นักรบยอดจารชน: บทที่ 1 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ตอนที่ 1
เล่มที่ 1
บทที่ 1 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน
เวลาบ่าย 15.20 น.
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ทำให้ความสุขสบายของการพักผ่อนในวันเสาร์ถูกทำลายลง เหล่าเจ้าหน้าที่กองกำลังตำรวจทหารพร้อมอาวุธต่างพากันมุ่งหน้าไปยังโกดังเก็บยุทโธปกรณ์ที่อยู่ชั้นสองด้วยความรวดเร็ว
“เร็วเข้า! เร็ว! เร็ว! ” จางผัว นาวาอากาศตรีส่งเสียงด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ “สวมชุดติดอุปกรณ์ให้เร็วที่สุด”
ในเวลาสั้นๆ กองกำลังทหารก็สวมชุดพร้อมอุปกรณ์พกพาเสร็จสิ้น สุนัขทหารสองตัวขนาดดุจลูกวัวได้กลิ่นราวกับเขม่าควันของดินปืน เจ้าสุนัขแลบลิ้นยาว วิ่งเพ่นพ่านไปทั่วอยู่ไม่สุข จนเกือบจะดึงไว้ไม่อยู่
รถทหารส่งเสียงดังสนั่นขับไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
อาชญากรในการกระทำความผิด เหยียนเฟิงหั่ว เพศชาย อายุ 26 ปี ชนชาติฮั่น เป็นคนจิงเฉิง เข้าร่วมกองทัพตอนอายุ 18 ปี ไม่มีบันทึกการปลดประจำการ วันที่ 23 เดือนกันยายน เวลา 10 นาฬิกา พนักงานบริษัทหยางกวง 19 คน ใช้อุบายพร้อมกำลังอาวุธอย่างโหดเหี้ยม หลังขัดขืนการจับกุมอย่างเปิดเผย โดยจับตัวประกันหญิงคนหนึ่งไว้ ก่อนจะหลบหนีไปที่ภูเขากวนเฟิ่งทางตอนเหนือ ระหว่างการหลบหนีได้ทำร้ายตำรวจหน่วยพิเศษ 13 นาย โดยใช้กำลังยื้อแย่งปืนยาวขนาด 03 หนึ่งกระบอก บรรจุกระสุน 20 นัด
สังกัดกองกำลัง : ยังไม่ทราบ
เหล่าทัพ : ยังไม่ทราบ
“ทำไมไม่รู้อะไรสักอย่าง” จางผัวแผดเสียงจ้องมองเฉินเฟิงปินรองผู้บัญชาการหน่วยพิเศษ ใบหน้าของเฉินเฟิงปินแสดงให้เห็นถึงความจนใจต่อคำถามของจางผัว
“หัวหน้าจาง ข้อมูลที่พวกเราตรวจสอบได้ ทราบแค่ผู้กระทำความผิดเป็นทหารที่เคยเข้าร่วมในกองทัพมาก่อน เรารู้แค่ว่าเป็นคนของกองกำลังทางตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ข้อมูลการเข้าร่วมกองทัพว่างเปล่าครับ พวกเรากำลังทำการรวบรวมข้อมูล คาดว่าอีกไม่นานก็จะทราบข่าวจากทางนั้นแล้ว”
“คงไม่ใช่กองกำลังพิเศษหรอกนะ” จางผัวพึมพำตัวเอง
“กองกำลังพิเศษเหรอ” ใบหน้าของเฉินเฟิงปินเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจื่อน เขาส่ายหัวเบาๆ “กองกำลังพิเศษก็ไม่ได้เก่งกาจไปกว่าเขาหรอก คุณยังไม่เห็นตอนที่เขาลงมือ ถ้าได้เห็นแล้วคุณก็จะรู้สึกได้เองว่าพวกกองกำลังพิเศษที่อยู่แนวหน้านั้นไม่ได้คนามือเลยสักนิด เดิมทีพวกเขาเข้ามาจัดการสถานการณ์อันตราย แต่พอเริ่มก็ควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ ต้องมาขอความช่วยเหลือจากพวกคุณ คนร้ายคนนี้มีลักษณะพิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือ เขาไม่ฆ่าคนเด็ดขาด เขาดูเหมือนคนที่มีความกังวลใจบางอย่าง”
จางผัวพยักหน้า หายใจเข้าลึกๆ ดวงตามีแต่ความว่างเปล่า กำปั้นหยาบกระด้างส่งเสียงกรอบแกรบ เหมือนอยากจะชักดาบออกจากฟักมาฟาดฟันคนเสีย
จางผัวเข้าร่วมกองทัพตั้งแต่อายุ 17 ปี ปีที่สองเขาเข้าร่วมกองทัพและชนะการแข่งประลองอาวุธ หลังจากกลับมาก็เข้าร่วมกองทัพอย่างภาคภูมิใจ เขาสร้างผลงานด้วยการจัดการมือปืนและฆาตกรสามคนได้รางวัลชั้นหนึ่ง เขาถูกส่งเข้าไปฝึกในโรงเรียนจ่าอากาศ ในช่วงระยะเวลาการเป็นนักเรียนฝึกนั้น เขาประสบความสำเร็จในการกู้ระเบิดเวลาที่ผู้ก่อการร้ายนำไปติดตั้งไว้ที่ศาลากลาง จึงถูกคัดเลือกเข้าไปเรียนต่อที่สถาบันฝึกฝนหน่วยรบพิเศษ หลังจบการศึกษาก็ถูกรับเข้าไปอยู่ในกองกำลังเดิมที่เคยสังกัด รับตำแหน่งนาวาอากาศตรี หัวหน้ากองบินขับไล่ยุทธวิธี
ตัวเขานั้นเรียกได้ว่าเป็นคนบ้าโดยแท้ ง่ายและป่าเถื่อนเคยใช้กำปั้นชกถนนคอนกรีต หลังจากนั้นก็หันกลับไปซ้ำอีกครั้ง จนกระทั่งหัวหน้ากองบินมาพาตัวเขาไป
การปกครองด้วยความเมตตาไม่ใช่แนวทางการปกครองของเขา ด้วยรูปแบบการปกครองแบบนี้ ทำให้กองกำลังทหารของเขาเป็นกองกำลังทหารที่ดีที่สุด และหนึ่งในสามของหน่วยสืบสวนราชการลับของกองทัพก็ล้วนมาจากฝีมือการฝึกฝนของเขาทั้งนั้น
หลังจากมาถึงเฟิ่งชาน เงาสะท้อนตรงหน้าจางผัว คือภาพของกองกำลังตำรวจที่ร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนากลุ่มหนึ่งซึ่งไม่มีใครอยู่ในสภาพดีแม้แต่คนเดียว
บนร่างกายของตำรวจหลายนายที่อยู่ตรงหน้ามีแต่เลือดเต็มไปหมด ได้ยินว่าตอนที่หาพวกเขาพบนั้น บนตัวมีเงินเหรียญฝังเอาไว้หนึ่งหยวน ใช่แล้ว ด้านหน้าของพวกเขาถูกเขียนเลข 1 เอาไว้ ส่วนด้านหลังเป็นลวดลายดอกเบญจมาศเหมือนเหรียญหนึ่งหยวน เหมือนเหรียญที่เอาไว้หยอดในช่องหยอดเหรียญบนรถเมล์แบบนั้น
บนตัวนายตำรวจที่อยู่ด้านหลังเต็มไปด้วยแผลจากการถูกยิง กระสุนถูกยิงเข้าที่หน้าท้องของพวกเขาด้วยความแม่นยำ ดูจากบาดแผลแล้ว หัวกระสุนนั้นยิงเฉียดบริเวณปอด แต่ถึงอย่างนั้นก็สามารถตัดกำลังการต่อสู้ของตำรวจ อีกทั้งยังไม่ทำให้อีกฝ่ายตายด้วย
“หัวหน้าจาง!” ซุนฉวนฮุย หัวหน้ากองกำลังตำรวจ วิ่งเข้าจับไหล่ของจางผัวไว้แน่น เขาชี้ไปที่นายตำรวจใต้บังคับบัญชาของตนเองที่บาดเจ็บล้มตาย “เรา…เราไม่มีวิธีรับมือมันเลย วิธีการรับมือสักวิธีเดียวก็ไม่มี…”
ตอนที่พูดประโยคนี้ออกมา กล้ามเนื้อบนใบหน้าของซุนฉวนฮุยก็กระตุกขึ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความร้อนรนและเจ็บปวด
จางผัวพยักหน้าเล็กน้อย เขาเดินเข้าไปหาตำรวจที่ถูกยิงนายหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหน้า เขาเอื้อมมือไปฉีกผ้าพันแผลที่ถูกรัดไว้อย่างดีออก เผยให้เห็นบาดแผลที่อยู่ข้างใน จากนั้นเขาก็ตรวจดูบาดแผลของนายตำรวจอีกคนเช่นกัน หลังจากการตรวจดูบาดแผลถูกยิงของนายตำรวจเสร็จอย่างรวดเร็ว
ความเย็นแผ่ซ่านตั้งแต่ฝ่าเท้าขึ้นจนถึงศีรษะของจางผัว แผลเหล่านี้ถูกยิงเข้ามาและทะลุออกไปจากตำแหน่งเดียวกันทั้งหมด นี่มันต้องอาศัยความแม่นยำมากขนาดไหนกัน ไอ้สารเลวนี่…มันใช่คนแน่หรือ
การยิงเข้าเป้าในตำแหน่งเดียวกันแบบนี้จางผัวก็สามารถทำได้ แต่การจะควบคุมให้กระสุนทะลุออกในตำแหน่งเดียวกันเขาไม่สามารถทำได้จริงๆ นี่เป็นวิถีการยิงที่เกิดจากการเรียนรู้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกระสุนปืน เวลาที่ยิงในระยะใกล้ วิถีของหัวกระสุนจะเชื่อมโยงกับสรีระมนุษย์ เนื่องจากการเคลื่อนไหวจะเป็นผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ส่งผลให้หัวกระสุนมีวิถีที่ไม่แน่นอน แต่ความเร็วยังคงอยู่ กระสุนที่ถูกยิงผ่านวัตถุจะย้อนกลับมา ทำให้ได้รับผลกระทบจากหัวกระสุน และด้วยความเร็วที่ได้รับจะทำให้มันเคลื่อนไหวไปรอบนอก ลักษณะเช่นนี้จะต้องใช้หัวกระสุนที่มีขนาดใหญ่มากกว่าสิบเท่า จึงจะสามารถทำให้ยิงผ่านอากาศในเวลาฉับพลันได้ หัวกระสุนที่ถูกยิงผ่านอากาศในเวลาฉับพลันไปกระทบเข้ากับส่วนที่เป็นน้ำอย่างเลือดและเนื้อเยื่อ ก็จะส่งผลให้เกิดการพลิกกลับของกระสุนที่ไร้แบบแผนในการเคลื่อนที่ เป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่มีทางยิงออกมาจากรูเดียวกันได้อย่างแน่นอน
“บอกฉันมา ระยะการยิงของเขาไกลจากที่นายอยู่เท่าไร” จางผัวถามเจ้าหน้าที่ตำรวจในกองกำลังพิเศษนายหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บด้วยเสียงดังก้อง
“ไม่ ผมไม่รู้…”
“พวกนายไม่มีใครเห็นคนของมันเลยเหรอ”
“ไม่ครับ พวกเราไม่เห็นคนของเขาเลย…”
จางผัวถูแก้มของตัวเองอย่างแรง เขารู้ว่าฝ่ายตรงข้ามของเขาเป็นศัตรูแบบไหน เดิมทีการควบคุมการยิงของเหยียนเฟิงหั่วสารเลวนั้นก็อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเลยก็ว่าได้ มือปืนธรรมดาไม่มีทางศึกษาการเปลี่ยนแปลงของหัวกระสุนที่ถูกยิงเข้าไปในร่างกายว่าเป็นอย่างไรได้อย่างแน่นอน เหยียนเฟิงหั่วคนนี้ไม่เพียงแต่ศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกระสุนปืนที่ยิงเข้าสู่ร่างกายได้อย่างถ่องแท้เท่านั้น แม้กระทั่งการควบคุมหัวกระสุนหลังจากยิงเข้าสู่ร่างกายไปแล้วจะสามารถเคลื่อนที่อย่างไรก็เข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง
“ตูม! ตูม!” เสียงระเบิดก้องสนั่นแพร่กระจายไปทั่ว กลางไหล่เขาเกิดเหตุขึ้นแล้ว
ทหารผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดสองนายที่มีเลือดท่วมตัวถูกกองกำลังตำรวจหามลงมา เห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขาเดินไปเหยียบกับระเบิดเข้าเสียแล้ว
“ค้นหาตำแหน่งของมัน” จางผัวออกคำสั่งเสียงดัง ใบหน้าจริงจัง ดวงตาจ้องมองไปที่ยอดเขา
เขาออกคำสั่งไปยังหน่วยที่อยู่ใต้บังคับบัญชา นำสุนัขที่เตรียมไว้สำหรับแผนการโจมตีมุ่งหน้าขึ้นเขาไปอย่างรวดเร็ว สุนัขทหารตัวหนึ่งมีชื่อว่าลาฟาง ส่วนอีกตัวชื่อว่าฝูหวา พวกมันเป็นสุนัขล่าเนื้อที่ถูกฝึกฝนโดยจางผัว ไปร่วมรบกับจางผัวไม่น้อยครั้งเลยทีเดียว พวกมันได้รับการฝึกอย่างเข้มงวดทำให้มันมีนิสัยดุร้ายยิ่งกว่าหมาป่า จุดที่อันตรายที่สุดของพวกมันก็คือปาก
“หัวหน้าจาง…” นายทหารผู้เชี่ยวชาญทางด้านระเบิดที่มีเลือดท่วมตัวเรียกจางผัวไว้ เขาพูดออกมาอย่างยากลำบากว่า “ข… เขาไม่ได้ต้องการจะฆ… ฆ่าคน…ยั... ยังไงก็จะไปบีบคั่นเขาไม่ได้เด็ดขาด รีบ…”
หลังจากพูดจบ ทหารผู้เชี่ยวชาญทางด้านระเบิดก็เอาระเบิดที่ทำขึ้นมาง่ายๆ ซึ่งบรรจุไว้ในกระป๋องสำเร็จรูปออกมาจากขาข้างที่ไม่ถูกระเบิดส่งให้จางผัว แล้วนอนลงที่เปลหามเหมือนเดิม
นี่เป็นขวดน้ำดื่มบรรจุกระป๋องที่เห็นได้ทั่วไป สีของกระป๋องที่อยู่ภายนอกถูกขูดทิ้ง และทาทับด้วยสีเขียวจากหญ้า ยังมีอีกส่วนที่เปื้อนดินเหนียว ปากขวดถูกปิดด้วยจุกไม้แน่นหนา ใช้กาวใสปิดผนึกไว้หลังจากเจาะรู ดูเผินๆ ก็เหมือนกับกระบอกไม้ธรรมดาอันหนึ่ง
จางผัวรีบเปิดดูระเบิดที่ทำขึ้นมาอย่างง่ายๆ นี้ทันที เมื่อมองเห็นส่วนประกอบที่อยู่ข้างในก็ถึงกับตะลึงไป ตะลึงงันอย่างถึงที่สุด
