หมอยาเจ้าเสน่ห์: ตอนที่ 19 ตอนที่ 19
ตอนที่19 คนโง่กับคนไร้ค่า
ในขณะที่องค์รัชทายาทต้องการตบตีเด็กหนุ่ม มือเรียวบางก็คว้าแขนเขาไว้แน่น แรงที่จับนั้นแทบทำให้เขาร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ
“เจ้าเป็นใคร? ปล่อยเราเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นเราจะให้เสด็จพ่อจัดการกับเจ้า!” องค์รัชทายาทจ้องมองเด็กสาวในชุดขาวเรียบด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
วิธีนี้ใช้ได้ผลทุกครั้ง บรรดาเด็กสาวเบื้องหน้าพากันคุกเข่าร้องขอชีวิตด้วยความกลัว
ก็ผู้ใดให้เสด็จพ่อของเขาคือฮ่องเต้จื่อเยว่ที่ใครต่างก็เกรงกลัวกันเล่า!
มู่หรูเยว่เลิกคิ้วมององค์รัชทายาท เขาเพิ่งอายุประมาณห้าขวบแต่เป็นโอรสของฮ่องเต้จื่อเยว่วัยเจ็ดสิบ ดูเหมือนว่าเชื้อพระวงศ์ทุกคนชอบทำตัวเป็นม้าพ่อพันธุ์จริงๆ เสียด้วย
“ข้าเป็นใครน่ะหรือ?” มู่หรูเยว่หัวเราะ “ข้าคือคนไร้ค่าที่เจ้าพูดถึงว่าเป็นคู่หมั้นของอ๋องปีศาจอย่างไรเล่า และต่อใหัข้าเป็นแค่คนไร้ค่าก็มีปัญญาเหลือเฟือที่จะจัดการเด็กเกเรอย่างเจ้า”
โครม!
มู่หรูเยว่เหวี่ยงเขาลงกับพื้น นางลอบมอบเหล่าองค์รัชทายาทและองค์หญิงด้วยสายตาเย็นชา พวกเขาต่างตะลึงกับน้ำเสียงเย็นชาของนาง
“จำเอาไว้ เขาเป็นสามีของข้า มู่หรูเยว่! ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าอายุเท่าไหร่ หรือพ่อของเจ้าเป็นใคร ถ้าเจ้ากล้าทำร้ายเขา ข้าจะทำโทษเจ้า”
น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวจนถึงขั้วหัวใจ
เย่อู๋เฉินจ้องมองมู่หรูเยว่ที่ก้าวเข้ามาปกป้องเขา ไม่ทราบว่าภายในใจคิดอะไรอยู่…
“ไปกันเถอะ”
มู่หรูเยว่หมุนตัวกลับ จูงมือเด็กหนุ่มและลากออกไปจากที่ตรงนั้นโดยไม่สนใจบรรดาองค์รัชทายาทและองค์หญิงที่กำลังตกตะลึง
นางมักจะทำตัวเย็นชาไร้จิตใจมาโดยตลอด ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเด็กหรือคนแก่ นางก็จะยังทำตามอำเภอใจอยู่ดี ดั่งคำหนึ่งที่กล่าวว่า ‘คนเข้มแข็งรังแกคนที่อ่อนแอกว่า’
“พี่สาว” เย่อู๋เฉินจ้องมองมู่หรูเยว่ด้วยท่าทางสดใสร่าเริง ด้วยรอยยิ้มซื่อๆ ประดับบนใบหน้าหล่อเหลา และนัยน์ตาที่เปล่งประกาย เขาเอ่ย “ท่านดีกับข้าเหลือเกิน”
มู่หรูเยว่ไม่สนใจเขา นางจูงเขาเดินต่อ
จู่ๆ มู่หรูเยว่ก็หยุดยืนกะทันหัน และหันศีรษะมามองเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง “เจ้าคืออ๋องปีศาจอย่างนั้นหรือ?”
เย่อู๋เฉินพยกหน้า “อื้อ!”
“เจ้าดูต่างจากข่าวลือที่เขาพูดกันไว้” มู่หรูเยว่เอ่ย พลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม “ลือกันว่าอ๋องปีศาจหน้าตาเหมือนภูตผี ดังนั้นข้าจึงคิดไม่ถึงว่าเจ้าคืออ๋องปีศาจ”
เย่อู๋เฉินเสหน้าลงต่ำ ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ เขาเอ่ยอย่างน่าสงสาร “ข้าเป็นคนน่าเกลียดจริงๆ สาวใช้ไม่ได้หวาดกลัวที่ใบหน้าหรอก แต่เป็นที่นี่...”
เขาชี้ที่ร่างของตัวเองด้วยท่าทางอับจนหนทาง เย่อู๋เฉินเอ่ยต่อ “พี่สาว ตรงนี้ของข้าน่าเกลียดมาก ได้โปรดอย่ามอง ท่านอาจตกใจจนเป็นลมได้”
“ไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้น ดูเหมือนร่างกายเจ้ามีปัญหา ให้ข้าดูได้ไหม? อย่างไรเราก็ต้องอยู่ร่วมกันในอนาคต ให้ข้าดูหน่อย...”
“แต่...”
เย่อู๋เฉินอยากอธิบายต่อ แต่มู่หรูเยว่ไม่ได้มีความอดทนถึงเพียงนั้น นางกระชากเสื้อของเขาออกดื้อๆ และภาพที่เห็นทำให้นางอ้าปากอย่างตกตะลึง
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่ราวกับมีไส้เดือนคลานไปทั่วร่าง รอยแผลนั้นเป็นสีแดงจางๆ ดูโดดเด่นตัดกับร่างกายขาวซีด ไม่ต่างกับภูตผีที่มีรอยแผลเป็นไปทั่วร่าง
เพียงมองครู่เดียวมู่หรูเยว่ก็รู้ว่าร่างของเย่อู๋เฉินได้รับพิษ นางรู้วิธีรักษาแต่ด้วยความสามารถของนางในตอนนี้ยังไม่อาจทำได้
ในตอนนั้นเย่อู๋เฉินหลับตาลงอย่างขลาดกลัว เขาไม่กล้าสบตามู่หรูเยว่ที่อาจแสดงท่าทีรังเกียจเหมือนคนอื่นๆ
“ลืมตา!”
น้ำเสียงเฉียบขาดดังขึ้น
เย่อู๋เฉินค่อยลืมตาขึ้นอย่างสงสัย และพบว่ามู่หรูเยว่ไม่มีท่าทีรังเกียจเขาแม้แต่น้อย นัยน์ตาของนางดูกระจ่างใสราวกับน้ำพุ
“พี่สาว ข้าน่าเกลียดจริงๆ ใช่ไหม?”
“แค่ถูกพิษเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่เสียหน่อย” มู่หรูเยว่ยิ้ม “เจ้าแค่ยอมรับว่าร่างกายเจ้ามีปัญหา อย่าได้ใส่ใจสายตาคนอื่นๆ เขามีปากก็ปล่อยให้พูดไป ถ้าเจ้ามัวแต่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเจ้า มันไม่เหนื่อยแย่หรือ?”