ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 4
ตอนที่ 3 ท่านราชาวานร
ในตำราเรียนสมัยยุคเก้าศูนย์มีสอนความรู้พื้นฐานว่าควรจะช่วยเหลือตนเองอย่างไรยามเผชิญหน้ากับระเบิดนิวเคลียร์กับอาวุธเคมีอยู่จริงๆ ขอเพียงเป็นคนที่พอจะรู้หลักวิทยาศาสตร์อยู่บ้างย่อมทราบว่าความรู้เหล่านี้ล้วนไร้ประโยชน์หากเผชิญกับการโจมตีรุนแรงระดับนั้นเข้าจริงๆ
ความรู้สึกกดดันที่มาพร้อมกับความมืดมิดทำให้ร่างกายของหูฮวนเครียดเกร็งราวกับสายธนู เขาตั้งท่าคอยระวังภัย โลกสีดำสนิทนำมาซึ่งความกดดันที่หาถ้อยคำมาพรรณนาไม่ได้ มันทำให้รู้สึกเหมือนกับถูกโลกทั้งใบทรยศหักหลัก ทำให้มนุษย์รับรู้ถึงความต้อยต่ำและเล็กจ้อยของตัวเอง
หูฮวนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองกำลังเต้น หัวใจที่เต้นรัวกว่าปกติเล็กน้อยบ่งบอกว่าภายในใจของเขาหวาดกลัวมากเพียงใด
ทว่าทันใดนั้นก็เกิดคลื่นกระเพื่อมแผ่วเบาไกลออกไปทางฝั่งขวามือของหูฮวน จุดสีเทาอ่อนจุดหนึ่งปรากฏขึ้น จุดสีเทาอ่อนจุดนี้คล้ายกับกดถูกสวิตช์อะไรบางอย่าง ฉับพลันทันใดโลกก็เริ่มถูกย้อมด้วยสีขาวกับสีดำ ผ่านไปไม่นานนักโลกทั้งใบก็กลายเป็นสีขาวดำ
รอบตัวกลายเป็นทะเลทรายรกร้างหน้าตาประหลาด ต่อจากนั้นไม่นานพืชสีแดงคล้ำก็งอกขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง มีทั้งเถาวัลย์ ต้นไม้ พุ่มหญ้ารกและดอกไม้รูปร่างแปลกพิกล
เถาวัลย์เส้นหนึ่งทะลุดินโผล่ขึ้นมาตรงเท้าของหูฮวน ลำต้นบิดม้วนของมันงอกขึ้นมาด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ จากนั้นก็เลื้อยขึ้นมาพันเกี่ยวร่างของเขาอย่างว่องไว
เถาวัลย์เส้นนี้ราวกับมีชีวิต เส้นเถาวัลย์มันลื่นของมันไต่ขึ้นมาบนร่างของหูฮวน จากนั้นหนวดเล็กๆ ที่งอกอยู่บนนั้นก็ทิ่มแทงในผิวของเขาแล้วเริ่มสูบเลือดอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่นั่นคงไม่มีผู้ใดทานทนไหว
หูฮวนขนหัวลุก เขาเอื้อมมือออกมาคว้าเถาวัลย์แล้วกระชากออกอย่างแรง แต่เถาวัลย์เส้นนี้กลับบิดตัวขัดขืนไม่หยุดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องร้องสยองขวัญ
“ทำไมดึงไม่ขาดล่ะเนี่ย”
หูฮวนออกแรงเพิ่ม ฝ่ามือขูดกับเถาวัลย์จนเลือดซิบ เขาคิดแต่อยากจะดึงพืชหน้าตาน่ากลัวต้นนี้ออกไปจากร่างของตนเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ดึงไม่ขาดเสียที เถาวัลย์เส้นนี้เหนียวกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้
