ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 21 ไม่ควรแต่งงานเร็ว ตอนที่ 21

#21บทที่ 21 ไม่ควรแต่งงานเร็ว

ตอนที่ 21 ไม่ควรแต่งงานเร็ว

กลับมาถึงเรือน เหวินจิ่วเซียวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ชิงเฟิงรีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามารับใช้ เขาไม่กล้าบ่นว่าท่านโหวลําเอียง แต่กล้าบ่นคุณชายรองสักสองสามประโยค “คุณชายรองนี่จริงๆ เลย ไม่ว่าท่านมีอะไร เขาก็อยากแย่ง”

เมื่อเห็นคุณชายสามไม่โกรธ เขาก็พูดต่อว่า “ภาพของจิตรกรที่มีชื่อเสียง ไม่ใช่ของราคาสามสี่อีแปะ เขาพูดสองสามคำว่าอยากได้ คิดได้เช่นไร แล้วยังยุให้ท่านโหวออกหน้าแทน ไร้ยางอายจริงๆ”

ไม่รู้ว่าประโยคไหนพูดถูกใจเหวินจิ่วเซียว เขาพยักหน้า “เขาก็เป็นเช่นนี้ตลอด”

คุณชายรองชอบแย่งของของเขาตั้งแต่เด็ก เขาได้หยก คุณชายรองก็จะหันไปขอหยกที่ดีกว่าเขาจากท่านพ่อ ตอนเด็กๆ เขาได้รับคําชมจากท่านอาจารย์ คุณชายรองก็วิ่งไปท่องหนังสือต่อหน้าท่านพ่อทุกวัน ใครจะไม่รู้ความคิดของเขากัน

ส่วนพี่ใหญ่ร่างกายอ่อนแอ ฝึกวรยุทธ์ไม่ได้ แม้แต่เรียนหนังสือยังขาดหายเป็นห้วงๆ คุณชายรองไร้ยางอายคนนั้นจึงโอ้อวดว่าตัวเองเป็นบุตรชายคนโตของจวนโหว อวดดี!

หึ ท่านพ่อสอนเองกับมือ ยังต้องพ่ายแพ้ให้เขา อยากข้ามเส้นพี่ใหญ่กับเขามาสืบทอดจากท่านพ่อหรือ อย่าแม้แต่จะคิด!

จู่ๆ ชิงเฟิงก็นึกถึงเรื่องเรื่องหนึ่ง “คุณชายสามขอรับ ช่วงนี้ภาพวาดที่โด่งดังที่สุดในเมืองหลวงคือภาพวาดของคุณชายอี้เฉิน ภาพหนึ่งราคาตั้งสองร้อยตำลึงเงิน ร้านหนังสือชังหลงได้กำไรมากโขเลยขอรับ”

“หืม?”

เห็นคุณชายสามสนใจ ชิงเฟิงจึงรีบเล่าเรื่องที่ได้ยินมาทั้งหมดให้เขาฟัง “ก่อนหน้านี้มีการคัดเลือกสิบชายหนุ่มรูปงามแห่งเมืองหลวงไม่ใช่หรือขอรับ ร้านหนังสือชังหลงเห็นโอกาสหาเงินจึงจ้างจิตรกรวาดภาพของพวกเขา บรรดาฮูหยินและคุณหนูต่างแย่งกันซื้อ จะว่าไปแล้ว ร้านหนังสือชังหลงทำการค้าเก่งจริงๆ วาดภาพราวกับคนจริงๆ เหมือนตัวจริงราวกับแกะ คุณชายสามอยากดูหรือไม่ขอรับ บ่าวซื้อมาภาพหนึ่งขอรับ”

เมืองหลวงมีเรื่องราวแปลกใหม่ ในฐานะบ่าวรับใช้คนสนิทของคุณชายสาม เขาจะไม่เตรียมไว้ให้คุณชายสามได้เช่นไร

