เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด! ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 ทดสอบอีกครั้ง
ที่เส้นชัย กรรมการคุมสอบที่รับผิดชอบการจับเวลา เอานาฬิกาจับเวลาที่อยู่ในมือออกมาประกาศเวลาพร้อมกัน “ลู่วิ่งที่หนึ่ง 11.45 วินาที!”
“ลู่วิ่งที่สอง 11.30 วินาที” กรรมการอีกคนหนึ่งประกาศ
“ลู่วิ่งที่สาม 11.48 วินาที” กรรมการคนสุดท้ายประกาศ
จางกว้านหายใจออกมายาวๆ ทีหนึ่ง ภายในดวงตาไม่อาจปกปิดความตื่นเต้นเอาไว้ได้ ตัวเองอยู่ลู่วิ่งที่สองที่อยู่ตรงกลาง หรือก็คือเวลา 11.30 วินาทีเป็นเวลาที่เขาทำออกมา ตามมาตรฐานการคัดเลือกนักกีฬาระดับสองของประเทศ คะแนนที่จะถึงเกณฑ์นักกีฬาระดับสองรายการวิ่งระยะสั้น 100 เมตรชายคือ ถ้าจับเวลาด้วยมือต้องได้ 11.50 วินาที หรือถ้าจับเวลาด้วยเครื่องจับเวลาจะต้องได้ 11.74 วินาที ตามเวลาที่จับด้วยมือที่เขาทำได้คือ 11.30 วินาทีนี้ จัดว่าถึงเกณฑ์มาตรฐานนักกีฬาระดับสองแล้ว
จางกว้านรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านกีฬาเหนือกว่าคนอื่น ว่ากันตามความก้าวหน้าที่ผ่านมา เขาต้องใช้เวลาอีกหนึ่งปีให้หลังถึงจะสอบผ่านเกณฑ์นักกีฬาระดับสอง ที่จริงคนส่วนใหญ่ที่ผ่านการฝึกฝนส่วนมากก็สามารถผ่านเกณฑ์นี้ได้ แต่ในวันนี้เขาออกตัวช้าแต่ยังสามารถวิ่งทำเวลาออกมาได้ 11.30 วินาที นี่ก็อธิบายได้ว่าเป็นเพราะสิ่งที่เรียกว่า ‘ระบบ’ ที่อยู่ในหัวเขา โดยเฉพาะเวลาที่ระบบบอกว่าผลของความสามารถสิ้นสุดลง จางกว้านรู้สึกความเร็วลดลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นก็ยิ่งช่วยยืนยันในข้อนี้
‘ภารกิจมือใหม่ : ใช้ความสามารถหนึ่งครั้งเสร็จสิ้น ปลดล็อกการแสดงเวลา’ พร้อมกันกับเสียงของระบบที่ดังขึ้น สิ่งที่ดูเหมือนป้ายจับเวลาแบบมัลติฟังก์ชันก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของจางกว้าน
จากนั้นก็มีคำชี้แจงเด้งขึ้นมา ‘การแสดงเวลา สามารถแสดงเวลาที่ใช้ในการเล่นกีฬาออกมาได้อย่างแม่นยำ ได้แก่ เวลาที่เหลืออยู่ เวลาที่ใช้ในแต่ละรอบ โดยการแสดงเวลาจะเปลี่ยนไปตามชนิดของกีฬา’
.....
