เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด! ตอนที่ 16
ตอนที่ 16 ผ่านเข้ารอบแบบสบายๆ
‘ต่อไปเชิญรับชมข่าวสั้น : การแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชียที่สนามริซัล กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ในวันนี้ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว การแข่งชิงแชมป์เอเชียในครั้งนี้จะจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน ประเทศของเราส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันทั้งหมด 48 คน’ สถานีโทรทัศน์รายงานข่าวในช่วงเช้า 7 โมงเกี่ยวกับการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชียเพียงสั้นๆ ก็จบไป และทางสถานีโทรทัศน์ยังส่งนักข่าวไปลงพื้นที่รายงานข่าวเพียงแค่สองคน
การแข่งชิงแชมป์เอเชียคราวนี้จัดขึ้นเพียง 4 วัน การแข่งขันมีทั้งหมด 43 รายการ แบ่งเป็นชาย 22 รายการ หญิง 21 รายการ ในการแข่งขันครั้งนี้ไม่มีการแข่งมาราธอนและเดินทนของทั้งชายและหญิง
ประเทศในภูมิภาคเอเชียมีทั้งหมด 43 ประเทศที่เข้าร่วม แม้แต่ติมอร์ตะวันออก อิรัก อัฟกานิสถานและปาเลสไตน์ต่างก็ส่งนักกีฬามาเข้าร่วมการแข่งขัน ประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียจะมีเพียงแค่เกาหลีเหนือและภูฏานสองประเทศที่ไม่ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วม
ใน 43 ประเทศมีจำนวนนักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมดประมาณพันกว่าคน ประเทศจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้สามประเทศรวมกันมีนักกีฬานับเป็น 1 ใน 5 ของทั้งหมด ทางทีมญี่ปุ่นเหมือนจะยกนักกีฬาเอามาทั้งหมด แม้แต่เซ็ทสุกุ ชินโกะ ลมกรดของทางญี่ปุ่นที่เพิ่งไปคว้าที่สามในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลกมาได้ ก็มาร่วมการแข่งในครั้งนี้ด้วย ดูแล้วในรายการ 100 เมตรชายนี้คงกะจะกวาดให้เรียบ
ส่วนทีมชาติเราอาจเป็นเพราะผลจากการไปแข่งกรีฑาชิงแชมป์โลก ทำให้ในรายการกรีฑาระยะยาวจึงไม่ได้ส่งนักกีฬาระดับต้นๆ ลงมาแข่ง และลมกรดหลิวที่เพิ่งไปแข่งวิ่งข้ามรั้ว 110 เมตรและทำผลงานได้ดีเยี่ยมเป็นประวัติศาสตร์เองก็ไม่ได้มาลงแข่งรายการนี้เหมือนกัน
.....
ฟากทีมญี่ปุ่น
โค้ชของทีมญี่ปุ่นทาคาโน สุสุมุ นำใบรายชื่อที่แบ่งกลุ่มแล้วส่งให้แก่หัวหน้าโค้ชโคบายาชิ ฮิโรคาสุ ขณะเดียวกันพูดว่า “โค้ชครับ ในรอบแรกทีมญี่ปุ่นของเราไม่เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเลยครับ เชื่อว่าจะเข้าเป็นที่หนึ่งได้ในทุกๆ กลุ่ม”
ฮิโรคาสุหัวหน้าโค้ชของทีมญี่ปุ่นทำหน้าจริงจัง เปิดใบรายชื่อดู แล้วพูดว่า “ทาคาโน อย่าประมาทไป ถึงแม้คู่แข่งเราจะไม่น่ากลัว พูดได้ว่าตำแหน่งแชมป์มาอยู่ในมือเราเรียบร้อยแล้ว แต่อย่าลืมว่าเป้าหมายในรายการวิ่ง 100 เมตรของเราคือสามอันดับแรกทั้งหมดต้องเป็นของเรา! ต้องระวังทีมจีนและนักวิ่งผิวดำที่โอนสัญชาติมาของทางซาอุดิอาระเบียให้ดี พวกเขาจะเป็นปัญหาต่อเป้าหมายที่จะกวาดทั้งสามอันดับแรกของเราแน่ๆ”
“ครับ!” วัฒนธรรมที่เชื่อฟังผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าของคนญี่ปุ่นทำให้ทาคาโน สุสุมุตอบรับทันที จากนั้นจึงพูดว่า “โค้ชครับ ผมไปสืบนักวิ่งที่ทางจีนจะส่งลงมาแข่งแล้วครับ ส่วนใหญ่แล้วก็เหมือนที่เราคาดไว้ก่อนหน้าที่จะมาแข่ง ในรายการวิ่ง 200 เมตรชายก็ส่งหยางเย่าลงมาแข่ง ในรายการวิ่ง 100 เมตรชายส่งเฉินเจี้ยนและเสิ่นเป้าลงมาแข่ง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่เหมือนกับที่เราคาดไว้ก่อนหน้านี้คือ พวกเขาส่งนักวิ่งที่เราไม่รู้จักชื่อจางกว้านลงมาด้วยครับ”
“จางกว้าน?” ฮิโรคาสุขมวดคิ้ว “ฉันอยากได้ข้อมูลของจางกว้านคนนี้”
“โค้ชครับ ผมหาข้อมูลของจางกว้านมาเรียบร้อยแล้วครับ เชิญโค้ชลองดูก่อนครับ” สุสุมุส่งกระดาษ A4 บางๆ แผ่นหนึ่งให้กับโคบายาชิ แต่กระดาษแผ่นนี้มีตัวหนังสือเขียนมาอย่างครึ่งๆ กลางๆ
“สองสามเดือนก่อนหน้านี้วิ่งทำเวลาได้ 10.16 วินาทีในการแข่งคัดเลือกและทำลายสถิติประเทศจีน มีอีกไหม?” ฮิโรคาสุถาม
“ขอโทษครับโค้ช ข้อมูลที่หามาได้มีอยู่เพียงเท่านี้ เด็กคนนั้นปีนี้เพิ่งจะอายุ 17 ปี ข้อมูลการแข่งขันที่เกี่ยวกับเขามีอยู่เพียงเท่านี้” สุสุมุตอบ
ฮิโรคาสุสีหน้าดูเคร่งขรึมทันที “อายุ 17 สามารถวิ่งได้เร็วขนาดนี้ ทีมจีนมีนักวิ่งที่มีความสามารถขนาดนี้ ทำไมพวกเราถึงไม่รู้เลยสักนิด เกิดข้อผิดพลาดอย่างนี้ได้อย่างไร”
สุสุมุรีบพูดทันทีว่า “โค้ชครับ ผมคิดว่าจางกว้านคนนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับเรา เวลา 10.16 วินาทีถึงแม้จะเร็วมาก แต่นี่ก็เป็นเวลาที่ทำได้ในการแข่งขันที่ประเทศจีน มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อผิดพลาด แถมนักวิ่งจีนก็มีการแจ้งเวลาเท็จอยู่บ่อยๆ จนเป็นเรื่องปกติ ในข้อมูลบอกว่าเขาอายุ 17 แต่อายุที่แท้จริงเป็นไปได้ว่าอาจจะ 24-25 ปีแล้ว นักวิ่งที่อายุเท่านี้ไม่มีความสามารถอะไรมากแล้ว”
สิ่งที่สุสุมุพูดมา สะท้อนถึงความไม่เชื่อถือที่นานาชาติมีต่อความสำเร็จของการกีฬาประเทศจีน แต่ก็ไม่ใช่ว่าสิ่งที่สุสุมุพูดมาจะไม่ใช่เรื่องจริง ถ้าไม่กล่าวถึงเรื่องตุกติก พูดเพียงเรื่องอายุ ก็เป็นที่รู้ๆ กันว่าในการแข่งขันใดๆ ก็ตาม ในระดับยุวชนหรือเยาวชน เวลาที่ทีมชาติทำได้ล้วนดีมาก แต่ในการแข่งขันระดับผู้ใหญ่กลับเป็นเรื่องน่าเศร้า
“มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไม่ได้” ฮิโรคาสุวางใบรายชื่อลง แล้วพูดว่า “บางทีฉันอาจจะกังวลจนเกินไป พวกเราเพิ่งจะแข่งกรีฑาชิงแชมป์โลกจบ ยังไม่มีเวลาพักผ่อน รอการแข่งชิงแชมป์เอเชียจบ ผมจะให้ทุกคนลาพัก”
.....
