เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 38
ตอนที่ 38 ซือฝูชิง: “ดูสิว่าใครกล้าขวาง”
พนักงานรู้กฎในวงการบันเทิงเป็นอย่างดี
เดิมทีในวงการนี้มีการแบ่งชนชั้นวรรณะอย่างหนักหน่วง
รายการหนุ่มสาววัยใสที่มีการลงทุนเม็ดเงินเหยียบหลายพันล้านเช่นนี้ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์อุปกรณ์ไม่พอใช้อยู่แล้ว
แต่พอหลินชิงเหยียนเอ่ยปาก พนักงานเลยทำได้แค่ปฏิบัติตามคำสั่งของเธอก่อน
ส่วนซือฝูชิงน่ะเหรอ
ใครจะไปสนใจล่ะ
หลังจากเซี่ยอวี้เดินจากไป พนักงานก็ส่ายศีรษะ
เสียดายก็แต่เซี่ยอวี้ที่ไม่รู้กฎเกณฑ์ในวงการบันเทิง แถมยังทำลายอนาคตของตัวเองอีกต่างหาก
เมื่อเซี่ยอวี้เดินกลับไปถึงห้องซ้อมเต้นก็พูดง่ายๆ เพียงประโยคเดียวเท่านั้น
ได้ยินเช่นนั้น สวี่ซีอวิ๋นก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “จะมากเกินไปแล้ว พวกเขาจงใจชัดๆ!”
ส่วนเด็กฝึกที่เหลือก็สีหน้าหม่นหมองลง
ทำอย่างไรได้ ใครใช้ให้พวกเขาไม่มีคนหนุนหลังล่ะ
สวี่ซีอวิ๋นเอ่ยเสียงทุ้ม “พี่เซี่ย ไม่งั้นพี่ไปเข้าคลาสกับเมนเทอร์หลินหรือเมนเทอร์หลีดีกว่า แบบนี้จะถ่วงเวลาพี่เอาได้”
เซี่ยอวี้เลิกคิ้วก่อนจะหันไปมองซือฝูชิง
ฉับพลันสองดวงตาดำสนิทของหญิงสาวก็ลุกเป็นประกายภายใต้ใบหน้าที่ถูกฉาบด้วยเครื่องสำอางแนวพังก์ร็อก
สีหน้าของเธอกลับยังคงราบเรียบดั่งแม่น้ำลึก ไร้ซึ่งอารมณ์อื่นๆ ปะปน
“เอ๊ะ งั้นก็พอดีเลย พวกเราออกไปข้างนอกสักหน่อยแล้วกัน” ซือฝูชิงบิดขี้เกียจอย่างช้าๆ แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ “หิวไหม กินอะไรไหม เล่นคีบตุ๊กตาไหม”
สวี่ซีอวิ๋น “???”
**
พวกเขาทั้งหกคนตามซือฝูชิงออกไปด้านนอกค่ายซ้อมอย่างเปิดเผย
นอกจากเซี่ยอวี้ คนอื่นๆ ต่างตกอยู่ในความฉงน
กระทั่งมาถึงร้านขายของกินเล่นที่ค่อนข้างสงบและห่างไกลแห่งหนึ่ง พวกเขาก็ได้รับตารางการฝึกซ้อมที่ซือฝูชิงจัดให้
“เมนเทอร์ซือสุดยอดไปเลย” สวี่ซีอวิ๋นซาบซึ้งใจสุดขีด “คุณเป็นมืออาชีพมากๆ เมนเทอร์ซือไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากที่ไหนเหรอ”
“กินของนายไปเงียบๆ เลย พูดให้มันน้อยๆ หน่อย”
“...”
เซี่ยอวี้พลิกกระดาษไปสองสามหน้า จู่ๆ จากท่าทีสบายๆ ของเขาก็ดูเคร่งขรึมขึ้นมา
ทันใดนั้นก็มีเสียงเหนียมอายดังขึ้น “ใช่...ใช่พี่เซี่ยหรือเปล่าคะ”
เซี่ยอวี้หันไป
หนุ่มน้อยดวงตาคมกริบ หน้าตาสะอาดหมดจดหล่อเหลา อีกทั้งรูปร่างยังดูดีมาก
ใบหน้าของเขาไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางมากมายซึ่งแตกต่างจากลู่เยี่ยน ชวนให้รู้สึกถึงความสดใสที่เปี่ยมล้นออกมา
สาวน้อยตกตะลึงปนดีใจ “เป็นพี่จริงๆ ด้วย!”
