เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด! ตอนที่ 14
ตอนที่ 14 โอกาสกลับมาแล้ว
สำนักงานการกีฬาแห่งชาติ
ภายในห้องทำงานผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการโหวขยับแว่นตาที่อยู่บนหน้า กำลังอ่านเอกสารที่อยู่บนมืออย่างละเอียด
ผู้อำนวยการโหวเติบโตมาจากการเป็นนักกีฬา หลังเกษียณจากการเป็นนักกีฬาจึงมาคุมทีมวอลเลย์บอลหญิง นำพาทัพนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงของประเทศไปสู่ยุครุ่งเรือง จากนั้นเขาเข้ามาทำงานในสำนักงานการกีฬาแห่งชาติซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นเพียงคณะกรรมการการกีฬาแห่งรัฐบาลเพื่อประชาชน ตั้งแต่ที่สวี๋ไห่เฟิงคว้าเหรียญทองแรกในโอลิมปิกได้ เขาก็เห็นการกีฬาของประเทศค่อยๆ เติบโตและเจริญรุ่งเรืองมาเรื่อยๆ กล่าวได้ว่าทั้งชีวิตเขาอุทิศให้กับการกีฬาของประเทศ
ผู้อำนวยการโหวปีนี้อายุ 64 ปีแล้ว หลังจากโอลิมปิกที่เอเธนส์ปีหน้าจบลง เขาก็จะเกษียณจากตำแหน่งในสำนักงานการกีฬาที่เขาทำมาทั้งชีวิต แต่เขาในตอนนี้ที่ใกล้จะเกษียณไม่มีท่าทีเกียจคร้านแม้แต่น้อย เขาต้องการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด มันไม่ใช่แค่เพียงเรื่องความรับผิดชอบ แต่ยังเป็นเรื่องอาชีพที่เขารักและทำมาตลอดทั้งชีวิต
หลายคนคิดว่าโอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ในปีหน้า เป็นแค่การเตรียมตัวสำหรับโอลิมปิกที่จะจัดขึ้นที่ปักกิ่ง จึงไม่จำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อรางวัลมากนัก แต่ผู้อำนวยการโหวกลับไม่ได้คิดเช่นนี้ เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทีมชาติจะทำผลงานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมและได้รางวัลในการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ ความรักชาติอันนี้ถึงแม้จะเป็นบทบาทของผู้นำ แต่ในฐานะของผู้สูงวัยใกล้เกษียณคนหนึ่งแล้ว นี่เป็นการวาดหวังปลายทางชีวิตให้สมบูรณ์แบบ
ในเวลานี้สิ่งที่ผู้อำนวยการโหวถืออยู่ในมือคือใบรายชื่อนักกีฬากรีฑาที่ทำเวลาได้ถึงเกณฑ์โอลิมปิกในปัจจุบัน
ลมกรดหลิวจากรายการวิ่งข้ามรั้ว 110 เมตรเห็นได้ชัดว่าเป็นดาราที่โดดเด่นที่สุดบนใบรายชื่อนี้ ทั้งยังเป็นคนที่ผู้อำนวยการโหวให้การสนับสนุนมากที่สุด จากระดับของลมกรดหลิวในปัจจุบัน เพียงพอที่จะคว้าเหรียญในการแข่งโอลิมปิกเพื่อจะได้ตีไข่แตกให้กับรายการวิ่งระยะสั้นชายของประเทศหลังจากที่ไม่เคยได้เหรียญรางวัลในการแข่งขันระดับนานาชาติมาก่อนเลย
