ระบบปั้นอัจฉริยะ : Scholar's Advanced Technological System: ระบบปั้นอัจฉริยะ Scholar's Advanced Technological System ตอนที่ 60
บทที่ 446 ไหนว่าแค่เลี้ยงข้าว...
แม้ว่าลู่โจวจะยุ่งอยู่กับวิจัยของเขา แต่โปรเจกต์วิจัยปัจจุบันของเขาไม่เหมือนกับข้อคาดการณ์ของก็อลท์บัคหรือสมการนาเวียร์-สโตกส์เพราะมันต้องใส่ใจมากกว่า แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่มีเวลากินข้าวเลย
ในที่สุดวันหยุดสุดสัปดาห์ก็มาถึง
ลู่โจวขับรถไปที่อพาร์ตเมนต์นักศึกษามหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เขานั่งรอเฉินยู่ซานอยู่บนรถ แต่ว่าเธอกลับไม่ได้มาคนเดียว
เพราะมีชายวัยกลางคนที่บุคลิกดีและมีราศีจับเดินมาพร้อมกับเธอด้วย
เฉินเป่าฮว่าฝืนยิ้มให้กับเขาพร้อมกับยื่นมือออกมาและพูดว่า “สวัสดีครับ ศาสตราจารย์ลู่ ฉันเป็นพ่อเฉินยู่ซาน ฉันขอโทษที่มารบกวนการทำงานของพวกคุณนะ”
ลู่โจวสับสนเล็กน้อยขณะที่เขาจับมือชายคนนี้
“… ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณเฉิน”
เฉินเป่าฮว่าพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
'ไม่แย่ๆ เด็กคนนี้ค่อนข้างสุภาพใช้ได้'
เขานึกขึ้นได้ว่าเขามีเรื่องที่จะถามลู่โจว เขาจึงกระแอมเบาๆ ก่อนที่จะถามอย่างตรงไปตรงมา
“ซาน ซาน[footnoteRef:1] น่าจะเล่าให้คุณฟังแล้วใช่ไหม?” ลู่โจว "...?" [1: [1.ซานซาน เป็นชื่อเล่นของ เฉินยู่ซาน]]
'เรื่องอะไร?'
ลู่โจวกำลังจะตอบ แต่เขาเหลือบไปเห็นสายตาอ้อนวอนของเฉินยู่ซานเสียก่อน
เขาจึงลังเลเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนคำตอบ
“ใช่ เธอบอกฉันแล้ว...”
เฉินเป่าฮว่ายิ้มเล็กน้อย
“โอเค ฉันจองโต๊ะที่ร้านอาหารจีนแถวนี้ไว้แล้ว เดี๋ยวค่อยทานไปคุยไปแล้วกัน… เราควรติดรถคุณหรือรถซาน ซานดี?”
ลู่โจว “… เอารถฉันไปเถอะครับ”
ซาน ซานไม่เคยขับเอสยูวีมาก่อน และแม้ว่าเฉินเป่าฮว่าจะรู้วิธีขับแต่เขาไม่มีใบขับขี่ของสหรัฐอเมริกาจึงไม่สามารถขับได้ ดังนั้นลู่โจวจึงเป็นคนขับรถให้กับทั้งสองคนไปโดยปริยาย
เฉินเป่าฮว่าขึ้นรถและเหลือบมองไปที่คนขับ
“รถสวยดีนะ คุณชอบเอสยูวีเหรอ?”
ลู่โจวเปิดจีพีเอสและยิ้มขณะพูด “ใช่ครับ มันรู้สึกปลอดภัยดี… แล้วร้านอาหารจีนอยู่ที่ไหนเหรอครับ?”
หลังจากที่เฉินเป่าฮว่าตั้งจีพีเอสเสร็จแล้ว ลู่โจวก็สตาร์ทเครื่องและขับออกไป
ลู่โจวสบตากับเฉินยู่ซานผ่านกระจกมองหลัง ราวกับว่าพวกเขากำลังสื่อสารกันผ่านทางสายตา
ลู่โจว 'นี่มันอะไรกันเนี่ย???'
เฉินยู่ซาน 'ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ!' 'เดี๋ยวจะอธิบายทีหลังนะ!'
ลู่โจว "...?"
เฉินยู่ซานพยายามแสดงออกเพื่อบอกอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอจะสื่ออยู่ดี
และยังคงสับสนเช่นเดิม
'ไหนว่าแค่จะไปทานข้าวกัน แล้วทำไมต้องพาฉันมาพบครอบครัวคุณด้วย?'
เฉินเป่าฮว่าสังเกตเห็นท่าทีของทั้งสองคนที่ดูเหมือนกำลังสื่อสารอะไรกันอยู่
เมื่อเฉินเป่าฮว่าเด็กคนนี้และลูกสาวของเขากำลังทำท่าทางเหมือนจีบกัน เขาก็เริ่มสับสน
มันจริงใช่ไหม...
