ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา ตอนที่ 31

#31ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

บทที่ 33 บอลหิมะ

ยุ่งอยู่กับงานทั้งวัน ลูกพันธุ์ปลาเพิ่งจะส่งจากเมืองเซนต์จอห์นมาถึงฟาร์มปลาต้าฉิน

ความจริงแล้วงานที่ยุ่งยากที่สุดก็คือการนำอวนมาล้อมเป็นบ่อผสมพันธุ์ปลา แต่ฉินสือโอวไม่ได้ทำเช่นนั้น

การปล่อยเลี้ยงอย่างอิสระก็เป็นหนึ่งในวิธีเพาะพันธุ์เช่นกัน เพียงแต่จะใช้วิธีนี้กับปลาพันธุ์ใหญ่เท่านั้น บ่อเพาะเลี้ยงปลาแบบนี้ใช้เฮลิคอปเตอร์ในการให้อาหารปลา ฝูงปลามีนิสัยที่ต้องอยู่ใกล้กับแหล่งอาหาร ไม่สามารถอยู่ไกลจากบ่อปลาได้

แต่ว่าที่ฟาร์มปลาต้าฉินไม่มีเฮลิคอปเตอร์ เพราะอย่างนั้นเรคจึงตกใจมาก “เพื่อน ตอนนี้ปลาพวกนี้ยังอยู่ไม่เป็นที่ ถ้านายยังไม่กั้นพวกมันไว้ อีกไม่นานพวกมันได้กระจายไปทุกส่วนของทะเลนิวฟันด์แลนด์แน่”

ฉินสือโอวพูดอย่างยิ้มๆ “นั่นยิ่งดีเลยไม่ใช่เหรอ?” ทำให้นิวฟันด์แลนด์กลายเป็นศูนย์กลางฟาร์มปลาของโลกอีกครั้ง ฉันว่านี่มันสำคัญกว่าฉันหาเงินได้อีกไม่ใช่เหรอ?”

ความจริงแล้ว เขาเชื่อว่าหากจิตสำนึกของโพไซดอนยังอยู่ ลูกปลาทั้งหลายไม่มีทางไปจากอาณาเขตทะเลของฟาร์มปลาต้าฉินแน่ ขอเพียงแค่เขาควบคุมจิตสำนึกลงไปว่ายวนในน้ำประจำครั้งละรอบสองรอบ เจ้าปลาพวกนี้ก็จะยังอยู่ที่นี่อย่างซื่อสัตย์ภักดี

หลังจากลูกพันธุ์ปลามาส่ง และเหล่าปลาเข้ามาอยู่อาศัยแล้ว การร่วมมือกันในครั้งนี้ก็นับว่าเสร็จสิ้น

ต่อมา เรคจึงช่วยฉินสือโอวติดต่อกับโรงงานอาหารปลาแห่งหนึ่ง และสั่งซื้ออาหารสำหรับลูกปลามาเป็นจำนวนสองร้อยตัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ แค่ปลาค็อดสองร้อยตัวพวกนี้ ก็ใช้เงินไปมากกว่าหนึ่งล้านแล้ว มากกว่าใช้เงินซื้อเรือยอชต์ซื้อรถสปอร์ตเสียอีก

อีกทั้งนี่ยังเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นปรับปรุงฟาร์มปลาเท่านั้น ชาร์คบอกฉินสือโอวว่าถ้าเขาไม่ใช้อวนล้อมบ่อเพาะเลี้ยง เขาก็ต้องซื้อเฮลิคอปเตอร์เพื่อใช้โปรยอาหารและยาในภายหลัง มีแค่เฮลิคอปเตอร์เท่านั้นที่จะโปรยได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ในบริเวณทะเลของฟาร์มปลา

“คือว่า พวกอุปกรณ์อำนวยความสะดวกน่ะ พวกเรายังต้องซื้อรถกระบะซักคันสองคัน เรือตกปลาอีกหนึ่งลำ เรือโยงอีกหนึ่งลำ กับเฮลิคอปเตอร์อีกหนึ่งลำ บอส ผมขอพูดเถอะ ความทะเยอทะยานของคุณมันมากเกินไปแล้ว” ชาร์คลองคำนวณให้ฉินสือโอวฟัง

ฉินสือโอวไม่ค่อยสนใจปัญหาเรื่องเงินเท่าไรนัก ตอนนี้ตัวเขายังมีเงินอยู่อีกตั้งสี่สิบกว่าล้านดอลลาร์แคนาดา

