คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 40 ต้นตอ ตอนที่ 41

#41บทที่ 40 ต้นตอ

ตอนที่ 40 ต้นตอ

ฉังซุ่นใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศก “เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้ซื่อจื่อกระทำสิ่งใด ปีนกำแพงเชียวนะ!”

“ปีนกำแพง?” ฉังหนิงเผยสีหน้าประหลาดใจ “คงไม่ใช่ฝั่งที่ติดกับจวนแม่ทัพหรอกนะ”

“ตรงนั้นเลย!” ฉังซุ่นตบหน้าขา “เจ้าว่าซื่อจื่อเลียนแบบสิ่งผิดๆ มาจากแม่นางรองหลินหรือไม่”

ฉังหนิงพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “เลียนแบบสิ่งผิดๆ มาจริงๆ”

“แล้วจะทำอย่างไรดีเล่า สองตระกูลอยู่ใกล้กันขนาดนี้ สุภาษิตว่าไว้คนใกล้ชาดติดสีแดง คนใกล้หมึกติดสีดำ”

“ฉังซุ่นเอ๋ย” ฉังหนิงตบบ่าของฉังซุ่น “ยังมีอีกสุภาษิตหนึ่งกล่าวไว้ว่า ยาดีขมปากมีคุณในการรักษาโรคแล้วไซร้ คำตักเตือนที่ขัดหูก็มีคุณต่อการปรับปรุงตัวเช่นกัน”

“เจ้าหมายความว่า...”

ฉังหนิงเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “พวกเราตามติดซื่อจื่อทุกวัน ต่อให้ซื่อจื่อจะรำคาญ แต่ก็ต้องชี้นำให้มาก”

“เจ้าพูดถูก ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน” พอฉังซุ่นมีคู่หูคอยส่งเสริม ดวงตาก็เป็นประกาย

ฉังหนิงยิ้มบาง “เห็นเจ้าคิดได้เช่นนั้น ข้าก็วางใจ”

วันต่อมาขณะที่หลินเห่ากำลังออกจากจวนก็เจอฉีซั่วเข้าพอดี

“ซื่อจื่อก็ออกไปข้างนอกหรือเจ้าคะ” ยามเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ส่งรอยยิ้มทักทาย หลินเห่าเลยเอ่ยทักทายอย่างเกรงใจ

ระยะนี้จำนวนครั้งที่เจอจิ้งอ๋องซื่อจื่อช่างบ่อยจริงๆ

“ความจริงข้าตั้งใจมารอแม่นางรองหลินต่างหาก”

หลินเห่าชะงักฝีเท้า สีหน้าแปลกใจปิดไม่มิด “ซื่อจื่อมาหาข้ามีเรื่องอะไร”

ฉีซั่วชี้ไปที่โรงน้ำชาเบื้องหน้า “หากแม่นางรองหลินสะดวก พวกเราเข้าไปคุยในโรงน้ำชากันดีกว่า”

หลินเห่าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า

พวกเขาเข้าไปในห้องส่วนตัวของโรงน้ำชา กลิ่นของชาหอมอบอวล หลินเห่ามองฉีซั่วแน่นิ่ง “ซื่อจื่อมีเรื่องอะไรก็ว่ามาเถิด”

“เรื่องที่แม่นางรองหลินถูกสะกดรอยตามเมื่อวาน”

“หืม” หลินเห่าจับถ้วยชาเนื้อกระเบื้องสีเขียว พร้อมใบหน้าประหลาดใจ

“คนผู้นั้นน่าจะจับตาดูแม่นางรองหลินเมื่อวาน หากแม่นางรองหลินคิดอยากจับตัวมา ทางที่ดีควรวิเคราะห์สถานที่และคนที่เคยเจอเมื่อวานอย่างละเอียด”