เธอกระชับกระเป๋าก่อนเดินก้าวขึ้นมา “ฉันขอถ่ายรูปกับพี่ได้ไหมคะ ไม่สิๆ ขอลายเซ็นก็พอ ถ้ารบกวนพี่คงไม่ดีแน่ๆ”
“ได้สิ” ซือฝูชิงกวักมือเรียกพร้อมยิ้มตาหยี “มาๆ”
สาวน้อยชะงักไป “ซือ...ซือฝูชิงเองเหรอ ทำไมเมนเทอร์ซือถึงพาพวกพี่เซี่ยออกมา...”
“อ๋อ ถูกไล่ออกมาน่ะ” ซือฝูชิงลูบคาง “แต่ไม่เป็นไร พวกเราอยู่ข้างนอกก็ซ้อมได้เหมือนกัน”
“งั้น...งั้นเมนเทอร์ซือต้องดูแลพี่เขาให้ดีๆ นะคะ” สาวน้อยกำหมัด “ถึงแม้เขาจะถูกรายการทอดทิ้ง แต่พวกเราไม่มีทางทอดทิ้งเขาเด็ดขาด! พวกเราต้องดันเขาเดบิวต์ขึ้นไปครองตำแหน่งเซ็นเตอร์ให้ได้!”
เธอไม่รอให้ซือฝูชิงพูดอะไรก็กอดกระเป๋าวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่วิ่ง เธอก็โพสต์ตั้งกระทู้บนแฟนเพจของเซี่ยอวี้
[เพื่อนๆ ฉันเจออาอวี้ด้านนอก เวลานี้พวกเขาควรกำลังซ้อมอยู่ถึงจะถูก คิดไม่ถึงว่าจะกำลังนั่งหารือเรื่องการฝึกซ้อมอยู่ร้านขายของกินเล่นด้านนอก พวกเขาต้องถูกทีมงานรายการรังแกแน่ๆ ขอนอกเรื่องว่าซือฝูชิงดูจริงจังมากๆ แถมยังถามความคิดเห็นของอาอวี้ทุกอย่าง ถึงแม้เธอจะไม่มีความสามารถแต่เธอต้องเป็นเมนเทอร์ที่ดีมากแน่นอน]
คอมเมนต์ตอบกลับด้านล่างเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
[โมโหมากจริงๆ! เด็กฝึกไม่มีสิทธิ์อะไรเลยเหรอ ทีมงานรายการบ้าอะไรกัน!]
[เฮ้อ พอจะมองออกว่าซือฝูชิงเองก็เป็นผู้เคราะห์ร้าย เดาว่ารายการคงจงใจเอาอาอวี้มาอยู่กลุ่มเดียวกับซือฝูชิงเพราะไม่อยากให้เขาเดบิวต์ พวกเราเลิกด่าซือฝูชิงดีกว่า ไม่งั้นคงตกหลุมพรางของทางรายการแน่ๆ]
[ไม่ใช่แค่ห้ามด่า แต่ต้องปกป้องเป็นอย่างดี ทีมงานรายการขยะ!]
หลังจากเซี่ยอวี้ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเรื่องใดเลยกินเสร็จก็เดินตามหลังซือฝูชิงไป พลางขบคิดบางอย่างขณะที่จับจ้องใบหน้าด้านข้างของเธอ
ตอนนี้พวกเขากำลังเดินทางกลับ
ตอนเดินผ่านธนาคารแห่งหนึ่ง จู่ๆ ซือฝูชิงก็พูดขึ้นว่า “รอฉันเดี๋ยว”
จากนั้นพวกเขาก็หยุดฝีเท้าลง
สักพักพวกเขาก็เห็นซือฝูชิงถือทองคำแท่งปึกหนึ่งเดินออกมาด้วยท่าทีสบายๆ
ทุกคน “...”