ทว่าเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้สภาพการเงินของฟาร์มปลามีปัญหาได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลากลางคืนยามเมื่อเขานอนลงบนเตียง จิตสำนึกโพไซดอนจึงเริ่มบุกไปทั่วท้องทะเลเพื่อหาซากเรืออับปาง

ที่ก้นทะเลจิตสำนึกโพไซดอนพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเทียบกับโลกใต้ทะเลลึกที่กว้างไกลไร้ขอบเขตนี้แล้ว พื้นที่ในการบุกเบิกของจิตสำนึกโพไซดอนก็ยังน้อยเล็กอยู่มากนัก

ขุมสมบัติในซากเรืออับปางใช่ว่าจะหาเจอได้ง่ายนัก ฉินสือโอวงมหาอยู่ครึ่งค่อนคืน เจอซากเรือไม่น้อย แต่ของมีค่าข้างในแทบจะไม่มีเลย

เริ่มท้อใจบ้างแล้ว ตอนที่ฉินสือโอวว่ายน้ำกลับกำลังจะถึงฝั่ง จิตสำนึกโพไซดอนของเขาก็รู้สึกได้ถึงอารมณ์เศร้าและหวาดกลัวอย่างรุนแรง

จิตสำนึกโพไซดอนสามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของสัตว์ทะเล ข้อนี้ฉินสือโอวเข้าใจดี แต่ก่อนหน้าเขาไม่เคยสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ชัดเจนขนาดนี้มาก่อนเลย

ฉินสือโอวควบคุมจิตสำนึกโพไซดอน เพื่อตามความรู้สึกนั้นไป แต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบเข้ากับวาฬเบลูกาตัวเล็กที่กำลังเกยตื้นอยู่หนึ่งตัว

คล้ายกับว่ามันก็สัมผัสได้ถึงจิตสำนึกของโพไซดอนที่กำลังเข้าใกล้ อารมณ์ของเจ้าวาฬน้อยสงบลงมันอ้าปากส่งเสียง ‘ฮือ ฮือ’ ออกไป

ฉินสือโอวสังเกตดู นี่ไม่ใช่วาฬตัวที่เขาขี่เจ็ทสกีไปเจอกลางมหาสมุทรตอนนั้นหรอกหรือ? ทำไมเจ้าตัวน้อยนี่จึงได้เข้ามาถึงที่ที่อยู่ใกล้ฝั่งขนาดนี้? ทำไมแม่ของมันถึงไม่ห้ามให้มันเข้ามาใกล้ฝัง?

จิตสำนึกโพไซดอนแผ่ขยายออกไป ฉินสือโอวกลับไม่พบวาฬเบลูกาตัวใหญ่ที่เคยเจอในตอนนั้น ที่นี่มีเพียงแค่วาฬน้อยเพียงตัวเดียว อีกทั้งเจ้าวาฬน้อยยังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีนัก บาดแผลฉกรรจ์บนหลัง มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

ฉินสือโอวเร่งรีบใช้จิตสำนึกโพไซดอนแผ่คลุมขึ้นไปข้างบน และถ่ายพลังของจิตสำนึกโพไซดอนเข้าไปในตัวของวาฬน้อยก่อนเพื่อทำการรักษาอาการแบบฉุกเฉิน

ภายใต้การช่วยเหลือของจิตสำนึกโพไซดอน ปากแผลบนหลังของเจ้าวาฬตัวน้อยก็สมานกันอย่างรวดเร็ว ปัญหาต่อมาที่ต้องได้รับการแก้ไขก็คือการเกยตื้นของวาฬน้อย

แม้แต่จิตสำนึกของโพไซดอนไม่สามารถเคลื่อนย้ายสัตว์ขนาดใหญ่อย่างเจ้าวาฬน้อยตัวนี้ได้ โชคดีที่บริเวณที่มันเกยตื้นคือตรงชายหาด ฉินสือโอวจึงวิ่งขึ้นมาเพื่อที่จะดันมันลงไปในน้ำ

เมื่อลงน้ำได้แล้ว เจ้าวาฬก็ม้วนตัวในน้ำอย่างมีความสุข แล้วว่ายน้ำเข้ามาหาพร้อมทั้งใช้หัวกลมๆของมันชนเข้ากับท้องน้อยของฉินสือโอวเบาๆ

