เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด!

เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด! ตอนที่ 3

#3เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด!

ตอนที่ 3 เข้าทีมมณฑล

หลังจากที่จางกว้านวิ่งถึงเส้นชัย มองซ้ายมองขวาเห็นว่าไม่มีใครมาสนใจอะไรตน จึงเตรียมตัวจะออกจากสนาม

“อย่าเพิ่งไป” ข้างหลังมีเสียงดังขึ้นมา เขาหันกลับไปมอง เห็นชายแก่คนหนึ่งกับชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งเดินมาหาเขา

“อาจารย์คุมสอบทั้งสองท่าน ให้ผมไปได้หรือยังครับ?” จางกว้านถาม

“เธอชื่อจางกว้านใช่ไหม! ฉันแซ่เฉิน เขาแซ่โจว พวกเราเป็นโค้ชของทีมนักกรีฑามณฑล” ชายแก่แนะนำตัวก่อน จากนั้นถามต่อ “เธออยากมาเข้าทีมมณฑลไหม มาฝึกกับฉัน?”

“ทีมมณฑล?” จางกว้านงงเล็กน้อย ก่อนจะถามต่อ “ในทีมมณฑลไม่ใช่ว่าเป็นนักกีฬาอาชีพหรือครับ?”

ชายแก่ที่แซ่เฉินพยักหน้า “ถูกต้อง ทุกคนเป็นนักกีฬาอาชีพ ถ้าเธอมาเข้าทีม เธอเองก็เป็นนักกีฬาอาชีพ”

“ทำไมถึงเลือกผม?” จางกว้านถามต่อทันที

“เธอวิ่ง 100 เมตรได้เร็วมาก ถ้าหากได้ฝึกเพิ่มล่ะก็ จะต้องเป็นนักวิ่งระยะสั้นระดับต้นๆ ของประเทศอย่างแน่นอน ในอนาคตก็ยังสามารถออกไปแข่งที่ต่างประเทศ ทำเพื่อประเทศชาติ!” โค้ชโจวพูดอย่างจริงจัง

“ไม่ไป” จางกว้านส่ายหัว ถ้าหากเป็นเด็กอายุสิบเจ็ดทั่วๆ ไป ก็อาจจะถูกชักจูงได้ง่ายๆ แต่จางกว้านรู้ดีว่าการเป็นนักกีฬาเป็นเรื่องที่ลำบากมาก แถมทั้งชีวิตอาจจะทำผลงานออกมาได้ไม่ดีก็เป็นได้

เห็นจางกว้านปฏิเสธ โค้ชโจวจึงรีบบอกว่า “ฉันมีโควตานักกีฬาสำหรับเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าเธอมาเข้าทีมกรีฑา โควตาอันนี้ก็จะเป็นของเธอ”

“จริงหรือครับ?” จางกว้านรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาทันที

ในอดีตที่ผ่านมา สุดท้ายจางกว้านสอบเข้าได้เพียงมหาวิทยาลัยธรรมดาประเภทสองในพื้นที่ เรียนคณะการจัดการกีฬา หลังจากจบแล้วไม่รู้ว่าโชคดีอะไรถึงสอบเข้าไปทำงานในสำนักงานการกีฬาแห่งชาติได้ ใช้ชีวิตแบบลอยไปลอยมา กลางวันเล่นหุ้นกลางคืนกลับบ้านเล่นเกม ด้วยคะแนนการเรียนของจางกว้าน ไม่อาจจะเข้ามหาวิทยาลัยธรรมดาประเภทที่หนึ่งได้ แต่วันนี้โควตานักกีฬาที่จะได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมดาประเภทหนึ่ง สำหรับจางกว้านแล้วถือว่าเขาโชคดีจริงๆ

ในตอนนี้ จางกว้านหวนคิดถึงเวลาพ่อแม่ตื่นเต้นดีใจที่เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ใหม่ๆ ถึงแม้จะเป็นแค่มหาวิทยาลัยธรรมดาประเภทสอง แต่เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงความภาคภูมิใจของพ่อแม่ แต่ถ้าได้โควตาเข้ามหาวิทยาลัยธรรมดาประเภทหนึ่งล่ะก็ จางกว้านคิดว่าสำหรับพ่อแม่แล้วบางทีนี่อาจจะเป็นของขวัญล้ำค่า ดังนั้นแค่ชั่วพริบตาจางกว้านจึงตัดสินใจ

“ถ้าหากให้โควตาผมเข้ามหาวิทยาลัยกีฬามณฑลจริงๆ ผมก็จะเข้าทีม” จางกว้านบอก

.....

