เธอกลับมาเทพ

เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 21

#21เธอกลับมาเทพ

ตอนที่ 21 ทุกวันต้องสลัดตัวตนทิ้งและสืบอย่างบ้าคลั่ง

เธอประคองศีรษะตนเองค่อยๆ ลุกนั่งบนเตียงและพยายามสงบสติอารมณ์

ซือฝูชิงไม่ได้คิดว่าฝันนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลเลย

ในทางกลับกันมันกลับคลายข้อสงสัยของเธอเมื่อตอนกลางวันได้เป็นอย่างดี

เธอครุ่นคิดอยู่สองสามวินาที พยายามเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

ท่านผู้เฒ่าจั่วแย่งชิงโชคชะตาของเธอไปเพื่อตระกูลจั่ว

ไม่น่าแปลกที่ท่านผู้เฒ่าจั่วต้องเข้าโรงพยาบาลก่อนที่เธอจะบังเอิญฟื้นขึ้นมาพอดี

เพราะการที่เธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาทำให้ท่านผู้เฒ่าจั่วแย่งชิงโชคชะตาของเธอไปไม่ได้อีก เขาจึงได้รับผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรงและเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน

ซือฝูชิงพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

ก่อนหน้านี้ไม่นานท่านผู้เฒ่าจั่วยังบอกกับเธอว่า เขาจะแบ่งบริษัทของตระกูลจั่วให้เธอ อีกทั้งยังตั้งใจให้เธอดูพินัยกรรมเป็นพิเศษเพื่อให้เธออยู่กับตระกูลจั่วต่อไปได้อย่างวางใจอีกด้วย ที่เขาทำอย่างนั้นก็คงเป็นเพราะโชคชะตาของเธอนั่นแหละ

อย่างไรก็ตาม เพราะท่านผู้เฒ่าจั่วล้มป่วยและเสียชีวิตอย่างกะทันหันโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เขาจึงไม่มีเวลาแม้แต่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขพินัยกรรม

ช่างเป็นเรื่องที่น่าขำทีเดียว

สายตาของซือฝูชิงเย็นชาขึ้นมาทันที

แท้จริงแล้วที่ท่านผู้เฒ่าจั่วพาเธอมาอยู่บ้านตระกูลจั่วก็เพราะหวังในโชคชะตาของเธอ

ดังนั้นเขาที่รับเธอมาเลี้ยงเลยดูแลเธออย่างดี

แต่พอเธอถูกจั่วจงเหอ จั่วฉิงหย่าและคนอื่นๆ รังแก ท่านผู้เฒ่าจั่วก็จะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

การแสดงออกว่าดีต่อเธอแค่ภายนอกกลับจะสร้างปัญหาให้เธอมากกว่า

ศิษย์พี่ห้าของเธอเป็นปรมาจารย์หยินหยางเคยบอกเอาไว้ว่า คนที่ถูกแย่งชิงโชคชะตาไปนั้นร่างกายจะได้รับความเสียหายหรือกิจการที่ทำอยู่จะล้มเหลว

สรุปแล้วก็คือ เรื่องเลวร้ายอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ยกตัวอย่างเช่น แค่ดื่มน้ำก็สามารถสำลักน้ำตายได้แม้ว่าความเป็นไปได้จะน้อยมากก็ตาม

ดังนั้นวิธีการแบบนี้จึงถือเป็นวิชาสายมารในหมู่สำนักหยินหยางและเป็นที่ต้องห้ามอย่างเคร่งครัด ทว่าเธอกลับนึกไม่ถึงว่ามันจะมาปรากฏในที่ห่างไกลอย่างเมืองหลินแห่งนี้

ซือฝูชิงเลิกคิ้วขึ้น

น่าสนใจซะจริง

สงสัยจะต้องให้ใครไปตรวจสอบสักหน่อยแล้ว

ซือฝูชิงเก็บความคิดนั้นไว้ จากนั้นก็อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายอย่างง่ายๆ แล้วเดินออกไป

อวี้ซีเหิงและเฟิ่งซานนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว มีขนมปังอบใหม่ โจ๊กร้อนๆ และเครื่องเคียงง่ายๆ สองสามอย่างวางอยู่บนโต๊ะ

หลังจากที่ทักทายกันเสร็จ ซือฝูชิงก็นั่งลงจัดการอาหารเช้าอย่างมีความสุขโดยไม่มีท่าทีเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้น

โลกนี้กว้างใหญ่ก็จริง แต่เรื่องกินก็ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

หน้าผากของเฟิ่งซานกระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าบนศีรษะของเธอยังมีผมชี้กระดกอยู่เลย