เซี่ยอวี้เองก็ “...”
ความจริงเขาไม่เข้าใจการกระทำของซือฝูชิงเลยสักนิด
ซือฝูชิงจัดการเอาทองคำแท่งที่แลกมายัดใส่กระเป๋า
เสี่ยวไป๋ที่กำลังนอนฟุบอยู่ในกระเป๋าแล้ววางอุ้งมือไว้ด้านนอกดวงตาพลันลุกวาว “เอ๋ง!”
มันรู้ว่าเจ้านายของมันดีที่สุดแล้ว
ซือฝูชิงสัมผัสสายตาหิวกระหายของเจ้าปี่เซียะได้ จึงเอ่ยเตือน “หนึ่งชิ้นต่อเดือน”
เสี่ยวไป๋ส่ายศีรษะพลางใช้อุ้งมือน้อยชูสามนิ้ว
ทองแท่งชิ้นเดียวจะไปพอยาไส้มันได้อย่างไร
“อ๋อ” ซือฝูชิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “งั้นแกก็ไปกินในฝันเอา ถึงแม้ความสามารถบางอย่างของฉันจะลดลง แต่ฉันซัดแกได้สบายๆ เลย”
เสี่ยวไป๋ “...”
มันเลียมือทั้งสองข้างด้วยท่าทีน้อยใจ
“ทำตัวน่ารักไปก็ไร้ประโยชน์” ซือฝูชิงไม่มีความปรานีเลยสักนิด “แกไม่รู้จริงๆ เหรอว่าตอนนี้ฉันจนมากขนาดไหน”
เสี่ยวไป๋ร้องเสียงเอ๋ง
ก็ได้ มันอดทนไว้ก่อนก็ได้
**
ในขณะเดียวกันเฟิ่งซานที่ได้รับรายงานจากธนาคารก็ตกอยู่ในความฉงน
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้าวขึ้นไปข้างหน้า เปิดปากพูดอย่างยากลำบาก “พี่เก้า คุณซือไปแลกทองคำแท่งจากธนาคารมาสิบหยวนครับ”
ในที่สุดอวี้ซีเหิงที่นั่งอยู่บนโซฟาก็เงยหน้าขึ้น “ทองคำแท่งงั้นหรือ”
นี่จึงทำให้เขามั่นใจว่าเจ้านั่นคือปี่เซียะจริงๆ
ดูท่าทางเจ้าปี่เซียะตัวนี้คงบาดเจ็บสาหัส มิเช่นนั้นคงไม่ต้องการทองคำแท่งมาเติมพลังมากมายขนาดนี้
“อืม” อวี้ซีเหิงเอ่ยเสียงทุ้ม “วันหลังก็จ่ายทองคำแท่งให้เธอแทนแล้วกัน”
เฟิ่งซานพยักหน้า
เก็บเป็นทองคำแท่งรักษามูลค่าได้ดีกว่าจริงๆ
ใช้ตบคนยังไม่เปลืองแรงมือเลย
“อาเก้า” อวี้ถังอ้าปากหาวขณะเดินลงบันไดมาข้างล่าง เธอเกาผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง “ยังเหลือข้าวกินไหมคะ”
อวี้ซีเหิงพลิกเอกสารในมือ เอ่ยเสียงเรียบ “ทำเอง”
“ค่ะ” อวี้ถังยู่ปากใส่ที “เมื่อวานฉันเจอพี่สามด้วย แต่ฉันไม่ได้บอกว่าอาเก้าอยู่ที่นี่”
“คุณชายอวี้เย่าเหรอ” เฟิ่งซานชะงัก “ตอนนั้นคุณหนูอวี้ถังกำลังกินข้าวอยู่กับคุณซือหรือเปล่า”
“ใช่ ชิงชิงเท่สุดๆ เลย” อวี้ถังสาธยายรอบหนึ่งด้วยสีหน้านับถือ “ทำไมชิงชิงถึงไม่เป็นผู้ชายนะ ถ้าเป็นฉันคงแต่งงานด้วยแล้ว”
อวี้ซีเหิงได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้น
“ขอโทษค่ะอาเก้า!” อวี้ถังตะโกนขอโทษเสียงดัง “ชิงชิงคู่ควรกับอาเก้ามากกว่า เหมาะกันมากๆ ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่แน่นอน!”
