เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด! ตอนที่ 13
ตอนที่ 13 เกณฑ์ระดับ A คนที่สอง
จางกว้านหลังจากที่ทำลายสถิติประเทศก็ได้ลาหยุดพัก 1 อาทิตย์ กลับบ้านกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อแม่ จากนั้นก็กลับมาที่ทีมมณฑลเริ่มการฝึกซ้อมใหม่
บนลู่วิ่ง เท้าทั้งสองข้างของจางกว้านเหยียบอยู่บนที่ยันเท้า
อาจารย์เฉินชูปืนให้สัญญาณขึ้น ตะโกนเสียงดังว่า “เข้าที่! เตรียมตัว....”
เสียงปืนดังขึ้น จางกว้านพุ่งตัวออกไปข้างหน้าแล้วก็ผ่อนแรงลงทันที จากนั้นไม่กี่ก้าวก็หยุดวิ่ง
เขากำลังฝึกออกตัวอยู่
อาจารย์เฉินขมวดคิ้ว บ่นพึมพำกับตัวเอง “ทำไมฉันรู้สึกว่าเธอออกตัวได้เร็วมากเลย! ไม่น่าใช่ พัก 5 นาที เดี๋ยวเราค่อยลองกันใหม่”
จางกว้านพยักหน้ารับ ในใจแอบยิ้ม ความสามารถแบบ Passive อันใหม่ ‘การตอบสนองอย่างรวดเร็ว’ ทำให้ตัวเองสามารถออกตัวได้เร็วขึ้นจริงๆ ด้วย ตอนนี้เวลาที่เขาใช้ตอบสนองในช่วงออกตัวจะอยู่ระหว่าง 0.15 - 0.17 วินาที ซึ่งก็พอๆ กับระดับของนักกีฬาอาชีพ
ยิ่งไปกว่านั้น ‘การตอบสนองอย่างรวดเร็วไม่เพียงจะทำให้เขาออกตัวได้เร็วขึ้น แต่ยังทำให้การเคลื่อนไหวอื่นๆของเขาเร็วขึ้นอีกด้วย
ตลอดทั้งช่วงเช้า หลังจากที่ฝึกออกตัวติดต่อกันหลายสิบรอบ อาจารย์เฉินรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าความเร็วในการออกตัวของจางกว้านพอๆ กับนักกีฬาอาชีพ การเปลี่ยนไปเป็นคนละคนของจางกว้านทำให้อาจารย์เฉินรู้สึกแปลกใจมาก
‘ทำไมกลับไปพักผ่อนแค่อาทิตย์เดียว การตอบสนองช่วงออกตัวก็เร็วขึ้น อาจารย์เฉินเกาหัวอย่างงุนงง จากนั้นบอกว่า “ไป ไปหาเครื่องมาทดสอบหน่อย”
การจับเวลานักกีฬาในการแข่งระดับนานาชาติจะใช้อุปกรณ์ชุดหนึ่งที่ค่อนข้างจะมีความซับซ้อนมาก ปืนให้สัญญาณจะเชื่อมต่อกับเซนเซอร์ที่จับเวลาตอนออกตัว ขณะเดียวกันในที่ยันเท้าที่นักกีฬาใช้ออกตัวก็มีอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เมื่อเสียงปืนดังขึ้นจนถึงเวลาที่เท้าของนักกีฬาออกจากที่ยันเท้าเวลาจึงจะเริ่มนับ อุปกรณ์นี้ใช้สำหรับตัดสินว่านักกีฬาออกตัวก่อนเสียงปืนดังขึ้นหรือไม่ และที่เส้นชัยเองก็มีเซนเซอร์ที่ใช้สำหรับคำนวณเวลาที่นักกีฬาใช้ทั้งหมดในการวิ่ง อีกทั้งยังมีระบบจับภาพความเร็วสูงและระบบเล่นภาพช้าที่ใช้สำหรับตัดสินเหตุการณ์ที่ยากจะตัดสินด้วยตาเปล่า อุปกรณ์ชุดนี้สามารถบอกเวลาได้ละเอียดจนถึงหลักมิลลิวินาที ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่มีความแม่นยำมาก ด้วยเหตุนี้จึงมีราคาที่สูงมาก ขนาดทีมของมณฑลยังมีเพียงชุดเดียว
ช่างเทคนิคใช้เวลาอยู่หนึ่งชั่วโมงจึงจะติดตั้งอุปกรณ์เสร็จ จากนั้นจางกว้านก็ไปยืนอยู่บนที่ยันเท้า อาจารย์เฉินนั่งอยู่ข้างหน้าจอมอนิเตอร์ จ้องดูเวลาที่อยู่บนหน้าจอ
เสียงปืนดังขึ้น จางกว้านออกตัวอย่างรวดเร็ว และบนหน้าจอก็มีตัวเลขที่จางกว้านใช้ในการออกตัวปรากฏขึ้นมาทันที
อาจารย์เฉินเบิ่งตามองดูบนหน้าจอมอนิเตอร์ ตัวเลขบนหน้าจอทำให้เขารู้สึกยากที่จะเชื่อ ทั้งดีใจปนตกใจ
“0.159 วินาที?”
