ตามใจรัก สาวนักแฮก ตอนที่ 5
บทที่ 5 เธอมาที่นี่เพื่อแจ้งความ!
“คุณซีสี ฉันเสียใจจริงๆ ที่จะต้องแจ้งให้ทราบว่าผู้ป่วยที่คุณพามาวันนี้หายตัวไปแล้วค่ะได้หายตัวไปอย่างกะทันหัน เราคาดว่าเธอน่าจะหนีออกไปจากโรงพยาบาลด้วยตัวเองเอง! อย่างไรก็ตามแต่ร่างกายของเธอยังไม่ฟื้นตัวดี เธอจึงไม่ควรจะหนีจากไปแบบนี้ คุณช่วยติดต่อเธอแล้วพาเธอกลับมาที่โรงพยาบาลได้ไหมคะ?”
เป็นไปตามที่มู่ไป๋คิด เรื่องนี้เกี่ยวกับเซี่ยซิงเหอจริงๆ แต่เขาก็คาดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะบ้าบิ่นถึงขนาดกล้าขัดคำสั่งหมอแล้วหนีออกจากโรงพยาบาล!
ซิงเหอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ อาการบาดเจ็บของเธออาจไม่ได้ร้ายแรงอะไร แต่หมอบอกว่าเธอจำเป็นต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการอีกสักสองสามวัน
ใครจะไปรู้ว่าเธอจะหลบหนีออกไปหลังจากที่ได้สติ…
พยาบาลยังพบเงินสามพันหยวนอยู่ที่โต๊ะข้างเตียงของซิงเหอหลังเธอจากไปอีกต่างหาก ตอนที่เธอตื่นขึ้นมา พยาบาลได้ให้เงินที่มู่ไป๋ฝากมา แต่เธอก็ทิ้งมันไว้ก่อนจะหลบหนีออกไป เห็นได้ชัดว่าเป็นการปฏิเสธน้ำใจของเขา
นี่หมายความว่าเธอไม่มีเงินติดตัว แถมร่างกายยังอยู่ในช่วงพักฟื้น มู่ไป๋ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงจากหนีไปแบบนั้น
ทำไมถึงเธอไม่ห่วงสุขภาพของตัวเองบ้างเลยเลยเหรอ?
ความโง่เง่าของเธอทำให้มู่ไป๋รู้สึกหงุดหงิดโกรธนิดๆ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังขับขึ้นรถออกไปเพื่อไปตามหาเธอ
ไม่ใช่ว่าเขาเป็นห่วงเธอ แต่เป็นเพราะว่าถึงอย่างไรเธอก็เป็นแม่ของสีหลิน
เพราะเห็นแก่สีหลิน เขาเลยไม่สามารถปล่อยเธอไปตามยถากรรมได้
ในขณะที่มู่ไป๋ขับรถรอบเมืองเพื่อตามหาเธอ ซิงเหอกลับอยู่ที่สถานีตำรวจ
เธอมาที่นี่เพื่อจะแจ้งความ!
ดูจากผ้าพันแผลบนหัว ใบหน้าที่ฟกช้ำดำเขียว ผิวซีดเผือด บวกกับร่างกายที่อ่อนแอ ตำรวจก็คิดว่าเธอมาเพื่อแจ้งเหตุในข้อหาทำร้ายร่างกาย
แต่กลับกลายเป็นว่า เธอมาแจ้งความเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นเมื่อหกปีที่แล้ว
“คุณเซี่ยผมขอพูดตามตรงตรงๆเลยนะ คุณจะบอกหมายความว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่คุณประสบเมื่อหกปีก่อนเป็นการพยายามฆ่างั้นเหรอ?” ตำรวจถามอย่างตกใจ
ซิงเหอพยักหน้าด้วยดวงตาที่แน่วแน่ แล้วเสริมว่า “ถูกต้อง! หกปีที่แล้วฉันรีบกลับมาจากต่างประเทศเนื่องจากพ่อของฉันป่วยหนัก ใครบางคนพยายามจะฆ่าฉันแล้วทำให้เหมือนกับว่ามันเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ โชคดีที่ฉันไม่ตาย แค่ความจำเสื่อมเท่านั้น วันนี้ฉันประสบอุบัติเหตุอีกครั้งทำให้ความทรงจำกลับคืนมา”
“คุณแน่ใจได้อย่างไรยังไงว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ?”
