ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 22 เรื่องมงคลหรือเภทภัย ตอนที่ 22

#22บทที่ 22 เรื่องมงคลหรือเภทภัย

ตอนที่ 22 เรื่องมงคลหรือเภทภัย

คนนั่งอยู่ในบ้าน เภทภัยตกลงมาจากบนฟ้า

จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอวี๋จือเอง

นกกางเขนบินมาร้องบนหัวอวี๋จือแต่เช้า ป้าเจียงดีใจ “นกกางเขนร้อง มีเรื่องมงคล วันนี้ขนมเซียงปิ่งราดซอสต้องขายดีแน่นอน”

อิงเถาไม่พอใจ เอ่ยว่า “เรื่องมงคลอะไรกันเจ้าคะ ขนมเซียงปิ่งราดซอสของเราขายดีทุกวันอยู่แล้ว บ่าวคิดว่า วันนี้คุณชายสามต้องมาแน่นอนเจ้าค่ะ” นี่ต่างหากคือเรื่องมงคล

“ใช่ๆ เรื่องมงคลคงต้องหมายถึงคุณชายสามมาแน่ๆ” ป้าเจียงตบปากตัวเองแล้วจึงหันไปมองอวี๋จือพลางเตรียมตัวออกไปข้างนอกอย่างมีความสุข

อวี๋จือเบะปากและหันหน้าไปอีกทาง แสร้งทําเป็นไม่ได้ยิน

บ้านของเราเป็นแค่สํานักงานเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกล อำนาจส่วนกลางมาไม่ถึง เอาตัวรอดไปวันๆ ไม่ดีเหรอ ทําไมถึงยินดีต้อนรับหัวหน้าใหญ่มาตรวจสอบงานขนาดนี้ จำเป็นต้องกดดันขนาดนี้ไหม ให้คนได้มีทางรอดบ้างเถอะ

ยามเฉิน มีแขกมาจริงๆ

อวี๋จืออยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงเหมือนอิงเถากำลังทะเลาะกับใครข้างนอกจึงเดินออกมา ก็เห็นนางกําลังยืนบังประตูและผลักผู้หญิงสองคนออกไป

หนึ่งในนั้นคือป้าหลี่ที่เป็นเพื่อนบ้านอวี๋จือ อีกคนไม่รู้จัก แต่ดูจากการแต่งตัวแล้ว อวี๋จือก็พอจะเดาออก

“เกิดอะไรขึ้น” ป้าหลี่ร้ายกาจ อวี๋จือกลัวอิงเถาเสียเปรียบจึงรีบส่งเสียงถามออกไป

“ไอหยา แม่นางอวี๋ใช่หรือไม่ หน้าตางดงามจริงๆ ข้าเป็นแม่สื่อมาตั้งหลายสิบปี เคยเดินมาหมดทุกซอกทุกมุม ยังไม่เคยเห็นคนที่งดงามอย่างแม่นางมาก่อน”

แม่สื่อที่สวมเสื้อสีแดงอมเขียว มือถือพัดจีนแบบกลม ทาแป้งบนหน้า และมีไฝดําเม็ดใหญ่ตรงมุมปาก นางชื่นชมอวี๋จือทันที

ดวงตาที่เฉลียวฉลาดของนางมองอวี๋จือตั้งแต่หัวจรดเท้า และเดินเข้ามาหาอวี๋จือราวกับสนิทสนมกัน

อวี๋จือถือหนังสือเล่มหนึ่งในมือ ยื่นออกไปขวางข้างหน้า และถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว เพื่อรักษาระยะห่างจากนาง

ป้าหลี่ก็เบียดเข้ามา “แม่นางอวี๋อยู่ในบ้านเองหรือ ยัยเด็กนี่โกหกข้าว่าแม่นางอวี๋ไม่อยู่ หัดโกหกตั้งแต่เด็ก นิสัยไม่ดีๆ” ไม่ลืมที่จะหันกลับไปด่าอิงเถา “ข้ามาหาแม่นางอวี๋ ไม่ได้มาหาเจ้า”

อิงเถาโมโห “เจ้ามาทําอะไรที่บ้านของเรา อยากมาขโมยของอีกแล้วใช่หรือไม่ ออกไป ออกไป”

“ยัยเด็กนี่ พูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร ใครขโมยของ ไม่รู้ความ ไม่รู้จักกฎเกณฑ์” ป้าหลี่ด่าอย่างไม่พอใจ

“อิงเถา” อวี๋จือมองนางด้วยสายตาปลอบประโลม ตั้งแต่ครั้งก่อนที่ป้าหลี่ตกกำแพง นางก็เงียบไปพักใหญ่ ส่วนวันนี้...อวี๋จือได้แต่สงสัยว่าวันนี้นางจะทำอะไร