ในการแข่งระดับนานาชาติ เวลาในช่วงออกตัวที่ต่ำกว่า 0.159 วินาทีล้วนเป็นตัวเลขที่เหมาะสม และน้อยมากที่จะทำได้ถึงประมาณ 0.13 วินาที
“อุปกรณ์นี้ไม่มีปัญหาใช่ไหม!” อาจารย์เฉินถามช่างเทคนิคที่อยู่ข้างๆ
ช่างเทคนิครีบตอบทันที “อาจารย์เฉินวางใจได้ อุปกรณ์นี้แพงมาก พวกเราคอยเช็คบำรุงอยู่ทุกวัน ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนครับ”
อาจารย์เฉินรีบหันหน้าไปถามจางกว้าน “เสี่ยวจาง เธอออกตัวพร้อมเสียงปืนดังหรือเปล่า?”
จางกว้านส่ายหัว
‘เป็นไปไม่ได้ ทำไมเพียงแค่อาทิตย์เดียวถึงเร็วขึ้นขนาดนี้! มันผิดธรรมชาติ’ อาจารย์เฉินคิด จากนั้นพูดว่า “พักสิบนาที พวกเราค่อยลองใหม่ ครั้งนี้ฉันจะเป็นคนให้สัญญาณปล่อยตัว”
.....
อาจารย์เฉินเตรียมให้สัญญาณปล่อยตัวด้วยตัวเอง เพราะอยากจะพิสูจน์ว่าจางกว้านใช้เทคนิคออกตัวพร้อมเสียงปืนหรือเปล่า
การออกตัวสำหรับนักกีฬาวิ่งระยะสั้นถือว่าสำคัญมาก การออกตัวปกติคือการฟังเสียงปืนดังแล้วค่อยออกตัว แต่การออกตัวพร้อมเสียงปืนดังเองก็ถือว่าเป็นเทคนิคในการวิ่งระยะสั้นที่ใช้กันบ่อย โดยนักวิ่งจะใช้จังหวะการปล่อยตัวที่เคยชินของกรรมการ พยายามชิงออกตัวให้พร้อมกับเสียงปืนให้สัญญาณที่ดังขึ้นในเสี้ยววินาที การออกตัวอย่างนี้หากสำเร็จล่ะก็ อย่างน้อยจะสามารถร่นเวลาลงมาได้กว่า 0.2 วินาทีหรือมากกว่านั้น
การออกตัวพร้อมเสียงปืนดังเป็นวิธีที่นักวิ่งประสบการณ์โชกโชนมักจะใช้กัน แต่นักวิ่งที่มีความสามารถจริงๆ น้อยมากที่จะใช้เทคนิคนี้ในการแข่งเพราะว่ามีความเสี่ยงสูง หรือจะใช้ก็ต่อเมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่เก่งพอๆ กัน ไม่ก็รู้ตัวว่าวันนั้นตัวเองสภาพไม่พร้อม ถ้าออกตัวแบบปกติต้องแพ้แน่ๆ จึงใช้เทคนิคนี้มาวัดดวงเอา
ในฐานะที่เป็นโค้ช เขาไม่สนับสนุนและไม่อนุญาตให้นักวิ่งมือใหม่ใช้เทคนิคออกตัวพร้อมเสียงปืนดัง สิ่งที่นักวิ่งมือใหม่ต้องการที่สุดคือการฝึกพื้นฐานให้ดี ใช้การฝึกอย่างเอาจริงเอาจังมายกระดับของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อจะทำเวลาได้ดีขึ้นเลยฝากความหวังไว้กับเทคนิคที่วัดดวงอย่างนี้ ดังนั้นอาจารย์เฉินจึงไม่คาดหวังให้จางกว้านรู้จักเทคนิคออกตัวพร้อมเสียงปืนนี้เร็วเกินไป
“เข้าที่! เตรียมตัว...”
