นักรบยอดจารชน: บทที่ 8 จับตัวประกัน ตอนที่ 8

#8บทที่ 8 จับตัวประกัน

บทที่ 8 จับตัวประกัน

“เหยียนเฟิงหั่ว นายพูดความจริงกับพวกพ้องเดี๋ยวนี้ นายทำผิดตรงไหนรู้ตัวบ้างไหม ยิงหัวหน้าถัง ขับรถชนจิ้งจอกเฒ่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่นายจะทำเล่นๆ ได้นะ” ไฉจื่อพลิกปืนเล่น เขาอยากให้เหยียนเฟิงหั่วคายความลับออกมาจากปากให้ได้

อีกด้านหนึ่ง เลี่ยอิ่งกำลังถือขวดเหล้าและดมกลิ่นอยู่ตลอด ลั่วกุยก็กำลังอ่านหนังสือที่ถืออยู่ในมือมานานแล้ว ทั้งสี่คนอยู่บนเตียงนุ่มๆ คุมตัวเหยียนเฟิงหั่วอยู่บนรถไฟ

“ต่ำช้า” เหยียนเฟิงหั่วจ้องปืนของเล่นที่อยู่ในมือไฉจื่อเขม็ง พ้นสองคำออกมา

นี่เป็นปืนเลียนแบบของจริง ถ้าหากไม่สังเกตดีๆ ก็ไม่มีทางแยกออก เขาโกรธมากที่ไฉจื่อใช้ปืนปลอมมาหลอกเขา แต่ถึงอย่างนั้นลั่วกุยก็ไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่ายๆ

“พูดความจริงมา ฉันไม่เชื่อว่านายจะทรยศประเทศชาติ” ไฉจื่อใช้ตาทั้งสองข้างมองไปที่เหยียนเฟิงหั่ว “ฉันเคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน ก่อนจะรู้ว่าสุดท้ายแล้วมันเป็นภารกิจลับ”

เหยียนเฟิงหั่วเหลือบตามองไฉจื่อ ใบหน้าแสดงออกถึงความขบขัน

“เอาแบบนี้แล้วกัน นายพูดเรื่องภารกิจลับออกมาเถอะ พวกเราอยากรู้ว่ามันน่าสนุกหรือเปล่า พวกเราพี่น้องจะได้ช่วยกันแบกรับภารกิจนี้ไง หึๆ...” ไฉจื่อเผยรอยยิ้มประจบออกมา

“ถ้านายพูดมันออกมา ฉันก็จะไม่เอาเรื่องที่นายตีฉันหรอก” เลี่ยอิ่งเอาขวดเหล้ามากอดไว้ ก่อนจะพูดต่อ “เฟิงหั่ว เรื่องดีแบบนี้พวกเราไม่ให้นายเก็บไว้คนเดียวหรอกนะ คนหนึ่งทำก็คือทำด้วย พวกเราพี่น้องทำอะไรก็ทำด้วยกัน ฮ่าๆ นายก็รู้นี่ว่าช่วงนี้พวกเราว่างงานกันจะตาย วันๆ เอาแต่ฝึกซ้อม เล่นบาสเก็ตบอล ดูละครทีวี และต้องมาประชุมแลกเปลี่ยนการฝึกอบรมกับเจ้าพวกนั้นอีก นายคิดดูสิผู้หญิงในกองกำลังพิเศษก็ไม่มีมาประจำการ ให้ไปช่วยพวกคนแก่ในกองทัพจะมีอะไรน่าสนใจกันล่ะ ฮ่าๆ”

คนอื่นต่างเชื่อว่าเหยียนเฟิงหั่วทรยศประเทศชาติ แต่ไฉจื่อรู้ดีว่าเขาไม่มีทางทรยศชาติแน่ เพราะภารกิจลับทำให้คนหนึ่งต้องแบกรับโทษมหันต์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของกองกำลังจิ้งจอกโลหิต อย่างน้อยที่สุดไฉจื่อก็เคยมีประสบการณ์กับเรื่องนี้มาก่อน