หลินเห่าขมวดคิ้ว “เมื่อวาน...ข้าก็แค่ออกไปเดินเล่นผ่อนคลายตามอารมณ์ ไม่มีจุดหมายปลายทางใดเป็นพิเศษ แถมไม่ได้เจอใครเป็นพิเศษด้วย”

ฉีซั่วก้มหน้า เลื่อนสายตาลงมองถ้วยชาเนื้อกระเบื้องสีเขียว

น้ำชาสีมรกตใส ใบชาลอยล่องไปมาดั่งอารมณ์ที่โหมซัดขึ้นมาในเวลานี้

เหมือนเขาจะจุ้นจ้านมากเกินไปแล้ว

พอฟังเขาเกริ่นถึงเรื่องเมื่อวาน แม่นางรองหลินเพียงแค่ทำท่าประหลาดใจ แต่กลับไร้ซึ่งความตึงเครียดใดอย่างทั้งสิ้น

หากคนคนหนึ่งถูกคนแปลกหน้าสะกดรอยตามคงไม่มีปฏิกิริยาเช่นนี้ นอกจากจะรู้ตัวตนของคนที่สะกดรอยตาม จึงไม่กังวลหรือหวาดกลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายทำร้าย

การที่แม่นางรองหลินเล่าเรื่องเมื่อวานอย่างคร่าวๆ เห็นได้ชัดว่าไม่อยากให้เขาเข้าไปยุ่ง

ฉีซั่ววางถ้วยชาลง “แม่นางรองหลินระวังตัวด้วย หากเจอเรื่องยุ่งยากใดก็มาขอความช่วยเหลือจากข้าได้”

“ขอบคุณซื่อจื่อมากเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นฉีซั่วไม่ซักไซ้ไล่เรียงอีก หลินเห่าก็โล่งอก

เพื่อนบ้านมีใจกระตือรือร้นมากเกินไปก็เป็นเรื่องวุ่นวายเช่นกัน

“เช่นนั้นไม่รบกวนแม่นางรองหลินแล้วดีกว่า” ฉีซั่วลุกขึ้นยืน

หลินเห่าชั่งใจครู่หนึ่ง เอ่ยขึ้นว่า “หากวันหน้าซื่อจื่อเจอปัญหาใดก็มาขอความช่วยเหลือจากข้าได้เช่นกันนะเจ้าคะ”

ฉีซั่วชะงักงัน จากนั้นก็ยกยิ้มพลางพยักหน้า “เช่นนั้นข้าคงต้องขอขอบคุณแม่นางรองหลินก่อนล่วงหน้าแล้ว”

หลังจากออกจากโรงน้ำชามา เพื่อเลี่ยงไม่ให้หมิงซินเจินเหรินถูกจิ้งอ๋องซื่อจื่อจับตามอง นางจึงล้มเลิกความคิดที่จะไปตรงสะพานแต่เปลี่ยนความคิดไปเดินเล่นที่ถนนฉังชุนแทน ตอนกลับก็หอบถุงเล็กถุงใหญ่มาให้คนในจวนไม่น้อย

ใช้ประโยชน์ได้หรือไม่เป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญก็คือผู้หญิงแค่ได้เห็นและถูกใจก็พอแล้ว

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แค่สิบกว่าวัน ฮูหยินผู้เฒ่าก็ได้รับข่าวหนึ่งมา อดพูดต่อหน้าหลินเห่าไม่ได้

“ผิงจยาโหวซื่อจื่อกับคุณหนูใหญ่ของจวนไหวอานปั๋ว[footnoteRef:1]หมั้นหมายกันแล้ว” [1: ปั๋ว เป็นบรรดาศักดิ์รองลงมาจากโหว]

“จวนไหวอานปั๋ว?” สะใภ้หลินมุ่นคิ้ว “ข้าจำได้ว่าฮูหยินของไหวอานปั๋วเป็นภรรยาคนที่สองกระมัง ส่วนคุณหนูใหญ่ของจวนไหวอานปั๋วเป็นบุตรสาวของฮูหยินคนก่อน”

