เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 23
ตอนที่ 23 หมอเทวดาหัตถ์วิญญาณ
แม้ว่าความนิยมของมู่เหยี่ยจะไม่สูงเท่าของลู่เยี่ยนและเซี่ยอวี้ แต่เขาก็เป็นตัวเต็งที่จะได้เดบิวต์และมีแฟนคลับไม่น้อย
ซือฝูชิงทำให้มู่เหยี่ยตกจากคลาสเอมาอยู่คลาสเอฟในคราวเดียว แฟนๆ ของมู่เหยี่ยจึงโกรธแค้นอาละวาด ข้อความด่าทอบนหน้าจอแสดงความคิดเห็นยิ่งร้อนแรงและไม่น่าฟังมากขึ้นทุกที
[ซือฝูชิงช่วยไปตายซะ ขอบคุณ]
[ไม่อยากเห็นหน้ายัยนี่แล้วจริงๆ รำคาญมากกก]
เฟิ่งซานผู้ซึ่งเพิ่งเคยสัมผัสวงการบันเทิงเป็นครั้งแรกตกตะลึงไปทันที “พี่เก้า นี่มัน...ไม่มากไปหน่อยเหรอ”
เขาเป็นคนนอกวงการก็จริง แต่เขาเคยติดตามอวี้ซีเหิงไปงานเลี้ยงในเมืองซื่อจิ่ว อีกทั้งยังเคยเข้าร่วมฟังเพลงและชมการเต้นรำของนักเต้นที่มีชื่อเสียงหลายคนในห้องแสดงดนตรีของราชวงศ์ทวีปตะวันตก
ในความเห็นของเขานั้น มู่เหยี่ยก็ธรรมดาทั่วไปจริงๆ
ทำไมแฟนคลับกลุ่มนี้ถึงด่าว่ากันรุนแรงจัง
“โลกนี้กว้างใหญ่ เรื่องแปลกพิสดารเพียงใดย่อมเป็นไปได้ทั้งนั้น ไม่ต้องแปลกใจไป” อวี้ซีเหิงเท้าคางก่อนหยุดไปครู่หนึ่ง “เรามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิงบ้างหรือไม่”
เฟิ่งซานคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่มีนะครับ ไว้ผมจะกลับไปถามทางฝั่งตระกูลมั่วดู”
อวี้ซีเหิงพยักหน้า
บนหน้าจอแสดงความคิดเห็นยังคงเป็นการก่นด่าอยู่เหมือนเดิม แต่บนหน้าจอขนาดใหญ่ ช่างภาพได้ซูมกล้องจับไปที่ซือฝูชิง
หญิงสาวเสยผมด้วยมือข้างหนึ่ง ในขณะที่มืออีกข้างถือไมโครโฟน
เสียงใสๆ ดังขึ้น แล้วเธอก็พูดเรื่องช่วงเสียงออกมาด้วยท่าทางสบาย
ในตอนท้าย นัยน์ตาจิ้งจอกของเธอโค้งขึ้นก่อนที่เธอจะเผยรอยยิ้มเกียจคร้าน “ร้องเพลงห่วยแบบนี้ ในฐานะเมนเทอร์ ฉันให้เอฟนาย นายกล้าไม่พอใจ?”
‘...’
หน้าจอแสดงความคิดเห็นหยุดนิ่งลงอย่างฉับพลัน
แม้แต่ภาพหน้าจอหลักก็ยังสั่นไหวเล็กน้อยด้วยซ้ำ
เฟิ่งซานผู้ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรแต่คิดว่าคงทรงพลังมากเลยรู้สึกประหลาดใจ “พี่เก้า คุณซือน่าทึ่งมาก”
อวี้ซีเหิงเงยหน้าก่อนจะเอ่ยเบาๆ “เงียบหน่อย”
เฟิ่งซานหุบปากทันทีแล้วดูรายการต่ออย่างจริงจัง
หลังจากสิบวินาทีเต็มผ่านไป หน้าจอแสดงความคิดเห็นก็ดุเดือดขึ้นมาอีกครั้ง
[ให้ตายเถอะ ฉันมาผิดที่ป่ะเนี่ย ไอ้...นี่มันซือฝูชิงจริงเหรอ ซือฝูชิงที่เต้นไม่ได้ร้องเพลงไม่เป็นคนนั้นอ่ะนะ?]
[เธอฟังโน้ตออกด้วย ซือฝูชิงเยี่ยมไปเลย!]
[พูดได้คำเดียวว่าเท่อยู่นะ อยากจะเป็นแฟนคลับแล้ว]
[แฟนคลับอะไร ขำตายละ สคริปต์รายการมากกว่ามั้ง เริ่มต้นให้ดูงี่เง่าก่อนแล้วค่อยหักมุมงี้เหรอ]
[สคริปต์ ไม่ต้องสงสัยเลย แค่ฟังโน้ตเสียงเท่านั้นก็คงว่าไปตามสคริปต์ที่เขียนไว้ให้ก่อนแล้วนั่นแหละ ซือฝูชิงแน่จริงก็ขึ้นเวทีร้องเพลงเลยสิ]
พอมู่เหยี่ยตกไปอยู่คลาสเอฟ พวกแฟนๆ ของเขาก็โกรธมากและพากันไปถล่มหน้าเวยปั๋วทางการของรายการทันที
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่รายการตอนนี้ออกอากาศไปแล้ว แฟนๆ ของเซี่ยอวี้กลับรู้สึกดีกับซือฝูชิงขึ้นมาก
[วันนี้ไม่เห็นซือฝูชิงชมใครเลยนอกจากเซี่ยอวี้]
[เซี่ยอวี้เก่งจริงๆ หน้าตาก็หล่อด้วย โดนตกแล้วสิเนี่ย]
[เพิ่งสังเกตว่าซือฝูชิงกับเซี่ยอวี้มีดวงตาจิ้งจอกเหมือนกันเลย]
แต่ข้อความนั้นถูกข้อความอื่นๆ กลบไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
จู่ๆ อวี้ซีเหิงก็ถามขึ้นว่า “รายการนี้มีกี่ตอน”
“ครับ? อ๋อๆๆ” เฟิ่งซานรีบค้นหาอย่างรวดเร็ว “ทั้งหมดมีสิบตอน นี่เป็นตอนที่สองแล้ว ตอนต่อไปจะเป็นการแบ่งชั้นเรียนให้เด็กฝึกแล้วครับ”
เมื่อมีประกาศล่วงหน้าในตอนท้ายรายการว่าการแบ่งชั้นเรียนได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว แฟนๆ ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
[ขอร้องซือฝูชิงอย่าได้เลือกพี่ชายของฉันเลย หนูยอมกินผักไปตลอดชีวิตก็ได้ค่ะ]
[สนุกละทีนี้ เด็กฝึกที่อยู่กับซือฝูชิงก็คงรอถูกคัดออกสินะ เธอเป็นเมนเทอร์ด้านการเต้นที่ยังเต้นเองไม่ได้เลย]
[เอาจริงเหอะ ถ้ามีหลินชิงเหยียนอยู่ด้วยอย่างงี้แล้วจะมีคนเลือกซือฝูชิงให้สอนเต้นอีกเหรอ]
หลังจากที่รายการจบลงไปแล้ว เฟิ่งซานก็ยังคงอยู่ในอาการสับสนงุนงง
พี่เก้าสามารถนั่งดูรายการโชว์กับเขาได้ตั้งสองชั่วโมงจริงๆ เหรอ!
...
ทางฝั่งรายการ
ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์และพนักงานคนอื่นๆ ต่างก็ดูข้อมูลเบื้องหลังกันอยู่
“เฮ้ ตอนนี้ได้รับความนิยมมากกว่าตอนที่แล้วซะอีก” ผู้กำกับรู้สึกประหลาดใจ “แต่ก็นะ ตอนที่เราอัดรายการกันก็ยังนึกไม่ถึงว่าซือฝูชิงจะมีไม้นี้ด้วย”
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ต่อไปให้ซีนเธอมากขึ้นอีกหน่อยก็ได้ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องตัดต่อให้ดูแย่ด้วย”
การหักมุมตัวละครเป็นประเด็นร้อนในวงการบันเทิงได้จริงๆ
แต่ถ้าซือฝูชิงแค่บังเอิญทักเรื่องโน้ตขึ้นมาถูกจริงๆ เขาก็ได้แต่ต้องกลับไปใช้การแขวนเธอเพื่อเรียกกระแสเหมือนเดิม
โปรดิวเซอร์ส่ายศีรษะ “คุณลืมไปแล้วเหรอว่า ไอดอลไม่เหมือนนักแสดง ไอดอลจะต้องมีหน้าตาที่ดีด้วย แต่หน้าตาของซือฝูชิง...”
เขาพูดถึงตรงนี้ก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก
“อีกอย่างทางฝั่งเทียนเล่อมีเดียคงไม่ยอมปล่อยให้เธอได้ซีนหรอก” โปรดิวเซอร์พูดอย่างไม่แยแส “เธอให้มู่เหยี่ยไปอยู่คลาสเอฟ แล้วยังหยาบคายใส่ลู่เยี่ยนบนเวยปั๋วอีก เทียนเล่อมีเดียกำลังหัวร้อนเลย เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปยกศิลปินที่มีความเสี่ยงขึ้นมา”
ผู้กำกับเองก็คิดอย่างนั้น
ซึ่งสาเหตุที่เทียนเล่อมีเดียยังไม่ลงมือกับซือฝูชิงก็เพราะพวกเขายังไม่รู้ท่าทีของตระกูลจั่วต่างหาก
รอให้พิธีฝังศพของผู้เฒ่าจั่วเสร็จสิ้นลงเสียก่อน ถึงเวลานั้นซือฝูชิงก็น่าจะแย่แน่ๆ แล้ว
พวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้เลย
...
เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้วกว่าซือฝูชิงจะย่องกลับมาถึงโรงแรมอย่างเงียบเชียบ
เฟิ่งซานจองห้องชุดเพรสซิเด็นเชียลสูทไว้ ซึ่งมีห้องนอนมากพอและบริการครบครัน
ซือฝูชิงหลับยาวไปจนแปดโมงเช้าวันถัดมา สีหน้าของเธอจึงดีขึ้นมาก
พอเรื่องที่ถูกแย่งชิงโชคชะตาเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างนี้ เธอก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร
ประตูถูกเคาะเบาๆ ราวกับคนข้างนอกคาดเดาเวลาตื่นนอนของเธอได้
จากนั้นเสียงอบอุ่นสบายๆ ของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น “ตื่นเถิด ออกมากินข้าวเช้าได้แล้ว”
“มาแล้วค่ะ” ซือฝูชิงทำความสะอาดร่างกายเสร็จก็สวมหน้ากากแล้วออกมาที่ห้องรับแขก
เมื่อเธอหันหน้าไปก็เห็นชายคนหนึ่งในเสื้อเชิ้ตสีขาวกำลังถือถ้วยชาอยู่ในมือและดื่มมันอย่างช้าๆ
ซือฝูชิงสัมผัสได้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของอวี้ซีเหิง
ดูเหมือนว่ามันจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่พวกเขาพูดคุยเรื่องฮ่องเต้อิ้นกันตอนที่กินข้าวด้วยกันมื้อนั้น
หรือว่าเขาเองก็เป็นแฟนคลับของฮ่องเต้อิ้นด้วย
พอเจอพวกเดียวกันก็เลยดีใจ พลอยทำดีกับเธอไปด้วยงี้เหรอ
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
ซือฝูชิงเข้าใจในทันที
ถ้าอย่างนั้นต่อไปเธอจะยกย่องฮ่องเต้อิ้นต่อหน้าเขาให้มากๆ ไม่แน่เงินเดือนของเธออาจจะเพิ่มขึ้นก็ได้
“คุณซือ ตัวตนของพวกเราจะเป็นนักธุรกิจที่กลับมาจากต่างประเทศนะ” เฟิ่งซานพูดเสียงเบา “คุณไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แค่คุ้มครองพี่เก้าก็พอ”
หน้ากากผิวหนังมนุษย์ก็ยังทำตามแบบใบหน้าของชาวตะวันตก
ซือฝูชิงท่าทางจริงจัง “เข้าใจแล้ว ซานเอ๋อร์ไม่ต้องห่วง ฉันทำให้ดูน่ากลัวก็ได้นะ อย่าได้ถูกหน้าตาน่ารักๆ ของฉันหลอกเอา”
เฟิ่งซาน “?!”
นี่มันชื่อเล่นบ้าบออะไรเนี่ย
แล้วยังน่ารักอะไรนั่นอีก!
เฟิ่งซานเหลือบมองมือของซือฝูชิง จากนั้นก็เลือกที่จะถอยหลังออกไปเงียบๆ
เขากลัวว่าจะโดนเธอน็อกในหมัดเดียว
“ไปกันเถิด” อวี้ซีเหิงเช็ดริมฝีปากของตนเอง ทุกอากัปกิริยาของเขาเต็มไปด้วยความสูงส่งสง่างามเหนือคนธรรมดาทั่วไป
ซือฝูชิงผลักรถเข็นและเดินตามอวี้ซีเหิงออกจากโรงแรม
เมื่อวานเธอมาสำรวจบริเวณนี้แล้ว
แม้ว่าเมืองเยี่ยนจะเป็นเมืองรองแต่พื้นที่นี้ก็เจริญรุ่งเรืองเหมือนกัน
เธอเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งเมื่อห้าปีก่อนและเคยได้พบพ่อมดหมอผีหลายคน
ซือฝูชิงมีท่าทีครุ่นคิด
ไม่รู้ว่าเธอจะได้เจอคนคุ้นเคยบ้างไหม
แต่ตอนนี้คงไม่มีใครจำเธอได้
ดีแล้วแหละ จะได้ไม่ต้องมีปัญหาโดยไม่จำเป็น
“วนรอบรูปปั้น” เฟิ่งซานถือแผนที่แผ่นหนึ่งอยู่ในมือ “อันนี้หรือเปล่า”
ซือฝูชิงเงยหน้าขึ้นก็เห็นรูปปั้นมนุษย์ตั้งอยู่ตรงหน้า
รูปปั้นนี่คืออะไรน่ะ
จะชายหรือหญิงก็มองไม่ออก
เมื่อคนที่เดินผ่านไปมาเห็นว่าคนทั้งสามหยุดอยู่ตรงนั้น เขาก็ก้าวเข้าไปหาอย่างกระตือรือร้น “นี่! พวกคุณมาจากที่อื่นล่ะสิ นี่คือรูปปั้นของหมอเทวดาหัตถ์วิญญาณ”
รูม่านตาของเฟิ่งซานหดเล็กลงทันที “หมอเทวดาหัตถ์วิญญาณเหรอ!”
ซือฝูชิงที่อยู่ด้านหลังอวี้ซีเหิงกัดแอปเปิลโดยไม่แสดงสีหน้าอะไร