ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา ตอนที่ 32

#32ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ตอนที่ 34 กลับประเทศ

ซื้อลูกพันธุ์ปลามาแล้ว อาหารปลาก็เก็บไว้ในโกดังเรียบร้อยแล้ว งานที่เหลืออยู่ฉินสือโอวจึงไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจเท่าไรนัก เช่นนี้ เขาจึงเริ่มวางแผนเรื่องที่จะกลับไปร่วมงานแต่งของเพื่อนเก่า

ตอนนี้เขานับว่ามีเงินถุงเงินถังแล้ว ฉินสือโอวไม่อยากให้ตัวเองรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เขาจึงจองตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่งไว้สองใบ บินตรงจากเซนต์จอห์นไปลงที่สนามบิน YTO ที่โทรอนโต แล้วเปลี่ยนเครื่องเพื่อบินไปยังสนามบินนานาชาติปักกิ่ง เป็นราคาทั้งหมดหนึ่งหมื่นหกพันดอลลาร์แคนาดา!

คนสองคนบินรอบหนึ่ง ก็ใช้เงินไปแล้วถึงแปดหมื่นดอลลาร์ ไม่ว่าจะพูดยังไงฉินสือโอวก็รู้สึกปวดใจอยู่ดี

แต่เมื่อคิดกลับไปถึง ยามที่โรคกลัวความสูงกำเริบในที่นั่งชั้นประหยัด เขาก็รู้สึกว่าควรจะดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีสักหน่อย

ความหรูหราของเครื่องบินโบอิ้ง777 นั้นจะสัมผัสได้ก็ต่อเมื่อเป็นที่นั่งชั้นหนึ่งเท่านั้น ที่นั่งขนาดใหญ่ถูกแบ่งออกเป็นแปดห้องเดี่ยวขนาดเล็ก ทุกๆห้องเดี่ยวล้วนแต่ติดผ้าม่านอย่างหนาเพียงแค่ผูกสายไว้ ผ้าม่านก็จะถูกปิดทั้งหมด จากนั้นจะทำอะไรข้างใน ก็ไม่มีใครรู้แล้ว

คุณภาพของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของที่นั่งชั้นหนึ่งก็ย่อมดีกว่าในชั้นประหยัดอยู่แล้ว ฉินสือโอวกับเออร์บักออกมาจากห้องรับรองแขกVIP เพื่อขึ้นเครื่องก่อนล่วงหน้า ก็มีพนักงานต้อนรับคนสวยเข้ามาเดินนำไปทันที

โดยทั่วไปแล้ว คนที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่งได้ย่อมต้องเป็นคนมีอันจะกิน ตั้งแต่ที่ฉินสือโอวหลอมรวมเข้ากับจิตสำนึกของโพไซดอน บรรยากาศรอบกายของเขาก็เริ่มจะเสน่ห์พร้อมทั้งท่าทางทะนงองอาจ บวกกับเออร์บักที่อยู่ข้างหลังทำหน้าที่คล้ายผู้ติดตามก็ดูเข้ากันได้อย่างดี เพราะฉะนั้นเมื่อพนักงานต้อนรับมองเห็นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มชาวต่างชาติคนนี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา

หลังจากวิจารณ์เขาไปแล้ว พนักงานต้อนรับคนสวยก็เริ่มหว่านเสน่ห์ยิ้มน้อยๆกะพริบดวงตาโตกลมสวย พร้อมผายมือออกไปอย่างสง่างาม พร้อมกล่าวว่า “ผู้โดยสารทั้งสองท่าน ขอเชิญทางนี้ค่ะ”

น่าเสียดายนัก ตอนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเฉินสือโอวเป็นเพียงตะพาบตัวหนึ่ง เขาถูกความหรูหราของที่นั่งชั้นหนึ่งทำให้ตกตะลึง จนไม่ได้รับรู้ถึงสายตา ‘แสดงความสนใจ’ ที่ส่งความนัยมาเลยแม้แต่น้อย

ในห้องเดี่ยวของฉินสือโอวมีเก้าอี้นอนขนาดกว้างขวางอยู่หนึ่งตัว บนเก้าอี้มีปุ่มปรับพนักพิงอยู่ หากว่ารู้สึกง่วงนอน เพียงแค่ปรับเอนลงก็จะกลายเป็นเตียงนุ่ม ที่ยาวกว่าสองเมตรและมีความกว้างเกือบแปดสิบเซนติเมตร

ด้านหน้าของที่เบาะนั่งมีทีวีจอสัมผัส ความคมชัดสูงขนาด 24 นิ้ว ห้องพักหรูให้บริการทั้งห้องพักแบบกั้นบางส่วนหรือแบบกั้นทั้งหมด