ฮูหยินผู้เฒ่าเหลือบมองหลินเห่าแวบหนึ่ง “หากไม่ใช่เพราะอาเห่ารู้ว่าผิงจยาโหวซื่อจื่อนิสัยไม่ดีละก็ หากยายรู้ข่าวมงคลนี้คงรู้สึกยินดีด้วย พร้อมชื่นชมว่าฮูหยินไหวอานปั๋วช่างดีต่อลูกเลี้ยงตามคนอื่นๆ ไปด้วย”

เวลานี้สะใภ้หลินรู้สึกระคายหูกับคำพูดนี้นัก เอ่ยเสียงเย็นชา “ผู้ชายไม่มีดีสักคน ข้าจำได้ว่าไหวอานปั๋วกับอดีตฮูหยินเคยรักใคร่กันจนเลื่องชื่อ”

เคยมีฮูหยินคนหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างอิจฉาตาร้อน ตอนนั้นนางยังขัดใจอยู่ด้วยซ้ำ คิดว่าความรักระหว่างนางกับเวินหรูกุยก็ดีไม่แพ้คู่สามีภรรยาไหวอานปั๋วเลย

ตอนนี้ดูแล้วล้วนเป็นเรื่องตลกน่าขันสิ้นดี

ฮูหยินผู้เฒ่าจับความรู้สึกของนางได้เลยเอ่ยขึ้นเสียงขรึม “ไหวอานปั๋วเองอาจจะไม่รู้ จวนผิงจยาโหวสูงศักดิ์ แถมผิงจยาโหวซื่อจื่อเองก็ไม่เคยมีข่าวคราวเสียหายแพร่งพรายออกมา ไม่ว่าใครก็คงคิดว่าการแต่งงานของคู่นี้ดีไม่น้อย”

“เช่นนั้นไหวอานปั๋วเองก็ถูกพรางตาอย่างนั้นหรือ”

“เรื่องนี้ก็ไม่แน่” ฮูหยินผู้เฒ่าเบะปากเล็กน้อย เจือไปด้วยความเย้ยหยัน “ภรรยาคนใหม่ของไหวอานปั๋วผู้นี้เป็นลูกพี่ลูกน้องญาติห่างๆ ของผิงจยาโหวฮูหยิน เพียงแต่มีคนมากมายไม่ล่วงรู้ลำดับความสัมพันธ์ก็เท่านั้น”

หลายปีก่อนตอนที่ผิงจยาโหวฮูหยินผู้เฒ่ายังอยู่ พวกนางมีความสนิทสนมกัน เพราะฉะนั้นนางเลยรู้เรื่องนี้

วันที่จวนผิงจยาโหวมาทาบทามสู่ขอ ที่จริงนางก็หวั่นไหวไม่น้อย เพราะนึกถึงมิตรภาพในวันวาน

สะใภ้หลินสูดปาก “หากเป็นเช่นนั้น ไหวอานปั๋วฮูหยินก็ใจเหี้ยมเกินไปแล้ว!”

ฮูหยินผู้เฒ่าเหลือบมองบุตรสาวแวบหนึ่ง “ลูกที่ไม่มีแม่แท้ๆ คอยดูแล จะมีสักกี่คนที่ได้ดี”

สะใภ้หลินใจกระตุก

ตอนที่นางเก็บตัวอยู่ในห้อง นางเคยคิดดูแคลนตัวเองมาก่อน

ตอนอายุสิบหก นางถูกใจเวินหรูกุยตั้งแต่แรกเห็น ได้แต่งงานสมใจครองรักกับเขามายี่สิบกว่าปี ทุกๆ วันมีแต่ความอุ่นใจอย่างสุขสมอารมณ์หมาย