ระหว่างที่เถาวัลย์กรีดร้องเสียงแหลมน่ากลัว ลำต้นของมันก็ยิ่งบีบรัดแน่นขึ้น เส้นเถาวัลย์ทะลวงขึ้นมาจากพื้นดินไม่หยุด มันงอกเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนรัดร่างกายท่อนล่างของหูฮวนไว้เกือบมิด จากนั้นก็เลื้อยขึ้นมาเหนือเอวอย่างบ้าคลั่ง
นี่ฉันจะตายแล้วเหรอ หูฮวนเสียเลือดมากขึ้นทุกที เรี่ยวแรงที่ดิ้นรนเบาลงเรื่อยๆ ในตอนที่เขาสิ้นหวังนั่นเอง แสงสีทองก็ฉายวาบออกมาจากด้านในกระเป๋าเสื้อ
ทันทีที่เถาวัลย์ถูกแสงสีทองห้อมล้อม มันก็กรีดร้องเสียงแหลมและบิดดิ้นไม่หยุด มันเลิกสูบเลือดหูฮวนแล้วคลายตัวออก คิดจะหนีกลับลงไปใต้ดิน แต่กลับถูกพละกำลังสายหนึ่งลากมันออกมาจากพื้นดินทีละนิ้วๆ
เมื่อมันถูกลากออกมาจากพื้นจนหมด หูฮวนก็ตกตะลึงนิ่งอึ้ง เขาไม่เคยคิดเลยว่าเถาวัลย์เส้นหนึ่งจะยาวได้ถึงหลายร้อยเมตร แล้วยังแตกกิ่งออกมาได้มากมายนับไม่ถ้วน
เถาวัลย์ประหลาดเส้นนี้ขยับไปมาอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางแสงสีทอง มันดูเหมือนสัตว์ประหลาดตัวเป็นๆ ที่มาจากอวกาศ
แสงสีทองลากเถาวัลย์ออกมาจนหมดก่อนจะค่อยๆ หดขนาดลงล้อมเถาวัลย์ปีศาจเอาไว้ สุดท้ายมันก็ส่งเสียงดังฟึบแล้วหดกลับไปในกระเป๋าเสื้อ
หูฮวนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เขารู้สึกโชคดีแต่ก็รู้สึกหวาดกลัวตามหลังอยู่เล็กน้อย เมื่อครู่เขาอยู่ห่างจากความตายเพียงเส้นคั่นอย่างแท้จริง เขาเกือบจะถูกเถาวัลย์ดูดเลือดหน้าตาประหลาด ‘กิน’ เข้าไปแล้ว
เขาเอื้อมมือมาลูบกระเป๋าเสื้อ เปลือกหอยที่เพิ่งเก็บมาได้นอนนิ่งอยู่ด้านใน มันช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ด้วยการจับเถาวัลย์ดูดเลือดประหลาดเข้าไป
เปลือกหอยค่อยๆ กลับมานิ่งสงบ หลังจากแสงสว่างหดกลับเข้าไป มันก็ดูเหมือนไม่มีสิ่งใดพิเศษแม้แต่น้อย แต่หูฮวนรู้ว่าเจ้าสิ่งนี้จะต้องมีความเป็นมาไม่ธรรมดาแน่นอน
เปลือกหอยชิ้นนี้...เป็นของวิเศษในตำนานหรือเปล่า เขาไม่เข้าใจอย่างสิ้นเชิงว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมตัวเขาอยู่ที่โรงงานร้างอยู่ดีๆ กลับมาโผล่ที่ทุ่งรกร้างแปลกประหลาดน่าหวาดกลัวแห่งนี้ แล้วยังมีพืชปีศาจหน้าตาประหลาดนั่นอีก
“ที่นี่มันที่ไหนกันแน่”
หูฮวนลองขยับร่างกาย พอแน่ใจว่าแม้จะเสียเลือดไปไม่น้อยแต่ร่างกายไม่มีอะไรผิดปกติ เขาก็พรูลมหายใจออกมาเงียบๆ