ในการแข่งรอบแรกจางกว้านแข่งเป็นรอบที่สองนับจากสุดท้าย ระดับนักวิ่ง 100 เมตรของเอเชียอยู่ท้ายๆ ในระดับโลก แต่ทีมชาติจีนของเราก็ถือว่าเป็นระดับต้นๆ ในเอเชีย ดังนั้นในการแข่งขันก่อนหน้า เฉินเจี้ยนและเสิ่นเป้าต่างก็วิ่งทำเวลาได้เป็นที่ 1 ของแต่ละกลุ่มผ่านเข้าไปรอบที่สอง
บนลู่วิ่ง จางกว้านนั่งอยู่ที่ลู่วิ่งของตน ไม่มีท่าทีกังวลแม้แต่น้อย แต่กลับมองไปยังนักวิ่งที่อยู่รอบๆ อย่างสนอกสนใจ
ซ้ายมือของจางกว้านเป็นนักวิ่งจากฟิลิปปินส์ ความสูง 160 เซนติเมตรเมื่อเทียบกับจางกว้านกลายเป็นคนตัวเตี้ยไปโดยทันที แต่ว่าในฟิลิปปินส์ความสูงนี้ถือว่าสูงใหญ่กำยำ ในตอนนี้เขาโบกมือไปบนอัฒจันทร์ไม่หยุด เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวฟิลิปปินส์ผิวคล้ำบนอัฒจันทร์
ทางขวาของจางกว้านเป็นนักวิ่งจากประเทศไทย รู้สึกเหมือนเป็นลูกครึ่ง ดูแล้วตัวใหญ่กำยำมาก จางกว้านเดาว่าเป็นไปได้มากว่าเขาจะเป็นลูกหลานทหารอเมริกันที่เคยอยู่ในไทยเมื่อก่อนโน้น
ถัดไปทางขวาอีกคนเป็นนักวิ่งจากฝั่งตะวันออกกลาง ถึงแม้จะอายุไม่เยอะแต่หนวดเครานั้นหนาทีเดียว การแข่งใกล้จะเริ่มแต่ยังคงนั่งทำท่าทางเหมือนสวดมนต์อยู่ เมื่อมองดูแผ่นป้ายประเทศที่ติดอยู่บนหน้าอก ทำให้รู้ว่าเป็นนักวิ่งจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ริมสุดเป็นนักวิ่งเชื้อสายจีนจากมาเลเซีย ก่อนลงสนามยังใช้ภาษากวางตุ้งแบบงูๆ ปลาๆ มาทักทายจางกว้าน
“เฮ้อ...” จางกว้านถอนหายใจออกมา ในใจรู้สึกผิดจากที่คาดหวังไว้มาก การแข่งระดับนานาชาติภายในใจเขา รอบๆ ควรจะเป็นคนดำที่ดูกำยำหรือไม่ก็คนขาวตัวใหญ่ กล้ามเนื้อแต่ละมัดแข็งแกร่งเหมือนดั่งลูกวัว เมื่อยืนอยู่บนลู่วิ่งแล้วดูมีพลังน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก! แต่ตอนนี้นอกจากนักวิ่งจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่พอจะพูดได้ว่าไม่เตี้ย คนอื่นๆ ล้วนแต่เป็นคนแคระ ขาสั้นๆ สองข้างนั้น จางกว้านยังไงก็ไม่เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถวิ่งทำเวลาออกมาได้ดี
การเล่นกีฬาออกกำลังกายทำให้คนเราตัวสูงใหญ่ได้ โดยเฉพาะร่างกายของจางกว้านที่อายุเพียง 17 ปี ซึ่งยังเป็นอายุที่สามารถเจริญเติบโตได้อีก การฝึกซ้อมเพียงไม่กี่เดือนทำให้ส่วนสูงของจ้างกว้านพุ่งไปเกิน 189 เซนติเมตร อีกนิดเดียวจะถึง 190 เซนติเมตร ความสูงนี้ถึงเป็นยุโรปทางเหนือก็ยังถือว่าสูง เมื่ออยู่ในเอเชียความรู้สึกเหมือนเป็นนกกระเรียนที่ยืนอยู่ในฝูงไก่อย่างไรอย่างนั้น
ในเวลานี้ กรรมการให้สัญญาณนักวิ่งเตรียมตัวลงแข่งขัน ทุกคนเดินขึ้นมาข้างหน้า ยืนอยู่บนที่ยันเท้า ตั้งท่าเตรียมตัวออกวิ่ง