‘เอ๊ะ?’ สายตาของผู้อำนวยการโหวกวาดไปบนรายงานวิ่งระยะสั้น 100 เมตรชาย กลับพบว่ามีรายชื่อเข้ามาในโผถึงสองคน ด้านหลังมีหมายเหตุกำกับไว้ว่าเป็นเกณฑ์โอลิมปิกระดับ A ทั้งสองคน
‘สองคน!’ ผู้อำนวยการโหวดูอย่างละเอียด แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ดูผิด ภายในดวงตามีประกายแห่งความตื่นเต้นดีใจพุ่งออกมา
‘วิ่ง 100 เมตรชาย ปกติแค่ผ่านเกณฑ์ระดับ B ก็แทบจะหืดขึ้นคอแล้ว ครั้งนี้กลับมีคนทำได้ถึงระดับ A ถึงสองคน ไม่แน่อาจได้ผ่านเข้าไปรอบที่สอง เฉินเจี้ยน? ชื่อนี้เคยได้ยิน เหมือนจะได้เหรียญจากการแข่งชิงแชมป์เอเชียครั้งที่แล้ว เป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมมาก จางกว้าน? คนนี้ใครกัน? ผู้อำนวยการโหวพยายามนึกอย่างละเอียดแต่ก็พบตัวเองไม่รู้จักจางกว้านเลย จึงเรียกเลขาฯ เข้ามา แล้วชี้ไปบนใบรายชื่อ พูดว่า “เอาข้อมูลของนักวิ่ง 100 เมตรชายสองคนนี้มาให้หน่อย”
เลขาฯ รีบแจ้งไปทางสมาคมกรีฑา ไม่ถึง 20 นาที ข้อมูลของทั้งเฉินเจี้ยนและจางกว้านก็ถูกส่งมาถึงอีเมลของเลขาฯ
‘เฉินเจี้ยน ปี 2001 ได้ที่ 2 การแข่งวิ่ง 100 เมตรในการแข่งขันกีฬาภูมิภาคเอเชียตะวันออก ปี 2002 ได้ที่ 3 การแข่งวิ่ง 100 เมตรและ 4x100 เมตรสองรายการในเอเชียนเกมส์ที่ปูซาน ปี 2002 เป็นแชมป์วิ่ง 100 เมตรในการแข่งกรีฑากรังด์ปรีซ์ชิงแชมป์ประเทศ ผู้อำนวยการโหวไล่อ่านข้อมูลผลงานของเฉินเจี้ยนจนมาถึง ‘ที่ 1 วิ่ง 100 เมตรในการแข่งกรีฑาชิงแชมป์ประเทศที่เมืองหวงผู่’ ซึ่งเป็นรายการล่าสุดที่เขาเพิ่งไปคว้าแชมป์มาได้
มีรอยยิ้มที่พึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าผู้อำนวยการโหว พูดกับตัวเองว่า ‘การแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์ประเทศที่เมืองหวงผู่ เวลาที่ดีที่สุดของเขาคือ 10.17 วินาที การแข่งนี้เหมือนเพิ่งจะแข่งเสร็จเมื่อวานก่อน หรือพูดได้ว่าฟอร์มของเฉินเจี้ยนตอนนี้ดีมาก ถ้าส่งไปโอลิมปิกไม่แน่ว่าอาจจะทำผลงานได้ดีกว่าเดิม ไม่เลวจริงๆ’
ผู้อำนวยการโหวเปิดไปอ่านข้อมูลของจางกว้าน
‘จางกว้าน เพิ่งจะอายุสิบเจ็ด เด็กขนาดนี้เลย!’ ผู้อำนวยการโหวอ่านไล่ลงมาข้างล่าง ในช่องผลงานนักกีฬาของจางกว้านมี ‘ที่ 1 การแข่งคัดเลือกเพื่อไปแข่งชิงแชมป์เอเชีย’ อยู่เพียงรายการเดียว
สีหน้าของผู้อำนวยการโหวเปลี่ยนเป็นผิดหวังทันที เขาเรียกเลขาฯ เข้ามา ชี้ให้ดูข้อมูลของจางกว้านที่มีอยู่น้อยนิด ถามว่า “นี่มันอะไรกัน ทำไมมีแค่บรรทัดเดียว?”
