ตามใจรัก สาวนักแฮก ตอนที่ 11
บทที่ 11 เช็คมูลค่าหนึ่งร้อยล้าน
เซี่ยจื้อถามด้วยความสงสัย “ใครมากันนะ?”
เพราะพวกเขาไม่คุ้นกับการรับแขก มันเลยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเขา
เมื่อเขาเปิดประตูออกไปก็พบกับชายหนุ่มในชุดสูทมาดเนี้ยบ
“ขอโทษนะครับ คุณเซี่ยซิงเหออาศัยอยู่ที่นี่ใช่ไหมครับ?” ชายหนุ่มถามด้วยความสุภาพ
เซี่ยจื้อพยักหน้า “เธออยู่ที่นี่แต่คุณเป็นใคร มาตามหาพี่สาวผมทำไม?”
ชายหนุ่มยิ้ม “ผมเป็นเลขาส่วนตัวของคุณสีมู่ไป๋ ชื่อฉางฉังอัน ซีอีโอประธานสีต้องการให้ผมนำบางสิ่งมามอบให้คุณเซี่ย ไม่ทราบว่าเธออยู่บ้านไหม”?”
ชั่วขณะที่ฉางฉังอันเผยว่าเขาทำงานให้กับตระกูลสี สีหน้าของเซี่ยจื้อก็มืดคล้ำมัวลง
อย่างไรก็ตามเพราะเขาเป็นคนมีมารยาทเลยฝืนพูดออกไปว่า “ตอนนี้พี่ของผมรู้สึกไม่ค่อยดี แต่เชิญโปรดเข้ามาก่อนก็ได้”
“ขอบคุณครับ”
ผนังอะพาร์ตเมนต์อพาร์ทเมนท์ที่ส่งเสียงน่ากลัวที่บางจนน่ากลัวและพื้นที่โดยรอบอันคับแคบเป็นข้อพิสูจน์หมายความว่ว่าซิงเหอสามารถได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกัน แม้ว่าเธอจะอยู่ในห้องนอนของตัวเองก็ตาม
อพาร์ทเมนท์อะพาร์ตเมนต์ของพวกเขามีแค่สองห้องและพื้นที่ใช้สอยบริเวณหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมันเกือบจะใหญ่ไม่พอสำหรับวางเฟอร์นิเจอร์เล็กๆ น้อยๆ ที่พวกเขามี
เซี่ยจื้อนำทางฉางฉังอันเข้าไปในห้องนอนของซิงเหอซึ่งเธอทรุดตัวนอนพิงหัวเตียงอยู่ในสภาพที่ไม่แข็งแรงนัก
การควบคุมสีหน้าของฉางอันหลุดลอยไปชั่วขณะเผยให้เห็นถึงความตกใจ ฉังอันหลุดสีหน้าตกใจออกมาครู่หนึ่ง
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงที่ดูอ่อนแอในห้องนี้เป็นคนเดียวกับผู้หญิงที่เขาเคยรับใช้ในฐานะภรรยาของเจ้านายและแม่ของนายน้อย…
แต่ด้วยความที่ฝึกฝนมาดีทำให้เขาหลุดอาการตกใจเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น ไม่นานก็ของเขากลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว เขานำเช็คออกมามอบให้ซิงเหออย่างนอบน้อม
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับคุณเซี่ย ซีอีโอประธานสีต้องการให้ผมนำสิ่งนี้มามอบให้คุณ เขาบอกว่าแต่เดิมแล้วสิ่งนี้ควรเป็นของคุณ ดังนั้นกรุณารับมันไว้ด้วย”
ซิงเหอรู้ว่ามันเป็นเช็คเงินสดมูลค่าหนึ่งร้อยล้านหยวนตั้งแต่ยังไม่ได้ชายตามองด้วยซ้ำ
เธอเดาได้ถูกต้อง มู่ไป๋เพิ่งรู้ว่าเช็คค่าเลี้ยงดูที่ให้เธอไว้เมื่อสามปีก่อนถูกเธอปฏิเสธ
เมื่อสามปีที่แล้วเธอปฏิเสธมัน ตอนนี้เธอก็กำลังจะปฏิเสธมันอีกครั้งเช่นกัน
“ฝากขอบคุณเจ้านายของคุณด้วยแต่ฉันไม่สามารถรับมันไว้ได้ เขาไม่ติดค้างอะไรกับฉัน ดังนั้นฉันก็จะไม่รับอะไรจากเขา” ซิงเหอพูดอย่างเมินเฉย
ฉางฉังอันรู้สึกประหลาดใจ ด้วยความสงสัยเขาจึงถามว่า “คุณเซี่ย คุณจะไม่ตรวจสอบก่อนเหรอว่าในเช็คนี้มีเงินอยู่เท่าไหร่?”