ภายในกระป๋องสำเร็จรูปเป็นถ่านไฟฉายเบอร์ 7 สองก้อนที่พบเห็นกันอยู่เป็นประจำ ภายในมีถ่ายไฟฉายก้อนหนึ่งที่มีดินระเบิดบรรจุอยู่ ส่วนอีกก้อนถูกทำให้ติดแน่นอยู่กับฝากระป๋อง ลวดทองแดงเส้นหนึ่งถูกต่อยื่นออกมาจากขั้วบวกของถ่านไฟฉาย ในขณะที่ลวดอีกเส้นถูกต่อไว้ที่ขั้วลบของถ่าน ปลายลวดทั้งสองไม่ได้นำมาต่อกัน แต่เพียงแค่กดลงไปตรงกระบอกไม้ที่ยืดออกมาก็สามารถทำให้ลวดทองแดงส่งกระแสไฟฟ้าออกมาได้ ท่อชนวนที่เพิ่มออกมาจะเกิดการลุกไหม้และกลายเป็นระเบิด ต่อมาก็จะปล่อยดินระเบิดสีดำออกมา ทำให้ของเหลวที่บรรจุอยู่ในขวดกลายเป็นระเบิดลูกหนึ่ง
ส่วนประกอบที่อยู่ด้านในของดินระเบิดยิ่งทำให้คนตกตะลึงขึ้นอีก เขาอาศัยการเกิดปฏิกิริยาเคมีของดินขาวกับเถาพืช ส่วนกำมะถันก็ได้มาจากหินแร่กำมะถันที่ทับถมและตกตะกอนอยู่บนภูเขา หลังจากนั้นก็นำมาบดเป็นผง หลังจากนั้นนำมาผสมกับผงถ่านในอัตราส่วนที่ถูกต้องก็สามารถประกอบออกมาเป็นดินระเบิดได้แล้ว
“อัจฉริยะ…” จางผัวที่ตะลึงงันไปพักหนึ่ง
หลุดคำออกมาจากปาก แต่อยู่ๆ ก็กลับคำทันที “ไม่ใช่อัจฉริยะ ไม่ใช่อัจฉริยะเด็ดขาด ที่จริงแล้วเขาสังกัดกองกำลังอะไร ที่จริงแล้วเป็นคนของเหล่าทัพไหน”
จางผัวที่เดิมทีอยากจะประลองฝีมือกับเหยียนเฟิงหั่วคนนี้สักครั้ง อยู่ๆ ตอนนี้กลับรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น ดูจากระเบิดอันนี้แล้ว เขาก็รู้ทันทีว่าตัวเองอาจจะไม่สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้แน่
“หัวหน้าครับ ลาฟางกับฝูหวาหายไปแล้วครับ” เจ้าหน้าที่ที่ฝึกสุนัขทหารวิ่งเข้ามา
“หายไปแล้ว” จางผัวถลึงตา เขาถามออกมาอย่างยากจะเชื่อ “หายไปได้ยังไง”
“หายไปแล้ว…หายไปแล้วจริงๆ ครับ…” นายทหารก้มหน้าลง
ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ แน่นอนว่าสุนัขทหารสองตัวสามารถตามหาตำแหน่งของอีกฝ่ายได้แน่นอน และถ้าหากว่ากำลังต่อสู้กับคนที่ชื่อเหยียนเฟิงหั่วคนนั้นจริงก็ไม่มีทางที่จะไม่ส่งเสียงใดๆ ออกมาเลย หรือถูกยิงตายไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงปืนนี่ หรือว่าสุนัขจะทรยศ
“หัวหน้าครับ…” นายทหารเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าบึ้งตึงของจางผัว อยากพูดก็ไม่กล้าพูด
“พูดมา” จางผัวเอ่ยออกมาเสียงเข้ม
“ผมสงสัยว่าบนตัวเขาจะมีกลิ่นสุนัข ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนี้” นายทหารพูดการคาดเดาของตัวเองขึ้นมา
“กลิ่นสุนัข…กลิ่นสุนัขเหรอ…” ปากของจางผัวขมปร่าไปหมด เขาส่ายหัวแรงๆ
นี่เป็นคนของกองกำลังพิเศษหรือเปล่านะ พูดไปเรื่อย!
ถ้าหากกองกำลังพิเศษของชาติทุกคนมีความสามารถระดับนี้ SAS[footnoteRef:1] นี่ก็นับเป็นขี้เลยนะ หน่วยซีลก็คงเป็นแค่ซาก กองกำลังต่อต้านการก่อการร้ายอัลฟ่าก็คงเป็นแค่เด็กที่ยังไม่หย่านม! [1: สเปเชียลแอร์เซอร์วิส Special Air Service เป็นหน่วยรบพิเศษทางอากาศแห่งกองทัพอังกฤษ ซึ่งได้รับคำชมเชยและยกย่องเช่นเดียวกันกับ หน่วย Delta Force กับ Navy Seal ของ สหรัฐอเมริกา]
“ทหารทุกนายเข้าแถว” จางผัวเงยหน้าขึ้นอย่างดุดัน กวาดตามองด้วยสายตาที่ร้อนเป็นไฟ เขากัดฟันตะโกนออกมาเสียงดัง “บอกฉันหน่อยว่าพวกเราเป็นอะไร”
“ฉับ!” เสียงทหารในแถวลดปืนลงพร้อมกัน ก่อนจะเปล่งเสียงตะโกนออกมาอย่างทรงพลังว่า “กองทัพของประชาชน!”
“สิ่งที่พวกเราแบกเอาไปคืออะไร”
“ตราประจำชาติ!”
“หากมีคนที่ฝ่าฝืนกฎหมายปรากฏตัวออกมาพวกเราจะต้องทำอย่างไร!”
“ฆ่ามัน! ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!”
เสียงตะโกนที่ออกจากปากของทหารในกองกำลังพิเศษเต็มไปด้วยความเยือกเย็นราวกับเครื่องจักรสังหาร ตัวของพวกเขายืดตรงเหมือนเสา ในตาของพวกเขามีเพียงรังสีของการฆ่าฟันหนักแน่น
“ฉับ!” ทหารสามสิบนายของกองกำลังพิเศษพุ่งตรงไปที่เฟิ่งชาน ชั่วเวลาฉับพลันที่พุ่งตัวออกไปนั้น พวกเขาได้ทำการแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มขนาดเล็กสามคนเพื่อบุกโจมตี ทหารกองกำลังพิเศษทุกนายรวมพลสลับกันเหมือนใบเลื่อยด้านหน้าเป็นสามเหลี่ยม คล้ายกับมีดเล่มหนึ่งที่กำลังเสียบตรงเข้าไป
“หัวหน้าจาง ถอยกำลังทหารของคุณกลับไปซะ สถานการณ์กลับมาปกติแล้ว” เฉินเฟิงปินตะโกนเรียกจางผัวเสียงดัง
“มันเป็นกองกำลังทหารของที่ไหน สังกัดอะไร”
จางผัวเกือบจะใช้น้ำเสียงตะคอกออกไป เขาต้องการที่จะรู้มากว่าที่จริงแล้วเหยียนเฟิงหั่วคนนี้เป็นทหารของกองกำลังไหน เป็นผู้วิเศษมาจากไหนกัน!
“ความลับสุดยอด” ปากของเฉินเฟิงปินพ่นออกมาสองคำ
ในขณะเดียวกันนี้เอง ก็มีวิทยุคำสั่งจากกองเสนาธิการ ให้หยุดการเคลื่อนไหว
“ความลับสุดยอด…” บนหน้าของจางผัวสลักคำว่าหมดสนุกเอาไว้เต็มใบหน้า เขาสั่งให้กองกำลังถอดออกมาด้วยถ้อยคำที่ไร้เรี่ยวแรง