ถึงแม้บ้านของอวี๋จือจะมีผู้หญิงสามคน แต่จะคนไหนก็ไม่จำเป็นต้องให้แม่สื่อมาหา

“ป้าหลี่มาทำไมหรือ” อวี๋จือถาม

ป้าหลี่ยิ้มแต่ไม่เอ่ยอะไร นางดันแม่สื่อไป แม่สื่อก็หัวเราะเสียงดังทันที สะบัดผ้าเช็ดหน้าและพูดอย่างพอใจ “ยินดีกับแม่นางด้วยเจ้าค่ะ ข้ามาแสดงความยินดีกับแม่นางเจ้าค่ะ” สีหน้าโอ้อวด คิ้วแทบจะบินออกไปอยู่แล้ว

“ยินดีเรื่องอะไร” อวี๋จือเลิกคิ้วเบาๆ และกดอิงเถาที่กำลังจะระเบิดเอาไว้

“ข้ามาสู่ของแม่นางอวี๋ให้กับป้าหลี่เจ้าค่ะ แม่นางคงเคยเห็นลูกชายของป้าหลี่ใช่หรือไม่ หน้าตาหล่อเหลา มีความสามารถ แล้วยังเป็นปัญญาชน อายุไล่เลี่ยกับแม่นาง ช่างเป็นคู่สร้างคู่สมเสียจริงเจ้าค่ะ

ตามหลักแล้วเรื่องแต่งงานไม่ควรมาสู่ขอแม่นาง แต่พ่อแม่ของแม่นางไม่อยู่แล้ว จึงต้องใช้วิธีนี้ เราไม่ใช่ตระกูลใหญ่โตอะไร ไม่จำเป็นต้องพิถีพิถันเพียงนั้น

กิ่งทองใบหยก ต่อไปคุณชายจ้าวสอบผ่านบัณฑิตซิ่วไฉ บัณฑิตระดับชุมชน แม่นางก็จะได้เป็นขุนนางฮูหยิน มีวาสนาไปทั้งชาติเจ้าค่ะ...”

สมแล้วที่เป็นแม่สื่อ พูดเก่งจริงๆ คนคนเดียวสามารถแต่งเรื่องได้ทั้งเรื่อง

แต่อวี๋จือกลับคิดว่ามันเหลวไหล เธอกับจ้าวโหย่วจื้อ? ป้าหลี่คิดอะไร

ไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองบ้านสนิทสนมกันสักหน่อย ถ้าเป็นคนฉลาดคงไม่มีทางทำแบบนี้

แต่ป้าหลี่คือคนที่ไม่ฉลาดคนนั้น “... สนิทสนมกันขนาดนี้ ทุกคนต่างรู้ว่าข้านิสัยดี ไม่ใช่คนที่ใจแคบกับลูกสะใภ้ ครอบครัวข้ามีลูกชายคนเดียว กิจการทั้งหมดของครอบครัวก็เป็นของเขาคนเดียว ครอบครัวเราไม่รังเกียจที่เจ้าโชคชะตาไม่ดี แต่ในอนาคตหากเจ้าแต่งเข้ามาเจ้าคงต้องดูแลงานบ้านงานเรือนให้ดี ดูแลโหย่วจื้อ สืบทอดเชื้อสายครอบครัวจ้าวให้เรา ทางที่ดีควรมีลูกชายสักสองสามคน...”

อวี๋จือตกใจจนพูดไม่ออก ราวกับโดนฟ้าผ่า

เธอมีชีวิตมาสามชาติแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพูดไม่ออก เมื่อเทียบกับป้าหลี่แล้ว ลุงกับป้าในละครที่ถูกคนเกลียดเข้ากระดูกยังสู้ไม่ได้ สู้ไม่ได้เลย

ป้าหลี่นิสัยดี? ไม่ใช่คนใจแคบ? นางเข้าใจตัวเองผิดหรือเปล่า ฉายาผีบ้าน่ารำคาญที่เพื่อนบ้านในตรอกดอกท้อตั้งให้นางคืออะไร แม้แต่ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองยังรังแก จะดีกับลูกสะใภ้เหรอ ผียังไม่เชื่อ!

พูดถึงกิจการของครอบครัวยิ่งไปกันใหญ่ ครอบครัวของนางก็แค่พอมีพอกิน สิ่งที่มีค่าที่สุดคือบ้านที่ทรุดโทรม ใครจะอยากได้

ยังรังเกียจที่เธอโชคชะตาไม่ดี...ดาบอยู่ไหน ไปเอามา!