ทว่าหูฮวนยังไม่ทันปรับลมหายใจให้กลับมาสม่ำเสมอ จู่ๆ วานรหน้าตาดุร้าย ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามมีขนสีเหลืองทั่วตัวก็วิ่งสี่เท้าออกมาจากความว่างเปล่าพร้อมกับลมหายใจสีดำที่พ่นออกมาจากจมูก
หูฮวนไม่เคยเห็นลิงตัวใหญ่เท่านี้มาก่อน
วานรยักษ์ขนสีเหลืองตัวนี้สูงมากกว่าห้าเมตร อีกทั้งนั่นยังเป็นความสูงที่วัดยามอุ้งเท้าทั้งสี่ของมันแตะอยู่บนพื้น
ภาพยนตร์คิงคองฉบับเก่าออกฉายในโรงเมื่อปี ค.ศ. 1933 ภายในประเทศจีนไม่มีการนำภาพยนตร์เรื่องนี้เข้ามาฉาย ต่อให้นำเข้ามา หูฮวนก็คงไม่มีโอกาสได้ไปดูเพราะช่วงเวลานั้นเขายังไม่เกิด
ส่วนฉบับปี ค.ศ. 2005 เขาต้องโตกว่านี้อีกแปดปีถึงจะมีโอกาสได้ดู ดังนั้นหูฮวนจึงไม่ได้หลุดปากเรียกชื่อตัวละครอันโด่งดังอย่าง ‘คิงคอง’ ออกมา แต่สิ่งที่ผุดขึ้นมาในสมองของเขาคือ ‘นี่มันราชาวานรซุนหงอคงหรือไงกัน’
ช่วยไม่ได้จริงๆ วัยรุ่นในยุคสมัยของเขาก็รู้จักแต่ลิงตัวนี้เพียงตัวเดียวเท่านั้น ไม่มีลิงตัวอื่นใดมาแย่งตำแหน่งของมันได้
แม้หูฮวนจะเป็นคนใจกล้า แต่เมื่อเผชิญหน้ากับลิงยักษ์ท่าทางดุร้ายเช่นนี้ เขาก็ยังต้องกลืนน้ำลายอย่างห้ามไม่ได้ เขาพยายามเค้นรอยยิ้ม เปิดปากชวนคุยด้วยเจตนาตีซี้อย่างเห็นได้ชัด “ท่านราชาวานร! กินข้าวหรือยังขอรับ”
วานรหน้าตาดุร้ายเหี้ยมโหดตัวนี้ไม่สนใจคำพูดหยอกล้อของหูฮวน มันกระโจนเหินลอยมาทั้งตัว ดูแล้วเหมือนภูเขาลูกย่อมๆ กำลังถล่มลงมาทับ
หูฮวนกระโดดหลบไปด้านข้างสุดชีวิตตามสัญชาตญาณ วานรยักษ์ขนเหลืองตะครุบโดนแต่อากาศ ทว่ากระแสลมที่พัดออกมาจากตัวมันกลับโถมเข้าใส่ใบหน้าราวกับคมดาบ รุนแรงกว่าเถาวัลย์ดูดเลือดมากนัก
“หอยวิเศษ หอยวิเศษ! รีบจับสัตว์ประหลาดตัวนี้เข้าไปด้วยเร็ว”
หูฮวนชูเปลือกหอยชิ้นนั้นขึ้นมา แต่ไม่รู้ว่าเมื่อครู่มันกินอิ่มแล้วหรือเปล่า มันจึงไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อย
หูฮวนกับวานรยักษ์ขนเหลืองสบตากัน ภายในดวงตาของสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนี้มีแต่ความดุร้ายและความหิวโหยที่เผยออกมาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ชั่วขณะนั้น อารมณ์ของหูฮวนจมดิ่งสู่ก้นบึ้งหุบเหวแห่งความสิ้นหวัง
เขาเป็นเพียงนักเรียนมัธยมต้นธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น จะหนีรอดจากสัตว์ประหลาดแบบนี้ได้อย่างไร
...