“รีบไปเถอะ รีบไปหาแม่ของแกนะ” ฉินสือโอวยื่นมือออกไปลูบหัวของมัน

วาฬเบลูกาน้อยส่งเสียงหวูดๆออกมา แต่กลับไม่ยอมว่ายจากไป เอาแต่ลอยตัววนไปรอบๆฉินสือโอว

ฉินสือโอวไม่กล้าปล่อยให้มันอยู่ในบริเวณที่ใกล้ชายหาดขนาดนี้ หากมีคลื่นลูกใหญ่ซัดมา เจ้าวาฬน้อยก็อาจจะถูกดันไปเกยตื้นที่ฝั่งอีกครั้ง

วาฬน้อยตัวนี้ยังเล็กมากนัก ตัวยังยาวแค่ 1.56 เมตร ยังไม่ใช่วาฬขนาดมหึมาที่สามารถท่องไปในมหาสมุทรทั้งเจ็ดได้

เล่นกับวาฬน้อยได้สักพัก ฉินสือโอวจึงควบคุมจิตสำนึกโพไซดอนเพื่อพามันมายังแนวปะการัง

ตอนนี้แนวเขตปะการังได้ขยายกว้างออกไปเป็นผืนกว้าง ใหญ่เกือบเท่ากันกับสนามฟุตบอล สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่รอบๆอย่างปลาหรือพืชจำพวกสาหร่ายก็เพิ่มขึ้นมาก

ปลาและสาหร่ายที่นี่ล้วนแต่คุ้นชินกับจิตสำนึกของโพไซดอนแล้ว เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้น ปลาที่กำลังว่ายน้ำเล่นอยู่เมื่อก่อนหน้านั้นก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนแล้วพุ่งเข้ามาหาเขา กระทั่งฟองน้ำทะเลก็อยากจะขยับเข้ามาใกล้เขาเช่นกัน

เห็นฝูงปลาที่เคลื่อนตัวเข้ามาหาอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนู วาฬเบลูกาน้อยก็ตกใจอย่างเห็นได้ชัด มันจึงสะบัดหางม้วนตัวเพื่อจะว่ายหนี

ฉินสือโอวต้องรีบปลอบขวัญ เจ้าวาฬน้อยถึงสงบลงได้ มันอยู่ห่างจากแนวปะการังอย่างขลาดกลัว ไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่ามันเป็นมันเป็นนักล่าในชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหารที่ตัวใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้

แล้วคืนนั้นก็ผ่านพ้นไป วันต่อมาฉินสือโอวตื่นขึ้นมาวิ่งรอบฟาร์มปลาตามปกติ

เขาใช้จิตสำนึกโพไซดอนเพื่อเข้าไปดูตรงแนวปะการัง เจ้าวาฬน้อยยังอยู่ที่นั่น แต่ว่าหลังจากผ่านการหยั่งเชิงมาหนึ่งคืน ความกล้าของมันก็เพิ่มมากขึ้น ตอนนี้มันกล้าที่จะว่ายน้ำเล่นไปมาในแนวปะการังแล้ว

วิ่งไปได้สักพักก็มีเสียงวิ่งหอบฮืดฮาดออกมา ฉินสือโอวหันไปดู ที่แท้ก็เป็นนีลเซ็นนี่เอง

ตอนนี้นีลเซ็นเข้ามาพักอยู่ที่ฟาร์มปลาแล้ว บางครั้งชาร์คก็มาพักที่นี่เช่นกัน ที่ฟาร์มปลามีห้องพักสำหรับคนงาน

“ฮาย บอส คุณก็ชอบออกกำลังกายตอนเช้าเหรอ?” นีลเซ็นโบกมือทักทาย

ฉินสือโอวตอบกลับไปว่า “ปกติฉันชอบมาวิ่งน่ะ นายล่ะ ชอบทำอะไร?”

นีลเซ็นยักไหล่พูดว่า “ผมออกกำลังกายอยู่ไม่กี่อย่างหรอก ก็มีวิ่งแถวชายหาด กับว่ายน้ำระยะสั้นๆ จากนั้นก็ออกกำลังกล้ามเนื้อส่วนบนก็พอแล้ว”

พูดจบ ก็ถามขึ้นอีก “ใช่แล้ว บอส ผมว่าจะหาที่แถวนี้ติดตั้งบาร์โหน กับกระสอบทรายต่อยมวยหน่อยจะได้ไหม?”

