ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 8
ตอนที่ 8 แขกไม่ได้รับเชิญ (2)
ณ ห้องโถงใหญ่ที่ใช้รับแขกของจวนหลินอ๋อง สองบุรุษหนึ่งสตรีกำลังนั่งจิบชาอยู่
ผู้ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าบ้านคือบุรุษหน้าตาคมคายอายุประมาณสามสิบต้นๆ เสื้อคลุมสีเขียวอ่อนที่สวมอยู่บนร่างขับเน้นให้รูปลักษณ์ของเขาดูดียิ่งขึ้นไปอีก ทว่าช่างน่าเวทนายิ่งนักที่เขากลับนั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น น่าเสียดายจริงๆ ที่บุรุษที่ดีพร้อมเช่นนี้กลับต้องกลายเป็นคนพิการ
ณ ตำแหน่งของแขก คู่บุรุษสตรีที่นั่งอยู่อีกฝั่งก็งดงามไม่แพ้กัน ฝั่งบุรุษนั้นสวมเสื้อคลุมสีเหลืองอ่อน เขามีหน้าตาหล่อเหลาและมีบรรยากาศเย่อหยิ่งแผ่กระจายออกมารอบๆ ตัว ถัดจากเขาไปคือสตรีที่มีใบหน้างดงามนัก ชุดอาภรณ์สีขาวสะอาดตาส่งให้นางยิ่งดูสูงส่งมากขึ้นไปอีก
“องค์ชายรองโปรดนั่งรออีกสักครู่ ร่างกายของอู๋เสียยังไม่หายดี จึงต้องใช้เวลาเล็กน้อยในการเดินมาที่นี่” บุรุษที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นนี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาก็คือจวินชิง บุตรชายคนเล็กของจวินเสี่ยน อาเล็กของจวินอู๋เสียนั่นเอง
องค์ชายรองมั่วเซวี่ยนเฝ่ยผงกศีรษะรับเล็กน้อย สีหน้าเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าเขาจะเป็นคู่หมั้นของจวินอู๋เสีย แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่เขามาปรากฏตัวหลังจากจวินอู๋เสียประสบเคราะห์ร้ายไปแล้วถึงหนึ่งเดือน แถมยังมาพาสตรีอื่นมาด้วยอีก
จวินชิงย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา
ไม่นานนัก จวินอู๋เย่าก็เข้ามาถึงห้องรับแขก
มั่วเซวี่ยนเฝ่ยมองไปที่เขา วินาทีที่ได้เห็นหน้าอีกฝ่าย องค์ชายรองผู้เย่อหยิ่งก็ขมวดคิ้วแน่นโดยไม่รู้ตัว
รูปโฉมอันโดดเด่นของมั่วเซวี่ยนเฝ่ยนั้นเป็นที่ประจักษ์เลื่องชื่อไปทั้งรัฐชีว่ายากจะหาผู้ใดเทียบ ทว่าตอนนี้คู่หมั้นของเขาจวินอู๋เสีย กลับถูกบุรุษอื่นที่รูปงามกว่าเขามากนักอุ้มเข้ามา
จวินอู๋เสียยังอยู่ในช่วงพักฟื้น ผิวสีชมพูผุดผ่องที่เคยปรากฏอยู่บนใบหน้าของนางจึงเลือนหายไป กลายเป็นสีขาวซีดแทน สิ่งนี้ทำให้รูปลักษณ์ของนางนั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนเก่า เปรียบเสมือนดั่งดอกบัวขาวบนยอดเขาที่กำลังเบ่งบาน นางซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของบุรุษแปลกหน้าคนนั้นอย่างเงียบๆ ลักษณะหยิ่งยโสเมื่อก่อนถูกแทนที่ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดู ดูบอบบาง น่าทะนุถนอมเป็นที่สุด
