ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 25
ตอนที่ 24 นับแต่โบราณวีรบุรุษล้วนฉายแววแต่เยาว์วัย
สวีเช่อสีหน้าย่ำแย่ พูดขึ้นมาว่า “พวกเรารับมือไม่ไหวหรอก”
เยี่ยนเสี่ยวซีถอนหายใจ พลางพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของสหายร่วมรบ คนที่แข็งแกร่งที่สุดในหน่วยกองพลมังกรเร้นประจำเมืองเอกมณฑลแห่งนี้ก็คือตัวเธอเอง ตอนนี้หอกเจตจิตเพิ่งจะใช้พลังวิญญาณหมด ความสามารถในการต่อสู้ของเธอไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุด
ต่อให้ความสามารถของเธออยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ดี เยี่ยนเสี่ยวซีก็ไม่รู้ว่าสมควรจะรับมือกับกลุ่มเมฆแมลงประหลาดนี่อย่างไร ส่วนไอดำข้างใต้กลุ่มเมฆแมลง เธอยิ่งไม่อยากไปเผชิญหน้าสักนิด
“ฉันก็สู้ได้แค่ลิงธรรมดาเท่านั้น สถานการณ์แบบนี้คงได้แต่รอเบื้องบนส่งกำลังเสริมมาแล้ว”
ไม่นานหลัวซื่อไห่ก็ขับรถตามมาถึง เขากระโดดลงจากรถบรรทุกเจี่ยฟั่งแล้วทอดสายตามองครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ฉันจะเข้าไปสำรวจใกล้ๆ สักหน่อย พวกนายเฝ้าอยู่ตรงนี้”
หลัวซื่อไห่มีวิชากระจกวารีอำพราง เขาเหมาะกับบทบาททหารสอดแนมมากที่สุด
เยี่ยนเสี่ยวซีกับสวีเช่อถอยกลับไปที่รถบรรทุกเจี่ยฟั่ง พวกเขาเฝ้าอุปกรณ์สื่อสารทั้งสองชิ้นไว้ พวกเขาต่างไม่ใช่แมพเปอร์ เข้าออกเงาแห่งสรรพสิ่งตามใจไม่ได้ ทำได้เพียงใช้วิธีโง่เขลาที่สุดฝ่าทะลุเขตผนึก
ระยะห่างระหว่างเงาแห่งสรรพสิ่งกับโลกภายนอกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางทีโรงงานร้างธรรมดาๆ แห่งหนึ่ง เมื่ออยู่ที่นี่อาจจะขยายใหญ่กลายเป็นหลายสิบกิโลเมตร หากไม่มีเครื่องมือสื่อสาร ความอันตรายก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างยิ่ง บางทีพวกเขาอาจจะหลงติดอยู่ในที่แห่งนี้
หูฮวนหลบอยู่ในกระบะท้ายรถ เขาคอยสังเกตอยู่เงียบๆ ในโลกที่แปลกประหลาดและพิสดารแห่งนี้ สรรพสิ่งล้วนเป็นสีขาวดำ พืชพันธุ์ประหลาดนับไม่ถ้วนงอกงามอยู่บนทุ่งรกร้าง บางครั้งก็มองเห็นพืชสองต้นพันรัดอยู่ด้วยกันและกำลังฉีกกระชากกันเอง
เงาแห่งสรรพสิ่งเป็นเงาสะท้อนของโลกแห่งความเป็นจริง ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดจัดการปัญหาเงาแห่งสรรพสิ่งรุกรานโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างสมบูรณ์ ทำได้แต่ใช้เขตผนึกขัดขวางการแผ่ขยายของเงาแห่งสรรพสิ่งที่กัดกินโลกเท่านั้น
เพื่อไม่ให้เขตผนึกเกิดปัญหา พื้นที่ในโลกความเป็นจริงที่ทับซ้อนกับเขตผนึกต่างต้องอพยพย้ายแทบทั้งสิ้น โรงงานต้องย้ายโรงงาน ชาวบ้านต้องย้ายบ้าน โรงเรียนก็ต้องย้าย...
ทั้งยังต้องคอยปฏิบัติภารกิจ ‘กำจัด’ ในสถานที่เหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมา เพื่อพยายามไม่ให้ในสถานที่เหล่านี้มีแมลง สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยต่างๆ หลงเข้ามา ไม่เช่นนั้นไม่แน่ว่าเงาสะท้อนของพวกมันในเงาแห่งสรรพสิ่งอาจจะเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าหวาดกลัวอย่างที่สุดบางอย่างก็เป็นได้
ก็เพราะเหตุนี้ เขตผนึกจึงมีสัตว์น้อยยิ่งนัก แต่เมื่อมีสัตว์โผล่ขึ้นมาทีก็มักจะเป็นปีศาจที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
“เอ๋!”
