ตามใจรัก สาวนักแฮก ตอนที่ 12
บทที่ 12 เขาไม่อยากติดค้างอะไรกับเธอ
“มีอะไรหรืออีกไหมครับ ซีอีโอประธานสี?” ฉางฉังอันหันกลับมาถาม
ดวงตาสีเข้มของมู่ไป๋เป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเขาถามว่า “สภาพร่างกายของซิงเหอเป็นยังไงบ้าง?”
ฉางฉังอันคิดอยู่สักพักก่อนตอบออกมาตามตรงว่า “สภาพร่างกายของคุณเซี่ยดูอ่อนแรงแต่สภาพจิตใจยังแข็งแรงดี เธอดูสงบนิ่ง ดวงตาของเธอดูแน่วแน่ตลอดการสนทนา เธอน่าจะไม่เป็นอะไร”
มู่ไป๋รู้สึกโล่งอกอยู่ข้างใน “ขอบใจ นายไปได้แล้ว”
“ครับ”
หลังฉางฉังอันออกไปแล้ว มู่ไป๋ก็จ้องไปยังเช็คที่ถูกส่งคืนมา ความรู้สึกผิดเริ่มทิ่มแทง เขารู้สึกว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อซิงเหอ
บางทีเขาควรเคลียร์จัดการตารางเวลาของตัวเองเพื่อไปคุยเรื่องปัญหากับเธอเป็นการส่วนตัว
ซิงเหอพูดออกมาอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ต้องการเงินของเขา แต่สำหรับมู่ไป๋แล้วเงินก้อนนี้ควรเป็นของเธอตั้งแต่แรก เขาก็ไม่อยากติดค้างอะไรกับเธอเช่นกัน
มู่ไป๋ครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานานก่อนจะรวบรวมสติให้กลับมาจดจ่อโฟกัสกับงาน
ในทางกลับกันซิงเหอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเพราะเซี่ยจื้อรบเร้าที่จะให้เธอไปโรงพยาบาลให้ได้
เขายืนกรานให้เธอไปตรวจร่างกาย ทั้งขอร้องก็แล้ว ข่มขู่ก็แล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จสักอย่างจนกระทั่ง…
“ถ้าพี่ยังไม่ยอมไปโรงพยาบาล ผมจะโทรหาสีมู่ไป๋เพื่อขอเงินหนึ่งร้อยล้านหยวน ผมรู้ว่าพี่ไม่เต็มใจไปเพราะไม่ต้องการให้ค่าใช้จ่ายของเราเพิ่มขึ้น ดังนั้นเช็คนั่นต้องมีประโยชน์แน่!” เซี่ยจื้อขู่
ซิงเหอทำอะไรไม่ได้นอกจากหัวเราะออกมา
เธอลุกขึ้นจากเตียงแล้วยอมแพ้ “โอเค นายชนะ พี่จะไปโรงพยาบาลแต่มีข้อแม้หนึ่งข้อนะ”
เซี่ยจี้อเปล่งเสียงแสดงความยินดี “ได้! โอเค บอกผมมาเลย!”
“พอตรวจร่างกายเสร็จแล้ว นายต้องหยุดรบกวนพี่ถ้าพี่อยากอยู่บ้าน พี่เกลียดกลิ่นโรงพยาบาล”
เซี่ยจื้อพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ได้ ผมสัญญา!”
ภารกิจของเขาในตอนนี้คือพาพี่สาวไปโรงพยาบาล อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
เซี่ยจื้อจัดเตรียมกระเป๋าของพวกเขาสำหรับคืนนี้อย่างรวดเร็ว แล้วพาซิงเหอไปโรงพยาบาล
ซิงเหอกลับไปโรงพยาบาลที่เธอแอบหนีออกมาเมื่อวาน หมอและพยาบาลที่รู้จักเธอกล่าวตำหนิเธอเล็กน้อย
เธอยอมรับผิดด้วยการยิ้มอย่างเดียวรับ แล้วในที่สุดพวกเขาก็หยุด
ผลตรวจร่างกายของซิงเหอไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่หมออยากให้เธออยู่โรงพยาบาลต่ออีกสองสามวันเพื่อสังเกตอาการเพิ่มเติม
การที่ต้องนอนค้างโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงแบบนี้ต่ออีกหน่อยคงเผาผลาญกระเป๋าสตางค์ของพวกเขาจนเป็นรูใหญ่แน่ๆ
ซิงเหอไม่ได้ยอมรับออกมาตรงๆ แต่เธอวางแผนที่จะกลับบ้านภายในวันนี้ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ห่วงสุขภาพของตัวเองแต่เธอไม่อยากเป็นภาระกับครอบครัวของคุณอา
เธอตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากที่ต้องตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพราะเธอรู้ว่าเธอจำเป็นต้องแข็งแรงก่อนถึงจะออกไปทำงานได้
แต่ถ้าจะให้เธอนอนเฉยๆ อยู่ที่โรงพยาบาล ต้องเจาะแขนเพื่อให้น้ำเกลือ มันก็เหมือนเธอถูกบีบรัดด้วยความโมโหและรู้สึกผิด
เธออาจจะรับมือกับมันได้ดีกว่าขึ้นนี้ถ้ายังความจำเสื่อมอยู่ แต่ตอนนี้เธอได้ความทรงจำทุกอย่างมันคืนมาแล้ว และเธอโกรธตัวเองที่กลายเป็นคนไร้ค่าได้ขนาดนี้
เธอปรารถนาที่จะดึงสายน้ำเกลือออกมาแล้วรีบหางานทำโดยทันทีด้วยซ้ำ
เหมือนที่กล่าวกันว่าเงินไม่ใช่ทุกอย่าง แต่แน่นอนว่ายังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่สามารถทำได้โดยปราศจากเงิน
ชั่วขณะนั้นซิงเหอรู้สึกได้ถึงข้อจำกัดของการไม่มีเงินอย่างแท้จริง…
เซี่ยจื้อเองก็พยายามอย่างหนักเพื่อหารายได้ แม้กระทั่งตอนอยู่ในโรงพยาบาลเขาก็ยังนั่งพิมพ์แล็ปท็อปราคาถูกของตัวเองที่ใช้มาสี่ปีแล้ว
“นายทำอะไรอยู่?” ซิงเหอถาม
เซี่ยจื้อเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแล้วยิ้ม “ทำงานอิสระบางอย่างอยู่ มีรุ่นพี่มาขอให้ผมเขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์ มันจะทำให้เราได้เงินสามร้อยหยวนหลังจากที่ผมทำเสร็จ”
ดวงตาของซิงเหอเปล่งประกายขึ้นมาเล็กน้อย “นายจะได้เงินทันทีหลังจากที่ทำงานเสร็จเหรอ?”
“ใช่ รุ่นพี่ผมรับรู้ถึงสถานการณ์ของบ้านเราเขาเลยจ่ายเงินตรงเวลาตลอด จริงๆ แล้วเขาอยากเสนออีกงานที่จ่ายค่าจ้างให้สองพันหยวน แต่มันยากเกินไปและเขาต้องการให้ทำเสร็จภายในสองวัน ผมกำลังเขียนข้อความไปบอกเขาว่าผมทำไม่ได้”