิมพ์นี้ต้องใช้การนางแบบที่สามารถถ่ายภาพโดยไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนได้ไม่ทันตั้งตัวได้และมันก็มีความยากในระดับสูง ภายในเวลาไม่กี่วินาที นางแบบจะต้องแสดงอารมณ์ที่เข้ากันได้ดีกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งนี่เป็นการทดสอบความสามารถในการแสดงของนางแบบอย่างแท้จริง
น่าเสียดายที่รูปร่างของถังหนิงถูกซ่อนไว้ภายใต้ชุดเดรสยาวที่เธอใส่อยู่ ดังนั้นจึงไม่มีใครเห็นรูปร่างที่งดงามของเธอ จนกระทั่งเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินออกมา ทุกคนจึงค้นพบว่าจริงๆ แล้วเธอมีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบและได้สัดส่วน ทุกคนในสตูดิโอต่างก็นิ่งไป ทุกสิ่งทุกอย่างสัดส่วนได้ตรงตามมาตรฐานของสากลทุกกระเบียดนิ้ว
ด้วยชุดเดรสดำทรงเอไลน์เดรสสีดำจับคู่กับเสื้อแจ็กตเก็ตยีนไม่มีแขนแขนกุด ทำให้เธอดูเซ็กซี่อย่างแท้จริง
แต่การแสดงออกของเธอนั้น…
ช่างภาพยังคงกังวล ดังนั้นเขาจึงเดินไปหาถังหนิงทันทีและอธิบายให้เธอฟัง “รูปภาพที่เราจะถ่ายกันวันนี้จะเป็นสไตล์ดุๆ นิดหนึ่ง เหมือนกับแมวป่าที่ออกมาเดินเล่นตอนกลางคืน…”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ถังหนิงพยักหน้าอย่างสงบ
ช่างภาพไม่ได้อธิบายอะไรต่อ นางแบบเอเชียมักจะเป็นเช่นนี้ ไม่มีอะไรที่ต้องประโยชน์ที่จะไปคาดหวังมากนัก
“มาเร็ว ทุกคนเข้าไปยืนในตำแหน่งของตัวเอง มาเริ่มกันด้วยภาพเดี่ยวดีกว่า เจสัน!”
นางแบบที่ถูกเรียกเดินออกไปยืนหน้ากล้องทีละคน รวดเร็วและเป็นมืออาชีพ พวกเขาถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถังหนิงเป็นคนสุดท้าย และเพราะเป็นคนสุดท้าย เธอจึงยิ่งถูกคาดหวังมาก อย่างไรก็ตาม แต่ถึงอย่างไรถ้าเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก เธอไม่สามารถเทียบได้กับชาวต่างชาติได้หรอก หากการแสดงของเธอไม่รวดเร็วพอ การถ่ายทำทั้งหมดอาจจะล่มได้ง่าย
“ถังหนิง!”
เมื่อได้ยินช่างภาพเรียก ถังหนิงก็เดินออกไปข้างหน้าจอ เธอใส่กำไลข้อมือของอัชแอ็ฟจากคอลเลกคชัน ‘ค่ำคืนที่น่าหลงใหล’ ช่างภาพยังคงอธิบายอย่างต่อเนื่องว่าเธอควรโพสต์ท่าอย่างไรถึงจะได้ลุกคที่ดูดุ แต่ถังหนิงแค่ยิ้มรับพร้อมกับพยักหน้าอย่างเข้าใจ สิ่งหนึ่งที่ช่างกล้องเกลียดมากที่สุดคือการที่ผู้คนเสแสร้งว่าเข้าใจทั้งๆ ที่ความจริงแล้วไม่ใช่ ดังนั้นเขาจึงพูดเพียงแค่สองสามคำก่อนหยิบกล้องขึ้นมาและถอยหลังกลับไป “มาลองถ่ายสักสองสามท่าก่อนว่าจะออกมาเป็นยังไง”
“ไม่ค่ะ ไม่เป็นไร มาทำมันเถอะถ่ายจริงเลยค่ะ” ถังหนิงร้องขอ
ยิ่งเห็นความมั่นใจของเธอ ช่างภาพก็ยิ่งคาดหวังว่าจะได้เห็นเรื่องขบขัน เขาเตือนเพื่อทำให้มันร้ายแรงยิ่งขึ้น “คุณขอเองนะ ถ้าผมเริ่มแล้ว มันจะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สองอีก”
“โอเคค่ะ” ถังหนิงตอบด้วยความสงบเหมือนอย่างเคย
นางแบบคนอื่นรู้สึกว่าถังหนิงขุดหลุมฝังตัวเอง เห็นได้ชัดว่าเธอได้รับโอกาส แต่…เธอไม่ต้องการมัน นี่เธอกำลังคิดอะไรอยู่
“ถ้าอย่างนั้นมาก็เริ่มกันเลยถอะ” ช่างภาพโบกมือขณะมองถังหนิงอย่างไม่ได้คาดหวังมากนัก
ถังหนิงพยักหน้า จากนั้น…
…ในขณะที่ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อรอดูเธอความอับอายของเธอ…เพียงชั่วในเสี้ยววินาที เธอก็เข้าถึงอารมณ์ที่แตกต่างออกไป ทำให้ผู้ที่มองดูอยู่ประหลาดใจ พวกเขามองเธอเหยียดขาออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นโอบมือซ้ายรอบข้อมือขวาและค่อยๆ เผยอริมฝีปากออก ในขณะที่กัดนิ้วกลางของมือซ้าย ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกับแววตาของเธอ ช่างดูคุกคามดุดันเหลือเกิน…เมื่อเทียบกับบุคลิกก่อนหน้าแล้ว ดูเหมือนว่าเธอได้เปลี่ยนไปเป็นอีกคนละคนอย่างสิ้นเชิง!
สิ่งที่ทำให้ทุกคนประทับใจมากที่สุดคือ กำไลข้อมือบนข้อมือของเธอ ซึ่งดูเหมือนว่าจะช่วยเสริมให้ลุกคนี้ดูมีพลัง เธอและผลิตภัณฑ์เข้ากันได้เป็นอ่างดี ราวกับว่าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
ช่างภาพพูดไม่ออก…อัชแอ็ฟไปหาอัญมณีเช่นนี้มาจากไหนกัน ความเป็นมืออาชีพระดับนี้สามารถเทียบเท่านางแบบระดับสากลได้เลย