“ไม่ ข้าไม่แต่ง” อวี๋จือปฏิเสธทันที

ป้าหลี่ไม่เชื่อ “ทําไมไม่แต่ง โหย่วจื้อของข้าเป็นปัญญาชน ต่อไปต้องสอบเป็นขุนนางราชการ ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเจ้า เราไม่รังเกียจเจ้าก็ไม่เลวแล้ว ทําไมเจ้าถึงไม่แต่ง” คำก็รังเกียจสองคำก็รังเกียจ

อย่าโมโห อย่าโมโห เดี๋ยวจะไม่สบาย

อวี๋จือถอนหายใจเงียบๆ “ข้าไม่คู่ควร! ลูกชายของเจ้าเก่งขนาดนั้น ยังไม่ได้แต่งงานก็มีผู้หญิงแย่งกันคลอดลูกชายให้เขา แม่นางชุ่ยจูแห่งหอเฟิงเย่ว์ แม่นางชุนเซียงแห่งหอชุนฟัง แม่นางหลิ่วเอ๋อร์แห่งหออี๋เซียง อ๋อ แล้วยังมีแม่ม่ายน้อยที่ตรอกหลิ่วเยี่ยถนนทิศตะวันออก” แม่สื่อพูดถูก เขาหล่อเหลา มีแต่หล่อเหล่า ไม่มีความสง่างาม

อวี๋จือนับนิ้วมือ “คนเช่นนี้ข้าไม่คู่ควร เจ้าคิดว่าข้าอยากได้อะไรจากเขา ความยากจน? ความขี้เหร่? หรือโรคจากเขา?”

ส่วนเรื่องที่ทำไมเธอถึงรู้ดีขนาดนี้ ก็เพราะมู่โถวเด็กขอทานเหล่านั้นเป็นคนบอกเธอ

“เหลวไหล! “ป้าหลี่โมโห เอ่ยเสียงสูง “เจ้ากล้าทําลายชื่อเสียงลูกชายข้า ข้าจะตบเจ้าให้ตาย” นางเงื้อมือพุ่งเข้ามาหาอวี๋จือ

อวี๋จือก้าวเท้ายาวถอยหลบออกไป ป้าหลี่หมอบลงกับพื้นทันที หันหน้าไปทางอวี๋จือ ราวกับกำลังโขกหัวให้เธอ

อวี๋จือรีบแก้ตัว “ข้าไม่ได้แตะต้องเจ้า ทุกคนก็เห็น เจ้าล้มลงไปเอง”

“ใช่เจ้าค่ะ นางล้มลงไปเอง “

“ใช่เจ้าค่ะ นางยังอยากจะตบแม่นางอวี๋”

“ไร้ยางอายจริงๆ”

ไม่รู้ว่าหน้าประตูเต็มไปด้วยผู้คนตั้งแต่เมื่อไหร่ กําลังชี้หน้าป้าหลี่กับแม่สื่อ

เมื่อเทียบกับป้าหลี่ที่น่ารำคาญ ชื่อเสียงของอวี๋จือดีกว่านางตั้งเยอะ เธอหน้าตาดี มักจะยิ้มทักทายคนในตรอกเสมอ ที่สําคัญคืออยู่เป็น มักจะให้คนรับใช้ในบ้านเอาขนมไปให้เพื่อนบ้าน สนิทสนมกับเพื่อนบ้านไม่น้อย

เห็นผู้คนมากมายล้อมรอบหน้าประตู ป้าหลี่กับแม่สื่อก็ตื่นตระหนก โดยเฉพาะแม่สื่อ นางบ่นอย่างไม่พอใจ “เจ้าบอกว่าเจ้ามั่นใจข้าจึงมากับเจ้า เจ้าทำให้ข้าเสียชื่อเสียง”

“เจ้าเอาเงินข้าไปตั้งยี่สิบอีแปะ แล้วยังไม่สําเร็จ เอาเงินข้าคืนมา” ป้าหลี่ไม่ยอมอ่อนข้อ

พวกนางสองคนทะเลาะกัน อวี๋จืออยากเห็นสุนัขกัดกัน แต่ก็กลัวว่าถ้าพวกนางทะเลาะกันขึ้นมาจะทําลายดอกไม้ของตัวเอง ดอกไม้ไม่สําคัญเท่าไหร่ แต่ที่สําคัญคือถนนหินไข่ห่านของเธอ

“อิงเถา ไล่พวกนางออกไป “

“นี่!” อิงเถารอประโยคนี้อยู่ นางหยิบไม้กวาดขนาดใหญ่ที่พิงข้างผนังขึ้นมาไล่ป้าหลี่ ใครบอกให้เจ้าคิดร้ายกับแม่นาง น่ารำคาญ เป็นคางคกยังอยากกินเนื้อหงส์ ไร้ยางอาย!

พวกนางสองคนหนีหัวซุกหัวซุน แต่ก็ยังถูกตีสองสามที

อิงเถายืนระบายอยู่หน้าประตู และด่าอย่างแรง “หากยังกล้ามารังแกแม่นางอีก ข้าเอาพวกเจ้าตายแน่!”

devc-3daa7acd-33865ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 22 เรื่องมงคลหรือเภทภัย ตอนที่ 22