ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 5
ตอนที่ 4 นักบิดสาวผู้มาพร้อมกับมอเตอร์ไซค์ XF 125
มอเตอร์ไซค์ XF 125 สีขาวแดงคันหนึ่งแล่นเข้ามาพร้อมเสียงดังกระหึ่ม บนตัวรถคือนักบิดสาวสวมแจ็คเก็ตหนังแขนสั้นแต่งตัวเท่ระเบิด เธอมีต้นขาเรียวยาวสองข้างที่ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ต้องอิจฉา
หูฮวนแค่อยากมีชีวิตรอด แต่เขาไม่ชั่วช้าถึงขนาดอยากจะลากคนอื่นให้มาซวยไปด้วย ดังนั้นเขาจึงตะโกนลั่นตั้งแต่ไกล “ข้างหลังผมมีสัตว์ประหลาดอยู่ อย่าขับมาทางนี้!”
พอพูดจบประโยคนี้ เขาถึงรู้สึกตัว ไม่ถูกสิ หากอีกฝ่ายเลี้ยวรถหนีไป ตนเองไม่ใช่ว่าหมดทางรอดแล้วหรือ เขาจึงรีบเสริมอีกประโยคว่า “ช่วยผมด้วย!”
เยี่ยนเสี่ยวซีสัมผัสคลื่นพลังวิญญาณอันน่าหวาดหวั่นจากตัววานรยักษ์ขนเหลืองได้ตั้งแต่ไกล เธอยื่นมือออกมาคว้าตรงแถวคอเสื้อเบาๆ แล้วดึงหอกยาวเล่มหนึ่งออกมา
หอกเล่มนี้ยาวมากกว่าสามเมตร มันไม่ได้มีแต่หัวหอกอันแหลมคมเท่านั้น แต่ยังมีคมด้านข้างอันคมกริบอีกด้วย คมหอกวาววับดุจหิมะสลักลายดวงตาแปลกประหลาดอยู่ดวงหนึ่ง พู่หอกเป็นสีขาวอย่างที่หาได้ยาก ไม่รู้ว่าเสื้อแจ็คเก็ตสั้นที่แนบชิดผิวหนังตัวนั้นซ่อนอาวุธยาวขนาดนี้ไว้ได้อย่างไร
นิ้วมือเรียวกำด้ามหอก เพียงสะบัดเบาๆ หนึ่งหน ตัวหอกก็คล้ายมีแสงอสนีบาตแผ่ออกมา
เยี่ยนเสี่ยวซียกเท้าขึ้นถีบเบาะนั่งของรถมอเตอร์ไซค์ ร่างกายเหินไปกลางอากาศ หอกยาวชี้ลงด้านล่าง ช่างเป็นภาพที่งดงามชวนตะลึง แต่ขณะเดียวกันก็ชวนให้รู้สึกหนาวสะท้าน!
เธอกำลังจะลงมือช่วยคน
วานรขนเหลืองคำรามลั่น มันกระโจนตามขึ้นมากลางอากาศ แต่ดูเหมือนว่ามันจะต่อสู้ตามสัญชาตญาณเป็นเพียงอย่างเดียวจึงไม่มีชั้นเชิงและการพลิกแพลงใดๆ ทั้งสิ้น
มันไม่หลบหอกเจตจิตอสนีบาตเล่มนี้ของเยี่ยนเสี่ยวซีแม้แต่น้อยจึงรับหอกไปอย่างจัง ถูกหอกเสียบเข้ากลางหัว
ชั่วพริบตาที่หอกยาวสีขาวแทงถูกวานรยักษ์ขนเหลือง ดวงตาประหลาดบนคมหอกแวววาวดุจหิมะดวงนั้นก็ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า พลังประหลาดสายหนึ่งหลั่งไหลออกมาบนคมหอก ระเบิดกะโหลกของวานรยักษ์ขนเหลืองตัวนั้นเข้าเต็มๆ
หูฮวนดีใจเหลือจะกล่าว แต่เยี่ยนเสี่ยวซีกลับพรูลมหายใจออกมา แล้วพึมพำกับตนเองอย่างรู้สึกโชคดี “ไม่ใช่ราชาวานร แค่ปีศาจธรรมดาตัวหนึ่ง”
เด็กคนนี้โชคดีไม่เลว ไม่อย่างนั้นฉันคงทำได้แต่หนีเอาตัวรอดเหมือนกัน...
เยี่ยนเสี่ยวซีเหินลงมายืนบนพื้น เธอเก็บหอกยาวสีขาวพิสุทธิ์กลับเข้าไปที่คอเสื้ออีกครั้ง จากนั้นมือข้างหนึ่งก็คว้าตัวหูฮวน พร้อมกับที่มืออีกข้างคว้าจับมอเตอร์ไซค์ XF 125 ที่ยังคงแล่นตรงเข้ามาด้วยความเร็วที่ไม่ลดลงสักนิด พอบิดมือเพียงเบาๆ รถก็ดริฟต์เป็นวงโค้งอยู่กับที่
หูฮวนยังไม่ทันเข้าใจอะไรทั้งสิ้นก็มานั่งแหมะอยู่บนเบาะด้านหลังของมอเตอร์ไซค์ XF 125 แล้ว
เยี่ยนเสี่ยวซีเตือนเบาๆ “จับให้แน่น!”
