ตามใจรัก สาวนักแฮก ตอนที่ 16
บทที่ 16 ไม่มีคำถามใดที่เธอตอบไม่ได้
ซิงเหอจ้องมองไปที่ช่องว่างตรงหน้าเธออย่างเหม่อลอย...
ความสุกใสในดวงตาของเธอมัวหมองลงขณะที่เธอพูดว่า “พี่รู้สึกไร้ประโยชน์จริงๆ...”
“ฮะ?” เซี่ยจื้อมีปัญหาในการทำความเข้าใจกับสิ่งที่เธอพูด
“หลังจากที่ความจำของพี่หายไป พี่ก็กลายเป็นคนที่ไร้ประโยชน์ มันรู้สึกราวกับว่าพี่โดนตัดขาดจากความจริง” ตอนนี้เมื่อซิงเหอคิดเกี่ยวกับมัน หกปีที่ผ่านมาดูเหมือนความฝันอันยาวนาน
เธอไม่รู้เลยว่าการสูญเสียความทรงจำจะเป็นแบบนั้น
สมองของเธอเหมือนถูกทำให้ว่างเปล่า เหลือไว้เพียงแค่เปลือกนอกกลวงๆ...
เธอพบแต่ความล้มเหลวกับการทำงานบ้านในชีวิตประจำวัน และดูเหมือนเธอจะไม่มีสติอยู่กับโลกรอบๆ ตัวเลย
ถ้าให้เธออธิบายถึงช่วงเวลาหกปีที่ผ่านมาด้วยคำๆ เดียว มันคงเป็นคำว่าหลงทาง
เซี่ยจื้อหวนคิดไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหกปีก่อนตอนที่ซิงเหอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่กับพวกเขาใหม่ๆ เธอมักจะผิดพลาดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ความจริงแล้วเธอต้องใช้ความกล้าเป็นอย่างมากเพื่อที่จะออกไปหางานทำ
กระบวนการของมันทั้งยากลำบากและยาวนาน เพราะเธอจำเป็นต้องเอาชนะความกดดันทางจิตใจในทุกๆ ขั้นตอนไปตลอดทาง
แม้กระทั่งชื่อของเขาเธอก็จำไม่ได้ในช่วงแรกๆ ไม่ต้องพูดถึงความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์เลย เธอเป็นเหมือนตุ๊กตาหุ่นเชิด ตัวตนทั้งหมดของเธอหายไป
ด้วยความกลัวว่ามันจะนำเธอลงไปสู่หนทางที่มืดมิทำให้เธอหดหู่ด เซี่ยจื้อเลยรีบเปลี่ยนเรื่องคุย “พี่ ผมขอโทษที่รื้อฟื้นเรื่องในอดีตขึ้นมา ตอนนี้ความทรงจำของพี่ก็กลับมาแล้ว มาให้ความสนใจกับอนาคตกันเถอะ ด้วยความสามารถของพี่น่าทึ่งขนาดนี้ที่น่าทึ่งของพี่ ผมมั่นใจว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”
“นายพูดถูก” ซิงเหอเอ่ยพร้อมยิ้มบางๆ ก่อนจะกลับไปอ่านหนังสือต่อ
ภายในระยะเวลาสั้นๆ เธอจัดการอัพเดทตัวเองให้ทันกับข่าวสารล่าสุดในแวดวงเทคโนโลยีสารสนเทศ...
