นักรบยอดจารชน: บทที่ 4 ภารกิจลับ ตอนที่ 4
บทที่ 4 ภารกิจลับ
ห้องคุมขังกองกำลังพิเศษ
“ชื่อสกุล”
“เหยียนเฟิงหั่ว”
“อายุ”
“26”
“เพศ”
“คุณเดาสิ”
“เหยียนเฟิงหั่ว อยู่ที่นี่ขอให้นายพูดความจริงด้วย ที่นี่คือกองกำลังพิเศษ ไม่ใช่กองกำลังพื้นฐานแบบพวกนายเก็บนิสัยอันธพาลไปซะ”
ทหารผู้รับผิดชอบคุมตัวเหยียนเฟิงหั่วหัวเสีย เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มกวนของเหยียนเฟิงหั่วก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ เขาควรแสดงออกกับอีกฝ่ายที่เป็นทหารระดังสูงกว่าแบบนี้หรือ?
“นี่ ผมคิดว่าคุณก็เป็นทหารยศใหญ่อยู่ไม่ใช่เหรอ” เหยียนเฟิงหั่วที่นั่งอยู่ด้านหน้าพูดเหตุผลกับเจ้าหน้าที่ทหาร “อายุ 40 ปี หรือว่า 35 ปี เฮ้อ ผมไม่สนหรอกว่าคุณอายุเท่าไร แต่คุณก็ไม่ควรมองผู้ชายเป็นผู้หญิงนะครับ ผมเป็นแบบนี้ยังต้องถามอีกเหรอว่าเพศอะไร แย่แล้วๆๆ จบเห่แล้ว”
ใบหน้าของเหยียนเฟิงหั่วเปลี่ยนไปทันที กลายเป็นใบหน้าที่ไม่น่ามอง
“จบเห่อะไร” เจ้าหน้าที่ทหารถาม
“คุณ...เฮ้อ ผมไม่พูดแล้ว พูดไปก็...เฮ้อ…” เหยียนเฟิงหั่วโบกไม้โบกมือ สีหน้าลำบากใจ ในแววตาเต็มไปด้วยความกลัว
เมื่อมองเห็นสิ่งที่เหยียนเฟิงหั่วแสดงออกมา เจ้าหน้าที่ทหารก็พยายามให้เหยียนเฟิงหั่วเปิดปากเพื่อล้วงข้อมูลบางอย่าง ประสาทเริ่มตื่นตัวขึ้นมา
“ฮ่าๆ เหยียนเฟิงหั่ว นายไม่ต้องกลัว มีอะไรก็พูดออกมา สูบบุหรี่ให้ผ่อนคลายสักหน่อย” เจ้าหน้าที่ทหารยื่นบุหรี่ให้เหยียนเฟิงหั่ว
เมื่อเห็นอีกฝ่ายส่งบุหรี่ให้ เหยียนเฟิงหั่วก็รับกล่องบุหรี่ หยิบให้ตัวเองหนึ่งมวน ที่เหลือก็ส่งคืนให้เจ้าหน้าที่ทหาร
“ฮู้...ก็ได้ครับ ผมจะพูดตรงๆ นี่เป็นเรื่องจริงที่ทำให้คนหวาดกลัว” เหยียนเฟิงหั่วพ่นควันบุหรี่ออกมา เขาเม้มริมฝีปากรีบพูดอย่างรวดเร็ว “พวกรักร่วมเพศหรือตอนนี้เรียกกันว่า เกย์หรือบอยเลิฟ อีกเพศหนึ่งก็คือ เลสเบี้ยน ทอม หรือลิลลี่ ถึงแม้ว่าองค์การอนามัยโลกจะประกาศตั้งแต่ต้นปี 2000 รักร่วมเพศไม่ใช่ความผิดปกติและไม่ผิดศีลธรรม นี่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เผยออกมา หัวใจของพวกเขาบิดเบือนไปจากเพศสภาพ เราควรเคารพในการเลือกเพศสภาพของเขา ในร่างกายของคนเรามียีนส์เกย์และเลสเบี้ยนติดตัวมาแต่เกิด เพียงแต่ต้องมีเงื่อนไขที่เหมาะสมจึงจะดึงเอายีนส์ของเกย์และเลสเบี้ยนออกมา คนที่มียีนส์เหล่านี้จะมีการแสดงออกทางเพศของพวกเขาในที่สุด ผมไม่ได้บอกว่าคนเหล่านี้เป็นคนโรคจิตนะ ผมแค่บอกว่า...”