ฉินสือโอวตอบกลับไปอย่างสบายๆว่า “ไม่มีปัญหา นายจัดการได้ตามสบายเลย ถ้าทำได้ก็ทำที่โรงฝึกซ้อมพิเศษไปเลย แล้วมาเบิกเงินที่ฉัน”

“ครับท่าน!”

“นายไม่ใช่ทหารกองทัพแดงโซเวียต ไม่ต้องตะเบ๊ะแล้ว”

ดูท่าว่าลูกวาฬเบลูกาจะหลงกับแม่เสียแล้ว ต่อมามันจึงอยู่แถวๆแนวปะการังต่อ พอหิวจึงว่ายน้ำออกไปหาอะไรกินข้างนอกแล้วค่อยกลับมา

น่าสนใจมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจิตสำนึกของโพไซดอนไปที่นั่นบ่อยๆหรือไม่ ปลาน้อยใหญ่ที่นี่จึงไม่ล่ากันเองและอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข เจ้าวาฬน้อยเองก็ไม่หาอาหารในนี้

เมื่อเป็นเช่นนี้ ฉินสือโอวจึงมีเรื่องให้ต้องทำเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง ก็คือการหาเวลาไปให้อาหารเจ้าวาฬน้อยนั่นเอง

ทุกครั้งที่ชาร์คกับนีลเซ็นไปโปรยอาหารปลา ฉินสือโอวจะนำถังไม่กี่ใบเข้าไปซื้อกุ้งจากในเมืองเพื่อนำมาเป็นอาหารให้ลูกวาฬ

ลูกปลาวาฬสนิทกับฉินสือโอวเป็นอย่างมาก เวลาที่เขาขับเจ็ทสกี เจ้าวาฬน้อยก็จะว่ายน้ำตามท้ายอย่างมีความสุข

ทุกครั้งที่ลูกวาฬน้อยปรากฏตัว สิ่งแรกที่โผล่ออกมาให้เห็นก็คือหัวกลมๆสีขาวของมัน ที่เหมือนกับอัญมณีที่ถูกฝังอยู่ในน้ำอย่างไรอย่างนั้น บางครั้งที่ละอองน้ำกระเด็น ราวกับเกล็ดหิมะที่หล่นลงมา เช่นนี้หัวของเจ้าวาฬน้อยจึงดูคล้ายกับลูกบอลหิมะขนาดใหญ่ ฉินสือโอวจึงตั้งชื่อให้มันชื่อหนึ่ง เรียกมันว่า ‘บอลหิมะ’

เช่นกันกับการฝึกเจ้ากระรอกน้อยเสี่ยวหมิง ฉินสือโอวรอให้ลูกวาฬน้อยโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำ จากนั้นจึงเรียก ‘บอลหิมะ’ ถ้าลูกวาฬขานรับ เขาก็จะให้กุ้งเป็นรางวัล ถ้าไม่ขานรับ ก็จะไม่มีกุ้งให้มันกิน

หลังจากทำอย่างนี้ได้สี่ห้าครั้ง เจ้าวาฬน้อยก็เข้าใจได้ในทันที เพียงแค่ฉินสือโอวตะโกนเรียก ‘บอลหิมะ’ มันก็จะกระโดดขึ้นมาจากน้ำแล้วส่งเสียง ‘หวูด หวูด’ เพื่อขานรับทันที

ฉินสือโอวมักจะตกใจกับปัญญาที่แสนชาญฉลาดของกระรอกน้อยกับลูกวาฬน้อยอยู่เสมอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพลังของจิตสำนึกโพไซดอนหรือเปล่าที่ทำให้สมองของพวกมันเกิดการพัฒนา พวกมันฉลาดจนวุ่นวาย

แต่แล้ว เขาก็นึกถึงเจ้าหมีโง่ตัวที่ช่วงนี้มักจะมาแถวริมบึงให้เขาเอาปลาให้กิน พอกินอิ่มก็เดินสะบัดก้นไปตัวนั้น เขาก็ใช้จิตสำนึกโพไซดอนฝึกมันอยู่บ่อยๆ แต่หมีตัวนั้นก็ยังโง่อยู่เหมือนเดิม

……………………………………….

devc-a3b5dd88-33025ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา ตอนที่ 31