เมื่อมีรายได้จากโปรเจกต์ในบัญชีของเซี่ยจื้อแล้ว ซิงเหอก็ไม่ต้องรีบร้อนออกจากโรงพยาบาลอีกต่อไป
ซิงเหอเป็นคนที่ใช้จ่ายอย่างรอบคอบ เพราะเธอจะใช้เงินไปกับการลงทุนที่คุ้มคุ้มค่าเท่านั้น
เธอจำเป็นต้องฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติก่อนที่จะออกไปหารายได้เพิ่ม เงินสามารถหามาได้แต่สุขภาพไม่สามารถใช้อย่างสิ้นเปลืองได้ นั่นคือปรัชญาของเธอ
เซี่ยจื้อใกล้จะเรียนจบแล้ว ดังนั้นเขาเลยต้องไปโรงเรียนเพื่อฝึกซ้อมแค่ไม่กี่วันเท่านั้น เขาตัดสินใจที่จะอยู่ดูแลซิงเหอที่โรงพยาบาลและทำโปรเจกต์ที่ได้รับเงินเล็กๆ น้อยๆ ไปด้วย
การอุทิศตนเพื่อการเรียนรู้ของซิงเหอเป็นแรงบันดาลใจให้กับเซี่ยจื้อ เขาก็หยิบหนังสือบางสองสามเล่มขึ้นมาศึกษาบ้างในระหว่างที่หยุดทำงานเกี่ยวกับโปรแกรม และเมื่อใดก็ตามที่เขาพบเจอสิ่งที่ไม่เข้าใจเขาก็จะถามซิงเหอ
หลังสองวันผ่านไปเช่นนี้ เซี่ยจื้อก็ตระหนักว่าซิงเหอเกือบจะมีความรู้เทียบเท่ากับสารานุกรมวิทยาการคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว!
ไม่มีคำถามใดที่เธอตอบไม่ได้!
แทนที่จะหมดกำลังใจ มันกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาพยายามมากขึ้นไปอีก เพื่อที่วันหนึ่งเขาจะไล่ตามพี่สาวผู้เป็นอัจฉริยะได้ทัน...
อย่างไรก็ตามมันยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างอัจฉริยะและคนธรรมดาอยู่
ผ่านไปสองวันซิงเหอก็อ่านหนังสืออ้างอิงจบไปแล้วสิบเล่ม...
ซิงเหอส่ายหัวและถอนหายใจออกมาขณะที่เธอวางหนังสือเล่มสุดท้ายลง เธอดูไม่ค่อยพอใจ
“พี่ เป็นอะไรไปเหรอ?” เซี่ยจื้อถาม “หรือว่ามีบางอย่างผิดปกติกับหนังสือพวกนี้?”
“เปล่า พวกมันไม่มีอะไรผิดปกติหรอก ก็แค่ทั้งหมดนี่มันเป็นตำราสำหรับนักเรียนเขียนโปรแกรม โรงเรียนของนายมีหนังสือสำหรับมืออาชีพไหม?” ซิงเหอถามขึ้น
เซี่ยจื้อทำปากยื่น “นี่เป็นหนังสือที่แนะนำโดยอาจารย์ของผม ผมเข้าใจไม่ถึงครึ่งของมันด้วยซ้ำ พี่นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ”
“เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว หนังสือพวกนี้มีไว้สำหรับอ่านในห้องเรียน เนื้อหาของมันก็จัดอยู่ในขั้นพื้นฐานเท่านั้น ในความคิดนายมีสถานที่อื่นที่สามารถยืมหนังสือประเภทนี้อีกไหม นอกจากห้องสมุดในโรงเรียนของนาย?”
เซี่ยจื้อครุ่นคิดเกี่ยวกับมันก่อนพูดขึ้นว่า “แล้วถ้าเป็นรุ่นพี่ของผมล่ะ? เขาเป็นผู้อำนวยการของบริษัทไอที ผมแน่ใจว่าเขาต้องมีหนังสือที่เหมาะกับระดับความสามารถของพี่”
“เป็นความคิดที่ไม่เลว” ซิงเหอเห็นด้วย
“โอเค ผมจะไปหาเขาเดี๋ยวนี้เลย”
เซี่ยจื้อรู้ว่าเธอร้อนใจอยากจะได้หนังสือใหม่เร็วๆ เขาจึงรีบไปหามาให้โดยทันที
เขาโทรหาถังจวิ้นถิงผู้เป็นรุ่นพี่เพื่อแจ้งเจตนาของเขา จวิ้นถิงตอบตกลงโดยทันทีและบอกให้เซี่ยจื้อมาหาเขาที่บริษัท
เซี่ยจื้อรีบตรงไปยังบริษัทของจวิ้นถิง เขากำลังจะบอกพนักงานต้อนรับให้ส่งข้อความไปหาแจ้งจวิ้นถิง ก็เป็นขณะเดียวกับที่จวิ้นถิงเดินออกมาจากลิฟต์พอดี