“อะไรนะ”
“ความรักไง นี่ไม่ใช่การบังคับฝืนใจ ถ้าถูกบังคับเพราะกฎระเบียบ ความรักก็คงจะติดปีกบินหนีไป ความรักก็เหมือนกับพระเจ้า และก็เป็นสิ่งที่อิสระ ความรักอยู่กับคุณ” เหยียนเฟิงหั่วสูบบุหรี่เข้าปอด ใบหน้าไตร่ตรอง เขาเงยหน้าขึ้นมา
สองนายทหารที่ดูแลห้องคุมขังพยายามกลั้นหัวเราะ พยายามไม่ให้มีเสียงตัวเองเล็ดลอดออกมา แต่เสียงสั่นเทาของพวกเขาก็ทำให้คนอื่นรู้ว่าพวกเขากำลังกลั้นขำอย่างทรมาน
“นี่คืออะไรกับอะไรนะ? อะไรคือเกย์ อะไรคือเลสเบี้ยน ยังมียีนส์เกย์กับเลสเบี้ยนอีก” เจ้าหน้าที่ทหารมึนงง
“ผมบอกคุณเลยนะ คุณต้องจำเอาไว้ให้ดี” เหยียนเฟิงหั่วกดเสียงต่ำพูดอย่างลึกลับ “ผู้ชายที่รักเพศเดียวกันเรียกว่าเกย์ ส่วนผู้หญิงที่รักเพศเดียวกันเรียกว่าเลสเบี้ยน ถ้าเพศชายเพศหญิงรักกันเขาจะเรียกว่าเกย์กับเลสเบี้ยนเหรอ”
“ปัง!” เจ้าหน้าที่ทหารตบโต๊ะเสียงดังเหมือนสิงโตที่กำลังโกรธ เขาวิ่งเข้ามาจะเอาชีวิตของเหยียนเฟิงหั่ว
ทหารยามทั้งสองเห็นว่ากำลังจะเกิดเรื่องวุ่นวาย จึงรีบห้ามปราม
“เฮ้ ผู้คุมหลิว คุณสงบสติอารมณ์หน่อย สงบสติ...”
“ฉันจะตีมันให้ตาย” เจ้าหน้าที่ทหารตะโกนด้วยความโกรธ
“เฮ้ย คุณตีเขาไม่ได้นะ...”
ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังโมโหก็ถูกพาตัวออกไป เขาไม่สามารถตีเหยียนเฟิงหั่วได้
วันที่สองมีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ทหารคนใหม่
“ชื่อสกุล”
“เหยียนเฟิงหั่ว”
“อายุ”
“26”
“เพศ เอ่อ อันนี้ไม่ต้องตอบ เพศชาย”
“ท่านครับ” ใบหน้าของเยียนเฟิงหั่วโศกเศร้าเสียใจ ดวงตาแดง สองขาของเขาสั่นระริก เขาพูดเสียงแผ่วเบา “ผมรู้ว่าเรื่องที่ผมทำมันผิด ผมรู้ว่าผมต้องเข้าไปรับโทษตามกฎของกองทัพ หลังจากนั้นก็จะถูกส่งไปที่คุกทหาร ผม ผม...ผมเสียใจ ผมเสียใจจริงๆ...”
เมื่อเห็นเหยียนเฟิงหั่วเป็นแบบนี้ เจ้าหน้าที่สอบสวนที่มาใหม่ก็เริ่มเห็นใจ เขาเห็นทหารเลือดร้อนที่ทำเรื่องผิดพลาดมาไม่น้อย ไม่ใช่ธาตุแท้ที่เลวร้ายของพวกเขา เพียงแต่พวกเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ เฮ้อ น่าสงสาร
“เฮ้อ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกน่า นายก็อย่าคิดมากไปเลย” เจ้าหน้าที่ทหารตบไหล่ที่สั่นระริกของเหยียนเฟิงหั่วเบาๆ “เด็กน้อยนายแค่ทำเรื่องผิดพลาด มีวัยรุ่นคนไหนไม่เคยทำเรื่องผิดพลาดบ้าง พรรคและกองทัพจะให้โอกาสนาย อย่ากลัว อย่ากลัวเลย”
“ขอบคุณครับ...ขอบคุณ...” เหยียนเฟิงหั่วสะอึกสะอื้น เขาก้มหน้าน้ำตาไหล “ผม ผมสามารถขอร้องเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้ไหมครับ”
“ฮ่าๆ บอกมาสิ ไม่เป็นไร” เจ้าหน้าที่ทหารยิ้มออกมาอย่างใจดี
โดยทั่วไปความผิดสำคัญในลักษณะนี้ จะต้องถูกส่งไปที่ศาลทหาร กองทัพจะทำตามคำของร้องของพวกเขา
“ผม ผมอยากดื่มน้ำเต้าหู้...” เหยียนเฟิงหั่วพูดออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ได้สิ”
“ได้จริงเหรอครับ” เหยียนเฟิงหั่วถาม
“ได้แน่นอน ฮ่าๆ ยังต้องการอะไรอีกไหม” เพื่อให้งานราบรื่น เจ้าหน้าที่ทหารจึงไม่คิดเล็กคิดน้อยกับของเหล่านี้
“เอาต้มไส้อ่อนหนึ่งจาน แป้งทอดเปี๊ยะสดสองสามอัน ขอเนื้อแกะหั่นด้วยหนึ่งกิโล เอาแบบตุ๋น ยังมีเป็ดย่างฉวนจู้เต๋อ[footnoteRef:1] ด้วยครับ ผมไม่ได้กินมานานแล้ว… คุณ… คุณคงไม่ปฏิเสธใช่ไหมครับ” เหยียนเฟิงหั่วกัดฟันแน่น [1: เฉวียนจวี้เต๋อ หรือฉวนจู้เต๋อ ภัตตาคารอาหารจีนเก่าแก่ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 150 ปีตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง]
“ฉัน...จะจัดการให้” เจ้าหน้าที่ทหารโบกมือให้ทหารยามออกไปซื้อ
เวลาไม่นาน ของก็ถูกซื้อมา ดวงตาของเหยียนเฟิงหั่วเป็นประกาย แต่ก็ไม่ลืมชวนเจ้าหน้าที่ทหารมากินด้วยกัน ใบหน้าของเขามีความสุขมาก
แต่ในตอนนี้เอง พลตรีใบหน้าเคร่งขรึมก็เดินเข้ามา เขาไม่พูดอะไรนอกจากมองไปที่เหยียนเฟิงหั่วซึ่งกำลังกินดื่มอย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อเห็นพลตรีท่านนี้ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบไต่รสวนเหยียนเฟิงหั่วก็รีบยืนขึ้นและทำความเคารพอีกฝ่ายทันที
“นี่นายซื้อให้ใช่ไหม” นายทหารชั้นพลตรีถาม
“ครับท่าน” เจ้าหน้าที่ทหารตอบเสียงดัง
“พอแล้ว ไปเถอะๆ ไม่มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับนายแล้ว” พลตรีโบกมือให้ออกไป “พวกนายสิบคนก็เอาชนะเจ้าเด็กนี่ไม่ได้หรอก”
เหยียนเฟิงหั่วกำลังกินเต็มปากเต็มคำ ได้ยินเสียงคุ้นเคย เสียงนั้นทำให้ท้องไส้ของเขาปั่นป่วน
“อา” เมื่อเหยียนเฟิงหั่วมองเห็นชัดๆ ว่าเป็นใคร เขาก็ลงไปนั่งกองกับพื้น เป็ดที่อยู่ในปากก็ร่วงลงบนพื้นเช่นกัน
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นมา ขาทั้งสองข้างสั่น เขาตอบกลับเสียงสั่น
“รายงานท่านพ่อตา เอ้ย ไม่ใช่ รายงานหัวหน้า ผมเหยียนเฟิงหั่วแห่งกองกำลังจิ้งจอกโลหิต ช่วยชี้แนะด้วยครับ” เหยียนเฟิงหั่วทำความเคารพแบบทหาร
ตั้งแต่เล็กจนโตไม่กลัวฟ้ากลัวดิน แต่กลับกลัวคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างถังจิ้งจง เหตุผลแรกเป็นเพราะว่าคนตรงหน้าเป็นพ่อของถังถัง เหตุผลที่สองเป็นเพราะคนคนนี้เป็นคนทำให้เขานึกถึงอดีตที่เลวร้าย ในปีที่เขาจะเอาปืนมายิงตน
“อร่อยไหม” ถังจิ้งจงถามเหยียนเฟิงหั่วด้วยใบหน้าอ่อนโยน
“อร่อยครับ” เหยียนเฟิงหั่วตอบเสียงดัง
“อร่อยกับผีสิ” ถังจิ้งจงโมโหมาก ชี้ไปที่เหยียนเฟิงหั่วแล้วด่า “ไอ้เวรเอ๊ย เชื่อไหมว่าฉันยิงเด็กเหลือขออย่างนายได้นะ ตอนนี้คนที่อยู่ในกองทัพเวลาเจอผู้คุมหลิวก็เอาแต่เรียกเกย์เลสเบี้ยนจนเขาคิดอยากออกจากราชการแล้ว นายคิดว่าที่นี่คือที่ไหน ที่นี่คือพื้นที่ในความรับผิดชอบของฉัน...”
“ระวังหน่อยครับท่าน” เหยียนเฟิงหั่วเตือนถังจิ้งจง
ด้านนอกยังมีทหารยามสองคน ถังจิ้งจงต้องสะกดอารมณ์โกรธเอาไว้ เขาชี้นิ้วไปที่เหยียนเฟิงหั่วพูดเสียงดัง “มากับฉัน!”
“ครับ” เหยียนเฟิงหั่วเช็ดน้ำมันบนริมฝีปาก เดินไปที่ห้องทำงานกับถังจิ้งจง
เมื่อเข้ามาในห้องทำงาน เหยียนเฟิงหั่วก็พบว่าด้านในมีคนนั่งอยู่อีกสามคน หนึ่งในนั้นคือจางฟู่จีหัวหน้ากองกำลังจิ้งจอกโลหิต ส่วนอีกสองคนคือผู้บัญชาการระดับหมู่ของพรรค
เหยียนเฟิงหั่วทำความเคารพเหล่าหัวหน้าที่นั่งอยู่ หลังจากนั้นจึงเดินเข้าไปตรงกลางยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น
“เหยียนเฟิงหั่ว นายรู้ไหมว่าเรื่องอะไร” ผู้บัญชาการระดับหมู่ถามเสียงทุ่ม
“รู้ครับ” เหยียนเฟิงหั่วตอบเสียงดังอย่างไม่อ่อนน้อม “ผมรู้ว่าผมทำผิดแต่คงไม่โดนลงโทษถึงตาย อย่างมากก็อาจจะแค่บาดเจ็บหนัก ผมจะต้องหาหลักฐานการก่ออาชญากรรมของทั้งสองคนให้ได้ เพื่อให้เพียงพอต่อการตัดสินโทษประหารของพวกเขา ผมไม่โง่ไปฆ่าพวกมันให้ตายคามือหรอก การฆ่ากับทรมานมันต่างกัน และค่าของผมต่างจากค่าของพวกมัน ผมถูกประเทศชาติเลี้ยงดูมาเพื่อเป็นคมดาบคอยปกป้องบ้านเมือง เป็นสิ่งมีชีวิตที่หายาก เป็นสมบัติของชาติ”
นอกจากถังจิ้งจงกับจางฟู่จีแล้ว ผู้บัญชาการระดับหมู่ทั้งสองต่างพากันตกตะลึง พวกเขาหันมามองหน้ากัน
“เหยียนเฟิงหั่วนายยังจะมีเหตุผลอะไรอีกหรือ” จางฟู่จีลุกขึ้นตำหนิเสียงดัง “นายรู้ไหมว่านายกำลังทำความผิด นายรู้ไหมว่าสิ่งที่นายทำมันทำให้กองทัพมีแต่ความอัปยศ นายยังจำความศรัทธาของตัวเองได้ไหม”
“ทั้งใจทั้งจิตวิญญาณเพื่อประชาชน” สีหน้าของเหยียนเฟิงหั่วไม่เปลี่ยนไป ดวงตาทั้งสองข้างมองตรงไปที่ฝ้าเพดานสี่สิบห้าองศา เขาเอ่ยเสียงดังว่า “เป็นคนให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาเป็นทหาร ผมไม่สามารถนิ่งเฉยกับเรื่องที่น้องสาวผมเจอได้ ถ้าผมไม่ลงมือทำอะไรเลย แล้วผมจะเป็นทหารในกองกำลังจิ้งจอกโลหิตได้ยังไง ผมยอมรับว่าวิธีของผมมันผิด แต่บางเรื่องต่อให้ผิดก็ยังต้องทำ ผมรู้แค่ว่าผมเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีเลือดเนื้อ ผมมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ!”
ในห้องทำงานเงียบสงัด จางฟู่จีค่อยๆ นั่งลงช้าๆ สายตาทุกคู่จ้องมองไปที่ใบหน้าที่ไม่ย่อท้อของเหยียนเฟิงหั่ว
“เรื่องของน้องสาวนาย...” ผู้บัญชาการระดับหมู่นายหนึ่งเอ่ยออกมา
“ไม่ต้องพูดแล้วครับ” เหยียนเฟิงหั่วตาแดงพูดอย่างเสียงดัง “นั่นเป็นเรื่องของผม เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว ยังไงผมก็ต้องรับผิดชอบผลที่ตามมา ก็เหมือนกับตอนที่ผมเริ่มหันกระบอกปืนใส่เพื่อนตัวเอง นั่นก็เป็นเรื่องของผม ผมจำเป็นต้องรับผิดชอบ”
“นั่นไม่ใช่ปัญหาของนาย นั่นเป็น...”
