เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 24
ตอนที่ 24 ผู้มีพระคุณ
“ใช่แล้ว” ก่อนที่คนเดินผ่านมาจะจากไป เขาได้พูดขึ้นอีก “พวกคุณมาที่เมืองเยี่ยนเพื่อมาขอรับการรักษาสินะ รูปปั้นนี้ตระกูลหนิงเป็นคนสั่งให้สร้างขึ้นเป็นพิเศษเมื่อห้าปีก่อน
ผมได้ยินมาว่าก่อนจะทำการรักษาให้มาบูชาหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณจะทำให้โรคหายเร็วขึ้นนะ”
เฟิ่งซานได้ยินดังนั้นก็รีบก้มหน้าลงกราบไหว้อย่างจริงจัง
ซือฝูชิง “...”
แค่กราบไหว้นิดหน่อยก็หายได้แล้ว ตัวเธอไม่ได้มีอภินิหารอะไรอย่างนั้นสักหน่อย!
หลังจากที่เฟิ่งซานแสดงความเคารพแล้ว เขาก็หันมาเห็นหญิงสาวกำลังมองรูปปั้นด้วยสีหน้าซับซ้อน เขาชะงักไปเล็กน้อย “คุณซือรู้เรื่องหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณด้วยเหรอ”
หมอเทวดาหัตถ์วิญญาณหายตัวไปนานหลายปีแล้ว พวกเขาตามหาอยู่นานแต่ก็ยังหาตัวไม่พบ
เฟิ่งซานคิดว่าในเมื่อซือฝูชิงรู้เรื่องการแพทย์ เธอก็อาจจะพอรู้เรื่องอะไรบ้างก็ได้
ซือฝูชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันไม่รู้ แต่ฉันคิดว่าชื่อนี้ฟังดูหลงตัวเองดี”
เฟิ่งซาน “...”
ช่างเถอะ ผู้ที่ไม่รู้ย่อมไม่กลัว
ซือฝูชิงกระแอมเบาๆ และแสดงท่าทีขอคำแนะนำอย่างนอบน้อม “ทำไมนายไม่อธิบายให้ฉันฟังล่ะ”
“อืม” เฟิ่งซานพยักหน้า “ถ้าหากมีการจัดอันดับรายชื่อหมอเทวดาระดับโลก หมอเทวดาหัตถ์วิญญาณต้องอยู่ในอันดับแรกอย่างไม่ต้องสงสัย”
ซือฝูชิงกะพริบตาปริบๆ “เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ”
“แน่นอนสิ” เฟิ่งซานอธิบายต่อไป “ถ้าอยู่ในมือของหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณแล้ว ไม่มีคำว่า ‘ล้มเหลว’ อย่างแน่นอน เขาคือเทพที่สามารถแย่งชีวิตคนกลับมาจากมือยมทูตได้เชียวนะ ฉายา ‘หัตถ์วิญญาณ’ ก็ได้มาเพราะอย่างนี้นี่แหละ”
ซือฝูชิง “...”
เขาพูดจนเธอแทบจะเชื่ออยู่แล้ว
เฟิ่งซานเม้มปากพลางหันไปมองอวี้ซีเหิงแล้วพูดเสียงเบาว่า “ถ้าตอนนั้นสามารถเชิญหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณมาได้ พี่เก้าก็คงดีกว่านี้”
ถ้าเขาสามารถหาหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณพบ ขาของอวี้ซีเหิงจะต้องหายดีอย่างแน่นอน
อวี้ซีเหิงเอนหลังพิงรถเข็น เขาหลับตาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติก็ดี ไปกันเถิด”
ในขณะที่ซือฝูชิงเข็นเขาไปข้างหน้า เธอก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
เธอเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์มาจากชายชราคนหนึ่งและได้รับสืบทอดวิชาของเขามาด้วย
ชายชรานิสัยเสียนั้นมีนิสัยแปลกๆ เวลาจะช่วยใครสักทีก็ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ของตัวเองจนทำให้เธอติดนิสัยเสียนั้นมาด้วย
นอกจากชื่อหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณอะไรนั่นแล้ว
เรื่องอื่นๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ได้โอ้อวดเกินจริง
ซึ่งชายชรานั้นชอบมาก แถมยังขอให้เธอเขียนตัวอักษรใส่กรอบแล้วแขวนไว้ที่ฝาผนัง เขาบอกว่าได้เห็นทุกวันแล้วอารมณ์ดี
ท่าทางเขาช่างประหลาดจริงๆ
ซือฝูชิงผ่อนลมหายใจและมองย้อนกลับไปที่รูปปั้นอีกครั้ง เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกอับอายขายขี้หน้า
โชคดีที่รูปปั้นดูไม่เหมือนเธอเลยสักนิด
รูปปั้นหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณเกี่ยวอะไรกับเธอซือฝูชิงร่างนี้ด้วยล่ะ!
พอคิดได้อย่างนั้นซือฝูชิงก็อารมณ์ดีขึ้นมาก
สิบนาทีต่อมาทั้งสามคนก็มาถึงที่หมาย
สถานที่แห่งนี้คือคฤหาสน์ขนาดใหญ่มากหลังหนึ่ง
กิ่งหลิวห้อยย้อยลงมาทอดเงากระจัดกระจายลงบนพื้น
เสียงพิณแผ่วเบาและเสียงกู่เจิงดังสอดประสาน สำเนียงอันไพเราะเสนาะหูดังแว่วมา
สายน้ำไหลผ่านเหนือโขดหินเกิดเป็นระลอกคลื่น โอบล้อมด้วยเสียงนกน้อยร้องเจื้อยแจ้ว
รูปแบบสถาปัตยกรรมค่อนข้างเป็นแบบสมัยราชวงศ์ต้าซย่า
ซือฝูชิงเงยหน้าขึ้นและเห็นอักษร ‘หนิง’ บนแผ่นป้ายเหนือประตู
ตระกูลหนิงไม่ถือว่าเป็นตระกูลร่ำรวยด้วยซ้ำ
แต่ตระกูลหนิงมีแพทย์ที่มีชื่อเสียงอยู่มากมาย แม้แต่ตระกูลร่ำรวยในเมืองซื่อจิ่วก็ยังต้องให้เกียรติพวกเขา
เพราะถึงอย่างไรแพทย์ก็เป็นอาชีพที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากจะล่วงเกิน
ซือฝูชิงหรี่ตาลง
พ่อมดหมอผีส่วนใหญ่รวมตัวกันในแถบพื้นที่ซีโจวของต้าซย่า พวกเขาเชี่ยวชาญเรื่องคาถาอาคม และไม่เพียงเข้าใจหยินและหยางเท่านั้น พวกเขายังมีความรู้ทางการแพทย์ด้วย
แต่จากคำพูดของตาเฒ่านั่น ทักษะทางการแพทย์ของหมอผีพวกนั้นไม่ใช่แบบดั้งเดิม และยังเป็นอันตรายต่อทั้งตนเองและผู้อื่น
คฤหาสน์มีขนาดใหญ่โตมาก จำนวนคนรับใช้ก็มากมายเช่นเดียวกัน
เสิ่นซิงอวิ๋นได้ติดต่อที่นี่มาก่อนแล้วและแจ้งว่าต้องการรักษาโรคเกี่ยวกับขา พอพ่อบ้านเห็นแวบแรกก็นึกออกในทันที
เขาก้าวเข้ามามองประเมินอวี้ซีเหิงอยู่สองสามวินาที “คุณคือคุณสกอตแลนด์ที่นัดไว้เมื่อเดือนก่อนใช่ไหม”
มือของเฟิ่งซานกำอาวุธลับเพื่อเตรียมพร้อมเอาไว้ เขาตอบอย่างไม่มีพิรุธใดๆ “ใช่แล้ว”
“มีแขกอยู่ก่อน ต้องรอสักหน่อยนะครับ” พ่อบ้านพยักหน้า “ขอความกรุณาทั้งสามท่านตามมาทางด้านนี้ อย่าได้เข้าไปรบกวนแขกผู้มีเกียรติเป็นอันขาด
ถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมา พวกคุณคงจะรับผิดชอบไม่ไหว ตระกูลหนิงมีกฎระเบียบเข้มงวด ถ้าหากผิดใจกันขึ้นมา พวกคุณคงไม่สามารถหาหมอที่ไหนในต้าซย่าได้อีกแล้ว”
คำพูดดูถูกอย่างชัดเจนนี้ทำให้แววตาของเฟิ่งซานฉายแววอาฆาตออกมาชั่วขณะ
ซือฝูชิงหรี่ตาลงทันที
อวี้ซีเหิงพลันยกมือขึ้น สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยน น้ำเสียงของเขายังคงสงบ “ไปทางนั้น”
ทั้งสามคนหยุดลงที่ข้างโต๊ะหิน
ซือฝูชิงชำเลืองมองพ่อบ้าน เธอก้มลงเล็กน้อยและลดคางลงวางไว้ที่ด้านหลังของรถเข็น “เจ้านาย”
น้ำเสียงผู้ชายทุ้มต่ำตอบอย่างแผ่วเบา “หืม?”
“จ้างพ่อมดหมอผีพวกนี้ครั้งหนึ่งราคาเท่าไร”
อวี้ซีเหิงไม่เคยสนใจเรื่องเงินๆ ทองๆ นัก คนที่ตอบจึงเป็นเฟิ่งซาน “มัดจำหนึ่งล้าน ต่อมาก็ดูว่าสามารถรักษาได้หรือไม่แล้วค่อยจ่ายค่ายาและค่าแรงตามที่จำเป็น
ขาของพี่เก้าเป็นโรคเรื้อรัง ถ้ารักษาได้คงต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่าสองพันล้าน”
ซือฝูชิง “!”