อาจารย์เฉินชูปืนให้สัญญาณ แต่กลับยังไม่ยอมลั่นไก เขาตั้งใจจะทำให้จังหวะการปล่อยตัวผิดไปจากเดิม หากจางกว้านใช้เทคนิคออกตัวพร้อมเสียงปืนดัง เขาจะต้องขยับตัวก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้นอย่างแน่นอน อุปกรณ์ที่ใช้จับความเคลื่อนไหวขณะออกตัวนี้ไวมาก ขอเพียงเท้านักกีฬาขยับออกจากที่ยันเท้าเพียงเล็กน้อยเครื่องก็จะทราบได้ทันที
แต่จางกว้านไม่ยอมขยับแม้แต่น้อย กลับกำลังรอสัญญาณจากอาจารย์เฉินอย่างใจเย็น
‘ปัง’
เสียงปืนดังขึ้น จางกว้านพุ่งตัวออกไปทันที
‘รู้สึกจะไม่ใช่การออกตัวพร้อมเสียงปืนดัง ร่างกายของเขาเห็นได้ชัดว่าเสียงปืนดังขึ้นก่อนจึงค่อยขยับ’ อาจารย์เฉินหันมาถามช่างเทคนิคที่อยู่ตรงหน้าจอมอนิเตอร์ “เวลาที่ใช้ออกตัวคือเท่าไร?”
“0.161 วินาที” ช่างเทคนิคตอบ
ถึงแม้เวลาที่ใช้ตอบสนองในช่วงออกตัวครั้งนี้จะช้ากว่าครั้งก่อนหน้าอยู่ 0.002 วินาที แต่ความต่างเพียงเล็กน้อยในหลักมิลลิวินาทีไม่จำเป็นต้องนับก็ได้ เวลาที่ใช้ออกตัวของทั้งสองครั้งจะมองว่าเป็นเวลาระดับเดียวกันก็ได้
‘นี่มันเป็นไปได้ยังไง!’ อาจารย์เฉินเป็นโค้ชนักกีฬามาหลายสิบปีไม่เคยพบเจอเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน
สาเหตุที่นักกีฬาวิ่งระยะสั้นสามารถทำเวลาที่ใช้ในช่วงออกตัวได้น้อย หลักๆ ก็เป็นเพราะผ่านการฝึกฝนอย่างหนักมาเป็นเวลานาน คนปกติหากไม่เคยผ่านการฝึกฝน จะไม่สามารถทำเวลาออกมาได้ต่ำกว่า 0.2 วินาทีแน่นอน ความเร็วในการตอบสนองของคนเราเป็นผลมาจากสมองส่วนหน้าและระบบประสาท ซึ่งเป็นเรื่องของกฎธรรมชาติในด้านสรีรวิทยา การที่เวลาซึ่งใช้ตอบสนองเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ในระยะอันสั้น เห็นได้ชัดว่ามันฝืนกับกฎธรรมชาติ ซึ่งนี่ทำให้อาจารย์เฉินคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก
“สัปดาห์ที่ผ่านมาเธออยู่บ้านทำอะไร?” อาจารย์เฉินถาม
“กินข้าว นอน ตีโต้วโต้ว” จางกว้านพูดต่อเสียงเบาๆว่า “โต้วโต้วคือหมาที่บ้านผม”
อาจารย์เฉินเห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อ “อย่างนั้นทำไมเวลาที่ใช้ออกตัวของเธอถึงดีขึ้นมากขนาดนี้”
“อาจารย์เฉิน อาจารย์เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอครับว่าผมเป็นเด็กมีพรสวรรค์ เด็กมีพรสวรรค์ก็ย่อมทำเรื่องที่มหัศจรรย์ได้อยู่แล้ว!” จางกว้านตอบแบบมีเลศนัย
.....