มั่วเซวี่ยนเฝ่ยไม่ชอบจวินอู๋เสียก็จริงอยู่ เรื่องนี้ไม่ว่าใครในรัฐชีต่างก็รู้กันทั่ว การที่เขายอมตอบตกลงหมั้นหมายกับนางนั้น เพราะหวั่นเกรงในอำนาจของกองทัพรุ่ยหลินก็เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่ามั่วเซวี่ยนเฝ่ยจะยอมให้คู่หมั้นสวมเขาเขาต่อหน้าต่อตาเช่นนี้
“ผู้นี้คือ” มั่วเซวี่ยนเฝ่ยขมวดคิ้วถาม น้ำเสียงแสดงความไม่พอใจชัดเจน
“นี่คือจวินอู๋เย่า พี่ชายของอู๋เสีย” จวินชิงตอบกลับไป เพราะงูดำพวกนั้น ทำให้จวินชิงเองก็คิดว่าจวินอู๋เย่าคือพี่ชายของจวินอู๋เสียจริงๆ
“อะไรนะ” สีหน้ามั่วเซวี่ยนเฝ่ยดูแย่ยิ่งกว่าเดิม แสดงท่าทีตกใจออกมาอย่างปิดไม่มิด
ทายาทรุ่นที่สามของจวนหลินอ๋องมีจวินอู๋เสียเพียงคนเดียวเท่านั้นไม่ใช่รึ แล้วจวินอู๋เย่าผู้นี้โผล่มาจากที่ไหนกัน
หรือว่าจวนหลินอ๋องได้ทำการป้องกันฝั่งราชวงศ์เอาไว้เรียบร้อยแล้ว เลยปกปิดการมีอยู่ของจวินอู๋เย่าอย่างนั้นหรือ
มั่วเซวี่ยนเฝ่ยหรี่ตา
“อู๋เย่าเป็นเด็กกำพร้า หาใช่หลานแท้ๆ ไม่ ท่านพ่อของข้าพาตัวเขามาและอุปถัมภ์เลี้ยงดูอยู่ข้างนอกจวนอ๋อง คราวนี้เพราะอู๋เสียได้รับบาดเจ็บ ท่านพ่อเองก็สุขภาพไม่ค่อยจะสู้ดีแล้ว ส่วนข้านั้นก็ช่วยเหลืออะไรใครไม่ได้ ไม่อาจขยับได้เหมือนคนปกติ ก็เลยตัดสินใจเรียกอู๋เย่ามาดูแลนาง” จวินชิงพูดตามที่งูดำในหัวบอก
ที่แท้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด
มั่วเซวี่ยนเฝ่ยถอนหายใจโล่งอก
ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ มั่วเซวี่ยนเฝ่ยยังไม่ได้พูดแสดงความเป็นห่วงจวินอู๋เสียเลยแม้แต่ประโยคเดียว
จวินอู๋เย่ากับจวินอู๋เสียนั่งลง พอดีกับตำแหน่งตรงข้ามกับมั่วเซวี่ยนเฝ่ยและสตรีชุดขาวนางนั้น จวินอู๋เสียชำเลืองมองคู่บุรุษสตรีตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจแวบหนึ่งและแอบยิ้มเยาะออกมา
นี่น่ะหรือบุรุษที่ทำให้เจ้าของร่างนี้คลั่งไคล้จนแทบบ้า ส่วนสตรีที่นั่งอยู่ถัดไปจากเขานั้น อู๋เสียค้นหาในความทรงจำไม่เจอ
“เสด็จพ่อทรงทราบว่าอู๋เสียได้รับบาดเจ็บ เลยให้ข้านำยาบำรุงมามอบให้ พอดีอวิ๋นเซียนอยู่ด้วย ข้าก็เลยชวนนางให้มาดูอาการของอู๋เสียด้วยเลย วิชาแพทย์ของอวิ๋นเซียนนั้นสูงส่งนัก หมอทั่วไปไม่อาจเปรียบเทียบได้ ให้อวิ๋นเซียนช่วยดูสักหน่อยก็ดี จะได้รู้ว่าหลังจากหายแล้วจะทิ้งผลข้างเคียงอะไรไว้หรือเปล่า” ใบหน้าที่เฉยชาของมั่วเซวี่ยนเฝ่ย แต่พอพูดถึงสตรีที่นั่งอยู่ด้านข้าง กลับมีสายตาที่ผิดปกติต่างไปจากเดิมเล็กน้อย
สายตานั้น มันคือสายตาที่เอาไว้มองคนรักชัดๆ!