‘นี่มันอะไรอีกเนี่ย?’ จางกว้านมึนงง เขาอ่านคำชี้แจงนั้นอย่างละเอียด แน่ใจว่านี่เป็นความสามารถในการจับเวลา
อีกฟากหนึ่ง โค้ชโจวขมวดคิ้วมองไปที่จางกว้านที่ยืนอยู่ที่เส้นชัย
โค้ชโจวเพิ่งจะหันกลับมามองก็หลังจากที่ชายแก่ชี้ไปที่จางกว้านแล้ว ตอนนั้นนักวิ่งทั้งสามออกตัววิ่งไปบนลู่วิ่งเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นโค้ชโจวจึงไม่เห็นช่วงเวลาที่ออกตัว แต่หลังจากนั้นช่วงที่จางกว้านเร่งความเร็วขึ้นมาจนแซงนักวิ่งอีกสองคนกลับถูกโค้ชโจวเห็นทั้งหมด
“สปีดของเด็กคนนี้เร็วมาก! คิดว่าน่าจะถึงระดับนักกีฬาอาชีพ เอ๊ะ? 11.30 วินาที? ทำไมเป็นอย่างนี้? ถ้าตามความเร็วที่เมื่อกี้เขาวิ่งแซงอีกสองคนขึ้นมา ไม่น่าจะช้าขนาดนี้นี่!” โค้ชโจวประเมินออกมา
“ไม่ใช่ 11.30 วินาที แต่เป็น 10.30 วินาที” ชายแก่พูดขึ้นมา “ตอนออกตัวเขามัวแต่เหม่อ เลยทำให้ช้าไป 1 วินาที”
โค้ชโจวถามอย่างประหลาดใจ “นี่อาจารย์จะบอกว่าเขาออกตัวช้าแล้วยังสามารถวิ่งได้ 11.30 วินาที? ความเร็วที่แท้จริงของเขาสามารถถึง 10.30 วินาทีเลยเหรอ?”
“ใช่ ต่อให้คลาดเคลื่อนก็ไม่เกิน 0.1 วินาที” ชายแก่พูดอย่างมั่นใจ
“นี่เป็นไปไม่ได้ จับเวลาด้วยมือช้ากว่าจับเวลาด้วยเครื่อง 0.24 วินาที จับเวลาด้วยมือ 10.30 วินาทีก็เท่ากับจับเวลาด้วยเครื่อง 10.54 วินาที นี่มันเกือบจะเป็นระดับของนักกีฬาชั้นยอดระดับประเทศแล้ว ในการทดสอบนักกีฬาระดับสอง จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีมือดีระดับนี้โผล่มา? ดูท่าทางแล้วก็เป็นแค่เด็กมัธยมปลาย นักกีฬาระดับหนึ่งของประเทศที่เป็นเด็กมัธยมปลายก็นับว่ามีพรสวรรค์ไม่เลว แต่ทำไมผมไม่คุ้นหน้าเขาเลยแม้แต่น้อย” โค้ชโจวพูด
ในฐานะที่เป็นหัวหน้าโค้ชของทีมกรีฑามณฑล การเฟ้นหานักกีฬาวัยรุ่นย่อมเป็นหนึ่งในงานของเขา ตรงไหนมีนักกีฬาฝีมือดีโค้ชโจวย่อมต้องรู้ แต่จางกว้านที่อยู่เบื้องหน้าตอนนี้ สำหรับโค้ชโจวแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่เคยพบเจอมาก่อน