เลขาฯ ทราบดี ผู้อำนวยการโหวคิดว่าตัวเองทำงานได้ไม่ดี เพราะข้อมูลจางกว้านที่ได้มาน้อยเกินไป เขาเลยรีบอธิบายกับผู้อำนวยการโหวว่า “ผมเองก็กำลังอยากจะรายงานท่านอยู่พอดีครับ สำหรับจางกว้าน ทางสมาคมกรีฑาให้ข้อมูลมาเพียงเท่านี้ครับ ตอนที่ได้รับข้อมูลนี้มา ผมเองก็คิดว่าทางสมาคมกรีฑาอาจจะทำข้อมูลตกหล่น เลยโทรไปถามเพื่อยืนยัน ทางสมาคมแจ้งว่าจางกว้านอายุเพียง 17 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันใดๆ มาก่อน การแข่งคัดเลือกเพื่อไปแข่งชิงแชมป์เอเชียจึงเป็นรายการแข่งขันอย่างเป็นทางการรายการแรกที่จางกว้านเข้าร่วม ดังนั้นจึงมีข้อมูลผลงานอยู่เพียงรายการเดียวครับ”
ผู้อำนวยการโหวสีหน้าผ่อนคลายกว่าเมื่อครู่ พูดว่า “ในเมื่อไม่มีข้อมูลการแข่งขัน อย่างนั้นข้อมูลการฝึกซ้อมก็น่าจะมีสิ! เช่น เขาฝึกอยู่กับวิทยาลัยพละไหน วิทยาลัยพละไหนเลือกเขาไป ก่อนหน้าฝึกอยู่กับโค้ชคนไหน นี่กลับมีแต่ที่อยู่บ้านเกิดกับทีมที่เขาอยู่”
“จากข้อมูลของทางสมาคมกรีฑา จางกว้านคนนี้ตอนที่เข้าแข่งคัดเลือกเพื่อไปแข่งชิงแชมป์เอเชีย เขาเพิ่งจะฝึกซ้อมแบบจริงจังได้เพียงสองเดือน ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ใช่นักกีฬาที่วิทยาลัยพละคัดเลือกมา แต่เป็นเด็กมัธยมธรรมดา ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการฝึกกีฬา” เลขาฯ ชะงักไปครู่ ก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “จางกว้านคนนี้เป็นเด็กที่อาจารย์เฉินไปเจอมาโดยบังเอิญครับ”
“เป็นเด็กที่เหล่าเฉินหามา?” ผู้อำนวยการโหวพยักหน้า เรื่องความสามารถของอาจารย์เฉิน ผู้อำนวยการโหวเองก็ให้การยอมรับมาก
“อย่างนี้แสดงว่าเด็กคนนี้ไม่ได้ถูกคัดเลือกมาตามระบบ” ผู้อำนวยการโหวเคาะโต๊ะเบาๆ ในหัวมีแต่คำว่า ‘พรสวรรค์’ สองพยางค์นี้
การเลี้ยงดูฝึกฝนนักกีฬาภายในประเทศมีระบบที่ครบวงจรครอบคลุมทั้งหมด ทีมกีฬาในทุกๆ ระดับและวิทยาลัยพละต้องใช้ทรัพยากรมนุษย์และเงินงบประมาณเป็นจำนวนมาก ทั้งยังแบกภาระที่ต้องคัดเลือกและฝึกฝนนักกีฬา นักกีฬาที่มีชื่อเสียงเหล่านั้นส่วนใหญ่ต้องเอาเวลาในการเรียนหนังสือทั้งหมด 9 ปีมาใช้ในการฝึกซ้อมทั้งหมด ตัวอย่างเช่น นักกีฬายิมนาสติกบางคนอายุ 3-4 ขวบก็เริ่มฝึกแล้ว ดังนั้นภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การที่นักกีฬาคนหนึ่งที่ไม่ได้เติบโตมาจากระบบการคัดเลือกและฝึกซ้อมนักกีฬา แต่กลับทำเวลาได้ดีอย่างนี้ จึงอธิบายได้เพียงว่าเขาเป็นเด็กมีพรสวรรค์
ผู้อำนวยการโหวส่ายหัว พูดว่า “ไม่ได้ พวกเราจะส่งคนไม่มีประสบการณ์อย่างนี้ไปแข่งไม่ได้ จางกว้านคนนี้ไม่เคยลงแข่งในสนามระดับนานาชาติ จู่ๆ จะให้ไปแข่งโอลิมปิกเลยเป็นไปไม่ได้แน่นอน อย่างนี้มันจะเป็นการไม่รับผิดชอบเกินไป โอลิมปิกไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นการแสดงภาพลักษณ์ของประเทศเราอีกด้วย แม้จะแค่ลงไปแข่งครั้งเดียว แม้จะแค่ออกไปให้เขาเห็นหน้า แต่มันก็เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ! พวกเราแพ้การแข่งขันได้ แต่เราจะทำให้ประเทศขายหน้าไม่ได้เด็ดขาด”
