ตามใจรัก สาวนักแฮก ตอนที่ 14
กบทที่ 14 เธอเป็นใคร ทำอะไรกับพี่สาวฉัน?
เซี่ยจื้อตะลึงงัน
เขาไม่รู้เลยว่าซิงเหอเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมขนาดนี้...
เขาอยากจะถามเธอตอนนี้เลยว่าความสามารถที่เพิ่มมาอย่างกะทันหันนี้มาจากไหน แต่ความตั้งอกตั้งใจในการทำงานของเธอขัดขวางไม่ให้เขาทำแบบนั้น เขาไม่อยากทำให้เธอเสียสมาธิ
เขายืนดูเธอทำงานอย่างเงียบๆ อยู่ข้างเตียง เขาพบว่ามันยากที่จะทำใจให้สงบได้...
สี่สิบห้านาที!
ซิงเหอใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงในการเขียนโปรแกรมจนเสร็จ
เธอบีบนวดมือทั้งสองข้าง ถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วก็หันกลับไปพบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเซี่ยจื้อ
ซิงเหอส่งแล็ปท็อปคืนให้เขา “พี่ว่ามันน่าจะเสร็จแล้วนะ ลองเช็คเช็กดูอีกทีและดูว่ามีข้อผิดพลาดอะไรไหม ถ้ามันใช้ได้แล้วก็ส่งให้รุ่นพี่ของนายแล้วขอค่าจ้างมา”
“ฮะ? โอ... โอเค…” เซี่ยจื้อรับแล็ปท็อปของเขามาอย่างอึ้งๆ จ้องมองไปที่เธอด้วยดวงตาแววตาว่างเปล่า เขากำลังรอฟังคำอธิบายอยู่
ซิงเหอรู้สึกปวดร้าวเหนื่อยเเกินกว่าจะสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของเขา
ตาของเธอเหนื่อยอ่อนล้าจากการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน มันยิ่งทำให้เธอปวดหัวมากขึ้นไปอีก...
ซิงเหอทรุดตัวกลับลงไปที่เตียง หลับตาลงแล้ว... แล้วนอนหลับไป!
เซี่ยจื้อต้องบังคับตัวเองอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะไม่เขย่าแรงๆ ให้พี่สาวของเขาตื่น
พี่ ได้โปรดอธิบายหน่อยเถอะว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่จะกลับไปฝันต่อ! พี่ไปเรียนทักษะการเขียนโปรแกรมที่น่าทึ่งแบบนั้นมาจากไหน!?
คำถามระเบิดขึ้ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างต่อเนื่อง แต่เขาก็ไม่กล้ารบกวนการนอนหลับของเธอ
สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คืออดกลั้นความอยากรู้และรอคอยอย่างอดทน
เวลาสองชั่วโมงที่เฝ้ารอให้ซิงเหอตื่นนับเป็นความทรมานสำหรับเซี่ยจื้อ
ชั่วขณะที่เธอลืมตาตื่น ก็พบกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของเซี่ยจื้อที่กำลังมองมาโดยไม่กะพริบ
ซิงเหอสะดุ้งตกใจแล้วถามว่า “นายมองอะไรอยู่น่ะ?”
เซี่ยจื้อตอบกลับ “พี่อยากกินมะม่วงไหม? ผมจะไปซื้อมาให้”
“มะม่วง?” ซิงเหอขมวดคิ้ว
“ใช่ มันเป็นผลไม้โปรดของพี่นี่ใช่ไหม? อยากกินไหมฮะ?” เซี่ยจื้อถามด้วยความกระตือรือร้น
ซิงเหอดึงดันร่างกายท่อนบนขึ้นมาโดยอาศัยขอบเตียงช่วยพยุง แล้วจ้องมองไปที่เซี่ยจื้อด้วยความสงสัย
เซี่ยจื้อจ้องเธอกลับอย่างร้อนใจ รอคอยคำตอบ
ซิงเหอหรี่ตาลง “เซี่ยจื้อ นายกำลังวางแผนอะไรอยู่? นายก็รู้ว่าพี่แพ้มะม่วง”
เซี่ยจื้อถลาไปข้างหน้าคว้ามือเธอมาจับไว้ ตาของเขาแดงก่ำไปด้วยหยาดน้ำตา “พี่ เป็นพี่จริงๆ ด้วย! พี่จำได้ไหมว่าเคยช่วยผมไม่ให้จมน้ำตอนอายุห้าขวบ?”
“นายเมายาหรือเปล่าเนี่ย? ตอนนายอายุห้าขวบพวกเรายังไม่รู้จักกันเลย”
“ใช่พี่จริงๆ ด้วย!” เซี่ยจื้อคร่ำครวญด้วยความยินดี “ผมคิดว่าพี่ตายแล้วถูกวิญญาณใหม่เข้ามาสิงร่างอย่างที่เห็นบ่อยๆ ในนิยายแนวกลับชาติมาเกิดใหม่ซะอีก พี่ไม่รู้หรอกว่าผมกังวลแค่ไหนในช่วงสองชั่วโมงที่ผ่านมา”
ซิงเหอมองเขาแปลกๆ “นายพูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย?”
“ก็แบบว่าวิญญาณของพี่ตายไปแล้วแต่ร่างกายถูกวิญญาณของคนอื่นมาเข้าสิงแทน... อะไรประมาณนั้น”
“นายกลัวว่าพี่จะไม่ใช่เซี่ยซิงเหอคนเดิมเหรอ?”
เซี่ยจื้อพยักหน้ายิ้มๆ “จะโทษผมได้หรอ? อยู่ดีๆ พี่ก็เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมหลังจากที่โดนรถชน นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นตามพล็อตของนิยายพวกนี้เหรอ? ผมกลัวมากเลยว่าพี่จะกลายเป็นคนอื่น ดีจริงๆ ที่พี่ยังเป็นคนเดิม!”
ซิงเหอถึงกับหมดคำพูด
แต่ความจริงมันก็ไม่ใช่ความผิดของเซี่ยจื้อที่คิดไปแบบนั้น เพราะเธอไม่เคยแสดงพรสวรรค์ทางด้านเขียนโปรแกรมให้เขาเห็นเลย