เวลามาตรฐานของนักกีฬาระดับหนึ่งในระดับประเทศของการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชายอยู่ที่ 10.93 วินาทีโดยการจับเวลาด้วยเครื่อง อีกทั้งวิธีในการจัดลำดับที่ไม่เหมือนกับการทดสอบนักกีฬาระดับสอง นักกีฬาตั้งแต่ระดับหนึ่งขึ้นไปจะต้องทำคะแนนให้ถึงเกณฑ์ในการแข่งขันที่เป็นทางการจึงจะได้รับการยอมรับ ถ้าเอาแค่ระดับเฉลี่ยภายในประเทศในปัจจุบัน นักเรียนในวิทยาลัยพละหรือนักเรียนมัธยมปลายที่ฝึกกีฬาโดยเฉพาะ คนที่ยอดเยี่ยมก็สามารถที่จะมาถึงระดับนี้ได้
แต่หลังจากอยู่ในเกณฑ์นักกีฬาระดับหนึ่งของประเทศแล้ว การที่จะวิ่งให้เร็วขึ้นทุกๆ 0.1 วินาทีนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง เวลามาตรฐานของนักกีฬาชั้นยอดระดับประเทศที่อยู่สูงจากเกณฑ์นักกีฬาระดับหนึ่งขึ้นไปอีก จะอยู่ที่ 10.50 วินาที เวลาของนักกีฬาระดับหนึ่งกับนักกีฬาระดับนานาชาติ ถึงแม้จะห่างกันแค่ 0.43 วินาที แต่สำหรับนักกีฬาส่วนมากแล้ว นี่เป็นช่องว่าง 0.43 วินาทีที่ยากจะก้าวข้ามไปได้
ระดับการวิ่งระยะสั้นของเอเชียอยู่ท้ายๆ ของระดับโลกมาโดยตลอด ระดับการวิ่งระยะสั้นภายของประเทศเราถ้าในเอเชียก็ถือได้ว่าอยู่ในระดับต้นๆ ในรายการแข่งขันกีฬาอื่นๆ อาจจะมีนักกีฬาฝีมือดีที่เป็นเด็กมัธยมปลายอยู่ แต่ในรายการแข่งขันวิ่งกรีฑาระยะสั้น ไม่เคยมีเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปีคนไหนที่จะแตะได้ถึงระดับนักกีฬาชั้นยอดของประเทศมาก่อน ด้วยเหตุนี้นี่เองที่ทำให้โค้ชโจวไม่อาจจะเชื่อเวลาที่จางกว้านทำออกมาได้
“เสี่ยวโจว บางทีทีมของเราครั้งนี้อาจจะพบเพชรเม็ดงามเข้าแล้วก็เป็นได้” ชายแก่รีบจ้ำไปข้างหน้าพลางบอกว่า “ไปหาข้อมูลของเด็กคนนี้มาให้ฉันหน่อย ฉันต้องให้เขาวิ่งอีกครั้งหนึ่ง!”
.....
จางกว้านมายืนอยู่ที่เส้นปล่อยตัวนักกีฬาอีกครั้ง รู้สึกบรรยากาศรอบตัวมันแปลกๆ
ผู้เข้าสอบคนอื่นออกไปหมดแล้ว แม้แต่กรรมการคุมสอบที่จับเวลาอยู่ที่เส้นชัยในตอนแรก ก็เปลี่ยนเป็นชายแก่คนหนึ่งกับชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ภายในใจจางกว้านก็ยิ่งรู้สึกเป็นกังวล
กรรมการที่คุมสอบเรียกจางกว้านไปคุย ให้เขาวิ่งใหม่อีกครั้งหนึ่ง จางกว้านถามกรรมการคุมสอบว่าเวลา 11.30 วินาทีก่อนหน้านี้ใช้ได้หรือไม่ กรรมการคุมสอบสอบเขาว่าเวลา 11.30 วินาทีที่วิ่งไปเมื่อกี้นี้ใช้ได้แน่นอน กลับไปรอรับหนังสือรับรองนักกีฬาระดับสองก็ใช้ได้แล้ว นี่ก็ยิ่งทำให้จางกว้านไม่เข้าใจ ในเมื่อเวลาใช้ได้ แล้วทำไมยังต้องวิ่งใหม่อีก?
