ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 10 นำตัวนางส่งให้ทางการ ตอนที่ 10
ตอนที่ 10 นำตัวนางส่งให้ทางการ
นางเม้มปาก สีหน้าอึดอัดคับข้องใจ แม้จะไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ก็ตาม
นางทั้งน่าสงสารและดูโง่เขลา ชายร่างใหญ่มองหน้ากันไปมา รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนท่าทางเย้ยหยันจะหายไป
“ทำนายสามคน ยังเหลืออีกสอง” เซี่ยเฉียวสงบอารมณ์ของตนเอง กล่าวอีกครั้ง
จ้าวเสวียนจิ่งคิดว่าหญิงผู้นี้น่าสนใจ ยิ่งทำตัวน่าสงสารยิ่งน่าสนใจ
โดยที่ไม่มีใครคาดคิด เขาผลักหัวหน้าองครักษ์ออกไปให้พ้นทาง
ทำนายเป็นคนต่อไป
“ท่านมีฮ่องเต้ช่วยเหลือเกื้อกูล เพียงแต่หนทางอาจไม่สว่างสดใส ดูเลือนรางอยู่บ้าง แต่ว่าไข่มุกที่ขมุกขมัวอาจส่องแสงเจิดจ้าในสักวันหนึ่ง” เซี่ยเฉียวกล่าวอย่างเรียบง่าย
มองครู่เดียวก็รู้ว่าเขาไม่เคยกังวลเรื่องปากท้อง ทั้งร่ำรวยและฉลาดมีไหวพริบดี
เมื่อเซี่ยเฉียวพูดจบ หัวหน้าองครักษ์ก็หันไปมองจ้าวเสวียนจิ่งทันที
จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“เรื่องสุดท้าย ข้าจะทำนายว่าพวกท่านจะเดินทางได้ราบรื่นดีหรือไม่” เซี่ยเฉียวกล่าว
พูดจบ เซี่ยเฉียวก็เอากระดองเต่าและเหรียญทองแดงออกมา และมีเสียงของกระทบกันดัง แกร๊งๆๆ พึมพำคำทำนายออกมา
การพึมพำเช่นนี้ดูจะช่วยให้น่าเชื่อถือ
“คงเกินกว่าที่ท่านจะเข้าใจได้” จากนั้นไม่นาน เซี่ยเฉียวก็เก็บของแล้วเอ่ยว่า “ท่านไม่ควรออกจากป่าในยามซื่อ[footnoteRef:1]ของวันพรุ่งนี้ มิฉะนั้นท่านและคนของท่านจะมีอันตราย” [1: ยามซื่อ ช่วงเวลา 10.00-12.00 น. หรือช่วงเวลาใกล้เที่ยง]
ดวงตาของจ้าวเสวียนจิ่งจมลึก ไม่รู้อาจเดาความคิดของเขาได้
“พรุ่งนี้นำตัวนางส่งให้ทางการ” กล่าวน้ำเสียงราบเรียบ
แม่นยำหรือไม่ก็ไม่สำคัญอะไร เด็กผู้หญิงมาอยู่กลางป่าเขาดึกดื่นเช่นนี้ต้องได้รับบทเรียนเสียบ้าง
จะได้รู้จักหลาบจำ
“…” เซี่ยเฉียวเลิกคิ้ว
จะส่งตัวนางให้ทางการรึ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินเช่นนี้ นางจึงไม่ได้นึกกลัวอะไร
หากพรุ่งนี้ต้องถูกส่งตัวให้ทางการ คืนนี้ย่อมต้องพักผ่อนให้เพียงพอ หลังจากขุดดินมาทั้งวัน รู้สึกปวดแขนมากทีเดียว
เซี่ยเฉียวพอใจไม่น้อยที่ได้ขดตัวนอนอยู่ในกระโจมหลังนี้ ได้พักผ่อนเสียที
ที่ด้านนอก หัวหน้าองครักษ์มองฉินจื้อเล็กน้อย เอ่ยว่า “เจ้าอยากเขียนจดหมายไปถามครอบครัวดูหรือไม่”
“พี่ใหญ่โจว ท่านเชื่อที่หญิงผู้นั้นพูดจริงๆ หรือ” ฉินจื้อยิ้ม
“ข้าก็โตมาป่านนี้แล้ว ใครเป็นพ่อข้า ข้าจะไม่รู้จริงๆ หรือ ที่บอกว่าข้าจะตกบ่อน้ำตาย เราอยู่กันแต่ในป่าทั้งวันทั้งคืน มีบ่อน้ำที่ไหนกันเล่า แม่นางผู้นั้นยังอายุน้อยอยู่เลยแต่กลับโกหกเก่งเสียแล้ว ถึงจะรูปร่างหน้าตาดี แต่ไม่แปลกหรือที่นางเรียกตัวเองว่าครึ่งเซียนน่ะขอรับ?”
“เจ้าไม่คิดหรือ…ที่นางบอกว่ามีฮ่องเต้คอยช่วยเหลือ…” องครักษ์โจวขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ก็พูดไปอย่างนั้น” ฉินจื้อพยักหน้า “นางต้องผ่านโลกมาบ้างไม่มากก็น้อย พี่ใหญ่โจว ท่านคิดว่าในหมู่พวกเรา ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่คุณชายแล้วจะเป็นผู้ใด แน่นอนนางย่อมต้องพูดจาดีๆ เพื่อเอาใจน่ะสิขอรับ”
สิ่งที่กล่าวมา ฟังดูสมเหตุสมผลทีเดียว
จ้าวเสวียนจิ่งไม่สนใจว่านางจะพูดจาไร้สาระหรือไม่ก็ตาม
แต่เซี่ยเฉียวยังเด็ก ไม่อาจปล่อยไปได้ หลังจากส่งนางให้ทางการพรุ่งนี้แล้ว นางคงได้รับบทเรียน ยอมรับความจริงว่าภายในป่าอันตรายเพียงใด นางควรรู้สึกดีที่ได้เจอเขามากกว่าเจอ ‘เสือและหมาป่า’
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฟ้ายังไม่ทันสว่าง พวกเขาก็เริ่มออกเดินทางแล้ว
เซี่ยเฉียวไม่ได้ห้ามปรามอะไร
ชีวิตและความตายของผู้อื่น นางคงไม่สามารถพุ่งตัวไปหาคุณชายสูงศักดิ์ผู้นั้นแล้วจับขาเขาเอาไว้ ห้ามไม่ให้เขาไปได้
เดิมป่านี้มีอาณาเขตกว้างใหญ่ แต่หลังจากขุดพบหยกแล้วจึงหายไปหลายส่วน มีเพียงบริเวณนี้เท่านั้นที่ยังมีทัศนียภาพที่ดีอยู่ พอผ่านตรงนี้ไปแล้ว…ก็จะพบแค่เพียงภูเขาหัวโล้นเท่านั้น
หากพวกเขาจะตรงต่อไป ก็ต้องก้าวข้ามทุ่งรกร้างด้านหน้าเสียก่อน
มีหญ้าแห้งอยู่ประปราย บนพื้นเต็มไปด้วยเศษดินเศษหิน ขึ้นเนินหนึ่งและลงอีกเนินหนึ่ง สลับกันไปราวกับคลื่น ถึงแม้จะไม่ได้คดเคี้ยว แต่ก็คงเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย