นักรบยอดจารชน

นักรบยอดจารชน: บทที่ 21 บทของสัตว์ป่า ตอนที่ 21

#21บทที่ 21 บทของสัตว์ป่า

บทที่ 21 บทของสัตว์ป่า

ก่อนลงมือนั้นแข็งแกร่ง หลังลงมือจึงพบหายนะ

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองแหลกสลายภายใต้ความรู้สึกระหายเลือดของอีกฝ่ายได้ เขาพุ่งไปข้างหน้า ขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ท่อนขาตวัดออกไปที่หน้าของเฉียเซวี๋ยจื่อ เขาเร็วมาก จนกระทั่งได้ยินเสียงขาฟาดผ่านลมกลางอากาศ

เฉียเซวี๋ยจื่อดูสงบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของเหยียนเฟิงหั่วฮั่ว เห็นได้ชัดว่าเขาโบกมือขวาอย่างผ่อนคลาย

กำปั้นกระแทกเข้ากับกล้ามเนื้อขา

ขาที่โจมตีออกไปนั้นเหมือนถูกกระแทกเข้ากับค้อนเหล็ก ทำให้รู้สึกเหมือนแข้งขาจะแตกหัก ไร้เรี่ยวแรง และร่างกายก็ถอยหลังล้มลงทันที

ร่างกายของเฉียจื่อเคลื่อนไหวพุ่งเป้าไปที่เหยียนเฟิงหั่วฮั่วราวกับกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงออกมาจากรถถัง

“พลัก!”

ดวงตาสีดำของเหยียนเฟิงหั่วฮั่วไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ร่างของเขาลอยไปไหลหลายเมตรก่อนจะตกลงที่พื้นอย่างแรง เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวแรดผู้โง่เขลา ที่วิ่งชนกับหัวรถไฟด้วยความเร็วสูง

หูของเขามีเสียงดังหึ่ง สมองว่างเปล่า ปากและจมูกมีของเหลวอุ่นๆ ไหลออกมา ก่อนจะไหลเข้าไปในปาก มันก็คือเลือดนั่นเอง เป็นความคุ้นเคยที่ไม่สามารถคุ้นเคยได้อีกแล้ว

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วนั้นโง่เขลา มือของเขาไม่มีแรงสักนิด

เขาอยากจะลุกขึ้น แต่ไม่มีแรงพาร่างกายตัวเองให้ลุกขึ้นได้ หูของเขาอื้อไปหมด และก็เวียนศีรษะมากด้วย

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรหร่แล้ว ในที่สุดเหยียนเฟิงหั่วฮั่วก็มีแรงพอจะเปล่งเสียงออกมา เขาอ้าปากกว้างทำให้เลือดที่จมูกไหลเข้าไปในปาก รสชาติเค็มของเลือดกระจายไปทั่วทั้งปาก

กลิ่นของเลือดแพร่ไปทั่วช่วยให้กระตุ้นเขา และตะโกนดังๆ เพื่อขจัดอาการมึนหัว ร่างกายของเขาค่อยๆ กลับมามีสติอีกครั้ง และใช้กำปั้นพยุงตัวขึ้นมาจากพื้น

“ไม่เลวเลย” เหยียนเฟิงหั่วยิ้มมุมปาก เขาใช้มือเช็ดเลือดที่ปากและจมูก พยายามยืนให้มั่น

“นายแพ้แล้ว” เฉียจื่อยักไหล่ “สู้กับนายนี่ไม่สนุกเลย อ่อนแอเกินไป”

เมื่อพูดจบ เฉียเซวี๋ยจื่อก็จะเดินออกจากสนามไป

“หยุดก่อน” เหยียนเฟิงหั่วฮั่วเรียกเฉียจื่อเซวี๋ยจื่อเอาไว้ แล้วมองเขานิ่งๆ “แต่ฉันยังยืนอยู่ก็หมายความว่าฉันยังไม่แพ้ อยากให้ฉันแพ้ เว้นแต่นายต้องตีฉันให้ตาย”

ทหารที่อยู่รอบๆ หัวเราะออกมา พวกเขากำลังหัวเราะเหยียนเฟิงหั่วฮั่วที่ไม่เจียมตัว ใครๆ ก็เห็นว่าเฉียเซวี๋ยจื่อใช้เพียงมือเดียวสู้กับเขา ไม่เช่นนั้นหมัดคงจะไม่เข้าที่หน้าของเขา แต่เป็นกระดูกขากรรไกรล่างของเขาแทน

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วไม่สนใจเสียงหัวเราะจากคนรอบข้าง เขายิงฟัน พุ่งเข้าไปหาเฉียเซวี๋ยจื่ออย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง

เขาเหวี่ยงกำปั้นขวาไปที่หน้าของเฉียเซวี๋ยจื่อ หมัดนี้เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มีลงไป บ้า ดุร้าย และรวดเร็วหาที่เปรียบมิได้

เพียงแต่เฉียเซวี๋ยจื่อนั้นเร็วกว่า โหดเหี้ยมกว่า

ในขณะที่กำปั้นเหยียนเฟิงหั่วฮั่วกำลังจะถึงตัว ร่างกายของเขาหมุนเข้าไปในวงแขนของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระแทกข้อศอกที่ท้องน้อย

การโจมตีที่รุนแรง ทำใหเหยียนเฟิงหั่วร้องออกมาด้วยเสียงเจ็บปวด ก่อนที่ทั้งตัวจะล้มลงไปทันที

แต่นี้ยังไม่จบ เฉียจื่อใช้แขนขวายกร่างกายของเหยียนเฟิงหั่วฮั่วขึ้นกลางอากาศ หมุนหนึ่งรอบก่อนจะทิ้งลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง

“พลัก!”

เสียงแผ่นหลังปะทะกับพื้นดินอย่างแรง ร่างของเหยียนเฟิงหั่วฮั่วที่อยู่บนพื้นดินคดงอราวคันธนู ใบหน้าบูดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด เขารู้สึกเหมือนอวัยวะภายในขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ เจ็บปวดจนไม่สามารถพูดอะไรได้และดูเหมือนเส้นประสาททุกเส้นกำลังสั่น กล้ามเนื้อทุกส่วนกำลังเจ็บปวด

เมื่อเห็นใบหน้าที่เจ็บปวดของเหยียนเฟิงหั่วฮั่ว เฉียเซวี๋ยจื่อก็ส่ายศีรษะ สายตาของเขาไม่ได้มีความเหยียดหยามเผยออกมาให้เห็น แต่กลับส่งรอยยิ้มออกมา

“เฉียเซวี๋ยจื่อ ไม่ลงมือเหรอ?” ไฉฉายจื่อถาม

“กล้าไหม? อาจฆ่าคนได้ หึๆหึ”

“ได้ มาฝึกกันต่อ” ไฉฉายจื่อโบกมือเดินตรงไปที่เหยียนเฟิงหั่วฮั่ว

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วที่นอนกุมท้องน้อยอยู่ที่พื้นมองไฉฉายจื่อนิ่ง ริมฝีปากสั่น แต่ไม่พูดอะไรออกมาสักประโยคเดียว

“นายพิสูจน์ตัวเองแล้ว พักสักครู่แล้วไปจากที่นี่ซะ” ไฉฉายจื่อตบบ่าของเหยียนเฟิงหั่วฮั่วเบาๆ

คำพูดของเขาอบอุ่น และดูสนิทใจมาก  นี่เป็นท่าทีที่ทหารควรมีต่อพลเมือง

“ฉ…ฉันยังไม่แพ้ ” เหยียนเฟิงหั่วฮั่วกำหมัดแน่น แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมา

ในสายตาของเขาส่องประกายเหมือนสัตว์ร้ายภายใต้ห่วงโซ่อาหารอันโหดเหี้ยม จากนั้นก็พุ่งเข้าไปเฉียจื่ออย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง

“พลัก!ปัง” เฉียเซวี๋ยจื่อหันกลับมาและชกเขาลงจนไปกองกับพื้น

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วที่ล้มลงไปก็ลุกขึ้นมาอีก แต่กำลังจะลุกขึ้นมาก็โดนกำปั้นเหล็กของเฉียเซวี๋ยจื่ออีกครั้ง

“พลัก!ปัง”

หมัดหนักๆ กระแทกไปที่ตาขวาของเหยียนเฟิงหั่วฮั่ว ทำให้ตาขวาของเขาแตกเลือดไหล ใบหน้าก็โดนย้อมไปด้วยสีแดงสด

“อา!….” เหยียนเฟิงหั่วฮั่วเจ็บจนถึงที่สุด อดไม่ได้ที่จะคำรามออกมาอย่างไม่พอใจ เขาลุกขึ้นพุ่งเข้าไปหาเฉียจื่ออีก

เขาไม่รู้จักคำว่ายอมแพ้ หากยังไม่ตาย

ทหารที่อยู่รอบข้างเผยสีหน้าตกใจ พวกเขาจะคิดไม่ถึงว่าทหารคนใหม่จะมีกระดูกที่แข็งขนาดนี้ ความบ้าคลั่งแบบนั้นไม่ใช่ว่าใครก็มีได้

เมื่อมองเห็นเหยียนเฟิงหั่วฮั่วที่บ้าคลั่งแบบนี้ เฉียเซวี๋ยจื่อก็ไม่ลงมืออีก เขายอมให้อีกฝ่ายชกหน้าเขา

“พลัก!” หน้าของเฉียเซวี๋ยวจื่อหันไปเพราะแรงชกจากกำปั้นและหันกลับมามองหน้าที่อาบไปด้วยเลือดของเหยียนเฟิงหั่วฮั่ว

“ฉันยอมแพ้”

“ไม่ได้!” เหยียนเฟิงหั่วฮั่วตะโกนออกมา “ฉันไม่ยอม ฉันต้องการสู้กับนายแบบยุติธรรม ต่อให้ฉันตาย ก็ไม่ต้องให้นายมายอมแพ้”

สัญชาตญาณความความบ้าคลั่งของสัตว์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บปรากฏออกมาจากตัวของเหยียนเฟิงหั่ว ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีทำให้เขาได้รับรอยแผลฟกช้ำ ความเย่อหยิ่งของเขาถูกแสดงออกมามากกว่าเดิม เขาไม่ต้องการให้คนอื่นมาสงสารและ ไม่ต้องการให้คนอื่นมาเมตตา

เขาคือเหยียนเฟิงหั่วฮั่ว เหยียนเฟิงหั่วฮั่วเป็นผู้ชาย เหยียนเฟิงหั่วฮั่วต้องเป็นผู้ชายที่มีเกียรติและความภาคภูมิใจ

“พลัก!ปัง” เฉียเซวี๋ยจื่อชกเหยียนเฟิงหั่วฮั่วจนล้มลงไปกองที่พื้นอีกครั้ง

แต่เขาเพิ่งจะล้มลงพื้นก็ลุกขึ้นพุ่งเข้าไปหาเฉียจื่ออีก และล้มลงไปอีก จากนั้นก็ลุกขึ้นอีก...

เขาบ้าไปแล้ว บ้าถึงที่สุด ความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นความชา เขารู้แค่ว่าต้องเข้ารุกอีกฝ่าย ไม่สนใจว่าจะเป็นอย่างไร ต้องทำให้เฉียจื่อล้มลงกับพื้นให้ได้ นี่เป็นอุปสรรคแรกที่ต้องเจอ ถ้าเขาผ่านมันไปไม่ได้ ทุกอย่างของเขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์

ไม่มีใครนับว่าเหยียนเฟิงหั่วฮั่วล้มและลุกมากี่ครั้ง รู้เพียงแค่ว่าเด็กคนนี้ที่เพิ่งเดินเข้ามาในกองทัพเป็นคนบ้าที่แท้จริง บ้ากว่าสมาชิกในกองกำลังจิ้งจอกโลหิต

ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยบาดแผล ปากและจมูกแตก ตาของเขาบวมช้ำไปด้วยเลือด แต่ก็ยังคงเปิดตาว้าง ใบหน้าของเขาบูดเบี้ยวไปหมด เลือดหยดลงมาไม่หยุดจนถึงหน้าอก

“ฮ่าๆๆๆๆ…” เหยียนเฟิงหั่วฮั่วเงยหน้าหัวเราะ เลือดไหลจากมุมปาก มองดูน่ากลัว

ใบหน้าของทหารที่อยู่รอบๆ มีแต่ความชื่นชม พวกเขามองเหยียนเฟิงหั่วฮั่วที่ยังไม่ยอมแพ้ ใบหน้ามีแต่ความดื้อรั้นและความบ้าคลั่ง ในดวงตาสัมผัสได้ถึงแววตาของสัตว์ป่า ไม่ใช่มนุษย์

“ฮู้ว……..”

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วส่งเสียงคำรามเหมือนหมาป่า กางแขนทั้งสองข้างออก ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเฉียเซวี๋ยจื่ออีกครั้ง

เฉียเซวี๋ยวจื่อไม่รู้ว่าควรทำยังไงก็ร้อนใจขึ้นมา เขาไม่รู้จริงๆ ว่าเด็กนี่เป็นคนหรือเป็นสัตว์ป่ากันแน่ อย่าบอกว่าเป็นคนธรรมดาเลย แม้แต่ทหารที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีก็ทนการโจมตีซ้ำ ๆ ของเขาไม่ไหว แต่เหยียนเฟิงหั่วฮั่วยังลุกมาพุ่งใส่เขาได้อีก

เฉียเซวี๋ยจื่อชื่นชมความแข็งแกร่งเย่อหยิ่งของเหยียนเฟิงหั่วฮั่ว แต่ก็ชื่นชมแค่จุดนี้นิดเดียวเท่านั้น เพราะเขาอ่อนแอเกินไป

“พลัก!ปัง” เฉียเซวี๋ยจื่อต่อยไปที่หน้าของเหยียนเฟิงหั่วฮั่วอีกครั้ง ทำให้ใบหน้าของเขามีเลือดไหลมาอีก เขาต้องการจบการต่อสู้นี้ หมัดนี้จึงไม่มีการออมแรง

“พลัก” ใบหน้าถูกโจมตีอย่างแรง ทำให้เลือดไหลออกมาอย่างหนัก แววตาดุร้ายราวสัตว์ป่าของเหยียนเฟิงหั่วฮั่วค่อยๆ หายไปไม่เหลือแม้แต่แสงเงาในตา

เขายืนตรงทื่อโดย ไม่ล้มลง เขายืนอยู่ตรงนั้นด้วยจิตใจที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ เพียงแค่ยืนตรงนั้นก็สามารถปกป้องความภาคภูมิใจของตนเองได้

ใครๆ ก็รู้ว่าเหยียนเฟิงหั่วกำลังพ่ายแพ้อย่างสมบูรณแบบ พ่ายแพ้โดยการโจมตีด้วยมือข้างเดียว นี่เป็นการต่อสู้ที่ยุติธรรม แต่มันก็เป็นแค่การต่อสู้ คงไม่มีความยุติธรรมได้

ในตอนที่ทุกคนต่างก็คิดว่าเขาจะล้มลงไป ก็เห็นดวงตาของเขากลับมีประกายขึ้นมาอีกครั้ง ในรูม่านตาสีดำส่องประกายผิดปกติ ในขณะเดียวกัน เส้นเลือดเป็นเส้นๆ คลุมดวงตาขาวราวกับใยแมงมุมสีแดง

เมื่อมองไปที่ตาของเหยียนเฟิงหั่วฮั่ว หัวใจของเฉียเซวี๋ยจื่อก็กระตุกเล็กน้อย แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยเห็นดวงตาแบบนี้แม้ในสนามรบก็ตาม เหยียนเฟิงหั่วที่อยู่ตรงหน้าตอนนี่ฮั่วกลายเป็นสัตว์ดุร้ายตัวหนึ่งไปแล้ว สัตว์ร้ายที่ดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วร้องคำรามเสียงแหลมออกมาราวกับภูเขาไฟลาวาปะทุ ท้องฟ้าเปลี่ยนสี และบ้าคลั่งดั่งคลื่นทะเล

ก้อนหินเล็กๆ ในมือเขาตีเข้ากับร่างกายของเฉียเซวี๋ยจื่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เฉียเซวี๋ยจื่อหยุดนิ่ง จากนั้นเหยียนเฟิงหั่วก็ส่งเสียงคำรามเข้าไปทำให้เฉียจื่อล้มลงที่พื้น ราวกับสัตว์ร้ายที่วิ่งตะครุบเหยื่อ

คุณไม่สามารถหาร่องรอยความเป็นคนในสายตาเขาได้ นอกจากนิสัยของสัตว์ป่าและความดุร้าย ทั้งหมดนี้เป็นสัญชาตญาณ มันเป็นเพียงสัญชาตญาณสัตว์ป่าของเขา

เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนก็กลืนน้ำลายอย่าแรงโดยไม่ตั้งใจ กระดูกของเด็กคนนี้เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนโดยธรรมชาติ ธรรมชาติของเขาคือการเกิดมาพร้อมกับเลือดที่รุนแรง

นี่คือทหารที่เกิดมาเพื่อต่อสู้ เป็นทหารบ้าบิ่นที่เกิดมาเพื่อจิ้งจอกโลหิต

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วอ้าปากกว้างกัดคอของเฉียเซวี๋ยจื่ออย่างแรง ฉีกเนื้อของอีกฝ่าย ทำให้มีเลือดไหลเข้ามาในปากของเขา เขารู้สึกได้ถึงเลือดที่กลืนลงคอเสียงดัง ร่างกายรู้สึกถึงความกระปรี้กระเปร่าและมันทำให้เขารู้สึกสบาย ดังนั้นเขาจึงกลืนดูดมันเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อให้ตัวเองสบายขึ้นกว่านี้

เมื่อเห็นเหยียนเฟิงหั่วฮั่วที่เป็นบ้าแบบนั้น สีหน้าของไฉฉายจื่อก็เปลี่ยนไป ยกมีดในมืีอขวาตีไปที่คอของเขา

แต่เหยียนเฟิงหั่วฮั่วก็ไม่ได้สลบไปอย่างที่คิด เขายังคงกัดคอขอของเฉียเซวี๋ยจื่ออยู่อย่างนั้น ทำให้เกิดความตึงเครียดจนถึงที่สุด

คอถูกกัดทำให้เสียเลือดปริมาณมาก เฉียเซวี๋ยจื่อรู้สึกเหมือนว่าเทพแห่งความตายกำลังเรียกเขา ชีวติของเขาตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยเจอการคุกคามแบบนี้มาก่อน

“ทำให้เขาปล่อย เร็ว!” ไฉฉายจื่อตะโกนใสเฉียเซวี๋ยจื่อ

“เหยียนเฟิงหั่วฮั่ว ฉันแพ้แล้วๆ ฉันแพ้ให้นายแล้ว” เฉียเซวี๋ยจื่อตะโกนออกมา

เมื่อได้ยินเสียงยอมแพ้ ดวงตาของเหยียนเฟิงหั่วฮั่วก็ปิดลง คลายปากออก เขาพลิกตัวไปด้านข้างและสลบไป

devc-a3b5dd88-33025นักรบยอดจารชน: บทที่ 21 บทของสัตว์ป่า ตอนที่ 21