ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 3
ตอนที่ 2 วันสิ้นโลกมาเร็วกว่ากำหนด
ปีนี้คือปี ค.ศ. 1993 วันที่ 1 เดือนมกราคมของปีนี้ มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย
ประเทศเชโกสโลวาเกียแบ่งออกเป็นประเทศเช็กเกียและประเทศสโลวาเกียอย่างเป็นทางการ
‘กฎหมายประมวลรัษฎากรแห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน’ ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
บริษัทสตาร์ เรคคอร์ด[footnoteRef:1]ก่อตั้งขึ้นในฮ่องกง [1: บริษัทสตาร์ เรคคอร์ด (星光唱片公司) ค่ายเพลงของฮ่องกงที่ก่อตั้งในปี 1993 และเลิกออกผลงานในปี 1996 เคยมีนักร้องผู้โด่งดังจำนวนไม่น้อยอยู่ในสังกัด ตัวอย่างเช่น หลี่เค่อฉิน (Hacken Lee) เจ้าของเพลง Look Back (回首) และ House of Cards (纸牌屋)]
สถานีโทรทัศน์เจ้อเจียง[footnoteRef:2]ออกอากาศช่องโทรทัศน์เฉียนเจียงอย่างเป็นทางการ [2: สถานีโทรทัศน์เจ้อเจียง สถานีโทรทัศน์สังกัดมณฑลเจ้อเจียง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบกิจการออกอากาศสัญญาณโทรทัศน์และผู้ผลิตรายการโทรทัศน์และสื่อบันเทิง ติดอันดับ 500 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน]
ช่อง CCTV-2 ถูกกำหนดให้เป็น ‘ช่องข่าวทั่วไปที่มีข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจเป็นหลัก’ ชื่อช่องถูกระบุว่า ‘ช่องข่าวเศรษฐกิจและข่าวสารทั่วไป’
เมืองเซินเจิ้นสลายอำเภอเป่าอาน ตั้งเป็นเขตเป่าอานกับเขตหลงกั่ง...
แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับหูฮวนผู้เป็นเด็กนักเรียนมัธยมต้นคนนี้
เรื่องที่เขากลัดกลุ้มที่สุดในตอนนี้ก็คือสงสัยว่าตนเองป่วย แถมยังป่วยเป็นโรคจิตเภทขั้นร้ายแรงเสียด้วย ปกติแล้วโรคอย่างโรคจิตเภทพอเป็นขึ้นมาก็มักจะรักษาไม่หาย นี่จึงเป็นเรื่องที่ชวนให้คนว้าวุ่นใจอย่างยิ่ง
นอกจากจะมีเศษชิ้นส่วนความทรงจำอันน่าเหลือเชื่อสารพัดเรื่องโผล่ขึ้นมาในสมองอยู่บ่อยครั้งแล้ว ระยะนี้หูฮวนก็มักจะสัมผัสได้ว่ามีบางคน...หรือบางสิ่งกำลังเรียกหาตนเองอยู่
ความรู้สึกคล้ายกับว่าเขามีคู่หมั้นคู่หมายตั้งแต่เด็กที่พลัดพรากจากกันไปนานหลายปีทำนองนั้นเลยทีเดียว
หูฮวนทิ้งขยะเสร็จก็ซุกมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วยืนเหม่อลอย
พ่อของเขาเป็นผีพนัน แถมยังเป็นผีพนันประเภทที่เปิดบ่อนอีกต่างหาก
ส่วนแม่เป็นอันธพาลสาวฝีมือไม่ธรรมดา สมัยเป็นวัยรุ่นเคยถือปังตอไปฉะเดี่ยวกับผู้ชายตัวหนาล่ำบึ้กสองคน ทั้งยังเป็นฝ่ายฟันฝ่ายตรงข้ามจนเลือดท่วม ไล่อีกฝ่ายจนหนีเตลิดตั้งแต่หัวซอยจดท้ายซอย
เด็กคนไหนเกิดมาในครอบครัวที่เละเทะเช่นนี้ย่อมเป็นโศกนาฏกรรมอย่างแท้จริง ดูสิ เขาเพิ่งเป็น เด็กหนุ่มอายุสิบสองก็สงสัยว่าตัวเองเป็นโรคจิตเภทแล้ว!
แล้วชีวิตในอนาคตจะทำอย่างไรดี
ยุคนี้อินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายในประเทศจีน ร้านอินเตอร์เน็ตยังไม่โผล่มาให้เห็น เกมเซ็นเตอร์ต่างหากที่ผู้คนนิยมพาลูกหลานไปเล่นสนุก แต่ครอบครัวไม่มีแม้แต่เศษเงินเท่านี้จะมอบให้เขา
หูฮวนไม่มีเงินไปเกมเซ็นเตอร์ แต่เขาก็ไม่อยากกลับบ้าน
“นี่ฮวนฮวนไม่ใช่เหรอ”
“เป็นไงบ้างพวก!”