“ฉันจำได้ว่ามีรถคันหนึ่งขับตามมาตั้งแต่ฉันมาถึงสนามบิน เขารอฉันอยู่!”
ตำรวจเปลี่ยนมาจริงจังขึ้นแล้วถามว่า “คุณจำอย่างอื่นได้อีกไหม?”
“ฉันจำได้ว่าเลขทะเบียนรถสองตัวสุดท้ายคือห้าสาม เป็นรถเอสยูวีสีดำ”
ตำรวจตอบกลับเป็นนัยๆ ว่าอย่างไม่เชื่อ “แต่คุณเซี่ย นี่มันก็ผ่านมาหกปีแล้ว แถมคุณยังบอกว่าตัวเองเคยความจำเสื่อม แล้วคุณมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่คุณจำได้มันนั้นถูกต้อง?”
ซิงเหอตอบกลับเบาๆ “เพราะผู้ชายคนนั้นต้องการฆ่าฉัน ใครจะจำรายละเอียดของฆาตกรมามั่วๆ กันล่ะคะ? นอกจากนี้ แม้ถึงจะเป็นช่วงที่ความจำเสื่อม ความสามารถในการจดจำของฉันก็ยังสมบูรณ์ดีอยู่”
ตำรวจเชื่อเธอโดยทันที เพราะหลังจากเขาได้ตรวจสอบข้อมูลของซิงเหอแล้ว เลยรู้ว่าเธอเป็นนักศึกษาระดับหัวกะทิจากมหาลัย S หนึ่งในสิบอันดับของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก
“คุณเซี่ย คุณมีผู้ต้องสงสัยในใจ หรือเคยมีปัญหากับใครมาก่อนหรือเปล่าทำผิดกับใครไว้ในอดีตไหม?”
“คนที่น่าสงสัยมีแค่แม่เลี้ยงของฉันกับลูกสาวของเธอ หลังจากที่พ่อของฉันจากไป พวกหล่อนก็รีบตัดฉันออกจากพินัยกรรมของพ่อ สมบัติทุกอย่างตกอยู่ในมือของแม่ลูกคู่นี้ ทั้งๆ ที่ฉันเป็นลูกแท้ๆ เพียงคนเดียวของพ่อ!”
ดวงตาของซิงเหอแสดงออกถึงความเกลียดชังเมื่อเธอโพผล่งคำเหล่านั้นออกมา
พ่อแม่ของซิงเหอหย่ากันตั้งแต่เธอยังเด็ก เธอโตขึ้นมาในต่างประเทศกับแม่
หลังจากที่พ่อของเธอแต่งงานใหม่ ทุกๆ ปีซิงเหอจะกลับประเทศไปใช้เวลาร่วมกับท่านบ้าง
เธอเข้ากันได้ดีกับแม่เลี้ยงและน้องสาว พวกหล่อนมีน้ำใจและดีต่อเธอเสมอมา
ซิงเหอปฏิบัติกับพวกหล่อนเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ใครจะไปรู้ว่าทั้งคู่มีจุดประสงค์แอบแฝงมาตั้งแต่แรกแล้ว
ตอนที่พ่อของเธอกำลังจะตาย พวกหล่อนกลัวว่าซิงเหอจะอ้างสิทธิ์ในการครอบครองมรดกส่วนใหญ่ของเขา เลยเผยธาตุแท้ที่ชั่วร้ายออกมาในที่สุด