เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 22
ตอนที่ 22 ฉายรายการขึ้นจอ
ไม่รู้ว่าคนขับเมาหรือตกใจ รถเก๋งสีขาวหักเลี้ยวอย่างแรงจนเกือบชนทางเท้า
แต่ก็เห็นได้ชัดว่าคนขับมีทักษะไม่แย่นัก เขาเบี่ยงหลบได้ทันก่อนที่จะชนมันเข้าจริงๆ
ดูเหมือนว่าเป็นเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่แก้ไขได้ทันก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เหล่าคุณชายทั้งหลายจึงมองเป็นเรื่องตลกขบขันก่อนจะมองไปทางอื่น
แต่สีหน้าของอวี้เย่ากลับดูเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
เขาเคยเห็นรถคันนี้ในเมืองซื่อจิ่วมาก่อน
ตอนนั้นเขากำลังอยู่ที่งานเลี้ยงงานหนึ่ง และในระหว่างที่เขาออกไปสูดอากาศข้างนอก เขาก็เห็นอวี้ซีเหิงลงจากรถคันนั้น
เนื่องจากไม่สะดวกในการเดินทาง อวี้ซีเหิงจึงมีรถยนต์หลายคัน
อวี้เย่าเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง เขาทันเห็นใครบางคนเปิดกระจกรถแล้วโผล่หัวออกมาพอดี
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง
เขาหรี่ตาลง
เป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้หญิงอยู่ในรถของอวี้ซีเหิง
มันเป็นเรื่องเพ้อฝันยิ่งกว่าการที่ตระกูลอวี้สามารถเข้าไปในทวีปอิสระได้ซะอีก
ตนคงมองผิดไปมั้ง
เป็นเรื่องปกติที่จะมีรถที่คล้ายกันได้
อีกอย่างก็เป็นไปไม่ได้ด้วยที่อวี้ซีเหิงจะมาที่เมืองหลิน
อวี้เย่าคาบบุหรี่และไม่ได้สนใจอะไรอีก “อาจจะเป็นพวกเศรษฐีใหม่ที่เพิ่งซื้อรถก็ได้”
“ก็มีเหตุผล สงสัยยังไม่ทันจะได้ป้ายทะเบียนก็อยากจะเอามาขับอวดบนถนนแล้ว” เหล่าคุณชายรับคำ “แต่รถของเขาก็ไม่ได้หรูหราอะไรนี่ อย่างมากก็แค่เก้าแสน เศรษฐีใหม่แล้วยังไง คงเทียบพวกเราไม่ติดอยู่แล้ว”
ตระกูลชนชั้นสูงดูถูกตระกูลที่ร่ำรวย ตระกูลที่ร่ำรวยดูถูกพวกเศรษฐีใหม่ ห่วงโซ่การเหยียดหยามในแวดวงไฮโซมักเป็นแบบนี้มาตลอด
เหล่าคุณชายยิ้มพลางโอบไหล่ของอวี้เย่า “อาเย่า วันนั้นฉันก็ลืมถามไปเลย นายมาเมืองหลินครั้งนี้เพราะจะมาตามหายาให้คุณจี้เหรอ”
สีหน้าของอวี้เย่าอ่อนโยนลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงชื่อนี้ “อืม สุขภาพของเธอไม่ค่อยดี ต้องใช้ยาเยอะ ที่เมืองซื่อจิ่วมียาเหลือไม่มากแล้ว ฉันก็เลยให้คนเตรียมยาไว้หลายคันรถแล้วค่อยส่งกลับไป”
“อาเย่า ไม่ต้องกังวลไปหรอก” คุณชายคนหนึ่งพูดกับเขา “คุณจี้เป็นคนดี สวรรค์ย่อมคุ้มครองเธออยู่แล้ว เธอจะต้องหายป่วยแน่ๆ"
อวี้เย่าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม และราวกับว่าเขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาพลันอึมครึม “เธอจะไปร่วมงานฝังศพของท่านผู้เฒ่าจั่วด้วยหรือเปล่า”
“อ๋อ นายกำลังหมายถึงซือฝูชิง? เธอต้องไปสิ” คุณชายคนนั้นพยักหน้า “แต่ฉันได้ยินมาว่าเธอไปที่ห้องจัดงานศพ ไม่เพียงแต่ไม่ยอมสักการะศพแต่ยังไปยุ่งวุ่นวายรบกวนโลงศพของท่านผู้เฒ่าจั่วอีกด้วย”
“จิ๊ ถึงยังไงท่านผู้เฒ่าจั่วก็เป็นคนเลี้ยงดูเธอมาจนโต คนคนนี้หมดหนทางเยียวยาแล้วจริงๆ”
สีหน้าของอวี้เย่าเย็นชาลงเล็กน้อย “ถึงเวลานั้นก็อย่าให้เธอแตะต้องตัวฉัน”
“ไม่ต้องห่วง พวกเราจะจัดการให้แน่นอน” คุณชายที่อายุมากกว่าเขาตบอกรับรอง “หลังจากงานศพเรียบร้อย นายก็จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลจั่วแล้ว ด้วยสถานะอย่างเธอ ต่อไปถ้าเธออยากจะพบนายก็คงยากแล้ว”
ใช่ว่าใครจะสามารถเข้าสู่แวดวงศูนย์กลางของเมืองซื่อจิ่วได้ง่ายๆ
...
