หมอยาเจ้าเสน่ห์: ตอนที่ 16 ตอนที่ 16
ตอนที่ 16 การประทานสมรสที่แสนวุ่นวาย (1)
ภายในท้องพระโรงที่แสนหรูหราและโอ่อ่า ปรากฏร่างสง่าของชายชราในชุดคลุมสีเหลืองสว่างนั่งอยู่บนบัลลังก์อันสูงส่ง ข้างกายของเขามีผู้หญิงโฉมสะคราญหน้าตาสวยงามนั่งอยู่ข้าง มองดูแล้วอายุยังไม่มากนัก ความงดงามน่ารักล้วนทำให้ชายหนุ่มทั้งหลายใจเต้นระส่ำอย่างควบคุมไม่อยู่ ไม่เว้นแม้กระทั่งชายชราอย่างฮ่องเต้จื่อเยว่ด้วยเช่นกัน
มู่หรูเยว่ที่เพิ่งเดินเข้ามาในท้องพระโรง กลับดึงดูดสายตาของคนทั้งห้องประชุม
บนบัลลังก์ทองสูงค่านั้น นอกจากฮ่องเต้จื่อเยว่และชายาที่รักแล้ว ยังปรากฏร่างของเหล่าเสนาบดีและเหล่าองค์รัชทายาทนั่งอยู่ประจำที่อีกหลายท่าน
“นั่นนางใช่หรือไม่?”
เย่อี้หัวลูบคางมองดูอย่างเบิกบานใจ นางไม่ใช่สาวโชคร้ายที่กลายเป็นเบาะตอนเจ้านั่นกระโดดลงไปหรือ? และเขาไม่มีวันลืมสายตาที่นางมองเขาเป็นครั้งสุดท้ายนั่นแน่
ผู้หญิงคนนี้น่าสนใจ แต่น่าเสียดายยิ่งนักที่นางเป็นของไร้ค่าแห่งเมืองเฟิงเฉิงที่เขาร่ำลือกัน
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” มู่ฉิงคุกเข่าลงคำนับ พลางใช้มือดึงมู่หรูเยว่ที่ยืนนิ่งให้นั่งตามลงมา ถลึงตามองนางหนึ่งที “เจ้ามัวแต่ยืนเหม่ออะไรอยู่? ยังไม่รีบคุกเข่าลงอีก!”
มู่หรูเยว่ยังคงยืนนิ่ง จ้องมองอย่างเย็นชาด้วยสายตาที่ดื้อดึง
คนสองชาติเช่นนาง จะยอมคุกเข่าลงให้กับคนแค่สองคนเท่านั้น
หนึ่งคืออาจารย์ที่อบรมสั่งสอนนางในชาติที่แล้ว สองคือท่านปู่คนที่รักนางอย่างสุดหัวใจ และมอบตำราโอสถให้กับนางเท่านั้น
นอกเหนือจากนั้น นางยอมตายเสียดีกว่า นางจะไม่มีวันยอมก้มหัวให้กับผู้ใด
“มู่หรูเยว่!”
เมื่อมองเห็นใบหน้าของฮ่องเต้จื่อเยว่ที่เริ่มส่อแววไม่พอใจ ในใจของมู่ฉิงก็เริ่มจะร้อนรนขึ้นมา คำรามเสียงต่ำพูดบอก ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่นางลูกทรพีคนนี้ไม่ยอมฟังคำสั่งของเขา? ถ้านางตายไปจะไม่เป็นไรเลย แต่ถ้าทำให้ตระกูลมู่ลำบากนั่นคือความผิดของนาง!
“บังอาจนัก! เรา...”
“ฝ่าบาทเพคะ!”
ทันใดนั้นเอง เสียงอ่อนหวานก็ดังขึ้นจากข้างกาย
ฮ่องเต้จื่อเยว่ถอนสายตาออกจากมู่หรูเยว่ หันไปมองผู้หญิงที่ตนสุดรักสุดหวงแหนด้วยสายตาอ่อนโยน พลางว่า “ชายารักของเรา มีเรื่องอันใดหรือ?”
