นักรบยอดจารชน

นักรบยอดจารชน: บทที่ 22 กองกำลังแห่งศักดิ์ศรี ตอนที่ 22

#22บทที่ 22 กองกำลังแห่งศักดิ์ศรี

บทที่ 22 กองกำลังแห่งศักดิ์ศรี

หัวหน้าจางฟู่จีดูเห็นข้อมูลของเหยียนเฟิงหั่วฮั่วไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง หนึ่งในนั้นมีข้อเสนอแนะของจางเจาหยางอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีหนังสือพิเศษข้อมูลยาวกว่าจำนวน 20 หน้าเกี่ยวกับของเหยียนเฟิงหั่วฮั่วซึ่งเป็นของหัวหน้าหน่วยถังถางจิ้งจงแห่งกองกำลังพิเศษ เนื้อหาเหล่านี้รวบรวมคำพูด การกระทำ พฤติกรรมการแปรเปลี่ยนบุคลิกภาพ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเหยียนเฟิงหั่วฮั่ว

ในฐานะพ่อของถังถังถางถาง ในฐานะหน่วยสอดแนมที่อยู่แนวหน้านายหนึ่ง ดังนั้นถังถางจิ้งจงจึงเข้าใจเขาดียิ่งกว่าถังถังถางถาง ถ้าหากเหยียนเฟิงหั่วฮั่วไม่อยู่ในสายตาเขา ถังถังถางถางคงไม่สามารถอยู่กับเขาได้

ดวงตาของจางฟู่จีหยุดอยู่ที่บรรทัดสุดท้ายซึ่งถูกเขียนด้วยปากกาสีแดง ‘ความราบรื่น : ไม่น่าพอใจ การทรยศ : ไม่น่าเป็นห่วง ความสงบ : ไม่เกินไป อันตราย : ไม่น่ากลัว’

แต่ด้านล่างกลับมีเส้นหนาและยาวขีดเอาไว้สองเส้น

“หน้าอกแข็งแกร่ง ใบหน้าหนักแน่น หากเป็นทหารก็น่าเคารพนับถือ” จางฟู่จียืนขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง เขามองไปที่ภูเขาฉีเหลียนที่มีหิมะปกคลุมแล้วพูดออกมาว่า “นี่จะให้คนในทีมจิ้งจอกโลหิตช่วยเขาอย่างนั้นหรือ...”

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วสลบไปไม่นาน เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนพลบค่ำ

หลังจากฟื้นแล้ว เหยียนเฟิงหั่วฮั่วก็รู้สึกว่าร่างกายนั้นเจ็บปวดมาก โดยเฉพาะใบหน้า เขาลูบศีรษะที่กำลังมึนของตัวเองเบาๆ ก่อนจะถือกระเป๋าเดินออกไปท่ามกลางลมหนาว

“ฉันบอกว่าเราเป็นพี่น้องกันแล้วนายยังจะไปไหนอีก” เฉียเซวี๋ยจื่อที่มีผ้าพันแผลที่คอวิ่งออกมาจากด้านหลังเขาหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “ยอมแล้ว ฉันยอมนายแล้วจริงๆ ฉันยอมนาย ฮ่าๆฮ่า”

ทหารใหม่ที่เข้ามาในกองกำลังพิเศษเพียงแค่วันเดียวก็ถูกยอมรับแล้ว แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นครั้งแรก เหยียนเฟิงหั่วฮั่วสามารถพิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จแล้ว เขาได้รับความรู้สึกที่ดีที่ทำให้คนเหล่านี้ยอมรับว่าเขาเป็นคนประเภทเช่นเดียวกันกับพวกเขาได้

“ไป” เหยียนเฟิงหั่วฮั่วหยุดฝีเท้าลง หันกายไปพูดกับเฉียเซวี๋ยจื่อ “ฉันไม่รู้ว่าพวกนายปฏิบัติกับทหารใหม่แบบนี้เป็นเรื่องปกติหรือเปล่า และก็ไม่รู้ว่านี่เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาของพวกนายหรือไม่ แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของพวกนาย อย่าคิดว่าเพราะพวกนายเป็นกองกำลังพิเศษแล้วจะมาวางอำนาจบาตใหญ่วางมาดเป็นพวกชั้นสูงได้นะ บางทีคนอื่นอาจเลือกที่จะกินอาหารนี้ แต่ฉันจะไม่กินมัน ฉันจะเดินด้วยศักดิ์ศรี”

ตั้งแต่เหยียนเฟิงหั่วฮั่วมาถึงที่นี่เขาก็มีเรื่องไม่พอใจมากมาย เขาต้องมาสู้กับเฉียเซวี๋ยจื่อ ทั้งหมดเป็นการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี ในใจของเขามีความภาคภูมิใจอยู่แล้ว เมื่อความภาคภูมิใจของเขาปะทะกับความแข็งแกร่งของจิ้งจอกโลหิตทุกอย่างมันก็ระเบิดออกมาราวกับดอกไม้ไฟ

กองกำลังจิ้งจอกโลหิตไม่ผิด เพราะพวกเขาต่างก็อยู่ในระดับที่สูง เจ้าหน้าที่ทุกนายแต่ละนายเคยผ่านประสบการณ์ที่เกี่ยวกับความเป็นความตายมาแล้วทั้งนั้น ทุกคนต่างก็มีรอยแผลเป็นแห่งเกียรติยศ ถ้าหากคุณไม่มีสิ่งเหล่านี้ พวกเขาก็มองคุณเป็นคนนอกอย่างไร้เยื่อใย และไม่มีทางที่รับคุณเข้ามาในโลกที่เต็มไปด้วยเลือดของพวกเขา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหยียนเฟิงหั่วฮั่วที่เป็นทหารใหม่ซึ่งไม่รู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ก็ต้องถูกทหารนักรบหาญของกองกำลังจิ้งจอกโลหิตที่ภูมิใจในตัวเองนักหนา คิดว่าเขาเป็นพวกเด็กเมื่อวานซืนถูกนำที่เอามาชุบทอง จิ้งจอกโลหิตย่อมมีธรรมเนียมของจิ้งจอกโลหิต ผู้ที่ไม่ได้ผ่านการทดสอบการฝึกทดซ้อม ก็จะไม่มีคุณสมบัติเข้ามาเป็นคนของจิ้งจอกโลหิต ถึงแม้จะเป็นลูกหลานยของทหารที่เคยอยู่ที่นี่มาก่อนก็ต้องผ่านการทดสอบคุณสมบัติทั้งนั้น

แต่เมื่อพวกเขายอมรับคุณ พวกเขาก็อาจจะนับคุณเป็นพี่น้องแท้ๆ ได้เลย ไม่สนว่าคุณจะมีพื้นเพอย่างไร

“เป็นคำพูดที่รุนแรงจัง หึๆหึ” เล่ยเลี่ยอิ่งที่ไม่รู้ว่าเดินมาตั้งแต่ตอนไหน ตบไหล่เหยียนเฟิงหั่วฮั่วเบาๆ แล้วเอ่ยว่า “เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็อย่าไปใส่ใจเลยน่า พวกเรามันก็คนหยาบๆ แบบนี้แหละ ฮ่าๆฮ่า เย็นนี้ฉันทำกับข้าว ฉันฆ่าแกะมาหนึ่งตัว พวกเราดื่มกินกันสักหน่อย เดี๋ยวก็กลายเป็นพวกพ้องกันแล้ว ฮ่าๆฮ่า”

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วส่ายหน้า เขาเดินออกไป เขาต้องการไปจากที่นี่ ทำเหมือนกับว่าเมื่อวันก่อนเขาไม่ได้ต้องการที่จะมาเป็นทหาร

แต่เพิ่งเดินไปได้สองก้าวก็ถูกลั่วกุยขวางทางไว้เสียก่อน

“นายมีคุณสมบัติสิทธิอยู่ที่นี่ ทำไมต้องไปล่ะ” ลั่วกุยถามเหยียนเฟิงหั่วฮั่ว

“มีคุณสมบัติสิทธิ? ฉันแค่ไม่อยากเอาศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมาทิ้งไว้ที่นี่เท่านั้นเอง” เหยียนเฟิงหั่วฮั่วกำมือแน่น น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง “อย่าคิดว่าพวกนายแข็งแกร่งที่สุด สองปี ให้เวลาฉันสองปี ฉันจะทำให้พวกนายเห็นและยอมรับ”

หลังจากพูดจบเหยียนเฟิงหั่วฮั่วก็เดินออกนอกเมืองไป

“เฮ้ย เหยียนเฟิงหั่วฮั่วจะไปจริงเหรอ? ที่นี่เป็นความฝันสูงสุดของทหารทุกคนเลยนะ” เลี่ยเล่ยอิ่งตะโกนเสียงดัง

“ความฝันสูงสุด?” เหยียนเฟิงหั่วฮั่วฉีกยิ้มมุมปากอย่างดูถูก “เป็นแค่ตรรกะของกลุ่มโจรที่เกิดขึ้นในกลุ่มโจรเท่านั้นแหละ”

ห่างจากค่ายไปหมื่นลี้ไม่มีบ้านเมือง หิมะหนาปกคลุมทะเลทราย รอบนอกของเมืองซื่อฟางก็คือทะเลทราย เป็นทะเลทรายที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ยิ่งหิมะในช่วงฤดูหนาวทำให้ทะเลทรายกลายเป็นผืนหิมะสีขาว มองดูไกลๆ จะเห็นภูเขาหิมะซึ่งเชื่อมเข้าด้วยกัน

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วที่ต้องการจะไปจากที่นี่ ไม่สามารถขอร้องให้รถออกไปส่งได้ เขาต้องใช้สองขาทั้งสองข้างของตนเดินออกไปจากทะเลทรายเท่านั้น จิตใจของเขานั้นเข้มแข็งมาก เข็มแข็งจนคุณไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร

การเคารพตนเองมากเกินไปนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นสิ่งที่ล้ำค่า หากเป็นบางทีเหยียนเฟิงหั่วเมื่อก่อนฮั่วอาจจะไม่ได้มีความเคารพในตนเองมากมายขนาดนี้นั้น แต่หลังจากที่รู้ว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่บนโลก เขาก็ใช้มันมาปิดบังบาดแผลของตนเอง

เข้าสู่ช่วงเวลากลางคืน ลมหนาวที่พัดผ่านเยือกเย็นราวกับมีดกรีดกระดูก พระจันทร์ออกมาครึ่งเสี้ยว เผยให้เห็นทะเลทรายที่ปกคลุมหิมะสีขาวสัมผัสถึงความหนาวเหน็บสะท้อนแสงจันทร์ส่องประกาย ออกมา

อากาศที่หนาวเย็น โลกที่หนาวเหน็บ ผืนดินและผืนฟ้าที่เย็นเยือก

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วที่ไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาถึงไหนแล้ว ใช้เสื้อผ้าที่ใส่อยู่พันตัวแน่นขึ้นและนำปกคอเสื้อขึ้นเพื่อป้องกันลมหนาว ก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยความเหนื่อยล้า รอบข้างไม่มีสิ่งมีชีวิตและก็ไม่มีต้นไม้สักต้น มีเพียงความหนาวเย็นราวกับว่าที่นี่มีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น

ความโดดเดี่ยวทำให้คนเป็นบ้า เหยียนเฟิงหั่วฮั่วตะโกนออกมา แต่เสียงตะโกนของเขากลับถูกหิมะกลืนกินไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบเหงาและความหนาวเย็นเอาไว้ให้เขา

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วหลงทางแล้ว เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรเดินไปทิศทางไหนดีถึงจะสามารถออกไปได้ แม้ว่าเขาจะเชื่อใจตัวเองมาก แต่ตอนนี้กลับขาดความมั่นใจ เขาต้องหาเหตุผลให้ตัวเองเพื่อออกไปให้ได้ มิฉะนั้นเขาจะถูกทะเลสายผืนนี้พิชิตเข้าเสีย ต้องหนาวตายในที่ที่ไม่มีใครไม่รู้

“ตุบ” เสียงกระเป๋าที่ถูกโยนลงบนพื้นเสียงดัง เขาหยิบเอาคุกกี้ที่อยู่ในกระเป๋าออกมา คว้าหิมะสองก้อนใส่ปาก รอจนเป็นอุณหภูมิในปาก หลังจากนั้นก็กลืนหิมะที่ละลายและคุกกี้ลงไป

ทันใดนั้นเหยียนเฟิงหั่วฮั่วก็ลุกขึ้น เขาพ่นคำด่าออกมาว่า “ถังถางจิ้งจง คุณให้ผมรอคุณ ตอนที่รอ ผมแค่อยากจะให้คุณกินข้าวให้อิ่ม ต่อไปลูกชายผมก็จะใช้แซ่เดียวกับคุณแล้วนะ!”

เหยียนเฟิงหั่วฮั่วที่ด่าออกมา ท่าทีเคร่งขรึมและจริงจังอย่างมาก

แสงจันทร์หายไปแล้ว แสงจากหิมะที่กระทบกับแสงจันทร์ก็หายไปด้วย ความมืดอปกคลุมไปทั่ว แต่อากาศกลับอบอุ่นขึ้นกว่าเมื่อสักครู่เล็กน้อย ลมหนาวก็หยุดพัดแล้ว นี่เป็นเวลาที่หิมะกำลังจะตกหนัก เรียกว่าเป็นหิมะที่อบอุ่น

เมื่อเริ่มจับทิศทางได้ว่าเป็นทางไหนคือทิศตะวันออก เหยียนเฟิงหั่วฮั่วก็แบกกระเป๋าขึ้นหลัง เดินตรงไปทางนั้น เขารู้สึกเหมือนเท้าของเขาเต็มไปด้วยตะกั่ว ทุกก้าวที่เดินกินพละกำลังของเขาไปมาก

การเดินบนทะเลทรายกับการเดินบนพื้นธรรมดานั้นแตกต่างกันมาก ถ้าหากให้เดินบนพื้นธรรมดา เหยียนเฟิงหั่วฮั่วแน่ใจว่าเขาจะต้องวิ่งออกไปไกลกว่าสิบกิโลเมตรภายในครึ่งคืนได้แน่นอน แต่นี่คือทะเลทราย

ทะเลทีรายมีลักษณะเด่นที่สุดก็คือ ความอ่อนนุ่ม

ด้วยความอ่อนนุ่มนี้ ทุกก้าวที่เดินทำให้ขาจมลงไปในทราย จากนั้นก็เกิดแรงเสียดทานระหว่างทรายกับเท้าเมื่อก้าวไปข้างหน้า ทุกก้าวที่เดินจึงใช้พลังมากกว่าการเดินบนพื้นปกติ และสูญเสียพลังกายไปมากกว่าเดินบนพื้นราบ หากไม่มีความชำนาญในการเดินบนทะเลทราย ข้อเท้าอาจจะเกิดความเมื่อยล้าในช่วงเวลาหนึ่งได้ และอาจทำให้เกิดการแตกหักของกระดูกได้ด้วย

หากได้รับบาดเจ็บจนกระดูกหัก ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้เวลาในการเดินยาวนานขึ้น หรือว่าจะล้มเลิกแล้วกลับไปอยู่ในกองทัพ ถึงก็จะได้เดินบนถนนเหมือนคนปกติ

เรื่องพวกนี้เหยียนเฟิงหั่วฮั่วไม่รับรู้แล้ว เขารู้เพียงแค่เขาเหนื่อยมาก ขาก็เจ็บระบมไปหมด เขาแทบจะเดินไม่ไหวแล้ว ร่างกายก็เจ็บปวดตามขาทำให้เขาต้องลดความเร็วลง

แรงกดขี่จากหิมะยิ่งรุนแรงขึ้น ทำให้คนสามารถรับรู้ถึงความรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ชัดเจน อีกไม่นานจะต้องเกิดพายุหิมะแน่

เกล็ดหิมะเล็กๆ ตกลงมาจากท้องฟ้า มันค่อยๆ ตกลงบนหน้าผากของเหยียนเฟิงหั่วฮั่ว เผยมีความเย็นออกมา เขายื่นมือออกไปปัดออก เงยหน้ามองไปบนท้องฟ้า มองเกล็ดหิมะมากมายที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า

เกล็ดหิมะเล็กๆ ร่วงหล่น ไม่มีลมและแสงไฟ อากาศดูเหมือนกำลังควบแน่นเป็นกลุ่มก้อน

สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อเนื่องมาสิบกว่านาทีแล้ว ท้องฟ้ามืดมิด จนกระทั่งสายลมทำลายความเงียบสงบไป

“ฟู่ว.....”

หิมะถูกพัดปลิวไปตามลมที่ก่อตัวขึ้นมา มันปลิวไปจนมองไม่เห็น ดูเหมือนกับจะต้องเจอเรื่องที่น่ากลัว

เกล็ดหิมะพัดตามมาลมแรงขึ้นๆ จนเกิดเป็นเสียงหวีดของลมขึ้นมา ทำให้จิตใจร้อนรุ่ม ในขณะเดียวกันนั้น เกล็ดหิมะขนาดเล็กๆ ถูกแทนด้วยพายุหิมะใหญ่ที่ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้าลมหนาวพัดตกลงบนพื้น

devc-a3b5dd88-33025นักรบยอดจารชน: บทที่ 22 กองกำลังแห่งศักดิ์ศรี ตอนที่ 22