ชายสวมชุดสูทจงซาน[footnoteRef:1]ท่าทางเหมือนข้าราชการสองคนนั่งดื่มชาอย่างเอ้อระเหยลอยชายอยู่ในห้องทำงาน คนหนึ่งหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน ส่วนอีกคนถือถ้วยชาเหม่อลอยเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง [1: ชุดสูทจงซาน ชุดสูทแบบจีนที่ออกแบบโดยนำรูปแบบของสูทตะวันตกมาผสมผสานกับจุดเด่นของเสื้อผ้าแบบจีน เป็นชุดสูทเสื้อแขนยาว คอปกพับ มีกระเป๋าเสื้อแบบมีฝากระเป๋าสี่ใบอยู่ด้านหน้าของเสื้อ ตั้งชื่อตามซุนจงซานหรือซุนยัตเซ็นผู้บุกเบิกการปฏิวัติเปลี่ยนประเทศจีนเป็นระบอบประชาธิปไตย]
ทันใดนั้นเอง ทั้งสองคนก็ลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกันแล้วหันไปมองทางโรงงานร้าง บนใบหน้ามีแต่สีหน้าตกตะลึง
คนหนึ่งในนั้นตะโกนโวยวายขึ้นมา “มีคนบุกเข้าไปในเขตผนึก!”
“ให้เสี่ยวซีไปดูหน่อยซิ ที่นั่นผนึกราชาวานรไว้ จะปล่อยให้เกิดเรื่องวุ่นวายไม่ได้”
คนหนึ่งในนั้นเอื้อมมือไปยกหูโทรศัพท์ทันที
ในยุคนี้ยังไม่ต้องพูดถึงโทรศัพท์มือถือ แม้แต่เพจเจอร์ก็ยังไม่แพร่หลาย โทรศัพท์ยังเป็นโทรศัพท์ตั้งโต๊ะแป้นหมุนตัวเลขแบบโบราณ
เขาตะโกนใส่หูโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เขตโรงงานเคมีประเภทที่สอง[footnoteRef:2]เก่ามีสถานการณ์เกิดขึ้น รีบให้เสี่ยวซีไปดูเร็วเข้า เอา XF 125[footnoteRef:3] คันนั้นให้เธอขับ สถานการณ์เร่งด่วน ไม่ต้องนั่งรถเมล์แล้ว” [2: โรงงานเคมีประเภทที่สอง คือโรงงานที่มีการเก็บวัสดุจำพวกก๊าซด้วยความดันสูง] [3: XF 125 หรือ ซิ่งฝู (幸福) 125 คือรถจักรยานยนต์ที่บริษัทผลิตรถจักรยานยนต์ของจีนชื่อ Shanghai Yichu Motor Company (上海易初摩托车有限公司) ผลิตในช่วงปลายยุคแปดศูนย์ โดยมีต้นแบบมาจากรถจักรยานยนต์ฮอนด้า CG125 ของญี่ปุ่น และกลายเป็นรูปแบบรถจักรยานยนต์ที่เป็นที่นิยมอยู่ในประเทศจีนหลายสิบปี]
พอวางหูโทรศัพท์ คนที่รูปลักษณ์เหมือนข้าราชการคนนี้ก็จับจ้องสถานที่ซึ่งอยู่ไกลออกไป แล้วบอกกับเพื่อนร่วมงานว่า “หรือจะมีผู้ปลุกพลังคนใหม่ปรากฏตัวขึ้นอีกแล้ว”
เพื่อนร่วมงานของเขากระซิบเสียงเบา “ผู้ปลุกพลังเป็นขุมกำลังอันล้ำค่าที่ประเทศต้องการอย่างยิ่ง ต่อให้มีเพิ่มมาเพียงคนเดียวก็เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้ามีผู้ปลุกพลังคนใหม่ก็ต้องรับเข้ามาในหน่วยให้เร็วที่สุด”
“ก็หวังแต่ว่าเขาจะไม่ถูกราชาวานรเล่นงานจนตายซะก่อน”
หูฮวนวิ่งหนีวานรยักษ์ขนเหลืองวนรอบทุ่งร้างสิบกว่ารอบแล้ว แต่ละวินาทีมีแต่ความสิ้นหวัง ทุกเสี้ยววินาทีล้วนเดินอยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น ในใจรู้สึกยินดียิ่งนัก จึงทุ่มสุดแรงวิ่งเต็มฝีเท้าไปยังทิศทางที่เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอย่างไม่ลังเลทันที