ไม่ว่าจะเป็นที่จงโจวหรือในเมืองซื่อจิ่ว สุภาพสตรีคนไหนที่จะต้องพบกับอวี้ซีเหิงต่างก็ต้องใช้เวลาแต่งหน้าแต่งตัวกันหลายชั่วโมงด้วยกันทั้งนั้นเพราะพวกเธอกลัวว่าจะมีตรงไหนไม่ถูกต้องเหมาะสม

แต่เขาก็ยังไม่เคยเห็นใครที่ดูดีไปกว่าซือฝูชิงเลยสักคน

หลังจากที่พวกเขากินข้าวเช้าเสร็จแล้ว เฟิ่งซานก็ขนย้ายของที่เตรียมไว้ขึ้นรถ

ซือฝูชิงเดินตามอวี้ซีเหิงไปนั่งตรงเบาะหลัง

เช้าตรู่อากาศเย็นสดชื่น เธอได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกหอมหมื่นลี้ที่เผยให้เห็นถึงเสน่ห์น่าหลงใหลจากตัวของเขาอีกแล้ว

ข้างที่นั่งมีกล่องใบหนึ่งเปิดอยู่ ข้างในมีหน้ากากหนังมนุษย์สามชิ้น อวี้ซีเหิงพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวค่อยใส่”

“อืม สวมหน้ากากมันอึดอัด” ซือฝูชิงรับมันมาแล้วถอนหายใจ “เปลี่ยนตัวตนเลยจะดีกว่า”

เฟิ่งซานที่กำลังขับรถอยู่มือสั่นขึ้นมาทันที “เปลี่ยนตัวตน?”

“ใช่ จะว่าไปแล้วฉันพอรู้จักคนคนหนึ่ง” ซือฝูชิงพูดขณะสวมหน้ากาก “เขาสามารถเปลี่ยนเป็นใครก็ได้ที่เขาเห็น แม้แต่ม่านตากับลายนิ้วมือเขาก็ยังลอกได้เหมือนเปี๊ยบ พวกเราเรียกเขาว่ามนุษย์จำแลง”

เฟิ่งซาน “...คุณซือ คุณดูหนังแฟนตาซีมากไปหรือเปล่า”

คนคนนั้นยังเป็นคนอยู่อีกเหรอ

“นี่ยังไม่เท่าไรนะ” ซือฝูชิงเท้าคาง “ฉันยังรู้จักอีกคนหนึ่ง เธอมีความสามารถในการขโมยความทรงจำ ถ้านายเจอเธอให้รีบหนีอย่างไวเลย”

สีหน้าของเฟิ่งซานเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา

ซือฝูชิงหุบยิ้มก่อนจะทำหน้าตาจริงจัง “โทษที ฉันหยอกนายเล่นน่ะ เมื่อคืนฉันดูหนังเกี่ยวกับมนุษย์กลายพันธุ์มา”

เฟิ่งซาน “...”

เขาเกือบจะเชื่อแล้ว

หลังจากที่ซือฝูชิงสวมหน้ากากเรียบร้อยก็หันกลับไปและเห็นว่าอวี้ซีเหิงกำลังมองเธออยู่

ดวงตาของเขาลึกล้ำราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนมืดมิดที่เต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราย

การจ้องมองอย่างลึกซึ้งของเขาราวกับจะล้วงลึกเข้าไปถึงจิตใจของผู้คนและมองทะลุทุกสิ่งทุกอย่างได้

ร่างกายของซือฝูชิงยังคงผ่อนคลายสบายๆ ไม่ได้รู้สึกกดดันบีบคั้น เธอพูดขึ้นช้าๆ “เจ้านาย ฉันแนะนำให้คุณดื่มน้ำชาหวงฉีเก๋ากี้ให้มากๆ หน่อยนะคะ”

เฟิ่งซานประหลาดใจเล็กน้อย “ทำไมต้องดื่มน้ำนี่ด้วย”

ซือฝูชิงพูดราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “จะเพื่ออะไร ก็บำรุงไตไง”

เฟิ่งซาน “!”

สีหน้าของอวี้ซีเหิงยังคงเรียบนิ่ง “ทำไมต้องบำรุงไตด้วย”

“ตัวของคุณเย็น ชี่ในไตไม่พอ” ซือฝูชิงอธิบาย “ตัวเย็นส่งผลต่อสุขภาพค่อนข้างมาก”

ถ้าเขาตาย เธอก็ต้องไปหาบ้านใหม่อีก

ไม่คุ้มเลยจริงๆ

พอได้ยินอย่างนั้นเฟิ่งซานพลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันใด เขาเกือบจะลงจากรถและเก็บของให้ซือฝูชิงจากไปทันทีอยู่แล้ว แต่กลับเห็นว่าอวี้ซีเหิงไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง เขาอธิบายเสียงเรียบแทน “ฉันตัวเย็นมาตั้งแต่เด็ก ไม่เกี่ยวกับชี่ในไต”