เมื่อกลับถึงบ้าน จางกว้านอดไม่ได้ที่จะสำรวจดู ‘ระบบ’ อันนั้นที่อยู่ในหัวเขา แต่สิ่งที่ทำให้เขาผิดหวังก็คือ เขากดเปิดแถบความสามารถไม่ได้ เพราะว่ายังอยู่ในโหมดฝึกสอนมือใหม่ ความสามารถอื่นในระบบยังไม่สามารถใช้งานได้ ความสามารถที่เขาใช้ได้วันนี้มีแค่ ‘สปรินต์’ อันเดียวเท่านั้น

จางกว้านไม่รู้ว่าทำอย่างไรถึงจะผ่านโหมดฝึกสอนมือใหม่ แต่ว่าภารกิจมือใหม่อันต่อมาคือให้เขาเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการหนึ่งรายการ

‘เข้าร่วมการแข่งเป็นที่เป็นทางการหนึ่งรายการ? ฉันจะไปหาการแข่งขันอย่างนี้ได้ที่ไหน นี่ล้อฉันเล่นเปล่าเนี่ย’ จางกว้านอ่านคำชี้แจงภารกิจพวกนั้นอย่างจนปัญญา ถ้าทำภารกิจอันนี้ไม่สำเร็จ โหมดฝึกสอนมือใหม่ก็ไปต่อไปไม่ได้ เขาก็ไม่มีทางรู้ว่าความสามารถอื่นๆ ในระบบมีอะไรบ้าง

.....

ที่หอพักทีมนักกีฬามณฑล

จางกว้านที่เพิ่งมารายงานตัวกำลังจัดข้าวของของตัวเอง ที่เตียงข้างๆ มีผู้ชายวัยรุ่นตัวผอมคนหนึ่งนอนอยู่ ในมือถือนิยายกำลังภายในอยู่เล่มหนึ่ง อ่านไปพลางพูดคุยกับจางกว้านไปพลาง

ผู้ชายตัวผอมคนนี้ชื่อหวังข่าย เขาเองก็เป็นนักกีฬาในทีมกรีฑา ถนัดวิ่งระยะไกล 1,500 เมตร และยังเป็นรูมเมทของจางกว้าน

หวังข่ายนอนไขว่ห้างอยู่บนเตียง มือหนึ่งถือหนังสือนิยายกำลังภายใน อีกมือหนึ่งก็แกะเท้าเล่น พลางพูดแบบทีเล่นทีจริงกับจ้างกว้าน “ฉันว่านะจางกว้าน นายนี่มันโชคดีจริงๆ ฉันได้ยินมาว่าอาจารย์เฉินจะมาสอนนายด้วยตัวเองเลย!”

“อาจารย์เฉิน? ใช่คนแก่ที่อายุหกสิบกว่าคนนั้นหรือเปล่า? เขาเก่งมากเหรอ?” จางกว้านพูดไปพลางเอาเสื้อผ้าใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้า

หวังข่ายเด้งตัวขึ้นมานั่ง พูดว่า “นายอยู่ในทีมกรีฑานี้ ไม่รู้จักคนอื่นไม่เป็นไร แต่ไม่รู้จักอาจารย์เฉินไม่ได้! นายรู้หรือเปล่าว่าเขาเป็นใคร เมื่อก่อนเขาเป็นโค้ชให้กับนักกรีฑาทีมชาติ เกษียณเมื่อสองสามปีก่อน กว่าผู้อำนวยการของสำนักงานการกีฬามณฑลจะเชิญเขามาที่นี่ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ”