เสียงปืนดังขึ้น นักวิ่งต่างพุ่งตัวออกไป ภายในสนามก็มีเสียงตะโกนดังกึกก้องขึ้นมาทันที นี่เป็นเสียงที่กำลังเชียร์นักวิ่งฟิลิปปินส์คนนั้น แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เสียงตะโกนเชียร์ก็ค่อยๆ เบาลง
นักวิ่งฟิลิปปินส์คนนั้นหล่นไปอยู่ที่สุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นลูกครึ่งชาวไทย หรือคนที่มีหนวดเคราจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือแม้กระทั่งคนเชื้อสายจีนชาวมาเลเซีย ล้วนแต่วิ่งเร็วกว่านักวิ่งตัวเตี้ยของฟิลิปปินส์คนนั้น คนฟิลิปปินส์ถึงแม้จะผิวดำ แต่กลับไม่ได้มีร่างกายที่เหมือนกับคนผิวดำ หลังจากการแข่งค่อยๆ ดำเนินไป ความเสียเปรียบก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
ฟิลิปปินส์แต่เดิมก็ไม่ใช่ประเทศที่เด่นในเรื่องกีฬา กีฬาที่พวกเขาเก่งจะเป็นประเภทต่อสู้ เช่น เทควันโดหรือไม่ก็ต่อยมวย แต่ในด้านกรีฑา ประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ล้วนอ่อนมาก ถือได้ว่าเป็นแถบประเทศที่กรีฑาอ่อนที่สุดในโลกก็ว่าได้
จางกว้านตั้งแต่ออกตัวก็นำมาตลอด ถึงแม้จางกว้านจะจงใจลดความเร็วลง เมื่อการแข่งผ่านไปครึ่งทางระยะทิ้งห่างก็ค่อนข้างมากแล้ว สุดท้ายทำคะแนนได้ 10.43 วินาทีเข้าเป็นที่ 1 ส่วนนักวิ่งฟิลิปปินส์ที่เข้าเป็นอันดับสุดท้ายทำเวลาได้เกิน 11.50 วินาที
หลังจากเรียนรู้ความสามารถการตอบสนองอย่างรวดเร็ว การออกตัวของจางกว้านสามารถลดเวลาลงไปได้ประมาณ 0.15 วินาที เวลาในการวิ่งจริงๆ ของจางกว้านตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 10.05 วินาที ระดับของนักวิ่งในการแข่งชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ทั่วไปแล้วค่อนข้างต่ำ ในการแข่งรอบแรกของจางกว้านจึงไม่จำเป็นต้องออกแรงทั้งหมด
เสียงในระบบดังขึ้นมา ‘เข้าร่วมการแข่งระดับนานาชาติ 1 ครั้ง ภารกิจเสร็จสิ้น ได้รับรางวัลคะแนนความสามารถ 1 คะแนน’
จางกว้านถอนหายใจออกมา ในที่สุดภารกิจนี้ก็สำเร็จแล้ว แต่ทันใดนั้นจางกว้านก็ตบไปที่หัวตัวเองเหมือนจะคิดอะไรได้
‘พลาดแล้ว พลาดแล้ว!” จางกว้านบ่นกับตัวเอง
ตามที่ระบบกำหนดไว้ หากทำลายสถิติได้ก็จะได้รับรางวัลคะแนนความสามารถ ตอนนี้สถิติประเทศที่จางกว้านทำได้คือ 10.16 วินาที ถ้าหากในการแข่งเมื่อครู่จางกว้านวิ่งได้ 10.15 วินาที ก็เท่ากับทำลายสถิติประเทศได้อีก 1 อย่าง ซึ่งจะได้รับรางวัลคะแนนความสามารถอีก 1 คะแนนด้วย
จางกว้านคิดได้ จากวันนี้ในการแข่งทุกๆ ครั้งต้องคำนวณให้ดี ห้ามพลาดโอกาสที่จะได้รางวัลคะแนนความสามารถเด็ดขาด