อากาศที่ร้อนระอุในเดือนสิงหาคมไม่อาจหยุดความกระหายที่จะฝึกซ้อมของนักกีฬาไปได้ หยาดเหงื่อและน้ำตาหลอมรวมกันหยดลงมาบนสนามฝึกซ้อมแห่งนี้ เพื่อความฝันที่สวยงามของเหล่านักกีฬา
ในปลายเดือนแปด ผลการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลกครั้งที่ 9 ก็กระจายมาถึงในประเทศ ทีมชาติได้ 2 เหรียญทองแดงอยู่อันดับที่ 37 มีนักกีฬาเจ็ดคนจากห้ารายการที่ติดหนึ่งในแปดคนแรก ในรายการแข่งเดินทนไม่ว่าจะนักกีฬาหญิงหรือชายที่ต่างก็มีความสามารถอยู่ในระดับสูงล้วนก็ไม่ติดหนึ่งในสิบ รายการขว้างหญิงค้อนหญิงได้ที่ 4 รายการขว้างจักรหญิงได้ที่ 7 รายการค้ำถ่อหญิงได้ที่ 9 รายการวิ่ง 1,500 เมตรหญิงได้ที่ 9 รายการพุ่งแหลนหญิงได้ที่ 11 รายการเขย่งก้าวกระโดดหญิงได้ที่ 13 ส่วนรายการกรีฑาชายนั้น คนที่มีคุณสมบัติได้เข้าไปแข่งมีเพียงไม่กี่คน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะติดอันดับในการแข่งขัน
แต่สิ่งสำคัญในการแข่งครั้งนี้คือ ในการแข่งทศกรีฑาชายสามารถทำลายสถิติประเทศได้หนึ่งรายการ สิงฮุ่ยน่าจากรายการวิ่ง 10,000 เมตรหญิงสามารถทำสถิติโลกระดับเยาวชนได้ นักกีฬาอีกคนหนึ่งคือซุนหยิงเจี๋ยได้เหรียญทองแดงจากการแข่งวิ่ง 5,000 เมตรหญิง และที่ยิ่งต้องกล่าวถึงคือลมกรดหลิวได้รับเหรียญทองแดงจากการแข่งวิ่งข้ามรั้ว 110 เมตรชาย สร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีมชาติ
รางวัลสองเหรียญทองแดงถือว่าเป็นรางวัลที่ดีที่สุดในการแข่งขันระดับนานาชาติที่ทีมชาติได้รับในช่วงสองสามปีมานี้ เทียบกับการแข่งชิงแชมป์โลกสมัยที่แล้วถือว่าก้าวหน้าขึ้นเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีรายการวิ่งข้ามรั้ว 110 เมตรที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ดังนั้นเมื่อทีมชาติกรีฑากลับมาถึงเมืองหลวง ก็ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ และหลังจากนี้ไม่นาน ทีมชาติกรีฑาก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชียครั้งที่ 15 ที่จะมาถึง
.....
