ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 30 ยิ่งรู้ยิ่งลำบาก ตอนที่ 30
ตอนที่ 30 ยิ่งรู้ยิ่งลำบาก
เผยหว่านเย่ว์ข่มใจกัดฟันทำ นางเดินไปข้างหน้า
หลับตาและย่อตัวลงอย่างฝืนๆ
มือของนางสั่นระริกราวกับหญิงแก่ชราที่ฟันหมดปากแล้วอย่างไรอย่างนั้น
ขณะที่บางคนทนดูไม่ได้ แต่เซี่ยเฉียวกลับเอ่ยขึ้นพลางกุมหน้าอกไปด้วย “แม่นางเผย เปิดออกแล้วก็ต้องมองดูด้วย เจ้าแค่ต้องใช้ความกล้าหาญเช่นเดียวกับในตอนที่เปิดหีบห่อนี้ออก ข้าเชื่อว่าแม่นางเผยเป็นคนจิตใจดี เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้คงไม่ได้ยากลำบากอะไร? แค่กๆ”
เผยหว่านเย่ว์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
นางกลืนน้ำลายแล้วลงมือทำอย่างช้าๆ หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ในที่สุดหีบห่อดังกล่าวก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
คนที่มุงดูอยู่รอบๆ กลับไปเกือบหมดแล้ว
หลังจากที่เผยหว่านเย่ว์จัดการเรียบร้อย นางก็เดินกลับห้องไปร้องไห้
ตอนนี้ในห้องของเซี่ยเฉียวเหลือเพียงองครักษ์โจวเท่านั้น
เซี่ยเฉียวถอนหายใจเล็กน้อย และลุกขึ้น “ท่านมีอะไรจะถามหรือ”
“กระดูกนี้…เป็นบ่าวรับใช้ของใต้เท้าลู่จริงๆ หรือขอรับ” องครักษ์โจวถามตามตรง
เซี่ยเฉียวเม้มปากเล็กน้อย “ใช่”
องครักษ์โจวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “ข้าคิดว่าแม่นางใช้เรื่องนี้เพื่อแก้ไขปัญหาให้มันจบๆ ไป คิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นเรื่องจริง…แม่นางเซี่ย ข้าขอเชิญท่านไปพบคุณชายของข้าได้หรือไม่”
มีคำบางคำที่ไม่เหมาะจะเอ่ยถามตรงนี้ ทั้งยังไม่ต้องการให้ใครได้ยิน รวมถึงองครักษ์รอบตัวคุณชายด้วย
คุณชายผู้นั้นดูไปแล้วไม่คล้ายคนธรรมดาเดินดินทั่วไปแม้แต่น้อย คงจะเป็นลูกหลานฮ่องเต้อย่างแน่นอน
ถ้าหากว่าไม่ใช่ ก็ต้องเป็นญาติที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์
ความจริงราชวงศ์ไม่น่ามาสนใจอะไรเมืองสือฝั่ง มีเพียงหยกเท่านั้นที่พอจะเป็นไปได้
และยังมีคดีใหญ่คดีนั้นเมื่อครึ่งปีก่อน
คดีใหญ่ที่ว่ามีความเกี่ยวข้องกับหยกด้วย ดังนั้น...
ไม่ต้องเดาเลย คุณชายท่านนั้นคงต้องการเรียกนางไปเพื่อสอบถามสิ่งที่เขาพลาดไปเมื่อครึ่งปีที่แล้ว
ดังนั้นในตอนแรก เซี่ยเฉียวจึงไม่ได้บอกว่ารู้ตัวตนของศพอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าเผยหว่านเย่ว์จะทำเรื่องแบบนี้ ทำให้นางต้องพูดออกไป
เซี่ยเฉียวพยักหน้าตอบรับ
องครักษ์โจวดีใจมากและเชิญนางไปทันที
ตอนนี้ชายสูงศักดิ์อยู่ภายในห้องที่ดีที่สุดของโรงเตี๊ยม
จ้าวเสวียนจิ่งไม่คิดมาก่อนว่าภายในช่วงเวลาสั้นๆ เขาจะได้พบกับแม่นางเซี่ยหลายครั้งหลายครา
“แม่นางเซี่ย รีบนั่งลงเถิด” จ้าวเสวียนจิ่งยังคงกังวลเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของนาง
“ท่านอยากจะถามเรื่องใดหรือ” เซี่ยเฉียวพูดตรงไปตรงมา น้ำเสียงมั่นคง
“แม่นางเซี่ยนับว่ามีความสามารถมาก ท่านตามหากระดูกของลู่เฉวียนหลินจนพบ ข้าจึงอยากขอให้แม่นางช่วยเหลือได้หรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งกล่าว
ดูเหมือนเขาจะเข้าใจการค้าเป็นอย่างดี และใจกว้างมากด้วย ครั้งนี้เขาหยิบออกมายี่สิบตำลึงซึ่งมากมากกว่าเดิมสิบตำลึง
“ท่านกำลังตามหาของอะไรอยู่ใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวถาม
“ใช่ แม่นางเข้าใจถูกต้องแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งเปิดเผยเจตจำนงของเขา
“ไม่ง่ายนัก” เซี่ยเฉียวส่ายหัว
จ้าวเสวียนกังวลใจ “แม่นางหมายความว่า ของนี้...จะหาไม่เจอหรือ”
“หาพบได้ไม่ยาก เพียงแต่ว่าของสิ่งนี้...ไม่ใช่เรื่องดีหากหาเจอ ถ้าคุณชายจะต้องเดือดร้อนอย่างมาก จะเสียใจหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยเนิบช้า
เดิมจ้าวเสวียนจิ่งไม่เชื่อนางเท่าไร ยังคงคิดว่าหรือเรื่องก่อนหน้าจะเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น
ทว่ายามนี้มาได้ยินนางพูดเช่นนี้ เขาจึงตกใจมาก
“แม่นางเซี่ย บอกตามตรง สิ่งของที่ข้าตามหาอยู่นั้น...”
“ช้าก่อน” เซี่ยเฉียวพูดขึ้นทันใด ท่าทางร้อนรน “ข้าไม่ได้อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ยิ่งข้ารู้มากเท่าใดก็จะยิ่งลำบากมากขึ้นเท่านั้น”