หวังข่ายพูดถึงตรงนี้ เห็นว่าจางกว้านไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจอะไรมาก จึงพูดต่อว่า “ถ้าพูดถึงอาจารย์เฉินในสมัยนั้นแกเป็น ‘เบอร์หนึ่ง’ ของนักกรีฑาในประเทศเรา และก็ยังเป็นคนที่วิ่งได้เร็วที่สุดในโลกอีกด้วย”

“วิ่งได้เร็วที่สุดในโลก? อย่างนั้นก็ต้องทำสถิติโลกเอาไว้น่ะสิ?” จางกว้านยิ้มๆ แล้วพูดต่อ “พี่หวัง ถึงผมจะเรียนหนังสือมาน้อย พี่ก็อย่ามาหลอกผม ที่ผมรู้มาคือรายการวิ่งหนึ่งร้อยเมตรในประเทศเรา เคยทำลายสถิติของเอเชียไว้ตอนช่วงยุค 80 แต่ว่าไม่เคยทำลายสถิติโลก”

“ตอนนั้นที่เราทำลายสถิติเอเชีย โค้ชที่นำทีมไปก็คืออาจารย์เฉิน” หวังข่ายพูดต่อ “ในสมัยที่ยังจับเวลาด้วยมือ อาจารย์เฉินเคยวิ่งทำเวลาออกมาได้ 10 วินาทีเป๊ะ แถมสถิตินี้ในเวลานั้นยังเป็นเวลาที่เร็วที่สุดในโลกอีกด้วย เวลาที่อาจารย์เฉินทำออกมาได้เท่ากับสถิติโลก 100 เมตรในสมัยนั้น ก่อนหน้าอาจารย์เฉิน บนโลกมีอีกเพียงแค่ 4 คนเท่านั้นที่วิ่งออกมาได้ 10 วินาทีเป๊ะ อาจารย์เฉินแกเป็นคนที่ 5 ที่วิ่งได้ 10 วินาที! นายว่าแกสุดยอดหรือเปล่าล่ะ?”

‘ที่แท้เป็นเขานี่เอง!’ จางกว้านพยักหน้า เกี่ยวกับประวัติของอาจารย์เฉินในวัยหนุ่ม จางกว้านก็เคยฟังมา แต่เขาคิดไม่ถึงว่าคนที่ถูกทางตะวันตกเรียกว่า ‘คนที่ห้าที่วิ่งได้เร็วที่สุดบนโลก’ จะเป็นชายแก่ที่เจอกันเมื่อสองสามวันก่อน

ได้แต่ฟังหวังข่ายพูดต่อ “ตอนนี้ในทีมกรีฑาของประเทศกับกระทรวงกีฬามีหลายคนเลยที่เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉิน ตัวอย่างเช่น โค้ชอวี๋ของทีมกรีฑาประเทศ ก็เคยเป็นทั้งเพื่อนร่วมทีมเป็นทั้งลูกศิษย์อาจารย์เฉิน ถ้าอาจารย์เฉินแนะนำล่ะก็ จะเข้าทีมชาติมันก็ไม่ใช่ปัญหา”

......

วันที่สอง จางกว้านก็ยังไม่ได้เริ่มการฝึกซ้อม แต่ไปเข้ารับการตรวจสมรรถภาพร่างกาย ในขณะเดียวกันก็ไปทดสอบวิ่ง 100 เมตรอีกครั้ง เวลาที่ออกมาคือ 10.32 วินาที นั่นก็ทำให้อาจารย์เฉินวางใจได้เต็มที่

ในตอนบ่าย อาจารย์เฉินดูตัวเลขในผลตรวจร่างกายถึงกับต้องขมวดคิ้ว เพราะถ้าดูจากตัวเลขในผลตรวจร่างกาย จางกว้านไม่มีด้านไหนที่โดดเด่นออกมาเลย ทุกๆ ด้านห่างจากนักกีฬาอาชีพอย่างลิบลับ แม้แต่นักกีฬาสมัครเล่นก็สู้ไม่ได้

‘ไม่มีด้านไหนดีเลย นี่มันตัวเลขของคนธรรมดาทั่วไปชัดๆ แปลกมาก ทำไมตัวเลขอย่างนี้ถึงวิ่งได้เร็วขนาดนี้’ อาจารย์เฉินโยนผลตรวจร่างกายไปด้านข้าง ‘ช่างมัน เมื่อก่อนตอนฉันวิ่ง ไม่เห็นต้องมีอะไรวุ่นวายอย่างนี้ก็ชนะมาได้’

......