หูฮวนกอดเอวบางของนักบิดสาวสุดเท่คนนี้ตามสัญชาตญาณทันที พร้อมกันนั้นเขาก็หันหลังกลับไปมองแวบหนึ่ง
เขาเพิ่งจะถอนหายใจโล่งอกได้ยังไม่ทันถึงครึ่งเฮือก ก็เห็นวานรขนเหลืองไร้หัววิ่งปรี่ทะลุออกมาจากความมืด ควันดำบนร่างมันหนาทึบมากกว่าเดิม วานรยักษ์ขนเหลืองที่ไม่มีหัวน่าขนพองสยองเกล้ายิ่งกว่าตอนที่ยังมีหัวมากถึงมากที่สุด
บริษัทแคปคอมของประเทศญี่ปุ่นจะออกเกมประเภทผู้เล่นคนเดียวอันโด่งดังนามว่าเรสซิเดนท์ อีวิลออกมาในปี ค.ศ. 1996
ในปี ค.ศ. 1993 ซอมบี้ยังไม่ใช่แนวภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลไปทั่วโลก
พลังจินตนาการของหูฮวนมีไม่มากพอให้เขานิยามคำว่าวานรซอมบี้ออกมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นในใจเขาก็ยังหวาดผวา เขากอดเอวบางของเยี่ยนเสี่ยวซีแน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
วานรยักษ์ขนเหลืองไร้หัวดุร้ายเหลือเกิน ต่อให้มันโดนระเบิดหัวไปแล้วก็ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกับมันแม้แต่น้อย อุ้งเท้าทั้งสี่ของมันตะกุยพื้นดินรวดเร็วราวกับบิน มันไล่ตามหลัง XF 125 มาติดๆ
เจ้าตัวนี้ไม่มีหัวแล้วแท้ๆ ทำไมยังตามพวกเรามาได้อีก ไม่ต้องพูดถึงการมองเห็น ต่อให้เป็นการได้ยินหรือการรับกลิ่นก็น่าจะหายไปหมดแล้วสิ! หรือว่ามันสัมผัสอากาศได้จากขนลิงหรือยังไงกัน
ไม่ว่าอย่างไรหูฮวนก็คิดไม่ออกว่าลิงตายตัวนี้ หัวขาดไปแล้วแท้ๆ เหตุใดยังดุร้ายเยี่ยงมังกรเยี่ยงพยัคฆ์ แล้วยัง ‘ตาคมหูไว’ ได้อยู่อีก
เยี่ยนเสี่ยวซีตวาดเบาๆ “พวกเราจะออกไปแล้ว”
หูฮวนยังไม่ทันเข้าใจคำพูดประโยคนี้ วินาทีต่อมาเขาก็สัมผัสได้ถึงแสงตะวันของอาทิตย์อัสดงยามพลบค่ำที่สาดลงมาตกต้องใบหน้าของตน
โลกสีขาวดำค่อยๆ มีสีสัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวกลับมาดังอึงอลอยู่ริมหู ถนนอันคึกคักกับตึกสูงของเมืองเข้ามาแทนที่ทุ่งรกร้างแปลกประหลาด คนเดินถนนกับรถราสัญจรขวักไขว่
กลับมาโลกมนุษย์แล้ว!
พวกเขาโผล่มาอยู่บนถนนด้านนอกโรงงาน หูฮวนนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ XF 125 สองมือยังคงกอดเอวบางนุ่มนิ่มราวกับไร้กระดูกของนักบิดสาวผู้ช่วยชีวิตตนเองเอาไว้แน่น
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ นี่ฉันเจอผีหลอกหรือยังไงกัน
ตอนนี้เอง เสียงดังกระหึ่มของเครื่องยนต์ก็พลันเงียบหายไป
เยี่ยนเสี่ยวซีคลายมือออกจากคันเร่ง เท้าข้างหนึ่งวางหยัดพื้น เธอจอดรถแล้วเปิดหน้ากากหมวกกันน็อคออก ถามขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “ผู้ปลุกพลังคนใหม่ใช่หรือเปล่า”
“ผู้ปลุกพลังคืออะไร”
“เดี๋ยวก็มีคนมาอธิบายให้นายฟัง นายยังเป็นนักเรียนประถมอยู่ใช่ไหม”
“ม. 1 ต่างหาก!”