คนที่เติบโตมากับกีฬาอย่างผู้อำนวยการโหวผ่านอะไรมามากมาย เจอกับสงครามภายในประเทศในวัยเด็ก โตขึ้นมาหน่อยก็เป็นช่วงเริ่มฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม หลังวัยกลางคนประเทศชาติเริ่มแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน และในวัยชราประเทศชาติกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ในตอนที่เขาเป็นโค้ช เขาพาทีมชาติออกไปแข่งนอกประเทศหลายต่อหลายครั้ง จากแรกเริ่มที่ต้องพบเจอกับความเย็นชาและสายตาที่เห็นเราเป็นศัตรูจากโลกตะวันตก จนถึงภายหลังที่โลกตะวันตกต่างให้การยกย่องและชื่นชม ดังนั้นจึงไม่มีใครที่จะเข้าใจถึงความสำคัญของภาพลักษณ์ประเทศไปได้ดีกว่าคนที่เติบโตมากับกีฬาอย่างพวกเขา อีกทั้งโอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ครั้งนี้ยังเป็นงานแข่งขันครั้งสำคัญงานสุดท้ายในขณะที่เขายังดำรงตำแหน่งอยู่ เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักกีฬาทุกๆ คนจะทำผลงานได้ดี
ผู้อำนวยการโหวหยิบเอาปากกาหมึกซึมออกมา เขียนคำสั่งไปบนรายงานข้อมูลของจางกว้าน ‘ให้เขาเข้าแข่งขันในรายการระดับนานาชาติสักครั้งก่อนที่จะไปแข่งโอลิมปิก ให้เขาได้สั่งสมประสบการณ์ในการแข่งขันระดับนานาชาติ! เวลาไปแข่งโอลิมปิกจะได้ไม่ประหม่าและตื่นสนาม’
.....
ศูนย์บริหารงานกรีฑา
หัวหน้าหม่าเรียกทุกคนมาที่ห้องประชุมอีกครั้ง
“ผู้อำนวยการโหวของสำนักงานการกีฬาแห่งชาติออกคำสั่งมาด้วยตัวเอง ทุกท่านคงได้อ่านกันแล้ว! หัวหน้าของศูนย์บริหารฯ เองก็กำชับกับผมว่า ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการโหวอย่างเคร่งครัด การประชุมในวันนี้ สิ่งสำคัญคืออยากจะปรึกษากันในเรื่องนี้ หัวหน้าหม่ามองมาทางโค้ชอวี๋ พูดว่า “โค้ชอวี๋ คุณรับผิดชอบดูแลการวิ่งระยะสั้นเป็นหลัก คุณมีความเห็นอย่างไร ลองว่ามา”
โค้ชอวี๋กระแอมทีหนึ่ง พูดเสียงดังฟังชัดว่า “ผมจะพูดเรื่องการแข่งขันภายในประเทศก่อน การแข่งขันภายในปีนี้เหลือเพียงแต่การแข่งกรีฑากรังด์ปรีด์ชิงแชมป์ประเทศตอนสิ้นปีในเดือนพฤศจิกายน รายการกรังด์ปรีซ์นี้จำเป็นต้องเข้าแข่งขันก่อนหน้านี้ 2-3 รายการเพื่อสะสมคะแนนให้ถึงเกณฑ์จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน ดังนั้นจางกว้านจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วม ส่วนแผนการแข่งในปีหน้า หลังตรุษจีนจะมีการแข่งขันกรีฑาในร่มชิงแชมป์ประเทศ นอกนั้นพอถึงเดือนเมษายนก็จะเริ่มการแข่งกรีฑากรังด์ปรีชิงแชมป์ประเทศรอบใหม่ แต่ในการแข่งกรังด์ปรีซ์นี้น่าจะมีอยู่รายการหนึ่งที่เป็นการแข่งคัดเลือกนักกีฬาเพื่อไปแข่งโอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ ซึ่งเวลาของจางกว้านเองก็ถึงเกณฑ์โอลิมปิกระดับ A มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมการแข่งโอลิมปิกแล้ว ไม่เข้าร่วมแข่งรายการนี้ก็ได้ ถ้าตัดเรื่องเวลาที่ต้องเตรียมตัวเพื่อไปโอลิมปิกแล้ว ผมคิดว่าจางกว้านน่าจะเข้าร่วมการแข่งกรีฑากรังด์ปรีซ์ชิงแชมป์ประเทศได้ 1-2 รายการ”
“น้อยขนาดนี้เลย?” หัวหน้าหม่าขมวดคิ้ว ถามต่อว่า “แล้วการแข่งระดับนานาชาติล่ะ?”
“ในด้านการแข่งระดับนานาชาติ ปลายเดือนนี้มีการแข่งกรีฑาชิงแชมป์เอเชียครั้งที่ 9 ส่วนการแข่งกรีฑาเวิลด์ กรังด์ปรีซ์จางกว้านไม่มีคุณสมบัติเข้าร่วม นอกนั้นก็ไม่มีการแข่งขันอะไรในปีนี้อีกแล้ว การแข่ง Golden League ในปีหน้าระดับก็สูงเกินไป แถมยังจัดที่ยุโรป นักกีฬาของเราไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้รับการเชิญจากคณะกรรมการจัดการแข่งขัน สำหรับการแข่งกรีฑาเวิลด์กรังด์ปรีซ์ในปีหน้าต้องอายุ 18 ปีเต็มก่อนจึงจะเข้าร่วมการแข่งขันได้ จางกว้านครึ่งปีหลังของปีหน้าถึงจะอายุครบ 18 จึงยังไม่มีสิทธิ์ที่จะสมัครเข้าแข่งขัน หลังจากรายการนี้ก็เป็นโอลิมปิกแล้ว” โค้ชอวี๋กล่าว
“อย่างนั้นก็เหลือแค่การแช่งชิงแชมป์เอเชียปลายเดือนนี้ล่ะสิ?” หัวหน้าหม่าคิดสักครู่ ถามต่อว่า “แล้วการแข่งระดับเยาวชนล่ะ?”
“แต่เดิมรายการแข่งระดับเยาวชนมีค่อนข้างน้อย ปีหน้ามีการแข่งกรีฑาชิงแชมป์เยาวชนโลก ช่วงเวลาแข่งขันคือปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม สถานที่จัดงานแข่งคืออิตาลี ซึ่งอยู่ใกล้ๆ เอเธนส์” โค้ชอวี๋พูด
หัวหน้าหม่าถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวัง “เวลาไม่อำนวยเลย โอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์วันที่ 13 สิงหาคมก็จะเริ่มแล้ว อีกทั้งในช่วงเวลานี้นักกีฬาก็ต้องเข้าอบรม โดยเฉพาะนักกีฬาที่ลงแข่งขันครั้งแรก การเข้าอบรมก็จะเยอะหน่อย นอกจากนี้เวลาที่จะสมัครโอลิมปิกได้ คือถึงแค่ประมาณวันที่ 10 กรกฎาคมเท่านั้น”
ทุกคนในห้องประชุมเข้าใจทันที ข้อมูลการสมัครของนักกีฬาที่จะไปแข่งโอลิมปิกต้องให้ทางสำนักงานการกีฬาแห่งชาติตรวจสอบ ในช่วงเวลานั้นการแข่งกรีฑาชิงแชมป์เยาวชนโลกยังไม่เริ่มขึ้น ดังนั้นบนข้อมูลใบสมัครของจางกว้านก็จะยังไม่มีประวัติในการแข่งระดับนานาชาติ นั่นก็เท่ากับว่าทางศูนย์บริหารงานกรีฑาไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของสำนักงานการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด
“เห็นทีคงเหลือแค่การแข่งชิงแชมป์เอเชียในปลายเดือนนี้แล้วล่ะ ส่งจดหมายไป ให้จางกว้านเข้าร่วมการแข่งชิงแชมป์เอเชีย” หัวหน้าหม่าพูดอย่างจนปัญญา
“จะให้เพิ่มรายชื่อเข้าไปหรือให้เข้าไปแทนที่นักกีฬาของเดิมครับ?” โค้ชอวี๋ถามต่อทันที
หัวหน้าหม่าคิดๆ จึงพูดว่า “ให้เข้าไปแทนที่สักคนละกัน มาถึงตอนนี้แล้ว โควตานักกีฬาก็กำหนดเอาไว้เรียบร้อย งบประมาณเองก็รับมาแล้ว แถมยังมีแค่ตามจำนวนคนที่ส่งรายชื่อไป ถ้าเพิ่มไปใหม่อีกคนล่ะก็ มันก็จะมีปัญหาเรื่องเงิน พวกค่าเสื้อผ้าอาหารที่อยู่อาศัยแล้วก็ค่าเดินทางมันก็จะยุ่งยาก จะไปนั่งอธิบายกับฝ่ายตรวจสอบบัญชีทางนั้นใหม่มันก็ลำบาก”
โค้ชอวี๋ถามต่อ “แล้วรายการ 4x100 เมตรจะทำไงครับ? จางกว้านไม่เคยฝึกวิ่งผลัดมาก่อน!”
..................................