อวี้ซีเหิงกดตรงหว่างคิ้ว
โวยวายเรืองเหลวไหลอีกแล้ว
อวี้ถังลองปรึกษากับอวี้ซีเหิงดู “อาเก้ายกชิงชิงให้ฉันสักระยะหนึ่งได้ไหม”
อวี้ซีเหิงเหลือบมองเธอแวบหนึ่งด้วยสีหน้าที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใด
อวี้ถังตัวสั่นสะท้านราวกับถูกฮ่องเต้ทอดมอง “...รบกวนแล้ว ฉันไปกินมื้อเช้าดีกว่า!”
**
ภายในห้องซ้อมเต้นอีกฝั่งหนึ่ง
หลินชิงเหยียนกำลังซ้อมเต้นให้เหล่าเด็กฝึกอยู่
ส่วนด้านข้างเต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่เธอให้พนักงานช่วยขนมาจากห้องซ้อมเต้นสอง
เธอไม่ได้ขาดแคลน อีกทั้งไม่ได้ใช้งานด้วย
ซือฝูชิงไม่ยกเซี่ยอวี้ให้เธอ เธอก็จะทำให้ซือฝูชิงใช้ชีวิตอย่างไม่เป็นสุข
ถึงแม้เธอจะมองว่าเซี่ยอวี้ไปได้ไกล แต่เธอไม่มีทางทำลายผลประโยชน์ของตนเองเพียงเพราะเด็กฝึกที่ไม่ได้เป็นญาติมิตรคนหนึ่งแน่นอน
บรรดาเด็กฝึกหกคนของซือฝูชิง ต้องไม่มีใครได้เดบิวต์เลยสักคน
หลินชิงเหยียนเม้มปากยิ้ม
ซือฝูชิงมีความอดทนสูงเหมือนกันแฮะ
แต่ท่าทางที่กล้าต่อกรกับโปรดิวเซอร์อย่างเปิดเผยในวันนั้นคงเป็นการต่อต้านที่ถูกกดดันมานานมากกว่า
ไร้ประโยชน์จริงๆ
แก๊งๆ!
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะดังขึ้นมาจากบานกระจก
การเคลื่อนไหวของทุกคนภายในห้องซ้อมเต้นหยุดชะงักแล้วหันไปมองด้วยท่าทีประหลาดใจ
หญิงสาวยืนอยู่นอกหน้าต่างด้วยสีหน้าราบเรียบ
ไม่กี่วินาทีต่อมาประตูก็ถูกเปิดออก ซือฝูชิงเดินเข้ามาด้านใน
“เอ๊ะ เมนเทอร์ซือ เมนเทอร์ควรอยู่ห้องซ้อมเต้นข้างๆ ไม่ใช่เหรอ ทำไม่ถึงโผล่มาที่นี่ล่ะ” มู่เหยี่ยเอ่ยด้วยสีหน้าเย้ยหยัน “ไม่ใช่ว่าไม่รู้ทางแล้วมาผิดห้องหรอกใช่ไหม
หรือสุดท้ายเกิดรู้ตัวเองขึ้นมาเลยจะไม่เป็นเมนเทอร์แล้ว”
เด็กฝึกคนอื่นๆ พากันระเบิดเสียงหัวเราะ
“เมนเทอร์ซือมีอะไรเหรอ” หลินชิงเหยียนลุกขึ้นยืนแล้วถามด้วยรอยยิ้ม “มีปัญหาอะไรไหม ฉันช่วยได้นะ”
ตุ้บ...!
เก้าอี้ของหลินชิงเหยียนถูกถีบล้มลง
“มาขนไป” ซือฝูชิงพับแขนเสื้อขึ้นด้วยท่าทีผ่อนคลาย เชิดดวงตาจิ้งจอกขึ้น “เลือกที่พวกนายชอบแล้วขนไปได้เลย ดูสิว่าใครจะกล้าขวางทาง”