แต่ไหนแต่ไรมา นางนั้นเชื่อมั่นเรื่องครองคู่กันจนแก่เฒ่า แต่สุดท้ายกลับคิดไม่ถึงว่าคนที่นอนข้างกันจะกระทำกับนางอย่างหนักหน่วงเช่นนี้

ชีวิตของนางพังทลายลงในชั่ววินาทีนั้น

แล้วสิ่งที่ดึงนางออกมาจากความพังทลายนั่นก็คือ

สะใภ้หลินมองไปทางหลินเห่า

เสียงร้องไห้ของอาเห่า

สะใภ้หลินน้ำตาเอ่อล้น รั้งร่างหลินเห่าเข้ามา “อาเห่า โชคดีที่มีเจ้า ไม่อย่างนั้นพี่สาวของเจ้าต้องกระโดดลงกองไฟแน่”

หลินเห่าที่ถูกท่านแม่กอดโดยกะทันหัน สีหน้าพลันแข็งทื่อไปชั่วขณะ

ฮูหยินผู้เฒ่ายกยิ้มพลางส่ายศีรษะ

เคยคิดว่านิสัยตรงไปตรงมาของหว่านฉิงน่าปวดเศียรเวียนเกล้า แต่พอตอนนี้ขบคิดดูแล้วก็เป็นเรื่องดี ถึงอย่างไรก็ดีกว่าเป็นคนละเอียดอ่อนจนเก็บบาดแผลความเศร้าไว้ในใจ

หลังจากออกจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่ามาก็กลับเรือนลั่วอิง หลินเห่าออกคำสั่งกับเป่าจู “เอาเทียบเชิญที่ได้มาเมื่อวานมาให้ข้าดูที”

ไม่นานเป่าจูก็หยิบเทียบเชิญลายดอกไม้ในลิ้นชักส่งให้หลินเห่า

เทียบเชิญประณีตงดงาม เป็นเทียบเชิญจัดงานวันคล้ายวันเกิดของฉีฉยง จวิ้นจู่น้อยแห่งจวนจิ้งอ๋องที่อยู่ติดกัน

เดิมทีหลินเห่าไม่คิดจะไป

เรื่องที่จวนจิ้งอ๋องส่งคนมาทาบทามแต่ถูกปฏิเสธเพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน หากนางปรากฏตัวต่อหน้าพระชายาจิ้งคงกระอักกระอ่วนใจน่าดู

แต่ตอนนี้นางเปลี่ยนความคิดแล้ว

เพราะงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของจวิ้นจู่ คุณหนูใหญ่ไหวอานปั๋วน่าจะไปด้วย

ต่อหน้าท่านยาย ท่านแม่บอกว่าโชคดีที่มีนาง ช่วยเลี่ยงไม่ให้พี่หญิงกระโดดเข้ากองไฟ นางดีใจแทนพี่หญิง ทว่าใจหนึ่งก็หนักอึ้ง

ในเมื่อพี่หญิงไม่ได้กระโดดลงกองไฟ เช่นนั้นผู้หญิงอีกคนก็ต้องกระโดดลงกองไฟแทน

และเดิมที คุณหนูใหญ่เฉินไม่มีทางแต่งงานกับผิงจยาโหวซื่อจื่อแน่นอน

นางคิดว่า ลำพังแค่ให้พี่หญิงหนีพ้นจากโชคชะตาที่ต้องแต่งงานกับคนเลวไม่พอ เพราะต้นตอที่ทำให้หญิงสาวโศกเศร้าก็คือผิงจยาโหวซื่อจื่อ

แก้ที่ต้นตอถึงจะเป็นทางที่ถูกต้อง มิเช่นนั้นก็เหมือนโยนความพินาศไปให้คนอื่นแทน

นางต้องฉวยโอกาสในงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของจวิ้นจู่น้อยเพื่อเจอคุณหนูใหญ่เฉินให้ได้

devc-2f90762d-33153คุณหนูรองสองชะตา: บทที่ 40 ต้นตอ ตอนที่ 41