“เป็นเงินจำนวนหนึ่งร้อยล้านหยวนใช่ไหม?”
“ใช่ครับ…” ฉางฉังอันยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก ในเมื่อเธอรู้ว่ามันมีค่าเท่าไหร่ ทำไมถึงปฏิเสธออกมาทันที?
ซิงเหอสังเกตเห็นความงุนงงของเขาเธอจึงตอบว่า “ฉันไม่รับมันเมื่อสามปีก่อนเมื่อสามปีก่อนฉันไม่รับมัน และไม่เคยมีความคิดที่จะเรียกร้องเอามันคืนมาเลย เพราะฉะนั้นตอนนี้ฉันก็ไม่รับมันเหมือนเดิม กลับไปบอกมู่ไป๋ว่าสิ่งเดียวที่เขาติดค้างฉันก็คือการมอบชีวิตที่ดีให้กับลูกชายของเรา”
“แต่ว่า…”
“เซี่ยจื้อ ช่วยพาคุณฉางฉังอันออกไปหน่อย พี่เหนื่อยแล้ว” Comment by Panisa Tripop: หากไม่มีคำลงท้ายจะดูห้วนไปหน่อย
“คุณฉางฉังก็ได้ยินที่พี่ผมพูดแล้ว พวกเราไม่รับเงินจากคุณหรอก” เซี่ยจื้อพูดซ้ำขณะที่เดินนำทางฉางฉังอันออกไป
ก่อนฉางฉังอันจะออกจากบ้านของพวกเขาก็ได้พยายามที่จะเกลี้ยกล่อมเซี่ยจื้อให้รับเช็คไว้แทนพี่สาว แต่ข้อเสนอของเขาก็ถูกปฏิเสธอย่างหนักแน่น
เมื่อมองไปยังประตูไม้ที่ปิดลง ฉางฉังอันก็อดรู้สึกทึ่งกับครอบครัวนี้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังต้องการเงิน แล้วทำไมถึงไม่ยอมรับข้อเสนอของเขาเล่า?
นี่มันเงินตั้งหนึ่งร้อยล้านหยวนเลยนะ! เป็นไปได้หรือหรอว่าความซื่อตรงของพวกเขาไม่สามารถซื้อได้ หรือพวกเขารู้สึกว่าเงินจำนวนนี้ยังน้อยไป?
ฉางฉังอันไม่สามารถหาคำตอบได้
เขารีบกลับไปที่บริษัทแล้วรายงานทุกอย่างกับมู่ไป๋
มู่ไป๋ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับการตอบสนองของซิงเหอ เขาแค่ถามเพิ่มว่า “นั่นคือทั้งหมดที่เธอพูดหรือ?”
“ใช่ครับ คุณเซี่ยบอกว่าเธอจะไม่รับอะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่เธอขอคือให้ซีอีโอประธานสีดูแลนายน้อยเป็นอย่างดี”
มู่ไป๋หัวเราะเบาๆ “หลินหลินเป็นลูกชายของฉัน ฉันต้องดูแลเขาอย่างดีอยู่แล้วถึงเธอจะไม่บอกก็ตาม ในเมื่อเธอไม่อยากได้เช็คก็ไม่เป็นไร”
“เข้าใจแล้วครับซีอีโอประธานสี ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อน” ขณะที่ฉางฉังอันกำลังหมุนตัวออกจากออฟฟิศ จู่ๆ มู่ไป๋ก็พูดขึ้นมาว่า “เดี๋ยวก่อน…”