ต้นเดือนกันยายน
ในสนามฝึกซ้อมของทีมมณฑลจำนวนคนน้อยลงไปเยอะ ที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นนักกีฬาวัยรุ่น โค้ชส่วนมากก็ไม่อยู่
การแข่งขันชิงแชมป์กรีฑาแห่งชาติที่จัดขึ้นที่เมืองหวงผู่กำลังเป็นไปอย่างดุเดือด สำหรับนักกีฬากรีฑาส่วนมากแล้ว พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะได้ไปถึงเวทีระดับโลก การแข่งขันชิงแชมป์กรีฑาแห่งชาตินี้จึงเหมือนเป็นเวทีสำหรับแสดงความสามารถของพวกเขา
การคัดเลือกนักกีฬาเพื่อจะเข้ามาแข่งในรายการนี้ จะคัดเลือกโดยการตระเวนแข่งไปตามที่ต่างๆ แบบทัวร์นาเมนต์ ดังนั้นจึงมีการกำหนดนักกีฬาที่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมการแข่งชิงแชมป์กรีฑาแห่งชาติไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว ด้วยเหตุนี้จางกว้านที่เพิ่งโผล่ออกมากลางคันแบบนี้ จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมแข่งขัน ต้องรอปีหน้าถึงจะมีโอกาสได้ลงชื่อเข้าแข่งขัน จางกว้านจึงยังอยู่ที่เมือง ก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมกับอาจารย์เฉินต่อไป
ในเวลานี้เป็นช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวที่สุด ชุดสำหรับฝึกซ้อมของจางกว้านเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาจึงถอดเสื้อออกเพื่อฝึกซ้อม
อาจารย์เฉินมองดูกล้ามเนื้อที่ถูกแดดเผาจนแดงของจางกว้าน รู้สึกว่าปริมาณและความชัดเจนของกล้ามเนื้อไม่เหมือนกับเด็กอายุ 17 ปี อดไม่ได้ที่พูดว่า “เสี่ยวจาง ฉันดูเธอเหมือนจะตัวใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยนะ”
ขณะนั้น มือถือของอาจารย์เฉินก็ดังขึ้น เป็นโค้ชโจวที่โทรมา
“ฮัลโหล เสี่ยวโจว ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ที่สนามแข่งเหรอ ทำไมถึงมีเวลาโทรมาหาฉัน? ทีมเราทำเวลาได้เป็นอย่างไรบ้าง?” อาจารย์เฉินถาม
เสียงโค้ชโจวจากอีกฟากเหมือนจะดูรีบร้อน ส่วนสีหน้าของอาจารย์เฉินก็เปลี่ยนเป็นดีใจขึ้นมา
จากนั้น อาจารย์เฉินวางสาย สูดหายใจลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ ก่อนจะพูดกับจางกว้านว่า “มีข่าวดี โอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ปีหน้า เธอได้ไปแน่นอนแล้ว”
“ทำไมล่ะครับ?” จางกว้านถาม เขารู้ว่าเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อมณฑลขนาดนี้ ย่อมไม่ใช่ข้อตกลงอะไรที่ได้มาง่ายๆ
อาจารย์เฉินตอบว่า “โค้ชโจวบอกกับฉัน เมื่อครู่ในการแข่งขันเฉินเจี้ยนวิ่งทำเวลาได้ 10.17 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดของเขา แล้วก็ยังถึงเกณฑ์โอลิมปิกระดับ A ด้วย!”
ตามกฎโอลิมปิก หากทั้งเฉินเจี้ยนและจางกว้านล้วนทำเวลาได้ถึงเกณฑ์โอลิมปิกระดับ A ทั้งสองก็สามารถที่จะเข้าร่วมการแข่งขันได้ ทีมชาติย่อมต้องไม่ทิ้งโอกาสที่ทั้งสองคนจะได้ไปแข่งโอลิมปิกอย่างแน่นอน คิดซะว่าส่งเพิ่มไปเล่นๆอีกคนหนึ่ง เปิดตัวให้คนรู้จัก ยังไงก็ดีกว่าส่งไปคนเดียวแน่นอน
จางกว้านสูดหายใจลึกๆ ประวัติศาสตร์ยังคงดำเนินไปเหมือนเดิม ผีเสื้ออย่างเขากระพือปีกไปก็ไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่ออดีต เฉินเจี้ยนยังคงวิ่งได้ 10.17 วินาทีในการแข่งชิงแชมป์กรีฑาแห่งชาติ และโอลิมปิกที่เอเธนส์ในอดีต เฉินเจี้ยนพ่ายแพ้ย่อยยับในรอบแรก จากนั้นเจ็ดปีให้หลังก็ไม่มีนักวิ่งคนไหนในประเทศที่ทำเวลาได้ต่ำกว่า 10.20 วินาทีอีกเลย
“โอลิมปิก! เมื่อก่อนคิดยังไม่กล้าคิดเลย ตอนนี้กลับจะได้ไปแข่ง!” จางกว้านภายในใจเริ่มมีความหวังขึ้นมา
......................................................