ทันใดนั้นหูฮวนก็พบว่ามีจุดสีดำบินลอยมาจุดหนึ่ง เขาเพ่งสายตามองจึงเห็นว่ามันเป็นแมลงมีปีกตัวหนึ่ง เขาคิดในใจว่าแมลงที่อยู่ในโลกแห่งนี้ ต้องเป็นตัวประหลาดบางอย่างแน่
เขาแอบเอื้อมมือออกมากวักพร้อมกับใช้วิชาสูบโลหิต แมลงน้อยตัวนี้เหมือนชนถูกกำแพงล่องหน จู่ๆ มันก็ทิ้งหัวดิ่งลงเบื้องล่าง
หูฮวนไม่รู้สึกว่าตนเองดูดพลังชีวิตมาได้สักเท่าใดนัก เขาเดาว่าแมลงน้อยหนึ่งตัวคงมีพลังชีวิตน้อยเกินไป ดังนั้นมันจึงไม่มีผลอะไรมากนัก
หูฮวนจัดการแมลงน้อยตัวนี้เสร็จก็ใคร่ครวญว่าจะบอกทุกคนดีหรือไม่ ตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงหลัวซื่อไห่ตะโกนดังลั่น “รีบถอยเร็ว!”
อากาศสั่นไหวเบาๆ ร่างกำยำหนาเหมือนบานประตูของหลัวซื่อไห่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทุกคน
เขาคำรามเสียงดังอย่างตื่นตระหนกแล้วกระโดดขึ้นมาบนเจ้าแก่เจี่ยฟั่ง
สวีเช่อที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับตลอดเวลาออกรถอย่างไม่ลังเลสักนิด รถบรรทุกเจี่ยฟั่งเก่ากึกหันหัวกลับแล่นย้อนกลับไปตามทางที่วิ่งมา
เยี่ยนเสี่ยวซียังไม่ทันถามสักคำก็เห็นเมฆแมลงก้อนเล็กก้อนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามมาติดๆ อยู่ด้านหลัง
หลัวซื่อไห่คว้ามือจับประตูรถแล้วเหวี่ยงตัวขึ้นมาบนกระบะหลัง เขาตะโกนบอกพลทหารทุกนายว่า “ถอดเสื้อออก ถ้าเห็นมีแมลงไต่ขึ้นมาก็รีบปัดออกซะ อย่าให้แมลงพวกนี้ไต่ขึ้นมาบนตัว! แมลงพวกนี้มีพิษรุนแรงมาก ถ้าถูกกัดเข้า มีโอกาสแปดเก้าในสิบส่วนที่จะรักษาไม่ได้แล้ว”
เซียวเจี้ยนเซิงสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาคว้าตัวหลัวซื่อไห่ทันที จากนั้นก็พบว่าสหายร่วมรบเฒ่าคนนี้ร้อนผ่าวไปทั้งร่างและตัวสั่นไม่หยุด เขาร้องอย่างตกใจ “คุณถูกกัดมาเหรอ”
หลัวซื่อไห่พยักหน้าอย่างยากลำบาก จากนั้นเขาก็ล้วงกล่องบุหรี่เหล็กกล่องหนึ่งออกมาส่งให้เซียวเจี้ยนเซิง บอกว่า “ฉันจับมาได้ตัวหนึ่ง นายช่วยเก็บไว้แทนฉันที กลับไปก็มอบให้เบื้องบน ดูซิว่าพวกคุนหลุนจะวิจัยอะไรออกมาได้บ้างหรือเปล่า”
เซียวเจี้ยนเซิงไม่พูดอะไร เขาเก็บกล่องบุหรี่เหล็กไว้อย่างดี ยุคนี้มีบุหรี่เพียงไม่กี่แบบเท่านั้น กล่องบุหรี่ก็มีแต่ทรงกระบอกกลมที่ทำจากเหล็ก บนตัวพวกเขาต่างก็พกกันมาคนละหลายกล่อง กล่องบุหรี่เหล็กประเภทนี้เป็นสิ่งที่เบื้องบนแจกจ่ายมาให้เพื่อให้พวกเขาใช้เก็บรวบรวมเป้าหมายที่น่าจะมีคุณค่าด้านในเงาแห่งสรรพสิ่งได้ตลอดเวลา
ตอนเพิ่งขึ้นมาบนรถสีหน้าของหลัวซื่อไห่ยังนับว่าปกติ แต่ไม่นานสีหน้าก็ซีดลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นสีเทา แม้เขาจะพยายามฝืน แต่ดูแล้วอาการย่ำแย่อย่างยิ่ง คงจะบัญชาการรบต่อไม่ได้แล้ว
เซียวเจี้ยนเซิงรับช่วงสั่งการต่อทันที เขาตะโกนบอก “ถอดเสื้อผ้า!”
