ตามใจรัก สาวนักแฮก ตอนที่ 15
บทที่ 15 ความปรารถนาอันแรงกล้า
ไม่มีใครในประเทศนี้ล่วงรู้เกี่ยวกับอดีตของเธอเลย
พวกเขารู้แค่ว่าเธอเป็นนักเรียนดีเด่นจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ ของมหาวิทยาลัย S
“พี่เป็นพวกบ้าคอมมาตั้งแต่เด็กแล้ว เทคนิคคของพี่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หลังจากศึกษามาเป็นเวลาหลายปี” ซิงเหอยักไหล่เหมือนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เซี่ยจื้อเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว เขาพูดว่า “พี่โตขึ้นเติบโตที่ต่างประเทศก็ดังนั้นเลยไม่มีใครรู้อย่างแน่ชัดเกี่ยวกับอดีตของพี่ก่อนที่พี่จะย้ายมาอยู่กับเรา พวกเราพยายามที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าพี่จำอะไรไม่ได้เลย แต่ไม่ว่ายังไงอย่างไรพี่ก็น่าทึ่งสุดๆ พี่เขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์เสร็จภายในชั่วโมงเดียวในขณะที่นักศึกษาโปรแกรมเมอร์อย่างผมต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามถึงสี่วัน แล้วะนี่ยังเกิดขึ้นหลังจากที่พี่ความจำเสื่อมไปตั้งหกปีอีก…”
เซี่ยจื้อก้มหัวลงช้าๆ ด้วยความอับอาย
ผลการเรียนของเขาเป็นที่หนึ่งของห้องมาโดยตลอด แต่เขากลับถูกพี่สาวที่เป็นเพียงโปรแกรมเมอร์มือสมัครเล่นทำให้พ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดาย
“พี่เชี่ยวชาญแค่ไหนกันแน่? ดูจากความสามารถของพี่แล้วผมกล้าพูดเลยว่าอย่างน้อยพี่ก็เก่งกว่ารุ่นพี่ผมเป็นสิบเท่า” เซี่ยจื้อถามอย่างใคร่รู้แต่ก็ลังเลที่จะฟังคำตอบ
ซิงเหอส่ายหน้า “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน บอกตรงๆ นะวิทยาการคอมพิวเตอร์เป็นวิชาที่พัฒนาไปเรื่อยๆ ถ้าพูดในแง่ของทฤษฎีพี่เชื่อว่าตัวเองรู้น้อยกว่านายแน่นอน เนื่องจากแต่ตอนนี้พี่ไม่มีอะไรทำ นายช่วยไปเอาตำราเรียนที่ตีพิมพ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มาให้พี่อ่านหน่อยได้ไหม?”
เซี่ยจื้อหัวเราะ “พี่ถ่อมตัวเกินไปแล้ว ผมเพิ่งทดสอบซอฟต์แวร์ของพี่ มันไม่มีข้อบกพร่องเลย ผมส่งไปให้รุ่นพี่แล้ว เขาก็พูดเหมือนกัน สิ่งเดียวที่เขาให้ความเห็นมาก็คือถึงแม้ว่าวิธีเขียนโค้ดจะล้าสมัยไปหน่อยแต่เทคนิคยอดเยี่ยมมาก เขารู้ได้ทันทีเลยว่าผมไม่ได้เป็นคนสร้างเอง ตอนเขาถามผมก็บอกไปว่าเพื่อนเป็นคนสร้างให้”
ซิงเหอพยักหน้าเห็นด้วย “ดีแล้วที่นายไม่ได้พูดถึงพี่เพราะมันยากที่จะอธิบายยาก”
“ผมก็คิดอย่างนั้น ผมไม่อยากมีความตั้งใจที่จะเล่าเรื่องาถึงอดีตของพี่และเรื่องที่พี่ความจำเสื่อมให้เขาฟัง ดังนั้นผมเลยเลือกที่จะโกหกนิดหน่อยเล็กน้อย”
“แล้วถ้าอย่างนั้นเขาโอนเงินมาให้หรือยัง?” นั่นคือสิ่งเดียวที่ซิงเหอสนใจ
เซี่ยจื้อพูดอย่างตื่นเต้น “เขาเพิ่งโอนเข้ามา! พี่อยากกินอะไรไหม? ผมจะไปซื้อมาให้ ผมจะแวะไปห้องสมุดเพื่อเอาหนังสือที่พี่อยากได้มาด้วย”
“พี่ยังไงก็ได้ ทำไมไม่ซื้อของที่นายอยากกินมาล่ะ? แล้วเราค่อยมาแบ่งกัน”
“โอเค เดี๋ยวผมจะรีบกลับมา!”