พนักงานต้อนรับให้คำแนะนำฉินสือโอวว่า หากเขาต้องการจะเข้านอน ขอแค่เขาเรียก เธอก็จะนำฟูกนอนมาปูพร้อมหมอนใบใหญ่กับผ้าห่มขนเป็ดโซฟิเทลมายเบ็ดมาบริการ

นอกจากนี้แล้ว ผู้โดยสารที่นั่งชั้นหนึ่งยังสามารถใช้ห้องครัวบนเครื่องบินได้อีกด้วย ในห้องครัวประกอบไปด้วยเครื่องชงกาแฟ ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เครื่องปิ้งขนมปังและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ เหมือนกับห้องสวีทเลยทีเดียว

“คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแล้วล่ะ” ฉินสือโอวที่กำลังพิงตัวกับเบาะนอนพูดให้เออร์บักฟัง

เช่นนี้ เมื่อยามที่เครื่องบินกำลังขึ้นบิน ฉินสือโอวจึงสวมหูฟังฟังเพลงร็อก โรคกลัวความสูงจึงไม่ได้มีผลกระทบกับเขาเท่าครั้งที่นั่งตั๋วชั้นประหยัดมองเครื่องบินไต่ขึ้นสูงกว่าระดับน้ำทะเลอีกแล้ว

เมื่อมาถึงโทรอนโต ไฟล์ทบินระยะสั้นนี้ก็ได้สิ้นสุดลง ฉินสือโอวและคนอื่นๆต้องเปลี่ยนไปขึ้นเครื่องบินลำอื่น หากแต่ยังเป็นที่นั่งชั้นหนึ่งบนเครื่องบินโบอิ้ง777เหมือนเดิม

กำลังจะเปลี่ยนเครื่องแล้ว แต่ทันใดนั้นฉินสือโอวก็ได้ยินเสียงเอะอะจากทางเข้าขึ้นมาเสียก่อน จากนั้นพนักงานบริการของที่นั่งชั้นหนึ่งจึงรีบวิ่งเข้าไป เขารู้สึกสงสัย จึงเดินเข้าไปดูความที่มาของความคึกคักนั้น

บริเวณทางขึ้นเครื่องบิน มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุงอยู่รอบๆ ข้างในมีชายวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่บนรถเข็น ที่ดูเหมือนจะเคลื่อนที่ได้ไม่สะดวก อีกทั้งสถานการณ์ก็ยังดูไม่ค่อยดีเท่าไรด้วย

พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคนหนึ่งจึงค่อยๆอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “ขอโทษด้วยนะคะคุณผู้ชาย สถานการณ์ตอนนี้ของท่านไม่เหมาะที่จะเดินทางในเที่ยวบินนี้……”

เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆชายวัยกลางคนจึงพูดขึ้นอย่างลนลาน “ทำไมถึงไม่เหมาะ พ่อของผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ขอแค่ให้ผมกับแม่พยุงพ่อไปที่เบาะได้ก็พอแล้ว ระหว่างเดินทางพวกเราจะดูแลเอง ไม่ทำให้พวกคุณเสียเวลาหรอก”

ฉินสือโอวยืนอยู่ข้างๆ เมื่อได้ยินแล้วจึงเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่แท้ครอบครัวของชายวัยกลางคนคนนี้ก็เพิ่งจะอพยพมาที่โทรอนโต แต่กลับโชคไม่ดีนัก ไม่นานมานี้ ชายวัยกลางคนคนนี้ดันประสบอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝันจนทำให้มีเลือดออกในสมอง

ถึงแม้จะช่วยชีวิตไว้ได้ทันเวลา แต่การให้การรักษาต่อจากนั้นกลับมีไม่มากนักในโทรอนโต สาเหตุก็เพราะที่โทรอนโตจะให้การรักษาแค่เฉพาะอาการป่วยสำคัญ เว้นแต่ว่าจะใช้เงินจำนวนมากเพื่อเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน ไม่เช่นนั้นแล้วก็คงทำได้เพียงเข้าคิวรอรับการรักษาจากโรงพยาบาลรัฐของประกันสังคม

อาการป่วยอย่างเลือดออกในสมองแน่นอนว่าคงจะรอไม่ไหว ไม่มีทางอื่นแล้ว ครอบครัวของชายวัยกลางคนจึงตัดสินใจกลับไปรักษาที่ประเทศของตนเอง

ด้านประกันการรักษาพยาบาล ถึงแม้ที่จีนจะมีปัญหาหลายอย่าง แต่เรื่องอัตราส่วนของความครอบคลุมก็ถือว่าควรจะได้รับคำชื่นชม นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลหลายแห่ง และยารักษาราคาถูก ร่วมกับเงินประกันไม่เท่าไรก็สามารถเข้ารับการรักษาได้แล้ว สำหรับการรักษาจะทำได้ดีหรือไม่ดีนั้น ก็ไม่น่าเอ่ยถึงแล้ว

ทว่าตอนนี้ชายวัยกลางคนคนนี้ไม่มีความสามารถในการดูแลตัวเองแล้ว เบาะนั่งในชั้นธุรกิจก็เล็กและแคบ เมื่อเครื่องบินขึ้นบินแล้วจะไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารลุกออกจากที่นั่งได้อย่างอิสระ ทางสนามบินกลัวว่าชายคนนี้จะเกิดปัญหาอะไรขึ้นระหว่างอยู่บนเครื่องบิน ดังนั้นจึงไม่อยากปล่อยให้เขาขึ้นเครื่องบิน

เห็นคุณแม่ของเด็กวัยรุ่นคนนั้นรีบร้อนชี้แจง เห็นสายตากระสับกระส่ายของชายวัยกลางคน ฉินสือโอวจึงเข้าไปถามพนักงาน “ถ้าหากคุณผู้ชายท่านนี้มีคนดูแล งั้นก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ใช่ไหม?”

พนักงานต้อนรับพยักหน้า พูดอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ไม่ได้มีแค่เรื่องนี้ หมอของทางสนามบินให้ความเห็นว่าคุณผู้ชายท่านนี้ไม่ควรนั่งนานๆ เขาต้องนั่งสลับกับนอน เพราะฉะนั้นแล้ว……”

“ง่ายมาก” ฉินสือโอวยิ้มและพูดขึ้น เขาหยิบบัตรผ่านขึ้นเครื่องขึ้นมา “นี่เป็นที่นั่งของผม เป็นที่นั่งชั้นหนึ่ง ที่นั่นมีเตียงให้คุณผู้ชายคนนี้นอนได้ อีกอย่างผมยังมีผู้ติดตามมาด้วยอีกหนึ่งคน ถ้าผมกับผู้ติดตามแลกที่กับสามีภรรยาสองท่านนี้ ก็เท่ากับว่าแก้ปัญหาได้แล้วใช่ไหม?”

พนักงานต้อนรับหญิงชายมองหน้ากัน ยอมรับข้อเสนอนี้โดยดุษดี คนที่มามุงดูอยู่รอบๆทนเงียบอยู่ไม่ได้

จึงมีคนถามขึ้นมา “ตัวเครื่องบินชั้นหนึ่งราคาเท่าไร?”

“ตัวเครื่องบินใบเดียวทำไมถึงมีราคาตั้งสามสี่หมื่น!”

แล้วก็กลายเป็นเสียงสูดลมเย็นที่ดังขึ้นมา

เด็กคนนั้นมองฉินสือโอวอย่างตกตะลึง แล้วพูดขึ้น “นี่ นี่คงไม่ค่อยเท่าไร…….”

ฉินสือโอวตบแปะเข้าที่ไหล่ของเขา แล้วพูดปนรอยยิ้มๆ “ไม่เป็นไร เราเป็นคนจีนเหมือนกัน ถ้าตอนอยู่นอกบ้านเราไม่ดูแลกันและกัน แล้วใครจะหวังให้ใครมาดูแลเรา? ไปเถอะ เธอคงไม่อยากเสียเวลาในการเดินทางกลับไปรักษาของพ่อเธอหรอกใช่ไหม?”

เมื่อเขาพูดคำนี้ออกไป ชาวจีนที่มุงดูอยู่รอบๆก็อดที่จะปรบมือให้ไม่ได้ ชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยคนหนึ่งยกนิ้วโป้งให้ฉินสือโอว แล้วพูดกับเขาด้วยสำเนียงปักกิ่ง “พ่อหนุ่ม บรรดาท่านบุรุษทั้งหลาย! เป็นหน้าเป็นตาให้กับผู้ชาวจีนอย่างเราจริงๆ!”

ฉินสือโอวไม่ได้อยากเป็นที่สนใจ เพียงแต่การมาอยู่ต่างถิ่นนั้นไม่ง่าย ช่วยอะไรได้ก็ช่วย เขาโบกมือปัดเพื่อเตรียมตัวจะกลับที่นั่งชั้นหนึ่งเพื่อไปหยิบสัมภาระที่ติดตัวมา

คราวนี้มีเสียงใสๆเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลัง ถามว่า “จูเลีย เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ทำไมถึงพากันมามุงอยู่ตรงนี้? รบกวนผู้โดยสารทุกท่านหลีกทางให้หน่อยค่ะ ดิฉัน วินนี่ เซโรวา เป็นหัวหน้าพนักงานต้อนรับในเที่ยวบินนี้”

ฝูงชนแยกตัวออก เงาของเจ้าของรูปร่างสวยงามปรากฏขึ้นต่อหน้าของฉินสือโอว ที่แท้ก็เป็นพนักงานต้อนรับเรียวขายาวที่เคยช่วยกุมมือของเขาไว้เพื่อโน้มนำจิตใจเมื่อเที่ยวบินครั้งก่อนนี่เอง

ใบหน้างดงามของพนักงานสาวขายาวประดับด้วยรอยยิ้มนุ่มนวล บนร่างอรชรของเธอประดับด้วยเครื่องแบบสีเหมือนท้องฟ้า ทำให้หน้าอกอิ่ม เอวบางและสะโพกงามงอนที่น่าหลงใหลปรากฏให้เห็นเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบ

ถุงน่องที่ใส่ก็ต่างจากครั้งที่แล้ว คราวนี้เธอสวมถุงน่องเนื้อบางสีดำ เรียวขาที่อยู่ภายใต้ถุงน่องสีดำนั้นดูเรียวยาวยิ่งขึ้นไปอีก แสงแดดที่ส่องเข้ามาข้างบน ยิ่งเติมเต็มกลิ่นอายของความลึกลับ

พนักงานต้อนรับที่เข้าไปโน้มน้าวครอบครัวของชายวัยกลางคนในตอนแรกจึงได้เดินเข้าไปอธิบายความเป็นมาเป็นไปของสถานการณ์ให้ฟังก่อน เนื่องจากสถานการณ์ถูกคลี่คลายลง ดังนั้นฝูงชนที่เคยมุงอยู่ก่อนหน้านี้จึงไม่มามุงอีก ค่อยๆทยอยกลับไปยังที่นั่งของตนเอง

เมื่อได้ยินว่าฉินสือโอวออกตัวเสียสละที่นั่งชั้นหนึ่ง พนักงานต้อนรับสาวขายาวจึงส่งประกายแสดงความประทับใจออกไป

เธอกะพริบตามองไปยังฉินสือโอว ขนตายาวสั่นกะพริบดูราวกับปีกผีเสื้อที่กำลังขยับอยู่ใต้แสงแดด

ระหว่างที่ฉินสือโอวกำลังลังเลว่าจะเข้าไปทักทายดีไหมนั้น พนักงานต้อนรับขายาวก็ได้ยื่นมือเล็กเข้ามาทักทายเสียก่อน “ฮาย สวัสดีค่ะ ฉันชื่อวินนี่ เซโรวา เป็นหัวหน้าพนักงานต้อนรับในเที่ยวบินนี้ ต้องขอขอบคุณความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของท่านเป็นอย่างมาก คุณผู้ชายคะ คุณเป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง”

หลังจากจับมือของวินนี่เบาๆ ฉินสือโอวพูดออกมาว่า “ไม่เป็นไรเลย ไม่ว่าใครก็ตามถ้าได้ยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนผมก็คงจะทำแบบเดียวกัน เป็นผมเสียอีกที่ต้องขอบคุณ คุณวินนี่ ครั้งที่แล้วที่โรคกลัวความสูงของผมกำเริบตอนขึ้นเครื่องบินก็ได้คุณที่ช่วยปลอบ ผมต้องขอบคุณคุณมากๆ”

เมื่อฟังคำจบ วินนี่ก็ขมวดคิ้วขึ้นนึกอย่างจริงจัง ฉินสือโอวจึงรู้สึกเก้อเขินเมื่อพบว่า ใบหน้าสวยงามที่แสดงออกถึงความงงงวยนั้น แปลได้ว่าเธอลืมเรื่องนี้ไปแล้วจริงๆ

“โอเค ไม่เป็นไร คุณอาจจะลืมไปแล้วล่ะ น่าจะสักประมาณหนึ่งเดือนแล้ว เที่ยวบินที่บินมาจากปักกิ่ง ตอนนั้นโรคกลัวความสูงของผมกำเริบ คุณเลยมาปลอบผม…” ฉินสือโอวอธิบายอย่างเก้อเขิน

ริมฝีปากแดงของวินนี่ขยับ มองมาที่ฉินสือโอวอย่างประหลาดใจ เธอใช้คำพูดธรรมดาคุยกับเขา “แม่ครับ ผมจะอ้วก?!”

เออร์บักถึงกับหลุดหัวเราะเสียงดังออกมาทันที ฉินสือโอวแบมือออก พูดขึ้นอย่างจนปัญญา “ตอนนั้นผมคงดูเหยาะแหยะมากเลย ใช่ไหม?”

วินนี่ยิ้มพร้อมส่ายหัว ตอบกลับไปว่า “ไม่ค่ะ คุณน่ารักเหมือนเด็กๆเลย”

เมื่อพูดจบ เธอจึงห่มผ้าห่มให้ชายวัยกลางคนบนรถเข็น แล้วเดินผ่านทุกคนไปยังที่นั่งชั้นหนึ่ง

……………………………………….

devc-a3b5dd88-33025ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา ตอนที่ 32