“ไปหาอะไรสนุกๆ ทำด้วยกันไหม”
ชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีที่แต่งตัวบอกยี่ห้ออันธพาลสามคนเห็นหูฮวนปุ๊บก็เข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตร
หูฮวนหักเลี้ยวเดินจากไปทันที เขาไม่อยากข้องแวะกับคนพวกนี้มากนัก
ชายหนุ่มสามคนนี้มักโผล่มาที่บ่อนของบ้านเขาอยู่เสมอ พวกเขาเป็นแบบฉบับของคนไม่ดีอย่างชัดเจน
ชายหนุ่มที่เป็นลูกพี่เห็นหูฮวนไม่อยากจะสนใจพวกตนก็ผิวปากเสียงดัง ทำท่าทางลำพองนิดๆ เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองลำพองใจเรื่องอะไร แต่เขารู้สึกว่าการทำให้หูฮวนหันหน้าหนีได้เป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจมากทีเดียว
“ฮวนฮวน อย่าเพิ่งไปสิ!”
“นั่นสิ มาเล่นกับพวกพี่ชายก่อน”
“เดี๋ยวพี่ชายจะพานายไปลองทำเรื่องสนุกๆ เอง”
พอชายหนุ่มทั้งสามคนเย้าแหย่ หูฮวนก็สับขาเดินเร็วขึ้นกว่าเดิม เขาเกลียดชื่อเล่น ‘ฮวนฮวน’ นี่มากที่สุด คงไม่มีใครชอบถูกเรียกด้วยชื่อเล่นที่เหมือนสุนัขอย่างแน่นอน
ทว่าเขาเพิ่งเดินหนีมาได้ไม่ไกล นักเรียนมัธยมปลายเจ็ดแปดคนก็ปราดเข้ามาขวางทาง คนที่เป็นหัวโจกรูปร่างทั้งสูงทั้งใหญ่ โหนกแก้มปูดนูน เขายิ้มอย่างชั่วร้ายแล้วถามว่า “พี่เต้าหลินพูดกับแกอยู่นะ ทำไมแกไม่รู้จักมารยาทซะบ้าง”
ชายหนุ่มทั้งสามคนหน้าเปลี่ยนสีเหมือนถังย้อมสีพร้อมกันในทันใด คนที่เป็นลูกพี่ตะโกนเสียงดัง “ไอ้ลูกกระต่าย อย่าให้มันมากเกินไปนัก!”
เด็กนักเรียนมัธยมปลายรูปร่างสูงใหญ่โหนกแก้มนูนคนนั้นคิดว่าประโยคนี้เป็นคำพูดสนับสนุนการกระทำของตนเอง จึงยิ้มอย่างลำพอง เอ่ยขึ้นมาว่า “พี่เต้าหลินคงโกรธ...”
ทว่ายังไม่ทันพูดจบประโยคดี เขาก็ได้ยินเสียงหนักๆ เสียงหนึ่ง ปั้ก! จู่ๆ ร่างกายกำยำของตนก็ลอยขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะหมดสติ ในหัวเขามีความคิดเพียงอย่างเดียว พี่เต้าหลินถีบผมทำไม
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าพี่เต้าหลินถีบเด็กมัธยมที่มาขวางทางจนปลิวไปแล้ว เหงื่อเย็นก็ไหลชุ่มศีรษะก่นด่าว่า “พวกแกเป็นลูกกระต่ายจากบ้านไหนถึงกล้ามาขวางทางพี่ฮวน ไม่รู้เหรอว่าครึ่งหนึ่งของเมืองนี้เป็นของบ้านพี่ฮวน”
แก๊งเด็กนักเรียนมัธยมปลายถูกด่าก็สับสนมึนงง พวกเขาไม่รู้จริงๆ ว่าหูฮวนเป็นใคร คิดไม่ถึงว่าพวกตนประจบเอาใจพี่เต้าหลินตามหัวหน้าของตัวเองอยู่ดีๆ ดันกลายเป็นประจบเจอตีนเสียได้
หูฮวนไม่สนใจคนพวกนี้ เขาเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก หลังจากนั้นไม่กี่นาที เขาก็พบว่าตนเองเผลอเข้ามาในเขตของโรงงานที่ถูกทิ้งร้าง โรงงานแห่งนี้อยู่ใกล้กับสนามเด็กเล่นแห่งหนึ่ง ตอนยังเล็กหูฮวนมักจะมาเล่นที่นี่ สมัยนั้นโรงงานแห่งนี้ยังมีผู้คนคึกคัก
ทันใดนั้นความทรงจำประหลาดนับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นมาในสมองของหูฮวนอย่างไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้า ภาพที่ไม่ปะติดปะต่อกันมากมายถูกยัดเข้ามาในรวดเดียว ราวกับชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งถูกทุบจนแตกกระจายเป็นเศษเสี้ยวนับล้านแล้วถูกสุ่มยัดเข้ามาในหัว ความรู้สึกนี้ย่ำแย่อย่างยิ่ง
สมองของหูฮวนเหมือนถูกเข็มเหล็กที่เผาจนแดงทิ่มแทงสามพันหกร้อยหน เจ็บปวดจนต้องคู้ตัวนั่งกับพื้น