ปีนั้นในกองกำลังหนึ่ง โม่วั่วหู่ ใช้รหัสลับว่าเจ้าแมวน้อยและถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏทรยศชาติ ด้วยเหตุนี้ไฉจื่อยังถูกขีดฆ่าออกไปโดยจิ้งจอกเฒ่า ท้ายที่สุดโม่วั่วหู่ก็กลับเข้ากองทัพ ซึ่งเป็นอย่างที่เขาคาดเดาเอาไว้คือ ภารกิจลับ

สถานการ์ในตอนนี้ก็ไม่ต่างไปจากครั้งนั้น ไฉจื่อดูก็รู้ว่าเหยียนเฟิงหั่วได้รับภารกิจมา แล้วทำไมถึงถูกคุมตัวไว้บนรถไฟ เพราะนี่เป็นการตัดโอกาสไม่ให้เหยียนเฟิงหั่วหนีออกไปได้

“พวกนายมั่นใจนะว่าเขาไม่ใช่คนทรยศชาติน่ะ” เลี่ยอิ่งปิดหนังสือลง เขากวาดตามองไปที่เหยียนเฟิงหั่ว แล้วเอ่ย “ฉันเชื่ออย่างที่สุด”

เมื่อประโยคนี้ออกมาจากปาก ก็กวาดตามองไฉจื่อกับเลี่ยอิ่งอย่างสนใจ พวกเขาเหลือบมองลั่วกุย เพื่อไม่ให้เจ้าเด็กนี่พูดจาไร้สาระออกมา ปกติลั่วกุยเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดเท่าไร แต่อยู่ๆ กลับฮึกเหิมอยากพูดขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขาไม่เข้าใจไฉจื่อกับเลี่ยอิ่ง

“เหยียนเฟิงหั่ว มิตรภาพก็ส่วนมิตรภาพ แต่นายกำลังทรยศประเทศชาติอย่างไม่ต้องสงสัย ฉันเป็นทหาร ทหารก็จะไม่พูดเรื่องส่วนตัว ถ้าหากว่านายหนี ฉันก็จะตามไป ถ้าหากนายต่อต้าน ฉันก็เลือกที่จะฆ่านายโดยไม่ลังเล”

“ลั่วกุย นายบ้าไปแล้วหรือไง” เลี่ยอิ่งถลึงตาใส่ลั่วกุย เขาไม่พอใจกับสิ่งที่ลั่วกุยพูดอย่างมาก

“ฉันไม่ได้บ้า” ลั่วกุยมองไปที่เลี่ยอิ่งแล้วพูดว่า “ถ้าหากเหยียนเฟิงหั่วสู้หลังชนฝา นายเลือกจะฆ่าเขาไหม”

สบสายตากับลั่วกุยพักหนึ่ง เลี่ยอิ่งก็ส่ายหัว ก่อนจะนอนลงไปบนเตียง

พวกเขาเป็นทหาร คำสั่งที่ได้รับคือมาจับตัวเหยียนเฟิงหั่ว ถ้าหากฝ่าฝืนก็สามารถจับตายได้ คำสั่งของทหารหนักแน่นดังภูเขา นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะต่อต้านได้

“หิวแล้ว ทำหมูผัดน้ำแดงมากินกันดีกว่า” เหยียนเฟิงหั่วปากขมุบขมิบพูดเพื่อทำลายบรรยากาศน่าอึดอัด

“ฉันไปทำหมูผัดน้ำแดงนะ ฮ่าๆ” เลี่ยอิ่งสะบัดศีรษะเดินออกไป

“เจ้าไฉจื่อ นายไม่เป็นอะไรนะ ที่เจ้าเลี่ยอิ่งพูดมาก็ไม่ผิด ทำไมหน้านายถึงได้ดำทมึนแบบนี้ล่ะ” เหยียนเฟิงหั่วถามไฉจื่อติดตลก

“ป้าบ” ไฉจื่อใช้ฝ่ามือตบลงบนศีรษะของเหยียนเฟิงหั่วเสียงดัง

“นายไม่ได้เก่งเรื่องหนีหรอกหรือ ทำไมถึงตกมาอยู่ในมือพวกเราได้ล่ะ” เสียงของไฉจื่อเต็มไปด้วยความโกรธเคือง

เหยียนเฟิงหั่วตกอยู่ในมือพวกเขากับต้องตกไปอยู่ในมือคนอื่นนั้นไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน หากตกไปอยู่ในมือของคนอื่น พวกเขาต้องจนปัญญาแน่ๆ ตกมาอยู่ในมือของตน ให้พวกพ้องกันเองจัดการนี่แหละสุดจะทน ภารกิจของเขาก็เป็นเรื่องที่คาดการณ์เอาไว้แล้ว ท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องจริงที่ว่า กบฏขายชาติ

จับหรือว่าไม่จับ หากต่อต้านขึ้นมาจะฆ่าหรือไม่ฆ่า นี่ไม่เพียงแต่ทดสอบความซื่อตรงเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาที่ยากเกินกว่าจะเลือกได้

“เฮ้อ...” เหยียนเฟิงหั่วถอนหายใจ เขาส่ายศีรษะ พูดอย่างสลดใจ “ถ้าฉันหนี พวกนายก็ตาม ถ้าฉันขัดขืนก็จะถูกพวกนายฆ่า มันจะต่างอะไรกับการที่พวกพ้องต้องมาฆ่ากันเอง ฉันบอกพวกนายเลยนะ ในหัวฉันตอนนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากเงาของเจ้ามะเขือ ฉันฆ่าเขาเพราะคำสั่งจากทางการ ฉันเล่นกับชีวิตเขา คำสั่งทางการก็เหมือนกับภูเขาลูกใหญ่ลูกหนึ่งที่ฉีกทำลายหัวใจอันเปราะบางของพวกเรา”

เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นของเหยียนเฟิงหั่ว สีหน้าของไฉจื่อกับลั่วกุยดูไม่ดีนัก ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด นี่คือแผลเป็นที่ไม่มีวันลบเลือนไปได้ตลอดชีวิต เมื่อวันเวลาผ่านไป มันก็จะกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายที่คอยกัดกินพวกเขาให้เจ็บปวด

แต่เหยียนเฟิงหั่วนั้นคงเจ็บปวดมากกว่าใครๆ ต่างก็บอกว่าเจ้าเด็กนี่เป็นอันธพาล แต่ใครจะรู้ว่าเขาเป็นเพียงคนที่เปราะบางที่สุดคนหนึ่ง

“ช่างเถอะ ส่งฉันไปห้องน้ำหน่อย” เหยียนเฟิงหั่วสูดน้ำมูกแล้วลุกขึ้น

“ฉันพานายไปเอง” ไฉจื่อลุกขึ้นมา

“ฉันพาไปเอง” ลั่วกุยพยุงเหยียนเฟิงหั่ว ในสายตามีความระมัดระวังแสดงออกมาชัดเจน “ฉันรู้จักเหยียนเฟิงหั่วดี หมอนี่ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไรจะตั้งเป้าหมายเอาไว้อย่างแรงกล้า เขาใช้จุดอ่อนของคนเก่งที่สุดเลย”

เหยียนเฟิงหั่วกรอกตามองบน เขาไม่ค่อยแน่ใจว่าลั่วกุยยกย่องสรรเสริญเขาหรือเปล่า

เหยียนเฟิงหั่วถูกใส่กุญแจมือทั้งสองข้าง มีลั่วกุยคุมตัวไปที่ห้องน้ำ และมองดูเขาเข้าห้องน้ำไป