ข่าวลือเช่นนี้ เดิมทีเหวินจิ่วเซียวไม่อยากดู แต่เขากลับเปลี่ยนใจอย่างรวดเร็ว “นำมาให้ข้าดูสิ”

ชิงเฟิงกอดภาพวาดอย่างอารมณ์ดี และเปิดภาพทีละภาพบนโต๊ะ “ดูสิคุณชายสาม เหมือนตัวจริงมากเลยใช่หรือไม่ขอรับ”

ภาพวาดทั้งหมดหกภาพ บังเอิญเสียจริง มีคนที่เคยเรียนหนังสือกับเขาตั้งสี่คน ฉินอี้เฉิน หลี่เยี่ยนถัง ซังไหวหนาน และชุยเฮ่า

ฉินอี้เฉินเป็นคุณชายของขุนนางขั้นสูง หลี่เยี่ยนถังสอบผ่านทั่นฮวาเหมือนเขา ซังไหวหนานเป็นบุตรชายคนเล็กของผิงจินโหว การเรียนธรรมดาแต่กลับมีฝีมือในการวาดภาพ ชุยเฮ่าเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลชุย เป็นผู้นำในบรรดาคนรุ่นใหม่ เขาได้รับการปลูกฝังอย่างดีมาจากตระกูลชุย

พวกเขาเคยเรียนหนังสือด้วยกันที่สำนักศึกษากั๋วจื่อเจียน ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ห้องเรียนเดียวกัน แต่สำนักศึกษากั๋วจื่อเจียนไม่ได้กว้างขวางมากนัก พวกเขามักจะเจอกันบ่อยครั้ง

ส่วนฟังจื่อเฉิง เขาไม่สนิท ไม่เคยรู้จัก แต่เคยเห็น

คนเดียวที่เขาไม่คุ้นเคยก็คือจั้นเซ่าชิว เขาเติบโตอยู่ด่านชายแดน เมื่อมาถึงเมืองหลวง เหวินจิ่วเซียวก็เปลี่ยนไปเดินเส้นทางขุนนางนักปราชญ์แล้ว ยิ่งไม่รู้จักกัน

ต้องบอกว่าวาดได้เหมือนจริงๆ นี่เป็นการวาดภาพที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน คลำเสน่ห์ของแต่ละคนได้อย่างแม่นยํา แต่ว่า...เสื้อผ้าบนตัวสวมดีๆ หน่อยได้หรือไม่ หมิ่นเหม่ราวกับไม่ได้ใส่

แล้วยังมีภาพเท้าเปล่าเหยียบบนหิน นี่มัน...บดบังสง่าราศีเกินไป

เหวินจิ่วเซียวจับผิด ก็ได้ยินชิงเฟิงเอ่ยว่า “ภาพหนึ่งใช้เวลาวาดครึ่งเดือน ตอนนี้วาดออกมาหกคนแล้ว ยังเหลืออีกสี่คนขอรับ...”

เหวินจิ่วเซียวสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “ข้า...” เขาจําได้ว่าชิงเฟิงเคยบอกว่าเขาก็ถูกคัดเลือกเป็นหนึ่งในสิบชายหนุ่มรูปงาม

ชิงเฟิงหัวเราะ “คุณชายสามอยู่อันดับสามขอรับ”

คนที่อยู่เหนือคุณชายสามคนหนึ่งเป็นองค์ชาย อีกคนหนึ่งเป็นจวิ้นอ๋อง คุณชายสามมีความสามารถจึงได้อยู่อันดับสาม ชิงเฟิงก็มีหน้ามีตาไปด้วย

แต่เหวินจิ่วเซียวกลับเอ่ยว่า “เจ้าจับตามองร้านหนังสือชังหลงไว้ให้ดี ทันทีที่มีภาพของข้าให้กลับมารายงานข้าทันที”

คนอื่นเขาไม่สนใจ แต่ร้านหนังสือชังหลงอยากจะหาเงินจากภาพวาดของเขา เช่นนั้น...เขาคงต้องเชิญเถ้าแก่ร้านหนังสือชังหลงมาดื่มชาที่ศาลต้าหลี่ทุกวัน