อาจารย์เฉินส่งกระดาษตารางหนาๆ ปึกหนึ่งให้จางกว้าน พูดว่า “นี่เป็นตารางฝึกซ้อมของเธอในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ลองดูๆ ก่อน”

จางกว้านมองดูแผนการฝึกซ้อมที่เขียนด้วยมือทั้งหมด ละเอียดไปจนถึงทุกๆ ช่วงของแต่ละวัน เขารับรู้ได้เลยว่าอาจารย์เฉินต้องใช้พลังไปมากแค่ไหนในการเขียนแผนการฝึกซ้อมฉบับนี้

จางกว้านฟังอาจารย์เฉินพูดต่อ “ฉันวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้ว สำหรับสถานการณ์ของเธอตอนนี้ โดยรวมก็คือเธอยังขาดการฝึกแบบมืออาชีพ การออกตัวของเธอยังอยู่ในระดับมือสมัครเล่น การตอบสนองในช่วงออกตัวก็ช้า ท่าทางก็ไม่ถูกต้อง ซึ่งมันจะมีผลต่อการออกแรงในช่วงออกตัว ในเส้นทางนักกีฬา ถ้าขาดการควบคุมจังหวะให้ถูกต้อง ฝึกให้ตายมันก็เท่านั้น อีกอย่างก็คือแรงยังไม่พอ ที่เธอหมดแรงในช่วงสุดท้ายของการวิ่ง มันกระทบต่อความเร็วในการสปรินต์อย่างมาก”

จางกว้านพยักหน้ายอมรับ อาจารย์เฉินวิเคราะห์ได้ถูกต้องมาก เดิมทีตัวเองก็เป็นนักกีฬาสมัครเล่นที่เป็นมือใหม่ ไม่ได้มีทักษะทางกีฬาอะไรเลย ยกเว้นข้อสุดท้าย ที่จริงๆแล้วเป็นเพราะผลของความสามารถ ‘สปรินต์’ หมดไป ความเร็วก็เลยลดลง

อาจารย์เฉินพูดต่อ “ในการเป็นนักกีฬาอาชีพ พื้นฐานจะต้องแน่น เธออายุยังน้อย เทคนิคอะไรก็ยังไม่มี เหมาะที่จะสอนตั้งแต่พื้นฐาน ดังนั้นฉันจะให้เธอฝึกตั้งแต่ต้น ภายในสองเดือนต่อจากนี้ สิ่งที่เธอจะต้องฝึกก็คือการออกตัว ท่าในการออกตัวต้องแก้ไข การตอบสนองในช่วงออกตัวต้องเร็วขึ้น เป้าหมายแรกของฉันก็คือสองเดือนให้หลัง การตอบสนองในช่วงออกตัวของเธอต้องไม่เกิน 0.3 วินาที”

ขอบเขตในการเคลื่อนไหวของคนยิ่งแคบก็จะยิ่งเร็ว ปกติคนเราเวลาที่เคลื่อนไหวเบาๆ เช่น ขยับนิ้วชี้ การตอบสนองจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 0.2 – 0.3 วินาที แต่การออกตัววิ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ขอบเขตค่อนข้างกว้าง ดังนั้นเวลาที่ใช้ในการตอบสนองก็ต้องมากกว่า