“ไม่ มันคือปัญหาของผม ผมเป็นคนยิง ผมเป็นคนฆ่าเพื่อนร่วมกองทัพของผม” เหยียนเฟิงหั่วยืดตัวตรง กัดฟันแน่น
ทั้งสี่คนในห้องทำงานต่างเงียบ ใบหน้าของจางฟู่จีเผยให้เห็นถึงความทุกข์ใจ นี่เป็นคนที่น่าภาคภูมิใจของกองกำลังจิ้งจอกโลหิต
“นายออกไปก่อน” ถังจิ้งจงโบกมือไล่เหยียนเฟิงหั่ว
“ครับ” เหยียนเฟิงหั่วทำความเคารพ หมุนตัวเดินออกจากห้องไป
เหยียนเฟิงหั่วออกจากห้องทำงานไปก็คว้าบุหรี่ออกมายืนสูบอยู่ที่ริมหน้าต่าง ดวงตาของเขามองไปที่สนามฝึกซ้อม ตกลงไปในความคิดของตนเอง
ทั้งสี่คนที่อยู่ในห้องกำลังแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับเหยียนเฟิงหั่ว
“เหยียนเฟิงหั่วเป็นทหารที่ผมพามา ผมเข้าใจเขา” จางฟู่จีพูดกับอีกสามคนที่เหลือ “เขาฉลาดมาก แต่ก็ปลิ้นปล้อนมากเช่นกัน พวกคุณเห็นเอกสารนี้ก็น่าจะดูออกว่าเขาเป็นคนอย่างไร”
เอกสารของเหยียนเฟิงหั่ว ถูกแบ่งออกเป็นสี่ชุดวางอยู่ตรงหน้าของทั้งสี่คน ด้านในมีข้อมูลตั้งแต่วันที่เข้ากองทัพจนกระทั่งปัจจุบัน
“หัวหน้าจาง คุณคิดว่าเขาทนต่อความกดดันได้มากแค่ไหน” ผู้บัญชาการระดับหมู่คนหนึ่งถามขึ้น “เขามาเป็นทหารเพราะต้องการที่จะหลบหนี ความอดทนของเขาอาจจะเป็นปัญหาหรือเปล่า ภารกิจของพวกเราในครั้งนี้ไม่ใช่ว่าคนทั่วไปจะรับได้ ถ้าเขาไม่มีความอดทนต่อแรงกดดันที่เขาต้องได้รับมากพอเราจะทำยังไง”
“ความอดทนของเหยียนเฟิงหั่วต่ำมาก” จางฟู่จีพยักหน้า เขายอมรับในข้อนี้
“เขาเพิ่งจะลงมือฆ่าเพื่อนร่วมกองทัพไป มันเกือบจะทำให้จิตใจเขาพังทลาย แม้ว่านั่นจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในสนามรบก็ตาม เหตุการณ์นี้ทำให้เขามีข้อบกพร่องในจุดนี้ ผมคิดว่าควรพิจารณาเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง” ผู้บัญชาการระดับหมู่อีกนายพูดขึ้น
“ไม่” จางฟู่จีโต้แย้ง “ทหารที่พวกเราเลี้ยงดูไม่ใช่นักฆ่าไร้จิตใจ แต่เป็นทหารกองกำลังพิเศษที่รู้ผิดชอบชั่วดี ปฏิกิริยาที่เขาแสดงออกมาทำให้เห็นว่าเขามีความเป็นมนุษย์ที่ดี แรงกดดันของเขาขึ้นอยู่กับหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบว่าสูงหรือต่ำซึ่งไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่าเขาอดทนไม่ไหว”
ทุกคนต่างก็พยักหน้า พวกเขาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และปรึกษาหารือกันต่อ
นี่เป็นการดำเนินการคัดเลือกผู้ที่จะมารับหน้าที่ในภารกิจลับพิเศษ และเหยียนเฟิงหั่วคือคนที่เหมาะสมที่สุด ไม่มีใครเหมาะสมกว่านี้อีกแล้ว
ผ่านมาสองชั่วโมงกว่า เหยียนเฟิงหั่วจึงถูกเรียกเข้าห้องทำงาน
“เหยียนเฟิงหั่ว” ถังจิ้งจงลุกขึ้น เขาพูดกับเหยียนเฟิงหั่วด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เหยียนเหยียนน้องสาวของนายตายไปแล้ว นายจะฆ่าทุกคนที่เกี่ยวข้องในการตายของน้องนาย ดังนั้นตอนนี้นายต้องหลบหนีไป”
เหยียนเฟิงหั่วตกใจ แต่แล้วก็เข้าใจว่าตนได้รับภารกิจแล้ว
“นี่เป็นภารกิจของนาย อ่านเสร็จแล้วให้จำใส่หัวเอาไว้ให้ดี” ถังจิ้งจงยื่นเอกสารที่มีสองตัวอักษรลับให้กับเหยียนเฟิงหั่ว
ในแฟ้มเอกสารมีเพียงกระดาษหนึ่งแผ่นเขียนด้วยลายมือ บรรยายการปฏิบัติภารกิจง่ายๆไว้ เมื่อเหยียนเฟิงหั่วอ่านจบ ถังจิ้งจงก็คว้ากระดาษแผ่นนั้นกลับมา เขาเดินไปตรงหน้าก่อนจะตบบ่าของเหยียนเฟิงหั่วด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรักและเอ็นดู
“เฟิงหั่ว นายเป็นคนเดียวที่ถูกเลือกให้ปฏิบัติภารกิจนี้ ก่อนหน้านี้นายบอกว่านายเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายาก เป็นสมบัติของชาติ เรื่องเหยียนเหยียนนายวางใจเถอะ ฉันจะดูแลเธออย่างดีเหมือนเป็นลูกสาวแท้ๆ ของฉัน รอนายกลับมา นายกลับมาแล้วฉันจะจัดงานแต่งงานให้นายกับถังถัง ฮ่าๆๆ”
สิ่งที่เหยียนเฟิงหั่วกำลังคิดอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องพวกนั้น เขากำลังคิดว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดกลับมาหรือเปล่า ภารกิจลับนี้เห็นได้ชัดว่าอาจจะต้องตายแน่นอน หรือหากรอดชีวิตกลับมาได้ก็คงจะเป็นบุญวาสนาของเขา
“เรียกฉันว่าพ่อสักครั้งได้ไหม” ถังจิ้งจงหัวเราะ
“หา” เหยียนเฟิงหั่วอึ้งไป
“ที่จริงตอนนายอายุห้าขวบ ฉันก็รับนายเป็นลูกเขยแล้ว ฉันแค่กลัวว่าต่อไปอาจจะไม่มีโอกาสได้ยินนายเรียกฉันว่าพ่อ...” ถังจิ้งจงยื่นมือของตนเองไปหาเหยียนเฟิงหั่วด้วยใบหน้ารอคอย
“เอ๋” เหยียนเฟิงหั่วอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจและยื่นมือไปจับมือขวาของถังจิ้งจง
“ปัง!” มีเสียงดังขึ้น ร่างของถังจิ้งจงลงไปนอนที่พื้นด้านหลังอย่างแรง ส่วนท้องเปื้อนไปด้วยเลือด
ปืนพกที่อยู่ในมือถูกยัดเข้ามา เหยียนเฟิงหั่วเบิกตากว้าง เขาไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ตรงหน้า
“ท่าน ท่านครับ...น นั นั่น นั่นคือเลือดหมู....” เหยียนเฟิงหั่วตกใจชี้ไปที่ท้องของถังจิ้งจง
“ความกล้าหาญเพื่อประเทศชาติ” ถังจิ้งจงนอนอยู่บนพื้นใช้แรงที่มีพยักหน้า
บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว นี่มันบ้าไปแล้ว ที่นี่เป็นกองกำลังพิเศษนะ ในนี้มีแต่ทหารที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยมทั้งนั้น ใครจะไปคิดว่าเขาจะได้รับภารกิจแบบนี้
เหยียนเฟิงหั่วเงยหน้าขึ้นฟ้า ก่อนจะแผดเสียง “เหยียนเฟิงหั่ว นายมันไอ้โง่ สมองมีแต่น้ำเต็มไปหมด เป็นสัตว์หายาก เป็นหมีแพนด้ายักษ์ ถุย นายบอกว่านายจะไม่เป็นทหารแล้วไง ฉันอยากออกจากกองทัพโว้ย”