ตามใจรัก สาวนักแฮก ตอนที่ 18
บทที่ 18 น่ากลัวกว่าที่เขาคิดไว้
เพื่อนเก่าของเขาคนนี้ไม่เคยรู้สึกอายเลยถ้าพูดถึงเรื่องสั่งให้เขาไปทำนู่นทำนี่
เพื่อเป็นการแก้แค้นเขาเลยเลือกเล่มที่ยากที่สุดที่เขาสามารถหาได้...
จวิ้นถิงกลัวว่าเซี่ยจื้อจะไม่สามารถทำความเข้าใจกับหนังสือพวกนี้ได้แต่เซี่ยจื้อเป็นคนพูดเองว่าต้องการเล่มที่ยากที่สุดที่เขามี
จวิ้นถิงรู้สึกประหลาดใจที่ความสามารถของเซี่ยจื้อก้าวหน้าขึ้นมากภายในช่วงเวลาสั้นๆ
เขาไม่คิดเลยว่าเซี่ยจื้อจะยืมมันไปให้คนอื่น
“นายได้ยินสิ่งที่ฉันพูดกับเขาใช่ไหม? หนังสือพวกนั้นสำหรับเพื่อนของเขา” จวิ้นถิงบอกมู่ไป๋
มู่ไป๋พยักหน้าแล้วตอบว่า “คนที่นายเคยพูดถึงว่ามีทักษะการเขียนโค้ดที่ไร้ที่ติ?”
“ใช่เลย มันเป็นแค่โค้ดสำหรับมินิเกมแต่นายสามารถมองเห็นแค่เห็นก็รู้ว่าถึงความเชี่ยวชาญของโปรแกรมเมอร์ที่เขียนมันเชี่ยวชาญมาก นายเองก็เห็นมันแล้วนี่ นั่นไม่ใช่หนึ่งในงานที่ดีสมบูรณ์แบบที่ที่สุดที่นายเคยเห็นเหรอ?”
“นายพูดถูกแต่มันก็แค่โค้ดไม่กี่บรรทัด นายอาจจะประเมินค่าของโปรแกรมเมอร์คนนี้สูงเกินไปก็ได้ งานนี้หนักไปทางด้านโปรแกรมมากกว่าการเขียนโค้ด” มู่ไป๋เสนอความคิดเห็น “ไม่ว่าอยังไงย่างไรฉันก็จะปล่อยให้เรื่องพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของนาย ต้องทำให้เสร็จก่อนการแข่งขันแฮกเกอร์”
“ไม่ต้องห่วง นั่นเป็นสิ่งที่พวกเราถนัดอยู่แล้ว ฉันจะทำงานล่วงเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าระบบจะพัฒนาเสร็จก่อนการแข่งขัน” จวิ้นถิงพูดอย่างจริงจัง มู่ไป๋พยักหน้าก่อนจะจากไป
จวิ้นถิงรีบกลับไปทำงานต่อ
เขาเล็งเห็นถึงอนาคตที่จะต้องอดหลับอดนอนเป็นเวลาหลายคืนเพราะถึงแม้ว่าการอัปพเดตทระบบจะฟังดูง่ายแต่จริงๆ แล้วมันค่อนข้างที่จะซับซ้อนเลยทีเดียว
เนื่องจากระบบใหม่จะถูกพัฒนาโดยมีเป้าหมายเพื่อต้านทานเจตนาโจมตีของแฮกเกอร์
นั่นเป็นประเด็นสำคัญของการแข่งขันแฮกเกอร์และเขายังได้ยินมาอีกว่าแฮกเกอร์ที่เข้าร่วมในปีนี้เก่งกว่าปีก่อนๆ
การแข่งขันของธุรกิจออนไลน์เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่กี่ปีมานี้
ทุกบริษัทพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสร้างระบบการป้องกันที่ดีที่สุดเพราะความล้มเหลวจะนำไปสู่จุดเริ่มต้นของความหายนะของบริษัท
จวิ้นถิงต้องทำให้แน่ใจว่าเขาสามารถช่วยให้บริษัทของมู่ไป๋อยู่รอดไปจนจบการแข่งขันแฮกเกอร์เพื่อรักษาชื่อเสียงของบริษัทเขา
ไม่ว่าอย่างไรบริษัทนี้ก็เป็นการร่วมมือของตระกูลถังกับตระกูลสี
ซิงเหอรู้สึกพอใจกับหนังสือที่เซี่ยจื้อเอากลับมาให้
แต่ทว่าเธอก็ยังอ่านพวกมันเสร็จภายในพริบตา...