“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันรู้สึกหิวแล้วเพคะ” จีหรูหย่ายกมือขึ้นลูบบริเวณท้องของตนเองไปมา ที่มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างอ่อนหวาน “ถ้าหากจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว หม่อมฉันอยากให้ฝ่าบาททรงเสวยเป็นเพื่อนหม่อมฉันเพคะ”
“ฮ่าฮ่า” ฮ่องเต้จื่อเยว่หัวเราะร่าขึ้นมา มือแกร่งเอื้อมไปโอบจีหรูหย่าเข้าสู่อ้อมอก พูดด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน “ได้สิ เดี๋ยวเราจะรีบไปเสวยเป็นเพื่อนเจ้าเลย”
“เช่นนั้น หม่อมฉันขอขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ” จีหรูหย่ากดเก็บความรังเกียจเอาไว้ในในใจ ใบหน้าเผยรอยยิ้มอย่างยินดี
แต่เมื่อฝ่าบาทละความสนใจจากนางแล้ว นางก็หันไปมองที่มู่หรูเยว่ แอบขยิบตาให้นางอย่างเงียบๆ นั่นยิ่งทำให้มู่หรูเยว่มั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้ตั้งใจที่จะช่วยนาง
แต่ว่าจะช่วยนางทำไมกัน?
จีหรูหย่ากับนางแน่นอนว่าไม่เคยพบกันมาก่อน ทำไมถึงต้องช่วยนางด้วย?
“เจ้าก็คือมู่หรูเยว่สินะ?” ฮ่องแต้จื่อเยว่มองใบหน้าสะสวยของนาง พลางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ มู่หรูเยว่นั้นมีใบหน้างามที่ล่มเมืองตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้ เพียงหากว่านางไม่ได้เกิดมาเป็นคนไร้ค่า เห็นทีเฟิงเอ๋อร์ก็คงไม่อยากที่จะถอนหมั้นนักหรอก
“ใช่เพคะ” สายตาของมู่หรูเยว่มองไปยังฮ่องเต่จื่อเยว่อย่างไม่มีแววที่จะเกรงกลัว
ฮ่องต้จื่อเยว่ขมวดคิ้วหนาอย่างไม่ค่อยจะพอใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทรงกริ้วอะไร เพียงแต่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะเรียบเย็น “วันนี้ที่เราเรียกเจ้ามาก็เพราะมีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง เดิมทีนั้นการประทานสมรสของเจ้ากับองค์รัชทายาทจิ่งอ๋องแท้จริงแล้วดูเหมือนจะไม่ได้ไตร่ตรองให้ถ้วนถี่นัก วันนี้เราจึงอยากจะประกาศถอนหมั้นให้เป็นที่รู้โดยถ้วนทั่วกัน และเพื่อเป็นการหาคู่ให้เจ้าใหม่ เหล่าองค์รัชทายาทที่อยู่ในท้องพระโรงแห่งนี้ล้วนยังไม่ได้แต่งชายาเอก ถ้าหากว่าเจ้าได้แต่งกับองค์รัชทายาทเหล่านี้คิดว่าคงพอจะไม่ทำให้เจ้าลำบากใจนัก”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น เหล่าองค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ต่างพากันถอยกรูไปด้านหลังแทบไม่ทัน
ถึงแม้หญิงสาวนางนี้จะมีใบหน้าที่งามล่มเมือง แต่ลูกสาวของตระกูลมู่ก็ได้ชื่อว่าเป็นของไร้ค่า แต่งเข้าจวนอ๋องมิอาจแต่งเป็นเพียงอนุภรรยาได้ แต่ทำไมพวกเขาต้องยกตำแหน่งชายาเอกให้กับนางไร้ค่าเช่นนี้ด้วย?
ของไร้ค่าเช่นนี้ ไม่สามารถที่ช่วยอะไรพวกเขาอย่างแน่นอน