สายตาเธอเหลือแต่แสงสีทองระยิบระยับแล้วตอนนี้
พ่อหมดหมอผีกลุ่มนี้จะไม่เกินไปหน่อยเหรอ เมื่อก่อนเธอยังไม่เคยคิดค่ารักษาพยาบาลคนอื่นมากขนาดนี้เลย
“เจ้านาย ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะทำได้” ซือฝูชิงสีหน้าจริงจัง “ถ้าคุณมาหาฉัน ฉันจะคิดเงินคุณแค่ครึ่งราคาและรับประกันว่าจะทำให้คุณเดินเหินได้อย่างคล่องแคล่ว พอลงน้ำก็ว่ายได้อย่างอิสระเลยทีเดียว”
อวี้ซีเหิงหันศีรษะกลับไปมองเธอเล็กน้อยและเห็นว่าดวงตาจิ้งจอกคู่นั้นของเด็กสาวเปล่งประกายสดใสจับใจเสียยิ่งกว่าท้องฟ้าที่ดารดาษด้วยดวงดาวเสียอีก
เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่งอย่างไม่รู้ว่าจะเชื่อดีหรือไม่ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ “ตกลง”
เฟิ่งซานยกมือขึ้นปิดปากอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
พี่เก้าตอบกลับคำพูดนั้นด้วยท่าทีจริงจัง เขาฟั่นเฟือนไปแล้วจริงๆ
...
ทางด้านโถงใหญ่
“เราได้เตรียมตัวยาที่คุณชายอวี้ต้องการไว้แล้ว” ชายวัยกลางคนยิ้ม “ต่อไปคุณชายอวี้ก็ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง ถ้าอยากได้อะไรก็แค่แจ้งเราทางเน็ต เราจะให้คนจากสำนักคุ้มภัยต้าซย่าไปส่งของให้คุณถึงเมืองซื่อจิ่วเอง”
“ไม่จำเป็น” อวี้เย่าส่ายศีรษะ “ผมจัดการเรื่องพวกนี้เองจะดีกว่า”
“อ้อ” ชายวัยกลางคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดอย่างโยนหินถามทาง “ไม่ทราบว่าคุณชายอวี้ยังคงติดต่อกับผู้อาวุโสหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณอยู่หรือเปล่า”
อวี้เย่าตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาเม้มปากเล็กน้อย “ตอนนี้ไม่”
ก่อนหน้านี้เขาเคยมีภาวะบกพร่องทางการสื่อสารเพราะถูกลักพาตัวมาก่อน รักษาเท่าไรก็ไม่หาย เขาจึงติดเกมออนไลน์โฮโลกราฟิกอยู่ในตู้เกมตลอดทั้งวัน
โชคดีที่เมื่อตระกูลอวี้กำลังจะยอมแพ้แล้ว เขาก็ได้พบกับผู้เล่นยอดเยี่ยมในเกมที่มีฉายาว่า ‘หมอเทวดาหัตถ์วิญญาณ’
หมอเทวดาหัตถ์วิญญาณรักษาภาวะบกพร่องทางการสื่อสารของเขาจนหายดี
ต่อมาอวี้เย่าก็เข้าสู่ระบบเกมในเวลาเดิมทุกวันแต่เขาก็ไม่เคยได้พบผู้เล่นยอดเยี่ยมคนนี้อีกเลย ได้แต่ชื่นชมความยอดเยี่ยมของเขาบนกระดานผู้นำในเกม
หลังจากนั้นหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณก็หายสาบสูญไปโดยไม่มีข่าวคราวใดๆ อีก
เขาไม่สามารถนับได้ว่ารู้จักหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณผู้นี้เลย เขารู้อะไรเกี่ยวกับผู้เล่นยอดเยี่ยมคนนี้น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
ต่อมาอวี้เย่าเพิ่งจะพบว่าในโลกแห่งความเป็นจริงหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณก็มีตัวตนราวกับเทพเจ้าเช่นกัน
ชายวัยกลางคนไม่เสียกำลังใจ พูดเพียงว่า “หากหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณติดต่อคุณชายอวี้ ได้โปรดส่งข่าวบอกตระกูลหนิงโดยเร็วที่สุดด้วย”
อวี้เย่ายิ้มรับคำ “แน่นอน”
ชายวัยกลางคนส่งอวี้เย่าออกไปด้วยตัวเอง
“ท่านครับ” พ่อบ้านทำความเคารพเมื่อเห็นชายวัยกลางคนออกมา “สิบโมงแล้ว คนไข้ที่มาจากต่างประเทศรออยู่ข้างนอกแล้วนะครับ”
ชายวัยกลางคนโบกมือเล็กน้อย “ให้พวกเขารออีกหน่อย”
ตอนนี้จะมีอะไรสำคัญไปกว่าหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณอีก?