นักรบยอดจารชน

นักรบยอดจารชน: บทที่ 3 ความภาคภูมิใจของผม ตอนที่ 3

#3บทที่ 3 ความภาคภูมิใจของผม

บทที่ 3 ความภาคภูมิใจของผม

“ร่างหมาป่าอาบไปด้วยเลือดเมื่อจิ้งจอกแยกเขี้ยว” เหยียนเฟิงหั่วได้ฟังเสียงเห่าหอนนี้ดวงตาก็เกิดประกาย เขาตั้งใจฟังใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน

“ดาบของทหาร เซ่นไหว้ด้วยวิญญาณ เพื่อให้ฉันปกป้องแผ่นดินของประเทศชาติ” ในตำแหน่งที่ห่างจากยอดเขายี่สิบเมตรชายหนุ่มท่าทางราวนักปราชญ์พูดต่อประโยคของเหยียนเฟิงหั่ว

เขาไม่ได้เดินหน้าต่อ เพียงแค่หยุดยืนมองเหยียนเฟิงหั่วที่เดินออกมาเท่านั้น

“ไม่มีระเบิด?” เหยียนเฟิงหั่วเดินเข้าไปหาพร้อมส่งยิ้มสดใสราวกับแสงอาทิตย์ส่งให้ชายหนุ่ม “ไฉจื่อนายมาเร็วมาก มาเร็วกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เสียอีก”

“ไม่มาไม่ได้หรอก จิ้งจอกเฒ่ารู้ว่านายฝ่าฝืนกฎ คงโกรธจนเป็นบ้า เพราะแบบนี้เขาเลยให้ฉันนั่งเครื่องบินส่วนตัวบินมาที่นี่ เครื่องบินส่วนตัวเชียวนะ ฉันไฉจื่อต้องขอบคุณนายแล้วนะเด็กน้อย ที่นายทำให้ฉันได้นั่งเครื่องบินส่วนตัว” ตอนที่พูดไฉจื่อก็มาอยู่ตรงหน้าเหยียนเฟิงหั่ว

ทั้งสองคนสูงเกือบเท่ากัน มีร่างกายกำยำเหมือนกันและมีกลิ่นอายของความแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน แต่ที่ไม่เหมือนกันคืออีกคนมีบุคลิกที่สง่างามของผู้คงแก่เรียน ส่วนอีกคนนั้นแสดงความสามารถที่เปล่งประกายออกมาทั้งหมดทั้งสองคนมีบุคลิกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทำให้คุณต้องรู้สึกชื่นชมและศรัทธาอยู่ภายในใจ

“ความกล้าหาญคือคมดาบของประเทศชาติไม่ว่าในยามดีหรือยามร้าย เหยียนเฟิงหั่วนายจับตัวประกันที่เป็นผู้หญิงมาเหรอ” ไฉจื่อหยุดยิ้ม เขาถามเสียงเย็นเยือก

“ความกล้าหาญคือดาบของประเทศชาติไม่ว่าในยามดีหรือยามร้าย” เหยียนเฟิงหั่วเอียงตัวและพูดประโยคนี้ออกมาอย่างเคร่งขรึม

เหยียนเหยียนนอนอยู่บนพื้นหญ้า มองไฉจื่อด้วยความตึงเครียด

“ขาทั้งสองข้างหักเพราะถูกตีด้วยของแข็งส่งผลให้กระดูกแตกหัก” ไฉจื่อหรี่ตามอง เขามองอาการบาดเจ็บของเด็กสาวออกทันที

“นายจำเรื่องที่ฉันบอกนายว่าฉันมีน้องสาวแท้ๆ คนหนึ่งได้ไหม” เหยียนเฟิงหั่วถามไฉจื่อ

“เหยียนเหยียนผลการเรียนดีเลิศเป็นนักเรียนที่มีจริยธรรม ผลการเรียนและสุขภาพดีมาตลอดเป็นคนที่นายเหยียนเฟิงหั่วโอ้อวดได้อย่างภาคภูมิใจที่สุด” ไฉจื่อพยักหน้าเดินตรงไปหาเหยียนเหยียนที่นอนอยู่บนพื้น

“พี่คะ” เหยียนเหยียนจับตัวเหยียนเฟิงหั่วเอาไว้

“ไม่ต้องกลัวนี่คือพี่ไฉจื่อเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของพี่”

เมื่อได้ยินเหยียนเฟิงหั่วพูดเช่นนี้เหยียนเหยียนก็ผ่อนคลายลง เธอเรียกไฉจื่อด้วยน้ำเสียงเขินอาย

“สวัสดีเหยียนเหยียน” ไฉจื่อยิ้ม เขาพิจารณาดูน้องสาวที่น่าภาคภูมิใจของเหยียนเฟิงหั่ว และสุดท้ายก็มองไปที่เหยียนเฟิงหั่วก่อนจะเอ่ยว่า “ถังถังก็อยู่ที่ตีนเขา”

เหยียนเฟิงหั่วมองไปทางตีนเขา เสียงตะโกนเรียกเขาเมื่อสักครู่เขาก็ฟังออกว่าเป็นถังถัง ผู้หญิงที่อยู่ข้างกายของตนมาตั้งแต่อายุห้าขวบ

“เหยียนเฟิงหั่ว” เสียงของไฉจื่อเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เขามองเหยียนเฟิงหั่วแล้วตะโกนออกมา “นายมันโหดเหี้ยม ทำให้กระดูกขาของผู้คนมากมายกว่ายี่สิบคนแตกหัก โหดร้ายเกินไปจริงๆ! ประเทศชาติเลี้ยงดูนายมาเพื่อเป็นทหารกองกำลังพิเศษหรือให้นายมาลงมือกับประชาชนกันแน่ นายคงไม่ได้เนรคุณประเทศชาติและกองทัพหรอกใช่ไหม นายไม่ได้ทรยศต่อจิ้งจอกเฒ่าใช่ไหม นายยังเป็นทหารของประเทศอยู่หรือเปล่า ความเลื่อมใสศรัทธาของนายไปอยู่ที่ไหนกัน”

เหยียนเฟิงหั่วละสายตาจากตีนเขามาทางไฉจื่อที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาทั้งคู่เปร่งประกายจ้องมองอีกฝ่าย

“ฉันมีน้องสาวแค่คนเดียว และน้องสาวฉันก็มีฉันเป็นพี่ชายแค่คนเดียว” ใบหน้าของเหยียนเฟิงหั่วปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน

“แล้วคนอื่นเขาไม่มีพ่อหรือไง คนอื่นไม่มีสามีหรือ” ไฉจื่อคว้าคอเสื้อของเหยียนเฟิงหั่ว กัดฟันตะโกนว่า “เหยียนเฟิงหั่วฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าสมองโง่ๆ ของนายคิดอะไรอยู่ นายจำได้ไหมว่านายเป็นทหาร เป็นทหารที่สวมชุดทหาร!”

เหยียนเฟิงหั่วปัดมือของไฉจื่อออก แววตาที่มองไฉจื่อราวกับมีดดาบ เขากัดฟันพูด “ใช่ ฉันเป็นทหาร แต่ก่อนหน้านั้นฉันก็เป็นคนๆ หนึ่ง เป็นผู้ชายคนหนึ่ง นายรู้ไหมว่าทำไมเหยียนเหยียนถึงเป็นแบบนี้ นายมันไม่รู้อะไรเลย ฉันจะบอกนายให้นะ ไอ้พวกเศษเดนในหมู่บ้านนั่นบังคับให้ขายบ้านของบรรพบุรุษ เธอเป็นแค่เด็กผู้หญิงโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งที่รอพี่ชายซึ่งเป็นทหารกองกำลังพิเศษมาช่วยจัดการปัญหานี้ แต่เย็นวันนั้นไอ้เศษเดนพวกนั้นเริ่มทุบทำลายบ้าน พวกมันทุบขาของเหยียนเหยียนที่เข้าไปขัดขวางจนหัก นี่เป็นความผิดของใคร ของฉันเหรอ หรือเหยียนเหยียนไม่ควรปกป้องบ้านของตัวเอง นายก็รู้นิสัยของฉันดี วันแรกที่ฉันเข้าไปที่กองทัพก็เป็นทหารอันธพาล นายคิดว่าในสมองของทหารอันธพาลอย่างฉันหาความยุติธรรมได้จากที่ไหน”

ไฉจื่อมองดวงตาแดงก่ำของเหยียนเฟิงหั่วโดยไม่เอ่ยอะไร เขารอให้เหยียนเฟิงหั่วระบายออกมา

“นายจำธรรมเนียมของกองกำลังจิ้งจอกโลหิตของเราได้ไหม ไม่ว่าใครก็ห้ามหันปากกระบอกปืนใส่หัวเรา ใครกล้าใช้ปืนจ่อหัวพวกเรา พวกเราก็จะยิงมันกลับ พวกเราเหย่อหยิ่งมาก พวกเราแข็งแกร่งมาก พวกเราเป็นลูกผู้ชาย เพราะพวกเรามีต้นทุนที่น่าภูมิใจ พวกเราเป็นทหารที่ยอมตายเพื่อปกป้องประเทศชาติ พวกเราคือคมดาบที่คมที่สุดของประเทศชาติ หากตกอยู่ในกำมือของพวกเราแล้ว แม้แต่รูเล็กๆ ก็รอดออกไปไม่ได้

ทำไมเราถึงยอมสละชีวิตเพื่อต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย เพราะพวกเราเป็นทหาร พวกเราต้องปกป้องประเทศชาติทำให้ประชาชนอยู่อย่างสงบสุข สูงส่ง ฉันรู้สึกว่าพวกเราปกป้องบ้านเมืองโดยไม่สนชีวิตตัวเองนั้นสูงส่ง” ดวงตาของเหยียนเฟิงหั่วแดงก่ำ เขาตะโกนใส่ไฉจื่อเสียงดัง “แต่คนข้างกายของเรามีใครมาปกป้องบ้างล่ะ? พวกเราได้รับภาระหน้าที่ให้อยู่ในสนามรบ หรือว่าพวกเรากำลังปกป้องไอ้พวกโง่ที่อยู่เหนือกฎหมายกันแน่ น้องสาวฉันไม่ใช่คนแรก และก็ไม่มีทางเป็นคนสุดท้าย! เคราะห์กรรมของเสี่ยวเมามี นายเองก็ไม่อาจลืมได้ ภรรยาของเขาถูกย่ำยีจนเป็นอย่างไรรู้ไหม นายลองคิดดูว่ามันเจ็บใจไหม”

เหยียนเฟิงหั่วหยิบจดหมายประกาศผลการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยปาใส่ไฉจื่อ เขาตะโกนออกมา “ฉันเป็นทหารกองกำลังพิเศษ ฉันเป็นความภาคภูมิใจของน้องสาว เพราะเธอมีพี่ชายเป็นทหารกองกำลังพิเศษ แต่นายก็คงจะรู้อยู่บ้างนะ ว่าน้องสาวของฉันก็เป็นความภูมิใจที่สุดของฉันเหมือนกัน นายดูความภาคภูมิใจของฉันสิ มหาวิทยาลัยชิงหัวน่ะ นักปราชญ์อย่างนายสอบเข้าได้ไหม ฉันเหยียนเฟิงหั่วกรีดเลือดตัวเองเพื่อประเทศชาติ เพื่อปกป้องกฎหมาย แต่สิ่งที่ฉันได้กลับมาคืออะไร”

เหยียนเฟิงหั่วไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา น้ำตาลูกผู้ชายหยดออกมาจากดวงตาของเขา

ไฉจื่อไม่เคยเห็นเหยียนเฟิงหั่วในมุมนี้ เขาคิดว่าเหยียนเฟิงหั่วเป็นลูกผู้ชายที่ไม่มีวันร้องไห้ แต่คนที่อยู่ตรงหน้าเขากลับไม่มีความอหังการเหมือนตอนอยู่ในสนามรบแม้แต่นิดเดียว เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่หัวใจสลายอย่างที่สุด

“พี่คะ พี่อย่าร้อง พี่อย่าร้อง หนูไม่เป็นอะไรค่ะ หนูไม่เป็นอะไร...” เหยียนเหยียนคว้ามือของเหยียนเฟิงหั่วไว้ เอ่ยปากออกมาอย่างร้อนรน เธอจับมือของพี่ชายที่ทำให้หัวใจของเธอรู้สึกปลอดภัยเอาไว้

เมื่อได้ยินเสียงของเหยียนเหยียน เหยียนเฟิงหั่วก็เช็ดใบหน้าตนเอง เขาหยุดเสียงร้อง และเผยรอยยิ้มให้คนในอ้อมกอดของเขา “หึหึ พี่แค่แกล้งพี่ไฉจื่อของเธอ พี่จะร้องไห้ง่ายๆ แบบนั้นได้ยังไงกัน”

“ไม่ผิดแน่ ฉันกับพี่ชายเธอแกล้งกันเล่น” ไฉจื่อหัวเราะ แล้วพูดกับเหยียนเหยียนว่า “พวกเราลงเขากันเถอะ ขาของเธอรักษาได้ไม่มีปัญหา”

เหยียนเฟิงหั่วอุ้มเหยียนเหยียนขึ้นมา เขาหัวเราะและพูดกับเธอ “พี่ถังถังของเธอก็อยู่ด้านล่าง ถ้าเห็นเธอต้องดีใจมากแน่ๆ ฮ่าฮ่า.....”

พูดถึงถังถังอารมณ์ของเหยียนเหยียนก็ดีขึ้นมาก เธอรู้ดีว่าต่อไปพี่ถังถังต้องมาเป็นพี่สะใภ้เธอ และพี่ถังถังก็เป็นพี่สะใภ้ที่ดีที่สุด

เมื่อเดินลงมาจากเขา ถังถังที่เห็นสภาพของเหยียนเหยียนก็ห้ามน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ แต่สุดท้ายก็ถูกสายตาของเหยียนเฟิงฮั่วหยุดเอาไว้

“พี่ถังถัง” เหยียนเหยียนใบหน้าขาวซีดปรากฏเลือดฝาดส่งเสียงเรียก

“พี่อยู่นี่ พี่อยู่นี่!” ถังถังเดินเข้าไปลูบผมสวยของเหยียนเหยียน เธอพยายามยิ้ม “เหยียนเหยียน พี่ชายเธอนี่โง่จริงๆ กล้าพาเธอขึ้นไปบนยอดเขาได้ยังไง”

“พี่ถังถัง พี่อย่าร้อง หนูยังไม่ร้องเลย”

“ไม่ร้อง ไม่ร้อง พี่ไม่ร้อง...” ถังถังกลั้นสะอื้น ใบหน้าที่เจ็บปวดของเธอแนบกับใบหน้าของเหยียนเหยียน

“เฟิงหั่วนายมานี่” ไฉจื่อกอดคอเหยียนเฟิงหั่วเดินไปอีกด้าน

“พลั๊ก” ไฉจื่อต่อยไปที่หน้าของเหยียนเฟิงหั่วเสียงดัง จนเขาล้มลงไปที่พื้น

เหยียนเฟิงหั่วลูบมุมปากที่มีเลือดไหลออกมาพร้อมรอยยิ้ม เขาไม่ได้มีความรู้สึกโกรธอะไร

“เป็นคนก่อน ค่อยไปเป็นทหาร” เหยียนเฟิงหั่วเลียริมฝีปาก พูดเสียงต่ำ “นายคิดว่าฉันไม่อยากฆ่าไอ้พวกเศษเดนพวกนั้นเหรอ แต่เหยียนเหยียนเหลือแค่ฉันคนเดียวที่เป็นพี่ชายแท้ๆ และฉันต้องปกป้องเธอ”

เขาลุกขึ้นมาจากพื้น เหยียนเฟิงหั่วเดินไปหาถังถัง ยื่นมืออุ่นๆ ไปเช็ดน้ำตาที่หางตาของเธอ

“เฟิงหั่ว...” ถังถังใช้แก้มของเธอถูไปกับมือของเหยียนเฟิงหั่ว

“ฮ่าๆ ดูแลเหยียนเหยียนดีๆ นะ เขาเป็นน้องสาวของฉันและเป็นน้องสาวของเธอด้วย” เหยียนเฟิงหั่วขยิบตาอย่างซุกซน เขาบีบจมูกของถังถังกับเหยียนเหยียนเบาๆ เลียริมฝีปาก ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา “หนูน้อยถัง เธอเติบโตมาอย่างดีจริงๆ”

เมื่อเห็นทางนักเลงโตของเหยียนเฟิงหั่ว ถังถังก็หยุดร้องและหัวเราะออกมา

“เด็กน้อยทั้งสองคนฉันไปก่อนนะ”

“พี่คะ พี่จะไปไหน” เหยียนเหยียนเอ่ยถามเสียงดัง

“คนทำผิดก็ต้องยอมรับความผิด” เหยียนเฟิงหั่วยืดหลังตรง “จำไว้นะ เธอต้องมองโลกในแง่ดี ต้องมีความสุข ชีวิตของเธอพี่จะช่วยพยุงเอาไว้ให้”

เหยียนเฟิงหั่วสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินไปโดยไม่หันกลับมา เขามุดตัวเข้าไปในรถออฟโรด

เมื่อเห็นว่ารถหายลับตาไปแล้ว ถังถังก็จับมือของเหยียนเหยียนเอาไว้ และพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เหยียนเหยียน พี่ชายหนูต้องกลับมาแน่ เขาสัญญาว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย เขารู้หน้าที่ตัวเองดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ ไม่ว่าเพื่อเธอหรือเพื่อพี่...”

devc-39ce896d-32966นักรบยอดจารชน: บทที่ 3 ความภาคภูมิใจของผม ตอนที่ 3