ที่สองคนนี้จะไม่ได้เป็นอะไรกัน?
เมื่อเฉินเป่าฮว่ารู้สึกว่าลูกสาวของเขากำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้ เขาก็เริ่มคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้วแสดงออกทางสีหน้า
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นงาน เขาคงไม่ปล่อยเด็กคนนี้ไปง่ายๆ อย่างแน่นอน
…
ไม่นานพวกเขาก็ถึงที่หมาย
ก่อนที่พวกเขาจะนั่งลง เมื่อสบโอกาสเฉินยู่ซานก็ดึงลู่โจวออกไปคุยด้วยอย่างเงียบๆ
“ขอโทษนะ!” เฉินยู่ซานไหว้พร้อมกับหลับตาปี๋ เธอพูดว่า “ขอโทษที่ฉันไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้คุณรู้ พ่อของฉันอยากจะเจอคุณ แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าจะบอกคุณยังไงดี ก็เลย…”
ลู่โจว “เฉินเป่าหัวเรียนคณิตศาสตร์เหรอ?”
เฉินยู่ซานตอบด้วยเสียงที่เบา “… ไม่ใช่ เขาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์น่ะ”
พรรคคอมมิวนิสต์?
แม้ว่าจะเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิด แต่หลังจากที่เธออธิบายให้เขาฟัง เขาก็พยักหน้าอย่างครุ่นคิด
เขาจำได้ว่าโครงการอัจริยะนับพันอยู่ภายใต้การดูแลของพรรคคอมมิวนิสต์
ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าเฉินเป่าฮว่าอาจจะรับผิดชอบในค้นหาผู้มีความสามารถนอกประเทศอย่างงั้นเหรอ?
ลู่โจวไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับรัฐบาลจีน และเขาก็ไม่ต้องการที่จะรู้ด้วย
ลู่โจวพอจะวิเคราะห์ได้ว่าเฉินเป่าฮว่าต้องการจะคุยเรื่องอะไรกับเขา
พวกเขานั่งลงที่โต๊ะ เฉินยู่ซานนั่งถัดจากพ่อของเธอ ส่วนลู่โจวนั่งตรงข้ามกับทั้งสองคน
เฉินเป่าฮว่าไอเล็กน้อยและมองลูกสาวของเขาด้วยท่าทีที่หนักแน่น "ซาน ซานไปห้องน้ำก่อนได้ไหม ศาสตราจารย์ลู่กับพ่อมีเรื่องจะคุยกัน”
“อือ”
เฉินยู่ซานลุกขึ้นจากเก้าอี้และไปเข้าห้องน้ำ
เธอคงเป็น ‘"เด็กดี’" ตอนอยู่บ้านน่ะ...
อืม...
ฉันไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นอย่างนี้เลย!
ลู่โจวสลัดความคิดแปลกๆ ออกไปก่อนจะกระแอมเบาๆ
“เฉินเป่าฮวา คุณจะพูดเรื่องที่เป็นความลับอะไรบางอย่างกับฉันเหรือเปล่า?”
เฉินเป่าฮว่านิ่งสักครู่ก่อนที่จะยิ้ม
“ก็ไม่เชิง ฉันแค่อยากให้คุณรู้สึกปลอดภัย…”
ลู่โจวยิ้มและส่ายหัวขณะที่เขาพูด “ถ้าอย่างนั้นก็ให้นักเรียน… เฉินยู่ซานอยู่ที่นี่สิ ฉันไม่มีความลับอะไรอยู่แล้ว”
มันค่อนข้างน่าสงสารที่ต้องปล่อยให้เธออยู่คนเดียว
เฉินยู่ซานมองไปที่ลู่โจวด้วยความขอบคุณและกลับมานั่งที่เดิม
เธอไม่ต้องการถูกกีดกันจากเรื่องนี้
เฉินเป่าฮว่ามองไปที่ลูกสาวของเขา แต่ไม่ได้พูดอะไร เขากระแอมในลำคอและกล่าวว่า “ในเมื่อคุณพูดเช่นนั้น ฉันขอเข้าเรื่องเลยนะ”
เฉินเป่าฮว่ารู้ว่ามันไร้ประโยชน์ที่จะล้างสมองเหล่านักวิชาการ และคนอย่างลู่โจวที่อ่านหนังสือมาเป็นร้อยเป็นพันเล่ม ก็คงมีแนวคิดและมุมมองทางการเมืองเป็นของตัวเองแน่นอน เขาไม่พูดจาอ้อมค้อมและเข้าเรื่องทันที
“ประเทศจีนต้องการคนที่มีความสามารถอย่างคุณ เราตั้งหน้าตั้งตารอที่จะให้คุณกลับมาที่ประเทศและทำวิจัยที่นั่น
“เพื่อแสดงความจริงใจของเรา พวกเราสามารถจ่ายเงินเงินเดือนให้คุณมากถึงสามเท่าของพรินซ์ตันและคุณจะได้รับการยกเว้นภาษี
“นอกจากนี้ เราสามารถรับประกันได้ว่าเงินทุนเพื่อวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากกว่าเดิมถึงสามเท่า นอกจากนี้ยังได้รับทุนจากรัฐบาลกลางในรูปแบบของกองทุนพิเศษ ไม่ว่าคุณจะไปมหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัยใด คุณก็จะได้ทุนเสมอ ในนามของพรรคคอมมิวนิสต์ ฉันรับรองว่างานวิจัยของคุณจะได้รับความสนใจสูงสุดอย่างแน่นอน”
สุดท้าย เฉินเป่าฮว่าพูดด้วยความจริงใจว่า “ถ้าคุณต้องการอะไรก็ บอกฉันได้ ฉันจะให้มากกว่าที่คุณขอเสียอีก!”
