ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 30 ป้าเจียงหกล้ม ตอนที่ 30
ตอนที่ 30 ป้าเจียงหกล้ม
“มีใครอยู่บ้านหรือไม่”
อวี๋จือที่กำลังถือพัดนั่งอยู่บนเก้าอี้เงยหน้าขึ้น “ใครเคาะประตู ไปดูหน่อย”
อิงเถาลุกขึ้นไปเปิดประตู “บัณฑิตซิ่วไฉจัง?”
อวี๋จือก็เห็นเขา เธอแปลกใจ
บัณฑิตซิ่วไฉจังก็อาศัยอยู่ในตรอกดอกท้อเหมือนกัน อยู่ห่างจากบ้านของอวี๋จือไปสามหลัง ถึงแม้จะอยู่ใกล้กัน แต่พวกเขาไม่เคยไปมาหาสู่กันเลย
“แม่นางอวี๋” เห็นอวี๋จือเดินมา บัณฑิตซิ่วไฉจังก็รีบทําความเคารพด้วยท่าทีไม่สบายใจ
“บัณฑิตซิ่วไฉจัง” อวี๋จือเอ่ยตอบกลับ “นี่?”
บัณฑิตซิ่วไฉจังไม่กล้ามองหน้าอวี๋จือ “ป้าเจียง คนรับใช้ของแม่นางหกล้ม จึงฝากข้ามาบอกแม่นาง...”
ยังพูดไม่จบ อิงเถาก็ตกใจขึ้นมา “หกล้มที่ไหน เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ”
“อิงเถา อย่าเสียมารยาท” อวี๋จือเตือนอิงเถา มองบัณฑิตซิ่วไฉจังอย่างละอายใจ “บ่าวไม่รู้กฎเกณฑ์ บัณฑิตซิ่วไฉจังอย่าได้ถือสา ป้าเจียงหกล้มที่ไหน หกล้มรุนแรงหรือไม่เจ้าคะ” ที่จริงในใจเธอก็ร้อนใจ
“ไม่รุนแรงขอรับ” บัณฑิตซิ่วไฉจังสะบัดมือ เขาทำอะไรไม่ถูกนัก “ป้าเจียงอยู่ที่โรงหมอของหมอหวัง ขาเจ็บ ส่วนอาการเป็นเช่นไร ข้าก็ไม่ทราบ”
เขากลับจากบ้านของสหาย และบังเอิญพบเข้าจึงช่วยพานางไปส่งโรงหมอ เขาเป็นคนนอก ไม่สนิทสนมกัน จึงไม่ได้ถามอะไรมาก
“ขอบคุณบัณฑิตซิ่วไฉจัง รบกวนท่านแล้ว ข้าคงต้องไปหาป้าเจียงที่โรงหมอเดี๋ยวนี้ ไม่สะดวกเชิญท่านเข้ามาดื่มชา ข้าจะไปขอบคุณท่านด้วยตัวเองทีหลังเจ้าค่ะ” อวี๋จือขอโทษ
จากนั้นก็สั่งอิงเถา “รีบไปนำเงินมา”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอกแม่นาง” บัณฑิตซิ่วไฉจังรีบเอ่ย เห็นสีหน้าเป็นกังวลของอวี๋จือ อยากจะปลอบใจแต่กลับไม่รู้จะพูดเช่นไร
รวบรวมความกล้าตั้งนานก่อนจะเอ่ยออกมา “หากต้องการความช่วยเหลือจากข้า แม่นางเรียกข้าได้เสมอ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ หากต้องการความช่วยเหลือคงต้องรบกวนท่านแน่นอน ท่านช่างเป็นคนดีเหลือเกิน” อวี๋จือขอบคุณอีกครั้ง จากนั้นก็พาอิงเถาไปโรงหมอทันที
บัณฑิตซิ่วไฉจังมองดูแผ่นหลังที่เดินห่างออกไปไกล เขาก็หน้าม่อยคอตก
เพราะเป็นห่วงป้าเจียง อวี๋จือเดินเร็วมาก อิงเถาต้องวิ่งเหยาะๆ ตามให้ทัน เมื่อมาถึงโรงหมอ ทั้งสองคนก็เหงื่อแตก
“ป้าเจียง เกิดอะไรขึ้น ออกมาซื้อผักทําไมถึงหกล้มได้ หมอว่าอย่างไร รุนแรงหรือไม่ เป็นอะไรหรือไม่” อวี๋จือถามรัวๆ “ไม่ต้องกลัว รักษาให้หาย ข้านำเงินมาเพียงพอ” ก่อนจะหันไปมองอิงเถา
อิงเถาก็ฉลาด นางตบถุงเงินและพยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ เรามีเงิน ไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะ!”