“ลั่วกุย นายรู้ไหมว่าถัวหลิงเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องอะไร” ขณะที่ยืนอยู่ในห้องน้ำ เหยียนเฟิงหั่วก็ถามเรื่องของถัวหลิงกับลั่วกุย

ลั่วกุยไม่ตอบ สายตาเหมือนกับสายฟ้าจ้องไปที่เหยียนเฟิงหั่วเหมือนจะฆ่าให้ตาย จับตาดูไม่ให้เหยียนเฟิงหั่วเล่นตุกติกอะไร

“นายรู้ไหมว่าฉันถูกใส่กุญแจมืออยู่” น้ำเสียงเหยียนเฟิงหั่วดังขึ้น มองไปที่เป้ากางเกง ก่อนจะเอ่ยเสียงดังราวกับจักรพรรดิ “ลั่วกุย รบกวนนายช่วยจับน้องชายฉันออกมาหน่อยสิ แล้วก็ช่วยประคองมันดีๆ หน่อยนะ ฉันต้องฉี่”

“แกรก” กุญแจมือข้างหนึ่งของเหยียนเฟิงหั่วถูกปลดออก แล้วนำไปล็อกไว้กับลูกบิดประตู

“ส่งสหาย เดินทางไกล เช็ดน้ำตาโดยไม่มีคำพูดใด หูได้ยินเพียงเสียงอูฐร้อง~”

เหยียนเฟิงหั่วเข้าห้องน้ำแล้วก็ร้องเพลงไปด้วย ทำให้ลั่วกุยรู้สึกเหมือนว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น เพลงถัวหลิงเป็นเพลงที่ใช้ร้องเพื่อบอกลาเพื่อนในสนามรบ ไม่ใช่ว่ามีความหมายพิเศษอะไรซ่อนอยู่หรือ ตอนนี้เขารู้สึกตื่นตัวมาก เพราะความสัมพันธ์ของเขากับเหยียนเฟิงหั่วนั้นดีมากที่สุด เขารู้ดีว่าท่าทางที่เหยียนเฟิงหั่วทำนั้น แสดงให้เห็นว่าเขากำลังจะลงมือทำบางอย่าง

เขารอจนเหยียนเฟิงหั่วเข้าห้องน้ำเสร็จจึงใส่กุญแจมืออีกครั้ง ลั่วกุยรู้สึกวางใจ แต่ก็ยังคงระวังตัวอยู่ เขาจ้องเหยียนเฟิงหั่วแบบไม่ให้คลาดสายตา

เหยียนเฟิงหั่วที่กำลังเดินอยู่ก็หยุดชะงัก เขาหมุนตัวกลับไปดวงตาสองข้างมองที่ลั่วกุยด้วยใบหน้าจริงจัง

“ลั่วกุย ความเป็นพี่น้องของพวกเราฉันไม่ได้หลอกนาย ฉันเป็นกบฏจริงๆ ต่อให้มันจะเป็นสิ่งที่ผิดบาปแค่ไหน ฉันก็ไม่สนใจทั้งนั้น ตอนนี้ฉันมันเป็นหมาป่าอันธพาล กระดูกทุกส่วนในร่างกายฉันมีแต่ความโหดร้าย ฉันสามารถทำเรื่องที่นายคิดไม่ถึงได้ตลอด”

ได้ยินคำพูดเช่นนี้ของเหยียนเฟิงหั่ว แววตาของลั่วกุยปรากฏรังสีการฆ่าขึ้นทันที ร่างกายที่ไม่มีรังสีการฆ่าฟันตอนนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับหอกแหลมพร้อมทิ่มแทง เขาพุ่งเข้าไปคว้าคอเหยียนเฟิงหั่วด้วยมือขวาอย่างไม่ลังเล