“หืม?” ซือฝูชิงรู้สึกตื่นเต้นสนอกสนใจขึ้นมาทันที “ขอฉันตรวจดูหน่อยได้ไหมคะ”

อวี้ซีเหิงยกยิ้ม “ตามสบาย”

เขายื่นมือออกมาข้างหนึ่ง เผยให้เห็นบริเวณข้อมือของเขา

นิ้วของเขาเรียวยาว ข้อมือดูแข็งแรง

ซือฝูชิงหยิบกระดาษทิชชูออกมาจากกระเป๋าแล้ววางมันลงตรงข้อมือของเขาก่อนจะวางนิ้วมือตามลงไป

ข้อมือของเขากลับไม่เย็นเท่านิ้วมือ แถมยังค่อนข้างอุ่นอีกด้วย

ไม่กี่วินาทีต่อมาซือฝูชิงก็ขมวดคิ้ว

น่าแปลกจริงๆ

นอกจากอาการติดขัดเล็กน้อยของเส้นลมปราณที่ขาของเขาแล้ว ร่างกายส่วนที่เหลือนั้นเป็นปกติแถมยังแข็งแรงกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำ

แล้วอาการตัวเย็นของเขาล่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“เป็นมานานแล้ว” อวี้ซีเหิงพูดเสียงเรียบ “ไม่ได้มีปัญหาอะไร อย่าไปสนใจเลย”

เขากำลังจะชักมือกลับแต่ซือฝูชิงกลับยึดนิ้วเขาเอาไว้ตามสัญชาตญาณ “ไม่ได้สิ”

อวี้ซีเหิงมองดูการกระทำของเธออย่างสงบ “ทำไมหรือ”

ซือฝูชิงลองจับชีพจรอีกครั้งก่อนจะปล่อย “เจ้านาย คุณวางใจได้เลย ฉันจะรักษาคุณให้หายดีอย่างแน่นอน”

หาได้ยากที่จะได้พบเจอโรคประหลาดซับซ้อนที่เธอมองไม่ออกตั้งแต่แรกอย่างนี้ ถึงอย่างไรเธอก็ต้องขอศึกษาสักหน่อย

เฟิ่งซานที่นั่งเบาะหน้าถามอย่างไม่แน่ใจ “คุณซือเรียนหมอมาเหรอ”

ซือฝูชิงเงียบไปครู่หนึ่ง เธอไม่อธิบายใดๆ “อืม”

อวี้ซีเหิงลดสายตาลง

ทั้งๆ ที่ปกติเธอมีชีวิตชีวาและร่าเริง แต่ตอนนี้ท่าทางกลับดูห่อเหี่ยว

สายตาของเขาจับจ้องผมที่ยังกระดกชี้ขึ้นมาของซือฝูชิง หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีในที่สุดเขาก็ยื่นมือออกไปกดมันไว้

ซือฝูชิงมีปฏิกิริยาตอบสนองทันที เธอเอ่ยขึ้นเสียงแข็ง “หยุดนะ! อย่าแตะ เดี๋ยวมันจะสั้นลง”

อวี้ซีเหิงหยุดชะงักแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ขอโทษ”

เฟิ่งซานตกใจมากเสียจนขับรถตวัดเป็นรูปตัวเอส “...”

เขาเพิ่งค้นพบว่าแท้จริงแล้วหัวใจของเขาค่อนข้างอ่อนแอ

...

เพิ่งจะตีสี่ตีห้าฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว แต่สำหรับใครบางคนนั้น คืนวันอันแสนสุขเพิ่งจะสิ้นสุดลง

บรรดาคุณชายและเพื่อนพ้องพากันโอบไหล่กอดคอกันออกมาจากคลับ

อวี้เย่าเดินนำหน้าด้วยสีหน้าหม่นหมอง

“เอ่อ พี่เย่า ดูเหมือนว่าสองสามวันมานี้ซือฝูชิงไม่ได้มาหาพี่เลยนะ เธอจะต้องรู้สิว่าช่วงนี้พี่อยู่ที่เมืองหลิน” คุณชายที่ตามหลังเขามาพูดขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น “หรือว่าเธอเปลี่ยนใจแล้ว”

สีหน้าอวี้เย่าแสดงอาการหงุดหงิดไม่พอใจ “ไม่พูดถึงเธอได้ไหม”

“รู้แล้วๆ” พวกคุณชายยังคงหัวเราะยิ้มแย้ม “เธอเป็นใครกัน คู่ควรที่ไหน เฮ้ รถคันนี้ทำไมไม่แขวนป้ายทะเบียนล่ะ แล้วยังกล้าขับแบบนี้อีก ไม่กลัวว่าจะขับชนเหรอไง...”

อวี้เย่าได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองโดยไม่ได้ตั้งใจ

devc-f78f2e12-33002เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 21