ป้าเจียงทั้งอุ่นใจและละอายใจ อุ่นใจเพราะแม่นางเป็นห่วงตัวเองเพียงนี้ ละอายใจเพราะนางไร้ประโยชน์ แค่ออกมาซื้อผักยังหกล้มได้ สร้างปัญหาให้แม่นางแล้วยังต้องเสียเงินอีก
“ล้วนแต่เป็นความผิดของบ่าว ถูกคนชนหกล้ม บ่าวไม่ได้เรื่องเองเจ้าค่ะ” ป้าเจียงบ่นตัวเอง
อวี๋จือขมวดคิ้ว “เห็นว่าใครชนหรือไม่”
ป้าเจียงส่ายหน้า “ไม่เห็นเจ้าค่ะ คนเยอะเกินไป เห็นบ่าวล้มจึงวิ่งหนีออกไปหมดเจ้าค่ะ” อยากหาก็หาไม่เจอ
อวี๋จือไม่คิดเรื่องนี้แต่กลับหันไปถามหมอ
ท่านหมอพลิกดูอาการให้อย่างเบามือ “ข้อเท้าพลิก แต่กระดูกไม่หัก น่าจะพลิกถูกเอ็นที่อยู่ข้างใน กลับไปประคบยา ค่อยๆ รักษา คนแก่ฟื้นตัวช้า เป็นเดือนถึงจะหายดี ต่อให้หายดีแล้วแต่ต่อไปทํางานก็ต้องระวัง หากพลิกอีกครั้งคงแย่” เขาอธิบายอย่างละเอียด
“รบกวนแล้ว ขอบคุณเจ้าค่ะ” อวี๋จือพูดขอบคุณและให้อิงเถาตามไปจ่ายเงินค่ายา
เธอเดินไปหาป้าเจียง ปลอบใจนาง “ไม่เป็นไร ประคบยารักษาสักหนึ่งเดือนก็หาย เจ้าไม่ต้องห่วง”
ป้าเจียงก้มหน้าเช็ดน้ำตา นางไม่รู้จะพูดเช่นไร
อิงเถายืมรถลากของโรงหมอมาพาป้าเจียงกลับบ้าน แล้วยังยืมเด็กขายยาของโรงหมอมาด้วย ให้เขาจูงรถลากกลับไป อิงเถาจะได้ไม่ต้องกลับไปอีกครั้ง
พอเข้ามาในตรอกดอกท้อ คนที่ตากลมอยู่ใต้ต้นไม้ก็ล้อมรอบกันเข้ามา “เกิดอะไรขึ้นหรือ”
ดูความคึกคักไง โรคทั่วไปของคนเรา
ป้าเจียงนั่งอยู่บนรถลาก “ข้าซวยเอง ออกไปซื้อผักแล้วหกล้มข้อเท้าพลิก ทำให้แม่นางลำบาก อากาศร้อนเช่นนี้ยังต้องวิ่งออกไปข้างนอก เป็นห่วงคนรับใช้ที่ไม่ได้เรื่องอย่างข้า”
ทุกคนเกลี้ยกล่อมนาง “อายุมากแล้ว หกล้มเป็นเรื่องธรรมดา”
“อย่าคิดมาก รักษาให้หายก็พอ”
“เจ้าโชคดีจริงๆ ดูสิว่าแม่นางของเจ้าดีกับเจ้าเช่นนี้ ยังจ้างรถลากลากเจ้ากลับมา”
“ใช่ๆๆ เจ้ามีวาสนาแล้ว”
...
ป้าเจียงอยู่เป็น นางมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
ป้าเจียงภูมิใจ “แม่นางของข้าดีกับข้ามาก คนมีลูกสาวลูกชายอย่างพวกเจ้ายังต้องอิจฉาป้าแก่ตัวคนเดียวอย่างข้า เอาล่ะ น้ำใจของพวกเจ้าข้ารับไว้แล้ว แยกย้ายกันได้แล้ว เด็กขายยาของโรงหมอต้องรีบกลับ”
ทุกคนจึงแยกย้ายกันไป แต่ก็ยังนั่งซุบซิบนินทากันต่อ
อวี๋จือไม่ถือสา ช่วงนี้บ้านเธอต้องกลายเป็นหัวข้อสนทนาแน่นอน
ถึงแม้แม่นางจะปลอบใจนาง แต่ป้าเจียงก็ยังกลุ้มใจ นางข้อเท้าพลิก ไม่เพียงแต่ออกไปขายขนมเซียงปิ่งราดซอสไม่ได้ แม้แต่ผักก็ออกไปซื้อไม่ได้ จะทําเช่นไร
อวี๋จือคิดว่า จะไปยากอะไร
“อากาศร้อนขนาดนี้ ข้าอยากหยุดขายขนมเซียงปิ่งราดซอสตั้งนานแล้ว รอให้ถึงฤดูใบไม้ร่วง อากาศเย็นขึ้นแล้วค่อยขายต่อ ส่วนเรื่องซื้อผักก็ไม่ยาก ให้อิงเถาไปซื้อ มีเงินอยู่ในมือ ยังกลัวว่าจะซื้อผักไม่ได้เช่นนั้นหรือ ถูกเอาเปรียบสักสองครั้งถูกหลอกสักสองครั้งจะได้เรียนรู้ ป้าเจียงรักษาตัวให้หายเถิด ไม่ต้องกังวลไป”