พลทหารทั้งหลายถอดเสื้อผ้าทันที พวกเขาต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด ทุกคนไม่ได้เพิ่งเข้ามาในเงาแห่งสรรพสิ่งเป็นครั้งแรก พวกเขารู้ว่าความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแต่ละอย่างในที่แห่งนี้ล้วนมีอันตรายซ่อนอยู่นับไม่ถ้วน ใครก็ไม่กล้าประมาททั้งนั้น
เซียวเจี้ยนเซิงถลันไปอยู่ท้ายรถ ในมือถือเครื่องแบบทหาร ท่าทางบอกชัดว่าจะเป็นโล่ชั้นแรกให้คนอื่น ด้านข้างของเขาคือจางจวี้หวา ทั้งสองคนเป็นคนที่มีวรยุทธ์ดีที่สุดในหมู่พลทหารที่ออกมาทำภารกิจครั้งนี้ พวกเขาย่อมต้องเป็นแม่ทัพนำอยู่หน้าเหล่าทหาร
แม้รถบรรทุกเจี่ยฟั่งจะถูกสร้างมาให้ทนทาน แต่ความสมดุลกลับแค่ดีพอใช้ ความเร็วของรถเองก็ไม่เร็วนัก อีกทั้งเจ้ารถคันนี้พอแล่นเร็วถึงหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้แต่ก้อนมูลลาก็ยังถูกรถทำให้กระเด็นกระดอนปลิวขึ้นฟ้าไปได้
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น กลุ่มแมลงที่รวมตัวหนาทึบราวกับเมฆก้อนน้อยๆ กลุ่มนั้นก็ไล่ตามมาจนจี้ประชิด
หูฮวนสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง ก่อนจะกระโดดพรวดลงจากรถบรรทุกพุ่งเข้าไปในฝูงแมลง
แม้เขาไม่รู้ว่าพิษของแมลงตัวน้อยเหล่านี้ร้ายกาจเท่าใด แต่ดูจากสภาพของหลัวซื่อไห่ก็พอจะรู้อยู่บ้าง หากฝูงแมลงกลุ่มนั้นบุกมาถึง พลทหารเหล่านี้คงมีไม่กี่คนที่รอดกลับไป
ใช้เครื่องแบบทหารปัดป้องจะรับประกันได้อย่างไรว่าไม่มีตัวไหนเล็ดลอดผ่านไป หากพลาดขึ้นมาเล่า
หากเขาไม่มีหนทางอะไรเลย หูฮวนคงไม่บุ่มบ่ามขนาดนี้ แต่เขามีหนทางอยู่ เมื่อครู่เขาลองดูแล้ว วิชาสูบโลหิตเอาชนะแมลงตัวน้อยเหล่านี้ได้
แม้ทำเช่นนี้จะเปิดเผยความลับบางอย่างของเขา แต่หูฮวนไม่คิดว่าความลับเล็กน้อยนั่นของตัวเขาจะสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของทหารเหล่านี้
เซียวเจี้ยนเซิงตะโกนอย่างตกใจ จางจวี้หวาก็ตะลึงงันเช่นกัน แต่เมื่อทั้งสองคนมองสบตากัน พวกเขาก็ได้แต่กัดฟันกรอดข่มเสียงไว้ หากตอนนี้ให้สวีเช่อเลี้ยวรถกลับไป ถึงพวกเขาสองคนไม่กลัวที่จะต้องสละชีวิต แต่พลทหารที่เหลือคงไม่รอดกลับไปสักคน การเสียสละของหูฮวนจะสูญเปล่า
“เจ้าเด็กนี่!”
“ช่างเป็นคนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”
“เขายังเป็นเด็กน้อยอยู่แท้ๆ กลับไปคงบอกกล่าวกับครอบครัวเขาลำบากแน่!”
พลทหารสิบกว่าคนบนท้ายรถต่างดวงตาแดงก่ำ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นสหายร่วมรบเสียสละชีพ แต่การเสียสละที่เสมือนกับเอาตัวเองเข้าไปขวางคมหอกเช่นนี้ พวกเขาเพิ่งจะพบเจอกับตัวเองเป็นครั้งแรกจริงๆ
หลัวซื่อไห่ที่ใกล้จะสลบ สวีเช่อที่ขับรถกับเยี่ยนเสี่ยวซีที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับยังไม่รู้เรื่องที่หูฮวนกระโดดลงไปจากรถ สวีเช่อท่าทางเหมือนนักขับรถผู้ชำนาญ เขาขับเจ้าแก่เจี่ยฟั่งได้ทั้งว่องไวทั้งนิ่ง
หูฮวนกลิ้งตัวไปกับพื้น จากนั้นก็กางสองแขนออกวิ่งเข้าใส่ฝูงแมลง แมลงน้อยนับไม่ถ้วนบินเข้ามาใกล้ ทันใดนั้นพวกมันก็ถูกวิชาสูบโลหิตดึงเอาพลังชีวิตไป พวกมันทยอยร่วงตกบนพื้นดินราวกับเม็ดฝน
วิชาสูบโลหิตไม่ใช่วิชาสายป้องกัน แม้หูฮวนจะใช้วิชาสูบโลหิตออกมาจากทั่วร่าง แต่ก็ยังป้องกันแมลงไม่ได้ทั้งหมด จู่ๆ เขาก็เจ็บแปลบที่น่องข้างซ้าย เขาถูกแมลงตัวหนึ่งกัดเข้าให้แล้ว