เงินเดือนสามเท่า…
ลู่โจวประหลาดใจมาก
ตอนนี้เงินเดือนของเขาอยู่ที่สี่แสนเหรียญสหรัฐ และสามเท่านั้นหมายถึงหนึ่งล้านสองแสนเหรียญสหรัฐ
คิดเป็นเงินแปดล้านหยวน อีกทั้งยังได้รับการยกเว้นภาษีอีก
มันไร้สาระมาก แม้กระทั่งสำหรับผู้ที่ชนะเหรียญฟิลด์มา
แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการเงินทุนเพื่อวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากนัก แต่การรับเงินทุนจากรัฐบาลก็ยังน่าสนใจมากอยู่ดี มันจะช่วยเขาให้พ้นจากขั้นตอนการสมัครและขั้นตอนการอนุมัติที่ซับซ้อนมากมาย
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่โจวก็ยิ้มพร้อมกับว่า “ฉันไม่ได้ต้องการผลประโยชน์ใดใดเพิ่มเติม สิ่งที่ฉันต้องการมีเพียงอย่างเดียว คือสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่มีเรื่องทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง…”
เฉินเป่าฮว่าพยักหน้าและจำคำพูดของลู่โจวเอาไว้ เฉินเป่าฮว่ากำลังจะพูด แต่โทรศัพท์ของลู่โจวดังขึ้นเสียก่อน
ลู่โจวหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดโหมดสั่น เขาไม่ต้องการให้มันขัดจังหวะการสนทนา เพราะเขาเห็นว่ามันเป็นหมายเลขที่ไม่รู้จัก เขาจึงตัดสายไป
แต่ผ่านไปเพียงสองวินาทีเท่านั้น เสียงโทรศัพท์เขาก็เริ่มดังขึ้นอีก
หรือว่ามันอาจจะเป็นเรื่องสำคัญ?
ลู่โจวขมวดคิ้วและกำลังจะปิดโทรศัพท์ เฉินเป่าฮว่าไอเบา ๆ และกล่าวว่า “ศาสตราจารย์ลู่ รับสายเถอะ เผื่อว่ามันเป็นเรื่องด่วน? ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก”
ลู่โจวส่ายหัวและพูดว่า “ถ้ามันเป็นเรื่องสำคัญ ปกติต้องโทรไปที่ออฟฟิศฉัน ไม่ใช่โทรศัพท์ส่วนตัว”
มีคนอยู่ที่ออฟฟิศของลู่โจวเสมอ หรือหากมีอะไรเร่งด่วน เวร่าจะบอกเขาทันที
จากประสบการณ์ของเขา เบอร์โทรที่ไม่รู้ที่มามักจะเป็นการหลอกลวงหรือไม่ก็หลอกขายบางอย่าง
แต่เนื่องจากเฉินเป่าฮว่ายืนยันที่จะให้ลู่โจวรับ เขาจึงรับสาย
"สวัสดีครับ?"
สองนาทีผ่านไป
เมื่อลู่โจวได้ยินเสียงมาจากปลายสาย สีหน้าของเขาก็แปลกไป
ไม่นานเขาก็วางสาย
ลู่โจวมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์และเงียบไปครู่หนึ่ง
เฉินเป่าฮว่าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่รู้ว่าควรถามหรือไม่ สิ่งที่เขาทำได้คือนั่งรอเงียบๆ
เฉินยู่ซานไม่ได้คิดอะไรมาก เธอคิดว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เมื่อเธอเห็นลู่โจวทำท่าทางแปลกๆ เธอถามเบาๆ “เกิดอะไรขึ้น?”
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่โจวก็มองไปที่ทั้งสองคนและลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดออกไปว่า
“ฉันคิดว่า… ฉันน่าจะเพิ่งได้รับรางวัลน่ะ”