ตามใจรัก สาวนักแฮก ตอนที่ 17
บทที่ 17 นั่นมัน... สีมู่ไป๋
“เซี่ยจื้อ” จวิ้นถิงเรียก
เซี่ยจื้อหันไปหาต้นตอของเสียง
“รุ่นรุ่นพี่...” เขาทักทายด้วยรอยยิ้มที่จางหายไปภายในช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อเห็นว่าใครมากับจวิ้นถิง
ผู้ชายคนนั้นมีบุคลิกที่อยู่เหนือผู้อื่นทำให้ยากจะมองข้าม เซี่ยจื้อจำได้ในทันทีถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอเขามาสองสามปีแล้ว
นั่นมัน... สีมู่ไป๋
ที่เดินตามมาข้างหลังคือฉังอันผู้ช่วยของเขา ฉังอัน คนที่เซี่ยจื้อเจอเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
มู่ไป๋มองสำรวจเด็กหนุ่มผอมสูงอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ดูคุ้นๆ
จริงๆ แล้วพวกเขาเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว ตอนงานแต่งของเขากับซิงเหอ
เซี่ยจื้อโตขึ้นมากภายในไม่กี่ปีมานี้ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่มู่ไป๋ไม่สามารถจำเขาได้ในทันที แต่ไม่ใช่สำหรับฉังอันที่จำเขาได้เพียงเหลือบมองแค่รอบเดียว
จวิ้นถิงเดินเข้ามาหาเซี่ยจื้อ เขาพูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วย “นายยังมาถึงตรงเวลาเหมือนเดิม”
เซี่ยจื้อเมินมู่ไป๋แล้วเพ่งความสนใจไปที่จวิ้นถิงแทน “รุ่นพี่ ขอบคุณมากครับสำหรับความช่วยเหลือ ผมไม่สามารถหาอะไรที่ดีกว่านี้ได้จากข้างนอก เลยต้องมาขอยืมจากห้องสมุดส่วนตัวของพี่”
จวิ้นถิงตอบกลับ “พี่คงให้นายยืมตั้งนานแล้วถ้านายมาขอเร็วกว่านี้ แต่พี่ไม่คิดว่านายจะต้องการหนังสือพวกนี้ภายในเร็วๆเร็วขนาด นี้”
มันเป็นหนังสือระดับสูงเกินกว่าที่เซี่ยจื้อจะเข้าใจในตอนนี้
เซี่ยจื้อรู้ว่าเขาควรอธิบายให้ชัดเจนเลยพูดว่า “ไม่ใช่สำหรับผมหรอกแต่เป็นเพื่อนผม เธอเก่งมากขนาดที่ไม่สนใจหนังสือเล่มอื่นนอกจากเล่มที่ดีที่สุด”
จวิ้นถิงตกใจแล้วถามกลับกว่า “เพื่อนของนายคนนี้คือใคร? ใช่คนเดียวกับที่เขียนมินิเกมนั่นไหม?”
“ใช่ครับ เป็นเธอ...”
“คนๆ นี้คือใคร? วันหนึ่งถ้ามีโอกาสนายต้องแนะนำเธอให้พี่รู้จักนะ” จวิ้นถิงพูด เขารู้สึกสนใจในตัวตนที่ลึกลับของเพื่อนคนนี้
เซี่ยจื้อพยักหน้าแล้วพูดว่า “ตอนนี้ชีวิตของเธอค่อนข้างยุ่ง เมื่อมีโอกาสผมจะแนะนำให้พี่รู้จักแน่นอน”
“ดี พี่จะจำสัญญาของนายไว้ นี่คือหนังสือที่นายอยากได้ ค่อยคืนมันให้พี่ตอนที่เธออ่านเสร็จแล้ว” จวิ้นถิงบอกขณะส่งกระเป๋าที่เขาถือไว้ในมือให้เซี่ยจื้อ
“ขอบคุณครับรุ่นพี่ งั้นผมไปก่อนนะ...” เซี่ยจื้อรับกระเป๋ามาแล้วรีบร้อนจากไป
“เซี่ยจื้อ รอเดี๋ยว...” จวิ้นถิงเรียกแต่เขาได้จากไปแล้ว จวิ้นถิงอยากจะแนะนำเขาให้รู้จักกับกับมู่ไป๋
จวิ้นถิงพูดด้วยความขุ่นเคืองนิดๆ “วัยรุ่นสมัยนี้รีบไปรีบมาจริงๆ เขาไม่รู้จักประธานซีอีโอสีผู้โด่งดังหรือไงหรอ?”
มู่ไป๋ถามอย่างไม่สนใจ “เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นใคร?”
“นั่นคือรุ่นน้องจากโรงเรียนฉัน เป็นคนดีและค่อนข้างมีพรสวรรค์ ฉันตั้งใจจะให้เขาเข้ามาทำงานกับบริษัทของเรา เพราะเห็นว่าเขาจะกลายเป็นบุคลากรคลที่มีค่าหลังได้รับการฝึกอบรม”
“เขาดูคุ้นมากๆตาฉันมาก”
ฉังอันอาศัยช่วงที่พวกเขาหยุดพูดกระแอมเบาๆ และกระซิบบอกมู่ไป๋ “ท่านประธานซีอีโอสีครับ เขาคือเซี่ยจื้อ”
“เซี่ยจื้อ?” มู่ไป๋ครุ่นคิดถึงชื่อที่เหมือนเขาจะเคยได้ยินมาก่อน
“เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณเซี่ย”
ทุกอย่างลงตัวในทันที มันเป็นความบังเอิญที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ
จวิ้นถิงได้ยินบทสนทนาของพวกเขาโดยไม่ตั้งใจเลยถามว่า “ใครคือคุณเซี่ย? แล้วนายรู้จักเซี่ยจื้อได้ยังไง?”
“สามารถพูดได้ว่าฉันพูดได้ว่าพวกเรามีความเกี่ยวข้องกันบางอย่าง แต่ฉันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าพวกนายสองคนก็รู้จักกันด้วย”
จวิ้นถิงรู้ว่าเขาไม่ควรถามต่อจึงรีบสรุปว่า “โลกมันกลมจริงๆ เลย หนังสือพวกนั้นนายก็บังเอิญเป็นคนเลือกด้วยนี่”
“ที่ฉันทำก็แค่หยิบหนังสือไม่กี่เล่มออกมาจากชั้นหนังสือของนายเท่านั้น” มู่ไป๋พูดพร้อมกับยักไหล่ แต่จริงๆ แล้วเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเซี่ยจื้อเอาหนังสือไปให้ใคร
หนังสือเหล่านั้นเป็นเล่มที่ยากที่สุดในบรรดาหนังสือสะสมของจวิ้นถิง
พูดได้ว่าเขาค่อนข้างจะหงุดหงิดตอนที่เลือกมัน เดิมทีจุดประสงค์ของเขาคือมาหาจวิ้นถิงแต่อีกฝ่ายบอกว่าต้องการเวลาสรุปโปรเจกต์ เลยขอให้เขาช่วยเลือกระหว่างรอจวิ้นถิงทำงานเสร็จ “ในเมื่อประธานซีอีโอสีเป็นคนรอบรู้จากการอ่าน ฉันเชื่อว่ารุ่นน้องผู้อยากรู้อยากเห็นจะต้องได้ประโยชน์จากหนังสือที่ประธานซีอีโอสีเป็นคนเลือกแน่ๆ” นั่นคือคำพูดของเขา