สิบเอ็ดโมงครึ่ง
เฟิ่งซานจอดรถที่หน้าร้านอาหารท้องถิ่นแห่งหนึ่ง
พวกเขาทั้งสามคนสวมหน้ากากและเสื้อผ้าธรรมดาๆ ไม่ต่างอะไรกับคนที่เดินผ่านไปผ่านมา
เถ้าแก่เนี้ยร้านอาหารท้องถิ่นกระตือรือร้นอย่างมาก แถมพวกเขายังเสิร์ฟอาหารเร็วมากด้วย
“เจ้าหอมและอวบอ้วนจริงๆ” ซือฝูชิงพูดกับเป็ดย่างจานหนึ่ง “ความใฝ่ฝันในชีวิตของฉันก็คือการได้กินเจ้าทุกวัน จะลงมือละนะ”
เฟิ่งซาน “...”
ความใฝ่ฝันในชีวิตของคนคนหนึ่งคือการได้กินเป็ดย่างทุกวันอย่างนั้นเหรอ
นั่นมันก็ง่ายเกินไปมั้ย!
เขายิ่งไม่เข้าใจวิธีคิดของซือฝูชิงมากขึ้นทุกทีแล้ว
อาหารของอวี้ซีเหิงนั้นเป็นอาหารเบาๆ เขากินแค่ซุปใสและของว่างจำนวนหนึ่งเท่านั้น
เขาเท้าคางมองซือฝูชิงที่กำลังกินเป็ดจนแก้มป่องผ่านไอร้อนจากถ้วยชา
อวี้ซีเหิงคิดเล่นๆ ว่าเวลากินเธอก็เหมือนจิ้งจอกน้อยอยู่เหมือนกัน
“เจ้านาย ฉันจะไปเดินดูรอบๆ หน่อยนะ ซือฝูชิงขยิบตาให้เขาหลังจากกินเสร็จแล้ว “ฉันจะไปซื้อยาให้คุณ”
ที่เธอบอกว่าจะช่วยรักษาอาการให้อวี้ซีเหิงไม่ใช่ความคิดที่ผุดขึ้นมาอย่างหุนหันพลันแล่น
อย่างไรเสียโรคที่ทำให้เธอคิดว่ารักษาได้ยากในโลกใบนี้ก็ไม่ได้มีอยู่มากนัก
อวี้ซีเหิงพยักหน้า “ไปเถิด”
“ต้องเบิกเงินนะ”
“อืม”
จากนั้นซือฝูชิงถึงได้จากไปอย่างเบิกบานใจ
อวี้ซีเหิงวางถ้วยชาลงก่อนจะเงยหน้าขึ้น “ไปจ่ายเงิน”
เฟิ่งซาน “...”
แม้ว่าบัตรธนาคารจะอยู่ที่เขาก็จริงแต่การปฏิบัติต่อพวกเขาทั้งสองคนออกจะแตกต่างกันเกินไปมั้ย!
...
ตกกลางคืน
ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง
เฟิ่งซานตรวจสอบทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก่อนจะเดินเข้าไปอย่างเบาเท้าไร้สุ้มเสียง “พี่เก้า คุณซือบอกว่าอีกสักพักเธอจะกลับมาครับ”
อวี้ซีเหิงกำลังอ่านหนังสือ พอเขาได้ยินอย่างนั้นก็เพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น
เฟิ่งซานไม่มีอะไรให้ทำ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างเงียบๆ และกดเปิดวิดีโอขึ้นมา
ตั้งแต่ที่เฟิ่งซานรู้ว่าซือฝูชิงทำหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้รายการหนุ่มสาววัยใส เขาก็ทำการรวบรวมข้อมูลเอาไว้มากมาย
แต่คำศัพท์และตัวย่อบางคำในวงการบันเทิงทำให้เขารู้สึกปวดหัวไปหมด เขาพยายามเรียนอยู่นานก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เหน็ดเหนื่อยยิ่งกว่าฝึกต่อสู้เสียอีก
เพลงประกอบหลักของรายการหนุ่มสาววัยใสดังขึ้น เสียงแหลมสูงพลันระเบิดขึ้นทันที เฟิ่งซานตกใจมากรีบกดปุ่มปิดเสียงฉับพลัน
แต่ก็สายไปเสียแล้ว
อวี้ซีเหิงช้อนสายตาขึ้นมองเขา “ดูอะไรอยู่”
เฟิ่งซานตกใจจนเหงื่อเย็นๆ ผุดออกมาทั่วแผ่นหลัง “...กำลังดูรายการของคุณซือครับ”
แย่แล้ว ทำเรื่องอื่นในเวลาทำงานยังไม่เท่าไรแต่นี่เขาดันดูรายการโชว์คัดเลือกคนที่มีความสามารถอีกต่างหาก เขาต้องถูกพี่เก้าไล่กลับไปแน่ๆ
อวี้ซีเหิงกลับเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยโดยไม่คาดคิด “เปิดขึ้นจอใหญ่ดูสิ”
เฟิ่งซาน “?”
เขาถามเพื่อยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดไป หลังจากที่เฟิ่งซานมึนงงอยู่พักหนึ่ง เขาก็เปิดเครื่องโปรเจคเตอร์และเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ
ข้อความแสดงความคิดเห็นต่างๆ ขึ้นพรืดเต็มหน้าจอ
[พี่เยี่ยนขา หนูมาแล้วค่า]
[พี่เยี่ยนเทพตลอดๆ ทิ้งห่างคนบางคนไปตั้งสิบล้านโหวตแล้ว ตำแหน่งเซนเตอร์สุดท้ายจะเป็นของใครยังไม่รู้กันอีกเหรอ]
[อ่า น่ารำคาญมาก เห็นซือฝูชิงอีกละ ลดซีนลงหน่อยได้มั้ยเนี่ย! ไม่อยากเห็นยัยนี่เลย!]
[เมื่อไหร่ซือฝูชิงจะตายๆ ไปซะที ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ความนิยมของพี่ชายฉันในหมู่คนทั่วไปจะลดลงอย่างนี้หรอ]
ความคิดเห็นเหล่านั้นครึ่งหนึ่งเป็นการยกย่องชื่นชมลู่เยี่ยน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นการด่าทอซือฝูชิงอย่างดุเดือด
“ผมจะปิดความคิดเห็นเดี๋ยวนี้” เฟิ่งซานขมวดคิ้ว “พี่เก้า ผมค้นดูแล้ว คนพวกนี้เรียกว่านักเลงคีย์บอร์ด เป็นพวกจิตใจสกปรกไม่มีสมองทั้งนั้น”
“ไม่ต้องหรอก” อวี้ซีเหิงเอ่ยบอก “ดูต่อเถิด”
สีหน้าของเขายังคงนิ่งสงบแต่แสงในดวงตาของเขากลับค่อยๆ จางหายไป
เฟิ่งซานที่ได้ยินเขาพูดอย่างนั้นก็ไม่ได้ปิดจอข้อความแสดงความคิดเห็น
[มาแล้วๆ มาดูกันว่าซือฝูชิงจะทำตัวเองขายหน้ายังไง]
[ฉันเห็นซือฝูชิงในรายการทุกอาทิตย์แล้วรู้สึกสับสนในตัวเองทุกทีเลย ฉันไม่อยากเห็นหน้าตาขี้เหร่ของเธอแต่ฉันก็อยากเห็นเธอทำตัวเองขายหน้า]
[ไม่มีใครอยากเห็นหน้าสดของเธอเลยหรอ เมื่อไรถึงจะลบเครื่องสำอางออกสักที หรือว่าหน้าตาขี้เหร่จนให้ใครเห็นไม่ได้เลยหรือเปล่า]
ข้อความแสดงความคิดเห็นเต็มไปด้วยดราม่าและการเย้ยหยันอยู่ตลอดเวลา
และตอนที่ซือฝูชิงประเมินให้มู่เหยี่ยได้เอฟ พวกแฟนคลับพลันบ้าคลั่งขึ้นมาทันที
[ซือฝูชิงรีบไสหัวออกไปได้ไหม เธอเหยียบย่ำรายการเรียลลิตี้ดีๆ จนกลายเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย]
[พี่มู่ออกจะเก่ง ร้องไม่ได้ เต้นไม่เป็นหรอ ซือฝูชิงมีสิทธิ์อะไรมาให้เอฟน่ะ?]
[ถ้าวันนี้ซือฝูชิงอธิบายเหตุผลดีๆ ไม่ได้ เดี๋ยวฉันจะส่งของเปื้อนเลือดไปให้เธอเอง (ยิ้ม)(ยิ้ม)]
บนหน้าจอเด็กสาวขยับไมโครโฟนด้วยท่าทางสงบ
[ซือฝูชิงกำลังจะตอบแล้ว ยิ้มแล้ว ไหนดูสิว่าเธอจะพูดว่าอะไร]
[ระวังขายขี้หน้า!]