หมอยาเจ้าเสน่ห์: ตอนที่ 18 ตอนที่ 18
ตอนที่18 เจ้าเห็นว่าข้าสกปรก
“ได้ ข้าตกลง”
มู่หรูเยว่ยิ้ม ในเมื่อมีเพียงแค่สองคนอาศัยอยู่ในจวนอ๋องปีศาจ ย่อมไม่มีใครเข้ามารบกวนนาง แต่หากนางอยู่ในตระกูลมู่ต่อย่อมไม่สะดวกเท่าไหร่
หลังจากนางแข็งแกร่งขึ้น ต่อให้เป็นจวนอ๋องก็ไม่อาจขัดขวางนางได้
มู่หรูเยว่ไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ กลับจะทำให้ชะตาผูกติดกับชายผู้นั้นไปชั่วชีวิต ถูกลิขิตให้เคียงคู่กันไม่ว่าจะดีหรือร้ายชั่วนิจนิรันดร์…
“เราจะส่งราชโองการไปที่ตระกูลมู่ในเร็ววัน เหล่าขุนนางทั้งหลายถ้าพวกเจ้าไม่มีเรื่องอันใดอีกก็เลิกประชุมเพียงเท่านี้”
ฮ่องเต้จื่อเยว่โบกมืออย่างรำคาญ เขาไม่อยากเสียเวลามากกว่านี้เพื่อที่จะร่วมทานมื้อเที่ยงกับสนมรัก
หลังจากเหล่าขุนนางและคนอื่นๆ พากันเดินจากไป เย่อี้หัวก็เดินยิ้มมาหามู่หรูเยว่ใช้ปลายพัดเชยคางนางขึ้นมา นัยน์ตาสีน้ำตาลที่ทอประกายเย้ายวนใจเจ้าเล่ห์ราวกับหมาป่ามองลูกแกะนั้น กำลังจ้องมองเด็กสาว “แม่นางมู่ เจ้าโง่นั่นสติไม่สมประกอบย่อมไม่รู้วิธีเข้าหาสตรี หากเจ้าต้องการก็สามารถมาหาเราผู้นี้ได้ จวนของเราพร้อมต้อนรับเจ้าเสมอ เราจะทำให้แม่นางมู่รู้เองว่าเรามีอะไรดี”
มู่หรูเยว่หรี่ตา พลางปัดพัดตรงหน้าออกไป สายตาเย็นชาจ้องมองเขาอย่างรังเกียจ “ต้องให้ข้าพูดซ้ำอีกกี่ครั้ง? ข้าไม่สนใจพวกม้าพ่อพันธุ์อย่างท่าน คนอย่างท่านคงทำเรื่องมั่วโลกีย์บ่อยครั้ง ร่างกายมีแต่เชื้อโรค ยิ่งท่านยืนต่อหน้าข้า ข้ายิ่งรู้สึกว่าท่านน่ารังเกียจ”
เย่อี้หัวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแสดงท่าทางยั่วเย้าเช่นเดิม “สมรสกับเจ้าโง่นั่นไม่ต่างอะไรกับเป็นหม้าย เราเชื่อว่าสุดท้ายเจ้าก็ต้องมาหาเราอย่างแน่นอน ด้วยความชำนาญของเรา ต่อให้เป็นสตรีบริสุทธิ์ก็คงไม่ทรมานเท่าไหร่นัก”
มู่หรูเยว่หัวเราะเบาๆ “ร่างกายท่านมีแต่เชื้อโรคขนาดนั้น ข้าไม่มีทางให้เชื้อโรคสกปรกแปดเปื้อนตัวข้าแน่นอน ท่านอ๋อง ถ้าไม่มีเรื่องอันใดแล้ว เชิญ”
หลังจ้องมองเด็กสาวอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง เย่อี้หัวก็หัวเราะออกมา “เราแค่หวังว่าหลังจากเจ้าสมรสกับญาติผู้น้องข้า เจ้าจะไม่มาร้องไห้ซบอกเราก็เท่านั้น”
เขา เย่อี้หัว มีดีทั้งพรสวรรค์และหน้าตา ดังนั้นจึงมีสตรีมากมากอยากมีสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนกับเขา เขาไม่อาจเชื่อว่าจะมีเด็กสาวที่ไม่หลงเสน่ห์ของเขาด้วย
ถึงแม้เขาจะไม่ได้ตบแต่งนางเป็นชายา คงไม่เลวนักที่จะทำให้นางเป็นของเขา ถึงอย่างไรคนโง่ผู้นั้นก็คงไม่รู้วิธีสานสัมพันธ์กับสตรีอยู่ดี
หลังจากฮ่องเต้จื่อเยว่สั่งเลิกประชุม มู่ฉิงก็ไม่รอมู่หรูเยว่ เขารีบร้อนอยากแจ้งข่าวดีต่อมู่ถิงเอ๋อร์ ผลคือมู่หรูเยว่หลงทางอยู่ในวังหลวงอันกว้างใหญ่
“ตีเจ้าโง่นั่นให้ตาย! ตีมันให้ตาย!”
“ใช่แล้ว จะปล่อยให้คนโง่แบบนี้อยู่ในวังได้อย่างไร?”
“เจ้าโง่ ข้าจะบอกอะไรเจ้า เสด็จพ่อหาชายาให้เจ้าแล้วนะ คนไร้ค่าอันดับหนึ่งในเมืองอย่างไรล่ะ คนโง่กับคนไร้ค่า ฮ่าฮ่า ช่างสมน้ำสมเนื้อเสียจริง!”
ทันในนั้นนางได้ยินเสียงเอะอะโวยวายข้างหน้า
มู่หรูเยว่เงยหน้ามองตรงไป นางเห็นร่างอ่อนแอไร้ทางสู้ถูกรุมล้อมด้วยบรรดาองค์รัชทายาทและองค์หญิงที่แต่งตัวหรูหรา
หลังจากได้ยินเสียงคุ้นเคย มู่หรูเยว่ก็ตกตะลึง นั่นไม่ใช่เด็กหนุ่มที่หล่นมาทับนางเมื่อวานหรอกหรือ? ฟังจากบทสนทนาหรือว่าที่แท้เขาคืออ๋องปีศาจ เด็กหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลา ท่าทางอ่อนต่อโลกผู้นี้จะมีรูปร่างเหมือนภูติผีได้อย่างไรกัน?
“ข้า ข้าแค่มาเก็บว่าว...”
เด็กหนุ่มขบริมฝีปากแน่น ท่าทางน่าสงสารของเขาทำให้เขาดูเหมือนสัตว์ตัวน้อยๆ นั่นทำให้องค์หญิงบางคนใจอ่อน นางดึงแขนเสื้อองค์รัชทายาทเอาไว้ พลางเอ่ย “พอแค่นี้เถอะ”
“พอแค่นี้เถอะ? เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้าโง่นี่เข้ามาเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเสด็จพ่อ ข้าจะปล่อยเขาไปได้อย่างไรกัน?”
หลังพูดจบ องค์รัชทายาทก็ขโมยว่าวมาจากมือเด็กหนุ่มและฉีกว่าวออกเป็นสองส่วน ก่อนจะเขวี้ยงใส่หน้าเด็กหนุ่มอย่างรุนแรง “เอ้า นี่ว่าวของเจ้า!”
เด็กหนุ่มก้มหน้าต่ำดูเหมือนกำลังเสียใจที่ว่าวของตนถูกทำลาย ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาไม่มีแม่เพียงเศษเสี้ยวของความน้อยใจ