เรื่องที่ลานฝึกซ้อมยามเช้ามาถึงหูของโหวฮูหยินอย่างรวดเร็ว นางสีหน้าเคร่งขรึม ในสายตามีความเสียดสี

หลายปีที่ผ่านมา เรือนของติงอี๋เหนียงมักจะกระโดดออกมาทำตัวน่ารังเกียจเป็นครั้งคราว น่ารําคาญจริงๆ

“อาการร้อนเสียจริง เสื้อผ้าที่ติงอี๋เหนียงทำช่างสวมสบาย เซียงหลัน ไปนำผ้าสองผืนที่คลังออกมา ให้ติงอี๋เหนียงทําเสื้อผ้าให้ข้ากับท่านโหวสักตัวสองตัว”

ในฐานะอนุภรรยา ทําเสื้อผ้าให้ภรรยาเอก ไม่ผิดใช่หรือไม่

“เจ้าค่ะ บ่าวจะไปประเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” เซียงหลันเข้าใจว่าโหวฮูหยินกำลังสะกิดติงอี๋เหนียง

ภายในวังหลวง พระสนมกุ้ยเฟยมองดูบุตรสาวที่ผ่ายผอมลงก็รู้สึกปวดใจ “ปีนี้เสด็จพ่อของเจ้าไปพักร้อนที่วังนอก เจ้าอย่าไปกับเขาเลย”

“ไม่เพคะ ลูกจะไปเพคะ!” องค์หญิงอันเล่อไม่ยอม

“เจ้า!” พระสนมกุ้ยเฟยปวดหัว “ไยเจ้าจึงไม่รู้ความเช่นนี้ เจ้าตกน้ำครั้งก่อน ท่านหมอบอกว่าร่างกายของเจ้าอ่อนแอ ไม่อยู่รักษาตัววังหลวง เหตุใดต้องวิ่งออกไปลำบากตั้งไกล”

“ไม่เพคะ ข้าจะไปเพคะ!” องค์หญิงอันเล่อเบะปาก “เสด็จแม่ ข้าดีขึ้นแล้ว ทำไมคนอื่นไปได้ แต่ข้าไปไม่ได้ล่ะเพคะ เช่นนั้นข้าคงจะเสียหน้า ข้าจะไป เสด็จพ่อบอกว่าให้ข้านั่งกับเสด็จพ่อเพคะ”

เห็นท่าทีภาคภูมิใจของนาง พระสนมกุ้ยเฟยทั้งเอ็นดูและโมโห “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดสิ่งใด เจ้ากลัวคนอื่นหัวเราะเยาะเช่นนั้นหรือ เจ้าทําเพื่อคุณชายสามจวนอู่อันโหวใช่หรือไม่”

พระสนมกุ้ยเฟยจะไม่รู้ความคิดของลูกสาวตัวเองได้เช่นไร ก็เพราะว่ารู้ นางจึงโมโห

“อันเล่อ เจ้าเป็นองค์หญิง อยากได้สามีเช่นไรก็เลือกได้ เหตุใดจึงต้องเป็นคุณชายสามตระกูลเหวิน พูดถึงหน้าตา มีคนหล่อเหลากว่าเขา พูดถึงชาติกำเนิด เขาก็เป็นแค่บุตรชายคนที่สองของภรรยาเอก เหตุใดเจ้าจึงหลงใหลเขาเช่นนี้”

องค์หญิงอันเล่อดื้อรั้น “เสร็จแม่เพคะ ข้าชอบเขา ก่อนหน้านี้ท่านกับเสด็จพี่ยังชื่นชมว่าเขามีความสามารถไม่ใช่หรือเพคะ” เมื่อนึกถึงท่าขี่ม้าเดินบนถนนที่หล่อเหลาของเหวินจิ่วเซียว องค์หญิงอันเล่อก็ยิ้มหวาน

