ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา: บทที่ 29 น่าสงสาร ตอนที่ 29
ตอนที่ 29 น่าสงสาร
แม้แต่คนที่อยู่ข้างเซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่าเซี่ยเฉียวควร ‘ลงมือทำเอง’ ไม่ควรปล่อยให้น้องสาวอับอายขายขี้หน้าเช่นนี้
ความจริงเซี่ยเฉียวไม่ได้โกรธอะไร
นางยังคงนั่งอยู่และขมวดคิ้ว เอ่ยขึ้นเสียงเบา “คนผู้นี้อยู่ในป่า ข้าขุดดินอยู่หลายชั่วยามกว่าจะขุดกระดูกขึ้นมาจนครบและนำมาเรียงได้ เมื่อวานอากาศเย็น และวันนี้ข้าก็ยังรู้สึกปวดหัว ก็เลยออกไปซื้อยา คนผู้นี้...โกรธแม่นางเผยมากทีเดียว...ข้าคิดว่าหากข้าเป็นผู้ตายและถูกกระทำเช่นนี้ ผู้ที่ทำผิดควรจะต้องขอโทษด้วยตัวเอง”
“แม่นางเผยจิตใจดี ดังนั้นเพียงแค่สำนึกผิดในการกระทำของตนเองอย่างจริงใจ และเก็บกวาดกระดูกเขาให้เรียบร้อย ข้าเชื่อว่าเขาจะให้อภัยเจ้าแน่นอน หากแม่นางเผยคิดจะทำดีแต่ไม่ลงมือเห็นจะไม่ได้หรอก การเก็บกระดูก...เป็นเรื่องที่ง่ายมาก แม่นางเผยทำได้แน่นอน ใช่หรือไม่”
น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวฟังดูอ่อนโยน
นางยังคงนั่งอยู่ ท่วงท่าสง่างาม เสียงใสกังวานน่าฟัง
“ถูกต้องแล้ว แม่นางเผยเป็นผู้เปิดหีบห่อนี้ ในเมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว ยามนี้ก็สมควรต้องแก้ไขข้อผิดพลาดนั้น”
“อาจารย์ของแม่นางเซี่ยเป็นถึงปรมาจารย์แห่งวัดสุ่ยเย่ว์ ย่อมต้องมีเหตุผลในการทำเช่นนี้ จะคิดทำร้ายน้องสาวของตัวเองได้ลงคอหรือ?”
“แม่นางเผย ข้าเห็นว่ากระดูกนี้แยกแยะได้ไม่ยาก พี่สาวของท่านสามารถขุดขึ้นมาได้ เช่นนั้นท่านเองก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน”
ผู้ที่พูดในครั้งนี้เกือบทั้งหมดเป็นผู้ที่เลื่อมใสในวัดสุ่ยเย่ว์
ทันทีที่อ้าปาก เผยหว่านเย่ว์ก็เกือบจะอาเจียนออกมาแล้ว
นางต้องลงมือทำสิ่งนี้ เพื่อจะเป็นเพียงแค่หนึ่งในหมื่นส่วนคุณธรรมของเซี่ยเฉียวน่ะหรือ
สิ่งที่ทำให้เผยหว่านเย่ว์โกรธมากขึ้นคือสีหน้าเซี่ยเฉียว
นางดูอ่อนแอ และน่าสงสาร ราวกับมีคนกำลังรังแกนางอยู่!
เซี่ยเฉียวมีภูมิหลังที่แย่กว่า เกิดมาก็ยากจน แต่กลับดูดีกว่านางมาก!
คนอื่นๆ จะไม่รู้เชียวหรือว่านางไร้ความสามารถ? แต่ถึงนางจะอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จริงๆ ตราบใดที่มีใบหน้าเช่นนี้ก็นับว่าโดนเด่นเกินไป!
เผยหว่านเย่ว์รู้สึกอิจฉา ไยหญิงอัปลักษณ์ของตระกูลถึงได้ให้กำเนิดลูกสาวออกมางดงามเช่นนี้!
เมื่อคิดว่ากลับไปถึงเมืองหลวงแล้ว นางจะถูกเซี่ยเฉียวข่มเหงรังแก ก็รู้สึกหดหู่ขึ้นกว่าเดิม
แต่ตอนนี้ยังมีเรื่องที่ใหญ่กว่า
คือหาวิธีปฏิเสธ...
ขณะเผยหว่านเย่ว์กำลังคิดหาวิธี เมื่อเห็นว่าร้องไห้ไม่ได้ผลแล้ว ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น...
“แค่ก! แค่กๆๆ” เซี่ยเฉียวไอขึ้นมาในทันใด กุมหน้าอกไว้แน่น ราวกับว่าตนเองจะทนไม่ไหวแล้ว ก่อนจะคว้าข้อมือของเผยหว่านเย่ว์ให้ไปใกล้ๆ “แม่นางเผย เจ้ารีบหน่อย ร่างกายข้าไม่ค่อยดี เกรงว่าจะข้าจะหมดสติไป”
“…” เผยหว่านเย่ว์ดื้อรั้นในใจ
หันไปลอบมองเซี่ยเฉียวอย่างระมัดระวัง
สงสัยว่านางจะจงใจ
มิฉะนั้นจะบังเอิญเช่นนี้ได้อย่างไร
เมื่อใกล้จะหมดสติเต็มที เซี่ยเฉียวจึงจับตัวนางไว้ แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง!
ตอนนี้เซี่ยเฉียว...
ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด นางเอนตัวลงพิงกับโต๊ะอย่างอ่อนแรง แสร้งทำถึงเพียงนี้เลยหรือ
เผยหว่านเย่ว์ทั้งไม่ก้าวเข้าไปช่วยประคองและถอยห่างไปแต่อย่างใด
ทุกคนต่างมองมายังนางเป็นสายตาเดียว
แม้แต่หลูซื่อเองก็ยังตกตะลึงกับอาการของเซี่ยเฉียว “รีบไปเก็บเถิด พี่หญิงของเจ้าเป็นแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเลวร้ายอีกบ้าง…”
หากเซี่ยเฉียวเสื่อมเสียชื่อเสียงย่อมไม่ใช่ความผิดของตนแต่อย่างใด แต่หากกลับกลายเป็นว่านางถูกทำร้ายร่างกายหรือเกิดเสียชีวิตระหว่างทาง ตนจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรในยามที่กลับถึงบ้าน!
เมื่อเผยหว่านเย่ว์ได้ยินคำพูดของแม่ นางทั้งโกรธและน้อยใจมาก
ขณะที่ไร้ซึ่งหนทางอื่นใดแล้ว
ทุกคนมองมายังนาง จ้องมองราวกับว่านางชั่วร้ายอย่างมาก!
และการที่เซี่ยเฉียวซึ่งไม่ค่อยสบายไม่อาจหลับตาลงได้เพราะความรับผิดชอบ ยิ่งทำให้ทุกสายตาล้วนจ้องมองมายังนางอย่างกดดันให้ลงมือทำ!