ความเร็วของการตอบสนองในช่วงออกตัวจะมีผลมาจากท่าทางในตอนนั้นและระดับการฝึกของผู้วิ่ง ความเร็วของการตอบสนองในช่วงออกตัววิ่งของคนทั่วไปจะอยู่ที่ 0.5 - 1 วินาทีซึ่งแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ความเร็วการตอบสนองในการเหยียบเบรกเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันของคนขับรถจะอยู่ที่ 0.4 วินาที นั่นก็อธิบายได้ว่าเวลาที่ใช้ตอบสนองการเคลื่อนไหวอะไรที่ชำนาญหรือทำอยู่เป็นประจำจะอยู่ที่ 0.4 วินาที แต่นักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝน เวลาที่ใช้ในการตอบสนองก็จะสั้นกว่านั้น ตัวอย่างเช่น นักวิ่งระยะสั้นมืออาชีพ เวลาที่ใช้ในการตอบสนองตอนที่ออกตัววิ่งของพวกเขาจะอยู่ที่ไม่เกิน 0.2 วินาที ขีดจำกัดของเวลา 0.2 วินาทีนี้ ไม่ใช่ว่าจะเกิดเพียงแค่ครั้งหรือสองครั้ง แต่เป็นทุกๆ ครั้งในการวิ่งของพวกเขา

ในการแข่งขันใหญ่ๆ ระดับนานาชาติ เวลาที่ใช้ในการออกตัวของนักวิ่งระยะสั้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.15 วินาที ถ้าสามารถทำได้ 0.14 วินาทีถือว่ายอดเยี่ยม แต่ถ้าทำได้เกิน 0.17 วินาที การตอบสนองในการออกตัวถือว่าค่อนข้างช้า

ถ้าอยากจะลดเวลาที่ใช้ในการตอบสนองตอนออกตัวลง ต้องฝึกอย่างหนัก จำเป็นต้องมีขั้นตอนและเวลาในการฝึกเพื่อให้ร่างกายและกล้ามเนื้อจดจำท่าทางเวลาที่ออกตัว สำหรับผู้ที่เริ่มฝึกใหม่ๆ การจะลดเวลาที่ใช้ตอบสนองตอนออกตัวลง 0.1 วินาทีภายในสองเดือน ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

อาจารย์เฉินพูดต่อ “เดือนกันยายนปีนี้ การแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชียครั้งที่ 15 จะจัดขึ้นที่ฟิลิปปินส์ ฉันได้ข่าวมาว่าทางสำนักงานการกีฬาแห่งชาติเตรียมโควตานักกีฬาสำหรับเข้าร่วมการแข่งขันเอาไว้ประมาณ 50 คน แต่ว่าอันนี้มันไม่เกี่ยวกับเธอ แต่ต้นเดือนกรกฎาคม ก็คืออีกสองเดือนนับจากนี้ จะมีการจัดการแข่งขันคัดตัวนักกีฬาเพื่อไปแข่งขันชิงแชมป์เอเชียที่ฟิลิปปินส์ อันนี้แหละที่มันจะเกี่ยวกับเธอ การแข่งขันนี้ค่อนข้างเปิดกว้าง สำหรับนักกีฬาหนุ่มๆ ส่วนมาก นี่คือโอกาสที่จะได้ฝึก ฉันเตรียมให้เธอลองไปแข่งดู ให้เธอคุ้นเคยกับบรรยากาศการแข่งขัน แล้วก็จะได้เป็นการเปิดตัวให้ทุกคนได้รู้จักเธอ นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยาก เธอต้องคว้าเอาไว้ให้ดีล่ะ”

“อาจารย์เฉินครับ การแข่งขันรอบคัดเลือกเป็นการแข่งแบบเป็นทางการหรือเปล่าครับ?” จางกว้านถามแบบรอคอยคำตอบ

อาจารย์เฉินพยักหน้า “แน่นอน สมาคมกรีฑาของประเทศเป็นคนจัดงาน ย่อมต้องเป็นการแข่งขันแบบเป็นทางการ”

จางกว้านรู้สึกตื่นเต้นดีใจขึ้นมาทันที ภายในใจแอบคิดว่าอยากได้อะไรก็ได้อย่างนั้นจริงๆ ภารกิจ ‘เข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ’ ในระบบอันนั้นแขวนอยู่ตรงนั้นมาโดยตลอด เดิมทีจางกว้านก็กังวลว่าจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้อย่างไร กลับคิดไม่ถึงว่าโอกาสที่จะได้แข่งขันจะมาหาเขาเองถึงที่แบบนี้

..............................

devc-10ddca78-32951เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด! ตอนที่ 3