อิงเถายิ่งอยากจะลองดู “แม่นางไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ งานนี้บ่าวต้องทำได้ดีแน่นอน ต่อไปถึงแม้ว่าป้าเจียงจะหายดีแล้ว บ่าวก็จะเป็นคนไปซื้อผัก บ่าวยังเด็ก วิ่งเร็วกว่าเจ้าค่ะ”
ประโยคสุดท้ายทําให้ทุกคนหัวเราะ ป้าเจียงก็ไม่กลุ้มใจอีกต่อไป
อวี๋จือพาอิงเถาไปขอบคุณบัณฑิตซิ่วไฉจังที่บ้าน นําขนมสองห่อและผ้าหนึ่งผืนไปเป็นของตอบแทน
“ท่านอา ข้าชื่ออวี๋จือ เรื่องป้าเจียงต้องขอบคุณบัณฑิตซิ่วไฉจังที่ช่วยเหลือ เมื่อวานยุ่งจึงไม่ได้มาขอบคุณ วันนี้ตั้งใจมาขอบคุณเขาเจ้าค่ะ” อวี๋จืออธิบายจุดประสงค์อย่างใจกว้าง
ถึงแม้เสื้อผ้าของมารดาบัณฑิตซิ่วไฉจังไม่ใช่เสื้อใหม่แต่กลับซักอย่างสะอาด ผมก็หวีอย่างเรียบร้อย แค่มองก็รู้ว่าเป็นคนสะอาดเรียบร้อย
เรื่องเมื่อวานนางก็รู้ ได้ยินอวี๋จือเอ่ยเช่นนี้ก็ยิ้มทันที “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ล้วนแต่เป็นเพื่อนบ้านกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นเรื่องสมควร และเขาก็ไม่ได้ทําอะไร แค่ช่วยส่งข่าว ไม่จำเป็นต้องมาขอบคุณจริงจังเช่นนี้”
อวี๋จือไม่เห็นด้วย “นั่นก็เพราะบัณฑิตซิ่วไฉจังเป็นคนดีเจ้าค่ะ”
ประโยคนี้มารดาบัณฑิตซิ่วไฉจังชอบฟัง บุตรชายคนนี้ของนางใจดีตั้งแต่เด็กแต่ปากกลับถ่อมตัว “เรื่องเล็กน้อย ใครบังเอิญเจอก็ต้องช่วย” รอยยิ้มบนใบหน้าชัดเจนขึ้น
อวี๋จือยิ้ม เห็นเด็กอายุสามสี่ขวบที่ยืนอยู่ข้างนาง จึงพูดว่า “นี่คือหลานของท่านหรือเจ้าคะ น่ารักน่าชัง เลี้ยงดูได้ดีมาก ดูตาคู่นี้สิเจ้าคะ ต้องเป็นเด็กฉลาดแน่นอน”
เป็นไปตามคาด มารดาบัณฑิตซิ่วไฉจังชอบใจมากกว่าเดิม “หลานชายคนเล็กของข้า อายุสี่ขวบแล้ว เรียนหนังสือกับบิดาเขาได้แล้ว”
“ลูกชายสืบมรดกจากบิดา ต่อไปต้องเป็นคนมีอนาคตแน่นอนเจ้าค่ะ” อวี๋จือชื่นชม “ข้าไม่มีของมีค่าอะไร มีแต่ขนมสองห่อให้ท่านชิม และผ้าหนึ่งผืนให้ท่านทําเสื้อผ้าให้เด็กๆ”
พูดพลางส่งสัญญาณให้อิงเถาเอาของวางบนโต๊ะ
มารดาบัณฑิตซิ่วไฉจังบอกปัด “ไม่ได้ ไม่ได้ จะรับของของเจ้าได้เช่นไร นำกลับไปเถิด”
“นำของมาขอบคุณ จะนำกลับไปได้เช่นไรเจ้าคะ”
“เช่นนั้นก็รับของเจ้าไว้ไม่ได้”
...
พวกนางสองคนปฏิเสธกันไปมาราวกับทะเลาะกัน
เมื่ออวี๋จือเดินออกมาจากบ้านครอบครัวจัง เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เหนื่อยจัง!
สิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์ป้าน่ากลัวเกินไปแล้ว ต่อไปถ้ามีเรื่องแบบนี้ต้องให้ป้าเจียงเป็นคนจัดการ เธอไม่ชินกับการคบค้าสมาคมกับพวกนางจริงๆ