เซี่ยจื้อสะพายกระเป๋าของเขาแล้วกระโดดโลดเต้นออกไปจากโรงพยาบาล
จุดหมายแรกคือโรงเรียนของเขา เขายืมหนังสือเรียนการเขียนโปรแกรมจากห้องสมุดมาหลายเล่มก่อนจะไปซื้อข้าวต้มเนื้อหนึ่งชามและผลไม้อีกเล็กน้อยให้ซิงเหอ
หลังจากทานอาหารกลางวันอย่างรวดเร็วซิงเหอก็เริ่มอ่านหนังสือ
เซี่ยจื้อแนะนำว่าเธอควรพักผ่อนสักหน่อย แต่เธอก็ไม่สนใจทำ เอาหูทวนลม
เธอถูกเติมเต็มด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะซึมซับเอาความรู้ทุกอย่างมาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายที่อ่อนแอเธอก็คงออกไปตระเวนหางานทำข้างนอกแล้ว
อย่างไรก็ตามเธอรู้ว่าบางสิ่งบางอย่างไม่สามารถเร่งรัดกันได้ สุขภาพก็เป็นหนึ่งในนั้น การทุ่มเทมากเกินไปอาจทำให้อาการบาดเจ็บที่ศีรษะของเธอแย่ลง เธอเลยตัดสินใจหยุดการทำงานเพื่อไล่ตามความก้าวหน้าในช่วงหกปีมานี้ให้ทัน
“พี่อ่านหนังสือได้เร็วมากเลย...” เซี่ยจื้อกระซิบด้วยความตกใจขณะที่เขากำลังกัดแอปเปิลเปิ้ลอยู่ ซิงเหออ่านหนังสือเสร็จไปแล้วสองในสามส่วนภายในครึ่งชั่วโมง
ซิงเหอตอบโดยไม่ละสายตาออกจากหนังสือ “พี่อ่านเร็วๆ แค่พอให้ตัวเองคุ้นเคยกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน พี่ไม่ได้อ่านอย่างละเอียด”
เนื่องจากซิงเหอมีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว เธอจึงเลยสามารถรู้ว่าส่วนไหนที่เธอควรมุ่งเน้นเป็นพิเศษหลังจากอ่านผ่านๆ เท่านั้น
วิธีนี้ทำให้เธอไม่ต้องเสียเวลาไปกับการอ่านสิ่งที่เธอรู้อยู่แล้ว...
เธอวางหนังสือในมือลงแล้วหยิบเล่มใหม่ขึ้นมาอ่านต่อ
เซี่ยจื้อสังเกตดูเธออย่างเงียบๆ เขายังคงมีปัญหากับการยอมรับความจริงที่พี่สาวของเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
“พี่ ทำไมผมถึงไม่เคยเห็นพี่เข้าใกล้คอมพิวเตอร์เลยในช่วงสามปีที่ผ่านมา?” เซี่ยจื้อถามด้วยความแปลกใจ
อาการความจำเสื่อมของซิงเหอไม่น่าจะทำลายความจำของกล้ามเนื้อหรือถึงขนาดบดบังความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ของเธอได้อย่างสมบูรณ์
ครอบครัวของพวกเขาไม่เคยขาดแคลนหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์เลยเพราะว่านั่นเป็นสิ่งที่เขาเรียนอยู่ แล้วทำไมเธอถึงไม่เคยพูดอะไรเลยตลอดหกปีที่ผ่านมา?