เซี่ยจื้อชินกับความสามารถอันเหนือมนุษย์ของพี่สาวแล้วดังนั้นเขาเลยไม่ตกใจอีกต่อไป
คนที่ประหลาดใจที่สุดกลับเป็นจวิ้นถิง “เธออ่านพวกมันเสร็จหมดแล้ว?” จวิ้นถิงถูกทำให้ตกตะลึงเมื่อเซี่ยจื้อเอาหนังสือมาคืนเขา
“ผมเกรงว่าจะเป็นอย่างนั้น เธอบอกว่ามันเป็นหนังสือที่ดีมากแต่เธอสังสัยว่า... พี่มีหนังสือที่ยากกว่านี้ไหม?” เซี่ยจื้อถามเบาจนเกือบเป็นกระซิบเพราะเขาเองก็คิดว่าพี่สาวขอมากเกินไปหน่อย
เขาถึงกับเริ่มสงสัยว่าพี่สาวเขายังเป็นมนุษย์อยู่ไหม
ทำไมพรสวรรค์ของพวกเขาทั้งสองคนถึงต่างกันราวฟ้ากับเหวขนาดนี้ ในเมื่อพวกเขาก็มีเลือดของตระกูลเซี่ยเหมือนๆ กัน?
เขาต้องเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงแน่ๆ
คำถามไร้สาระนี่ที่น่าขบขันทำให้จวิ้นถิงเเทบจะตั้งตัวไม่ทัน การที่อ่านหนังสือพวกนี้จบภายในวันเดียวมันก็เป็นอะไรที่บ้ามากแล้ว แต่เธอยังอยากได้อะไรที่มันยากกว่านี้อีก!?
นั่นเป็นหนังสือที่ยากที่สุดที่เขามีแล้ว!
เพื่อนของเซี่ยจื้อคนนี้ดูท่าจะร้ายกาจน่ากลัวกว่าที่เขาคิดไว้
จวิ้นถิงทำหน้าตาจริงจังแล้วพาดแขนไว้บนไหล่เซี่ยจื้อ “เป็นรุ่นน้องก็อย่าปิดบังรุ่นพี่เลย บอกมาสิว่าเพื่อนคนนี้คือใคร? นายต้องแนะนำเธอให้พี่รู้จักนะ”
"รุ่นพี่ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากบอกนะแต่เธอยังไม่อยากเปิดเผยตัวตนในตอนนี้ ผมสัญญาว่าเมื่อเธอพร้อม พี่จะเป็นคนแรกที่ได้รู้” เซี่ยจื้อบอก
อัจฉริยะมักจะมีความคิดแปลกๆ จวิ้นถิงเข้าใจว่าอย่างนั้น
เขาไม่ได้บังคับให้เซี่ยจื้อเปิดเผยมากไปกว่านั้น ในทางกลับกันเขาช่วยเหลือเซี่ยจื้อเท่าที่จะช่วยได้ด้วยการหาหนังสือมาเพิ่ม ก่อนเซี่ยจื้อจะจากไปเขาพูดว่า “เซี่ยจื้อ พี่ขอพูดตรงๆ นะ ถ้าเพื่อนนายอยากได้งานทำ บอกเธอให้มาหาพี่ พี่มีตำแหน่งดีๆ รอเธออยู่”
เซี่ยจื้อดีใจมาก เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง “ขอบคุณครับ ผมจะบอกเธอแน่นอน!”
เซี่ยจื้อรีบกลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อจะแจ้งข่าวดีกับซิงเหออเร็วๆ