เวลานี้ ในระบบก็มีกรอบคำชี้แจงอันใหม่เด้งขึ้นมา :
‘ความสามารถบางอย่างอยู่ในประเภทความสามารถที่พัฒนาได้ หลังจากเรียนรู้แล้ว ผลของความสามารถจะยังไม่แสดงโดยทันที แต่จะค่อยๆ ใช้เวลาแสดงผลของความสามารถออกมา แต่ก็มีโอกาสที่ผลของความสามารถจะถดถอยลดลงตามสมรรถภาพของร่างกาย และความสามารถประเภทนี้ต้องใช้คะแนนความสามารถเยอะกว่าความสามารถอื่นในการเรียนรู้’
‘ภารกิจมือใหม่ เรียนรู้ความสามารถร่างกายแข็งแกร่ง และความสามารถเสริมสร้างร่างกาย’
จางกว้านขมวดคิ้ว ความสามารถร่างกายแข็งแกร่งและเสริมสร้างร่างกายสองอันนี้เป็นความสามารถแบบ Passive อันหนึ่งสามารถเพิ่มระดับความแข็งแกร่งของร่างกาย อีกอันหนึ่งสามารถเพิ่มระดับความอดทนของร่างกาย เขาสังเกตเห็นความสามารถสองอันนี้ตั้งนานแล้ว แต่ความสามารถสองอันนี้ แต่ละอันต้องใช้คะแนนความสามารถถึง 3 คะแนนในการเรียนรู้ หรือพูดอีกอย่างก็คือจะผ่านภารกิจนี้ ต้องใช้คะแนนความสามารถ 6 คะแนน
‘ตอนนี้เรามีคะแนนความสามารถ 2 คะแนน อยากจะเรียนความสามารถสองอันนี้ ต้องใช้คะแนนความสามารถอีก 4 คะแนน ต่อไปเราต้องแข่งรอบที่สอง รอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศทั้งหมด 3 รอบ ถ้าหากแต่ละรอบวิ่งทำลายสถิติประเทศได้ ก็จะได้คะแนนความสามารถ 3 คะแนน ยังไม่พอจะผ่านภารกิจ ดังนั้นต้องมีการแข่งรอบหนึ่งที่ทำลายสถิติเอเชีย หรือไม่ก็ตอนสุดท้ายได้เป็นแชมป์ ก็จะได้คะแนนความสามารถพิเศษเพิ่มมาต่างหากอีก’ จางกว้านคำนวณอยู่ในใจอย่างเงียบๆ
สถิติเอเชียในปัจจุบันเป็นของอิโต โคจิทำไว้อยู่ที่ 10 วินาที จางกว้านยังไม่สามารถวิ่งได้ถึงระดับนั้น หากอยากจะเป็นแชมป์ล่ะก็ ก่อนอื่นต้องเอาชนะนักวิ่งของญี่ปุ่น เซ็ทสุกุ ชินโกะวิ่งทำเวลาได้ 10.03 วินาทีในการแข่งกรีฑาชิงแชมป์โลกเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นเวลาอันดับสองของเอเชีย ปัจจุบันฟอร์มการวิ่งของเขาดีมาก จางกว้านยังไม่อาจเอาชนะเซ็ทสุกุ ชินโกะได้
‘ฉันในตอนนี้ยังสู้ไม่ไหว ฉันต้องเร็วกว่านี้อีก! ดูแล้วคงจะมีแต่....’ จางกว้านคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงเอาคะแนนความสามารถ 1 คะแนนใช้ไปกับความสามารถสปรินต์
‘อัปเกรดความสามารถสปรินต์’
ทันใดนั้นไอคอนความสามารถสปรินต์ที่แต่เดิมเป็นสีน้ำเงินก็เปลี่ยนเป็นสี่ม่วง
‘ความสามารถสปรินต์ระดับปรมาจารย์ ความเร็วในการวิ่งทางตรงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเป็นเวลา 40 วินาที’
จางกว้านอ่านคำอธิบายความสามารถ ถอนหายใจออกมา แอบคิดในใจว่า ‘ความสามารถอัปเกรดแล้ว อย่างนี้น่าจะวิ่งได้ต่ำกว่า 10 วินาที’
..............................