ที่สำคัญก็คือก่อนที่กรรมการคุมสอบจะเดินออกไปยังบอกให้เขาวิ่งดีๆ แถมยังบอกอีกว่าถ้าหากวิ่งได้ดีละก็ ไม่แน่อาจจะได้เข้ามหาวิทยาลัยแบบไม่ต้องสอบเข้าเลย
นักกีฬาที่โดดเด่นเป็นพิเศษจะได้เข้ามหาลัยแบบไม่ต้องผ่านการสอบ ข้อนี้จางกว้านเองก็ทราบ แต่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าถ้าทำคะแนนในการทดสอบนักกีฬาระดับสองได้ดี ก็จะได้เข้ามหาวิทยาลัยแบบไม่ต้องสอบ
ในขณะที่กำลังงุนงงสงสัย จางกว้านก็มายืนอยู่ที่ลู่วิ่ง
ในหัวของเขา ไอคอนสีเขียวยังคงอยู่ตรงนั้น แต่ตอนนี้ไอคอนสีเทาหายไปแล้ว แสดงว่าสามารถกดปุ่มไอคอนความสามารถนี้ได้อีกครั้งหนึ่ง
“เข้าที่ เตรียมตัว...” คนให้สัญญาณยกปืนให้สัญญาณขึ้น แต่ครั้งนี้จางกว้านไม่เหม่อ หลังจากที่เสียง ‘ปัง’ ของปืนดังขึ้นจางกว้านก็พุ่งตัวออกไปทันที พริบตาที่พุ่งตัวออกไปนั้น จากกว้านก็กดใช้งาน ‘สปรินต์’ อีกครั้งหนึ่ง
จางกว้านสับฝีเท้าออกไป เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ร่างกายรู้สึกเบา ขาทั้งสองข้างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
ในขณะเดียว แถบบอกเวลาที่เพิ่งปรากฏขึ้นมาในหน้าจอเมื่อครู่ก็มีการเคลื่อนไหว ตัวจับเวลาที่ละเอียดจนถึงหน่วยมิลลิวินาทีกำลังวิ่งอยู่ แสดงถึงเวลาที่จางกว้านใช้ในการวิ่งร้อยเมตรครั้งนี้
อีกฟากหนึ่ง นักกีฬาที่กำลังรอเข้าสนามเพื่อฝึกซ้อมต่างก็พุ่งความสนใจมาที่จางกว้าง นักกีฬาที่ซ้อมวิ่งระยะสั้นสองสามคนถึงกับเดินมาดูข้างหน้า
“เด็กคนนี้เร็วจริงๆ! ทำไมฉันรู้สึกว่าเร็วกว่าฉันอีก” นักกีฬาวิ่งสี่ร้อยเมตรคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“จะเป็นไปได้ไง” เสียงอีกคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา แล้วพูดต่อว่า “เด็กนั่นมันมือสมัครเล่น นายดูสิ องศาท่าทางตอนออกตัวก็ไม่ถูกต้อง แถมจังหวะการก้าวเท้าก็ยังไม่ใช่ ถึงแม้นายจะฝึกวิ่งสี่ร้อยเมตร แต่ไม่ได้หมายความว่าแม้แต่มือสมัครเล่นนายก็สู้ไม่ได้...”
แต่เสียงพูดของชายคนนี้ก็ค่อยๆ เบาลงเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่าภายในใจเริ่มนึกกลัว พวกเขาล้วนเป็นนักกีฬาอาชีพ ความรู้สึกในการรับรู้เรื่องความเร็วและเวลาที่วิ่งไปอย่างรวดเร็วนั้นจะไวมาก อันเป็นผลจากการฝึกซ้อมมาเป็นเวลาหลายปี ถึงแม้ในมือจะไม่มีตัวจับเวลา แต่อาศัยแค่ความรู้สึกก็สามารถที่จะรับรู้เวลาได้โดยคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย
.....
เวลา 10 วินาทีของความสามารถ ‘สปรินต์’ ไม่เพียงพอที่จะให้จางกว้านวิ่งครบ 100 เมตร ในช่วงสุดท้ายจางกว้านต้องอาศัยแรงของตัวเองและความเร็วในตอนแรกในการส่งตัวให้พุ่งเข้าเส้นชัย พอความสามารถ ‘สปรินต์’ หมดไป ความเร็วก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้มองด้วยตาเปล่าก็ยังดูออก
ชายแก่กับโค้ชโจวต่างคนก็ถือเครื่องจับเวลาเอาไว้ในมือคนละเครื่อง พริบตาที่จางกว้านถึงเส้นชัย ทั้งสองคนก็กดหยุดเวลา ทั้งสองคนดูเวลาบนเครื่องจับเวลาในมือของตัวเองแล้วก็ดูของอีกฝ่าย
“ไม่ผิดจริงๆ ด้วย”
“เครื่องจับเวลาไม่มีปัญหา!”
ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน
เวลานี้เครื่องจับเวลาในมือของทั้งสองต่างแสดงเวลาออกมาอย่างชัดเจนคือ 10.38 วินาที
ตอนที่เห็นเวลานี้เมื่อสักครู่ ทั้งสองคนต่างก็ไม่เชื่อตัวเลขที่ออกมา ต่างคนต่างมองเครื่องจับเวลาในมือของอีกฝ่าย แต่เมื่อเห็นตัวเลขที่ออกมาเหมือนกัน จึงยอมรับความจริงอันนี้
โค้ชโจวมองเครื่องจับเวลาในมือ พยายามสะกดความตื่นเต้นที่อยู่ในใจ แล้วพูดว่า “นี่เป็นการวิ่งครั้งที่สองของเขา ถ้าว่ากันตามระดับนักกีฬาอาชีพล่ะก็ การวิ่งติดต่อกันสองรอบในชั่วระยะเวลาสั้นๆ อย่างนี้ ความเร็วรอบที่สองย่อมต้องลดลงไปบ้าง หรือในอีกแง่หนึ่งก็คือเวลาที่แท้จริงที่เขาทำได้ในการวิ่งครั้งแรกคือ 10.30 วินาทีจริงๆ! นี่มันระดับนักกีฬาชั้นยอดของประเทศแล้ว! ถ้าไม่เห็นด้วยตาตัวเอง วัดความเร็วเองกับมือ ผมไม่มีทางเชื่อแน่นอน”
ชายแก่พยักหน้า “ขีดจำกัดของเขาไม่อยู่เพียงแค่นี้แน่ ทั้งความเร็วและพลังที่ระเบิดออกมาของเขามันยอดเยี่ยมมาก แต่ถ้าดูจากตอนที่ออกตัวและจังหวะการก้าวเท้าแล้ว เขาเป็นมือสมัครเล่นที่เพิ่งเริ่มฝึกได้ไม่นานอย่างไม่ต้องสงสัย ฉันดูแล้วเขาน่าจะเรียนวิ่งได้ประมาณเดือนเดียว แล้วก็ช่วงสุดท้าย ความเร็วของเขาช้าลงอย่างชัดเจน จังหวะการก้าวเท้าก็สะเปะสะปะ เห็นได้ชัดว่าแรงหมด เรี่ยวแรงของวัยรุ่นเดิมทีก็ด้อยกว่าของผู้ใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นคนที่เพิ่งเริ่มเรียนก็ไม่รู้จักวิธีจัดสรรกำลังของร่างกายที่มี นี่เป็นเรื่องที่ปกติมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสามารถทำเวลาออกมาได้อย่างนี้ เพชรเม็ดงามนี้ อนาคตยังไปได้อีกไกลนัก!”
ชายแก่พูด จากนั้นก็หันไปพูดกับโค้ชโจวว่า “เขาเป็นเด็กมีพรสวรรค์ พวกเราไม่เคยเจอเด็กที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเอาเขามาอยู่ทีมกรีฑาเราให้ได้!”
โค้ชโจวรีบพยักหน้าทันที “อาจารย์วางใจได้ คนที่มาทดสอบนักกีฬาระดับสองวันนี้ล้วนเป็นเด็กนักเรียนที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย พวกเรามีโควตาที่จะส่งเด็กเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยกีฬาของมณฑลอยู่หนึ่งคน มหาวิทยาลัยกีฬาของมณฑลจะดีเลวยังไงก็ยังเป็นมหาวิทยาลัย ยิ่งไปกว่านั้นนักเรียนที่ฝึกกีฬาส่วนมากก็มักจะคะแนนทางวิชาการไม่ดี ข้อเสนอที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องสอบอย่างนี้ต้องจูงใจเขาได้แน่”
................................