แต่พระสนมกุ้ยเฟยกลับหงุดหงิด “เช่นนั้นเขาก็ต้องยินดี”

เดิมทีองค์หญิงในราชวงศ์เลือกสามีตัวเอง แน่นอนว่าถูกใจใครก็แต่งกับคนนั้น มีพระราชโองการ ใครจะสนใจว่าเจ้ายินดีหรือไม่ยินดี

แต่จวนอู่อันโหวเป็นตระกูลญาติกับไท่เฮา คุณชายสามเรียกไท่เฮาว่าเสด็จป้า ถึงแม้จะเป็นญาติห่างๆ แต่ตอนยังสาวไท่เฮาเคยได้รับความช่วยเหลือจากท่านย่าตระกูลเหวิน ไท่เฮาเป็นคนไม่ลืมมิตรภาพเก่าๆ ช่วยพูดให้คุณชายสาม จะไม่ไว้หน้าไท่เฮาได้เช่นไร

ท่านซื่อจื่ออู่อันโหวร่างกายอ่อนแอ แน่นอนว่าเขาคงดูแลสืบทอดตระกูลไม่ได้ มีคุณชายสามที่มีอนาคต นางคงบังคับให้เขามอบตระกูลให้ลูกอนุภรรยาไม่ได้

เช่นนั้นคงไม่ใช่การผูกญาติ แต่เป็นการผูกศัตรู

ยิ่งไปกว่านั้น จวนอู่อันโหวฉลาด ปล่อยข่าวว่าคุณชายสามดวงแข็งเกินไปและไม่ควรแต่งงานเร็ว

ข่าวนี้ผู้คนในเมืองหลวงไม่เชื่อ แต่พระสนมกุ้ยเฟยกลับเชื่อ นางได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาท จึงรู้เยอะกว่าคนอื่น

คุณชายสามตระกูลเหวินไม่ค่อยเหมาะสมจริงๆ นางเห็นว่าแม้แต่ชื่อของเขายังแตกต่างจากพี่น้อง เหวินเฉิงจง เหวินเฉิงเย่า แม้แต่น้องคนสุดท้องของตระกูลยังชื่อเหวินเฉิงอัน แต่เขากลับชื่อเหวินจิ่วเซียว ได้ยินว่าขอให้ภิกษุชั้นผู้ใหญ่ตั้งให้ เพื่อปกป้องเขาให้ปลอดภัย

“อันเล่อ แม่ทำเพื่อเจ้า แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน เจ้าฟังแม่เถิด” พระสนมกุ้ยเฟยเตือนปากเปียกปากแฉะด้วยความหวังดี

“ไม่เพคะ! ข้าอยากได้เขาเป็นสามีของข้า” อันเล่อกระทืบเท้าวิ่งออกไป

พระสนมกุ้ยเฟยจับหน้าผากตัวเอง เหตุใดข้าถึงมีลูกสาวดื้อรั้นเช่นนี้ เจ้ากระโดดลงน้ำขนาดนั้นแล้ว บีบเค้นด้วยความตาย เขากลับไม่แยแส เจ้ายังจะดื้อรั้นอะไรอีก ต้องเจอกับความพ่ายแพ้จึงจะยอมถอยเช่นนั้นหรือ

เมื่อนางรู้ว่าลูกสาวตัวเองยอมทิ้งชีวิตเพื่อผู้ชาย นางโมโหมาก อยากจะฉีกคุณชายสามออกเป็นชิ้นๆ แต่ศัตรูในราชสำนักกําลังรอดูความผิดพลาดของพวกตนอยู่... เรื่องเหลวไหลที่บุตรสาวตัวเองทำลงไป นางไม่เพียงแต่โวยวายไม่ได้ แล้วยังต้องช่วยปิด ปิดข่าวให้เงียบที่สุด

พระสนมกุ้ยเฟยไม่เคยอัดอั้นเช่นนี้มาก่อน!

devc-3daa7acd-33865ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 21 ไม่ควรแต่งงานเร็ว ตอนที่ 21