ตั้งแต่เล็กจนโต นี่เป็นการถูกลั่วกุยจับเขาบีบคออย่างทรมานที่สุด คอของเหยียนเฟิงหั่วเกิดเสียงกระดูกแตกหัก หากยังเป็นแบบนี้ภายในสองนาทีเขาอาจตายได้เพราะกระดูกคอแตกหายใจไม่ออก

แต่เหยียนเฟิงหั่วนั้นว่องไวมาก ร่างของเขาพุ่งไปที่เบาะนอนราวกับกระสุนปืนใหญ่ ใช้ร่างกายที่ฝึกฝนมายาวนานกระแทกเข้ากับเบาะ

“ฉึก” เสียงขาดเบาๆ ของเบาะหนัง คอของเหยียนเฟิงหั่วมีรอยช้ำเลือดที่เห็นได้ชัด แต่เขาก็ยังกระแทกตัวเองเข้ามาในห้องที่มีเบาะนอน ใช้แรงขาทั้งสองข้างดันตัวขึ้นไปในอากาศ

หลังจากลั่วกุยคว้าน้ำเหลว เขาก็รีบตรงเข้ามาด้านใน เขากระโดดเข้ามาพร้อมมีดในมือ แทงเข้าที่อกของเหยียนเฟิงหั่วอย่างโหดร้าย

แต่มีดทหารแบบพกพาทำให้มีโอกาสในการโจมตีไม่มากนัก คนๆ หนึ่งจากเบาะนอนข้างๆ ถูกเหยียนเฟิงหั่วคว้าตัวมาบังไว้ด้านหน้า บังคับให้ลั่วกุยต้องเปลี่ยนทิศทางของมีดไปด้านข้างแทน

ถึงแม้ว่าลั่วกุยจะยังคงรักษาพลังที่เหลือ แต่เขาก็ไม่อาจต้านทิศของคมมีดได้ จึงต้องหันไปทางทิศนั้น ซึ่งตรงกับตัวประกันพอดี สายตาชาญฉลาดปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา มือข้างหนึ่งของเหยียนเฟิงหั่วคว้าผู้หญิงมาเป็นตัวประกัน

หลังจากนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงรอยยิ้มในสายตาของเหยียนเฟิงหั่ว จิตสำนึกของเขารู้ดีว่านี่เป็นเรื่องที่ผิด เขาไม่ควรคิดที่จะเข้าช่วยตัวประกันในตอนนี้

“ปัง” ร่างของลั่วกุยพุ่งเข้ามาอย่างเร็วและลอยออกไปเร็วกว่า เขาถูกเหยียนเฟิงหั่วใช้แรงทั้งหมดถีบที่ท้องอย่างแรง เขาลดมีดลงพร้อมร่างกายที่คดงอลงเพราะความเจ็บปวด

“อา...”

“ช่วยด้วยค่ะ...”

“……”

ลั่วกุยถูกถีบออกไปจากโบกี้รถ เสียงกรีดร้องหวาดกลัวดังมาจากเบาะนอนนุ่ม ๆ เหลือเพียงตัวประกันที่เป็นผู้โดยสารสามคนพยายามวิ่งหนีแต่ถูกกันเอาไว้หน้าประตู ทำให้เหยียนเฟิงหั่วมีเวลาหยิบมีดพกขึ้นมา จี้ไปที่คอของผู้หญิง

“อ... อย่าฆ่าฉัน...อย่า...” หญิงสาวส่งเลียงร้องด้วยความกลัว ร่างกายของเธอไร้เรี่ยวแรง

“เหยียนเฟิงหั่ว ปล่อยตัวประกันซะ” ลั่วกุยลุกขึ้นมาจากพื้นดินจ้องมองเหยียนเฟิงหั่ว นี่ไม่ใช่คำพูดเพื่อปรึกษาหารือ แต่เป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยรังสีสังหาร

“กุญแจ โยนกุญแจมา” เหยียนเฟิงหั่วส่ายหน้าให้ลั่วกุย เขาใช้มีดจี้ไปที่ลำคอขาวของหญิงสาว “เมื่อกี๊ฉันบอกนายแล้วว่าตอนนี้ฉันเป็นจิ้งจอกตัวหนึ่ง ฉันกลายเป็นคนทรยศชาติแล้ว แค่ฆ่าคนไม่กี่คนมันเรื่องง่ายๆ”

ลั่วกุยไม่พูดอะไร และโยนกุญแจให้เหยียนเฟิงหั่ว มองอีกฝ่ายปลดกุญแจมือเพื่อให้ตนเองมีอิสระ

“ทำไมนายมัวยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น รีบกลับไปสิ หมูผัดน้ำแดงนี่สั่งเพื่อนายเลยนะ หึๆ ฉันบอกนายแล้วว่าให้กินเนื้อเยอะๆ นายก็ยังเลือกกินอีก” เหยียนเฟิงหั่วที่อยู่ด้านข้างสะบัดหัวเบาๆ

เขาถูกบังคับด้วยตัวประกันในมือเหยียนเฟิงหั่ว ลั่วกุยจึงไม่มีทางเลือกนอกจากเดินออกประตูขบวนพิเศษไป

เมื่อเห็นอีกฝ่ายจากไปแล้ว เหยียนเฟิงหั่วลดมีดที่จี้คอหญิงสาวลง เขาลูบศีรษะของเด็กสาวเบาๆ “โอเค ไม่มีอะไรแล้ว ฉันไม่ใช่ฆาตกรฆ่าคน”

เด็กสาวบอบบางน่าทะนุถนอมหันกลับมามองเหยียนเฟิงหั่วด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความน่าสงสาร

เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กสาว เหยียนเฟิงหั่วก็ชะงักไป เธอไม่ใช่คนจีน แต่เป็นสาวสวยชาวต่างชาติ จมูกเป็นสัน ผิวขาวราวกับหิมะ ริมฝีปากแดงสด และนัยน์ตาของเธอก็เป็นสีฟ้าอ่อน

น่าอัศจรรย์ ไม่มีอะไรน่าอัศจรรย์ไปมากกว่านี้อีกแล้ว

เหยียนเฟิงหั่วตะลึงไปชั่วขณะ ใช้ศอกกระแทกประตูรถไฟจนแตกละเอียด เขาชิงจูบลงบนใบหน้าของหญิงสาวชาวต่างชาติอย่างรวดเร็ว ปากก็บ่นออกมา “นี่ไม่ใช่การสบประมาท แต่เพราะคุณเป็นคนสวยมาก ถ้าไม่จูบสักครั้งผมต้องเสียดายทีหลังแน่”

เมื่อพูดจบ เหยียนเฟิงหั่วก็กระโดดลงไปจากรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วสูง เขากระโดดลงไปยังไร่นาที่อยู่ด้านข้างรางรถไฟ

ก่อนที่เท้าของเขาจะลงถึงพื้น ลั่วกุยก็พุ่งตามออกมา

ไฉจื่อได้ยินการเคลื่อนไหวก็จะกระโดดตามลงมา แต่ถูกเลี่ยอิ่งดึงเอาไว้

“เฮ้ย นายจะรีบร้อนไปไหน พวกเราต้องกลับไปรายงานสถานการณ์ที่กองทัพก่อน ไปๆ ไปกินหมูน้ำแดงร้อนๆ แล้วก็ไปดื่นเหล้ากันสักหน่อย ฮ่าๆ”

ใบหน้าของเลี่ยอิ่งเต็มไปด้วยความตะกละ แต่ไฉจื่อกลับรู้สึกว่าเจ้าขี้เหล้านี่กำลังทำตัวเป็นพวกคมในฝัก

devc-872bd563-32986นักรบยอดจารชน: บทที่ 8 จับตัวประกัน ตอนที่ 8