หูฮวนยืดอกนิดๆ อย่างไม่รู้ตัว เยี่ยนเสี่ยวซีหัวเราะเบาๆ แล้วปิดหน้ากากลง จากนั้นก็ติดเครื่องมอเตอร์ไซค์อีกหน
หูฮวนนั่งนิ่งอย่างทึ่มทื่อ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเขารู้สึกว่าพี่สาวคนนี้สวยเกินไปจนลืมถามว่าจะพาตนเองไปไหน
เขาแค่...อยากจะรู้ให้ชัดเจนเท่านั้นว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เห็นชัดว่านักบิดสาวคนนี้รู้อะไรบางอย่าง
เยี่ยนเสี่ยวซีบิดมอเตอร์ไซค์เต็มสูบตลอดทาง เธอพูดเบาๆ ว่า “นายโชคดีมากจริงๆ โชคดีตัวที่พวกเราเจอเป็นปีศาจธรรมดา พลังไม่ถึงหนึ่งในร้อยส่วนของราชาวานร ไม่อย่างนั้นนายจบเห่แน่”
“ราชาวานรคืออะไร...หมายถึงลิงยักษ์ขนสีเหลืองตัวนั้นเหรอครับ”
“ไม่ใช่เจ้านั่น ราชาวานรยังหลับใหลอยู่!”
นักบิดสาวไม่สนใจกฎจราจรสักนิด เธอฝ่าไฟแดงติดกันเจ็ดแยก ก่อนจะขับเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ดูเก่าแก่หลังหนึ่ง
ภายในคฤหาสน์มีพลทหารถือปืนจริงลูกกระสุนจริงตั้งแถวอยู่อย่างเคร่งขรึม เมื่อเห็นนักบิดสาวพาหูฮวนกลับมา ผู้ชายสองคนที่สวมสูทจงซานรูปลักษณ์เหมือนข้าราชการก็เผยสีหน้าดีใจออกมา คนหนึ่งในนั้นตะโกนถามว่า “ราชาวานรยังไม่ตื่นใช่ไหม”
นักบิดสาวถอดหมวกกันน็อคออก เส้นผมยาวปลิวสยาย ตอบอย่างเท่สุดๆ “ไม่!”
“มีเด็กคนหนึ่งพลังตื่นแล้วพลัดเข้าไปในเงาแห่งสรรพสิ่ง ฉันเลยพาคนออกมา”
หูฮวนนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ ถามอย่างงงงัน “อะไรคือเงาแห่งสรรพสิ่ง”
ผู้ชายที่รูปลักษณ์เหมือนข้าราชการคนหนึ่งหัวเราะฮ่าๆ ตอบว่า “ตรงนี้เล่ารายละเอียดไม่สะดวก ตามพวกเราไปห้องประชุมเล็กแล้วเราจะอธิบายให้เธอฟัง”
หูฮวนสูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่งแล้วพลิกตัวลงจากรถมอเตอร์ไซค์
นักบิดสาวโยนกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ให้พลทหารนายหนึ่งค่อยจูงมือหูฮวนบอกว่า “นายไม่ต้องกลัว พวกเราเป็นหน่วยงานสังกัดรัฐบาล”
“นายชื่ออะไร”
“หูฮวน”
“ฉันชื่อเยี่ยนเสี่ยวซี! หลังจากนี้นายเรียกฉันว่าพี่เสี่ยวซีก็ได้”
“พี่เสี่ยวซี หลังจากนี้พวกเรา...ต้องพบกันบ่อยๆ เหรอครับ”
“ใช่แล้ว! หลังจากนี้นายก็จะเป็นสหายของพวกเราแล้ว”
“สหาย? สหายอะไรครับ”
“สหายก็คือสหาย товарищ (สหาย)”
“ยังไงนะ”
หูฮวนถูกเยี่ยนเสี่ยวซีพาเดินมาถึงอาคารสำนักงานหลังหนึ่งที่อยู่ด้านในคฤหาสน์ขนาดใหญ่หลังนี้ จากนั้นพวกเขาก็เดินขึ้นไปยังห้องประชุมบนชั้นสอง เขานั่งลงบนโซฟาหนังที่พบเห็นได้ยากอย่างยิ่งในยุคสมัยนี้ แล้วรับถ้วยน้ำชามาถือโดยที่ยังคงงุนงงอยู่เล็กน้อย
ผู้ชายสวมชุดสูทจงซานท่าทางเหมือนข้าราชการสองคนนั้นหัวเราะฮ่าๆ เดินตามเข้ามา คนหนึ่งในนั้นแนะนำตัวว่า “สหายหูฮวนไม่ต้องเคร่งเครียดไป ผมแซ่หลี่ ชื่อว่าหลี่เหยียนจง เป็นคนรับผิดชอบที่นี่...หน่วยงานของพวกเราเป็นหน่วยงานพิเศษที่รับผิดชอบดูแลเขตผนึกกับผู้ปลุกพลังโดยเฉพาะ”