เศษชิ้นส่วนความทรงจำที่ผุดพรายในสมองเหมือนจะเกี่ยวข้องกับองค์กรลับบางแห่ง ในองค์กรแห่งนั้นมีผู้คนแปลกประหลาดสารพัดแบบ สัตว์ประหลาดชนิดใดก็มีทั้งสิ้น บ้าบอคอแตกอย่างยิ่ง น่าเหลือเชื่ออย่างที่สุด
“บ้าไปแล้ว! ไอ้โรคนี้มันชักจะกำเริบบ่อยขึ้นทุกที คงต้องไปหาหมอจริงๆ แล้ว กลับไปขอเงินแม่สักหน่อยก็แล้วกัน”
ความเจ็บปวดนี้มาเยือนรวดเร็วนัก แต่ก็จากไปอย่างรวดเร็วนักเช่นกัน เพียงไม่กี่นาทีมันก็หายไป
หูฮวนอดทนต่อ ‘อาการโรคกำเริบ’ เขาหอบหายใจพลางเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นยืนก็ถูกของสิ่งหนึ่งบนพื้นดึงดูดสายตา มันจมอยู่ในดินโคลนมาไม่รู้เนิ่นนานเท่าใดแล้ว โผล่ออกมาเพียงเปลือกนอกสีอำพัน
หูฮวนเกิดความสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาชั่วขณะ เขาหากิ่งไม้กิ่งหนึ่งจากด้านข้าง ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ขุดสิ่งนั้นออกมาได้สำเร็จ
มันเป็นเปลือกหอยที่มีลักษณะขดเป็นเกลียวขนาดเท่าฝ่ามือชิ้นหนึ่ง แต่หูฮวนไม่เคยเห็นเปลือกหอยที่งดงามเท่านี้มาก่อน เปลือกด้านนอกของมันมีลายเส้นสีทองมากมายดูคล้ายงานฝีมือ ไม่เหมือนของธรรมชาติแม้แต่น้อย
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในสมองของหูฮวน เจ้านี่จะขายได้ไหมนะ
แต่จากนั้นเขาก็ล้มเลิกความคิดนี้ทันที เขารู้สึกคุ้นเคยกับเปลือกหอยชิ้นนี้อย่างน่าประหลาด ราวกับว่ามันเป็นสิ่งของที่เขาใช้มาเนิ่นนานจนเกิดความผูกพัน
ช่างเถอะ อย่าหมกมุ่นคิดแต่จะขายของหาเงินนักเลย เปลือกหอยที่สวยขนาดนี้ เก็บไว้เล่นเองก็แล้วกัน หูฮวนยัดเปลือกหอยเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ขณะที่กำลังคิดจะหาสถานที่สักแห่งฆ่าเวลาจนกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็นค่อยกลับบ้าน จู่ๆ ท้องฟ้าบริเวณใกล้ๆ ก็มืดลงอย่างกะทันหัน
คล้ายกับว่ามีใครบางคนหมุนเวลาให้เร็วขึ้นหลายสิบเท่า จนท้องฟ้าที่แต่เดิมสมควรมืดลงช้าๆ กลับถูกรัตติกาลอันเงียบเชียบบุกเข้ายึดครองด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพียงชั่วพริบตาความมืดก็แผ่ปกคลุมโรงงานร้างทั้งหมด
แรกเริ่มหมอกสีดำหนาทึบยังเบาบางประดุจสายหมอก ทว่าต่อมามันก็โอบคลุมฟ้าดินจนมิด
สถานการณ์นี้ไม่ปกติอย่างแน่นอน
ตัวโรงงานร้างที่ถูกความมืดโอบล้อมดูทรุดโทรมกว่าเดิมสิบเท่า เด็กน้อยสองสามคนที่เล่นอยู่ในเขตโรงงานร้างหายไปแล้ว สภาพตอนนี้ราวกับวันสิ้นโลกมาเยือน
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย กลางวันแสกๆ อยู่ดีๆ วันสิ้นโลกจะมาเยือนได้ยังไง คัมภีร์ไม่ได้บอกว่าปี 1999 ถึงจะมาหรอกเหรอ”
เขาใช้เวลาก้มลงเก็บเปลือกหอยเพียงไม่กี่นาที โลกทั้งใบก็มืดสนิทราวกับน้ำหมึก แยกแยะทิศทางไม่ออกอีกต่อไปแล้ว
หูฮวนกำเปลือกหอยในมือแล้วเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อตามสัญชาตญาณ เขาลองยื่นเท้ากวาดไปบนพื้น แต่กลับไม่เจอกิ่งไม้เมื่อครู่แล้ว
เขาลังเลครู่หนึ่งก็เลิกลองแล้วค้อมตัวให้ต่ำเล็กน้อย นี่เป็นท่าเตรียมตัวต่อสู้ในความมืดที่มารดาบังเกิดเกล้าที่บ้านสอนมา
“นี่มันเกิดแผ่นดินไหวหรือพายุ หรือว่าพายุไต้ฝุ่น...
...คงไม่ใช่ว่าพวกจักรวรรดินิยมอเมริกาใช้ระเบิดนิวเคลียร์ หรือว่าทิ้งอาวุธเคมีลงมาหรอกใช่ไหม”