บัลลังก์พญาหงส์

บัลลังก์พญาหงส์: บทที่ 6 ตอนที่ 6

#6บทที่ 6

บทที่ 6 ดีใจเก้อ

เกี่ยวกับเรื่องที่จะไปหน่วยงานเย็บปักนั้น ถาวจวินหลันเองก็ได้คิดแผนเอาไว้แล้ว ที่จริงนางก็ไม่ได้ชอบงานเย็บปักถักร้อยพวกนี้เท่าไรนัก แต่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไร อีกทั้งนางเองก็ไม่ได้มีทางเลือกอะไรมากมาย หากว่าได้ไปอยู่หน่วยงานเย็บปักจริง ก็อาจจะได้รับการดูแลที่ดีขึ้นบ้าง ครั้นได้นำความรู้ที่จะเรียนนี้ออกจากวังไปด้วยในวันข้างหน้า ก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องโดยอาศัยฝีมือนี้

อย่างไรเสีย เวลานี้นางเองก็ไม่ได้มีฐานะเป็นหญิงสูงศักดิ์แล้ว ไม่มีทางจะได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายเหมือนแต่ก่อน เช่นนั้นแล้วนางจึงจำเป็นต้องวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า

จากที่นางคิดไว้ทั้งหมดนี้ นางจึงอยากจะไปอยู่หน่วยงานเย็บปักเป็นอย่างมาก รวมทั้งหลี่ว์หลิ่วที่คอยพูดยุยงส่งเสริมนางอยู่ตลอด นางจึงตั้งใจปักถุงหอมขึ้นมาหนึ่งชิ้นเตรียมนำส่ง แน่นอนว่าถุงหอมชิ้นนี้แตกต่างไปจากชิ้นที่เธอเย็บขึ้นมาอย่างง่ายๆ ก่อนหน้านี้ ไม่เพียงแค่ปักดอกไม้หลากหลายชนิด ทั้งยังใส่ใจลงไปในการปักอีกไม่รู้ตั้งกี่เท่า

พวกหลี่ว์หลิ่วเห็นอย่างนั้นจึงส่งเสียงจิ๊ปากแสดงถึงความตกใจ “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีฝีมือการเย็บปักถึงเพียงนี้ เมื่อก่อนนี้เจ้าแอบซ่อนความสามารถเอาไว้นี่เอง”

ถาวจวินหลันละอายใจเล็กน้อย รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ กระเป๋าใบเล็กที่นางเคยทำครั้งก่อน เอามาเทียบกับถุงหอมชิ้นนี้ไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าพวกหลี่ว์หลิ่วนั้นจะรู้สึกไม่ชอบใจหรือไม่ ทว่านางเพิ่งมาคิดได้ในเวลานี้ ก็สายไปเสียแล้ว ทำให้นางรู้สึกเสียใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำอะไรไม่ได้ หากจะให้พูดอย่างไม่เกรงใจคือ ถึงอย่างไรพวกนางก็ทำงานอยู่แค่ที่หน่วยงานซักล้าง ที่จริงไม่มีโอกาสจะได้ใช้ของดีๆ แบบนี้เสียด้วยซ้ำไป อีกทั้งเมื่อก่อนนางเองก็ไม่ได้มีเวลามากมายขนาดนี้ และเส้นด้ายที่ใช้ปักก็ไม่ได้คุณภาพดีขนาดนี้เช่นกัน

ควรรู้ไว้ว่า เส้นด้ายที่นางใช้ปักถุงหอมนี้ มีราคาสูงกว่าเส้นด้ายที่นางใช้ก่อนหน้านี้เกินครึ่ง

ยังดีที่ไม่มีใครสังเกตเห็นจุดนี้ หลี่ว์หลิ่วเพียงแค่แสดงความชื่นชม เหวินซิ่งกลับหันไปแกล้งหยอกถาวซินหลันเล่น “พี่สาวของเจ้ามีฝีมือดีถึงเพียงนี้ แต่ทำไมเจ้าเย็บปักอะไรก็ไม่เป็นเลยเล่า?”

มีเพียงแค่ฉ่ายยวนเท่านั้นที่มองดูอยู่สักพัก แล้วติชมออกมาอย่างจริงจังว่า “ฝีมือระดับนี้ อย่างไรก็น่าจะเข้าหน่วยงานเย็บปักได้แน่นอน จริงๆ แล้วที่เมื่อก่อนเจ้าทำให้พวกข้าก็ไม่ได้แย่อะไร เพียงแต่ลวดลายไม่ได้มากมายเท่านี้ เส้นด้ายและเนื้อผ้าก็ไม่ได้คุณภาพดีเท่านี้”

ฉ่ายยวนพูดออกมาตรงๆ เช่นนี้ ทำให้ถาวจวินหลันทำตัวไม่ถูก

เหวินซิ่งหันกลับมามอง แสดงออกว่าไม่ได้ใส่ใจ “หากถามข้าล่ะก็ ข้าว่าอันเก่านั่นก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาปักมาก ทำตกหรือใช้พังก็ไม่ต้องเสียดายอะไรมากมาย หากได้ใช้อันนี้ ข้ากลัวว่าจะไม่กล้าเอาออกมาใช้ คงจะเอาเก็บไว้อย่างดีเท่านั้น”

หลี่ว์หลิ่วเองก็หัวเราะออกมา “ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล”

ฉ่ายยวนไม่ได้พูดอะไรอีก ที่จริงแล้วนางเองก็ไม่ได้อยากจะเปรียบเทียบอะไร เพียงแต่นางเป็นคนพูดจาตรงๆ อย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

สุดท้ายทุกคนต่างก็ยอมรับในฝีมือการเย็บปักถุงหอมชิ้นนี้

ถาวจวินหลันเองก็มีความมั่นใจเป็นอย่างมาก แต่ก่อนนางนั้นได้ร่ำเรียนกับอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ถึงแม้ว่าจะได้เรียนเพียงแค่ปีเดียว แต่ก็ถือว่าฝีมือไม่เลวเลยทีเดียว

มีเพียงแค่อย่างเดียวที่นางไม่สบายใจคือ หากนางได้ไปหน่วยงานเย็บปักจริง ถาวซินหลันก็จะต้องอยู่ที่นี่คนเดียว แม้ว่านางจะคอยแวะมาดูได้เป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่สามารถมาอยู่ที่นี่ได้ตลอด อีกทั้ง นางเองก็ไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น

ถาวซินหลันเองไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางโตขึ้นอีกหนึ่งปี ทั้งยังผ่านเรื่องต่างๆ มามากมายหรือเปล่า จึงเข้าใจสิ่งที่จวินหลันคิดได้ทันที “ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงข้า พี่เหวินซิ่งพูดกับข้าไว้แล้วว่า หากท่านพี่ไม่อยู่ที่นี่แล้ว พี่เหวินซิ่งจะคอยดูแลข้าเอง”

ถาวจวินหลันรู้สึกอุ่นใจขึ้นแอบยิ้มออกมา แต่ก็ยังคิดว่า จะเหมือนกันได้อย่างไรเล่า?

หากแต่คำพูดนั้นติดอยู่ที่ปลายลิ้น นางเอ่ยออกมาเพียงว่า “พี่เหวินซิ่งของเจ้าเป็นคนดีจริงๆ” ไม่ว่าจะพูดอย่างไร การที่เหวินซิ่งพูดออกมาเช่นนี้ ก็ถือว่าดีมากแล้ว อีกทั้งจากการที่รู้จักกันมาช่วงหลายเดือนนี้ นางเองก็พอจะดูนิสัยของเหวินซิ่งออก อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนที่แสร้งพูดดีแต่ทำไม่ได้ ในเมื่อเหวินซิ่งพูดมาเช่นนี้แล้ว นางจะต้องทำอย่างที่นางพูดแน่นอน

ที่จริงแล้วถาวซินหลันไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกับนางมากนัก ถาวซินหน้าตาค่อนไปทางท่านแม่มากกว่า ทว่าถาวจวินหลันกลับหน้าตาค่อนไปทางท่านพ่อมากกว่า ใบหน้ารูปไข่ของท่านแม่ คิ้วรูปใบหลิ่ว ดวงตาสุกสกาวสดใส ถาวซินหลันถอดแบบมาทั้งหมด ถาวซินหลันตอนนี้ยังเด็กนัก ดังนั้นจึงดูไม่ค่อยออก หากแต่นางโตขึ้นกว่านี้ นางจะต้องหน้าตาไม่ต่างจากท่านแม่ไปสักเท่าไรนักหรอก

หน้าตาเหมือนท่านแม่นั้นไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไร ติดเพียงเรื่องเดียว นางหวังว่านิสัยของถาวซินหลันจะต้องห้ามเหมือนกับท่านแม่โดยเด็ดขาด นิสัยของท่านแม่นั้นอ่อนโยนเกินไป จนถึงขั้นอ่อนแอ ครั้นท่านพ่อเสียไปแล้ว นางก็ฆ่าตัวตายตามไปด้วย แม้แต่ลูกทั้งสามคนนางก็ไม่สน

ทว่าหากดูๆ ไปแล้ว ถาวซินหลันเองก็ไม่ได้รับนิสัยส่วนนี้มา กลับกันอาจเป็นเพราะนางต้องผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาหลายครั้ง ถาวซินหลันจึงเข้มแข็งขึ้น เพียงแค่บางทีเป็นเพราะนางยังเด็กนัก จึงยังหุนหันพลันแล่น และวู่วามไปบ้าง

เรื่องนี้ทำให้ถาวจวินหลันรู้สึกพึงพอใจมาก

“หากข้าต้องไปอยู่หน่วยงานเย็บปักจริง เจ้าจะอยู่ได้หรือไม่?” แม้นางจะรู้สึกว่าถาวซินหลันไม่ใช่คนอ่อนแอ รวมทั้งไม่ใช่เด็กน้อยที่ติดนางแจ ทว่านางก็ยังรู้สึกไม่วางใจอยู่ดี สุดท้ายแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถาม

ถาวซินหลันยิ้มแก้มปริ ดวงตากลมโตเปลี่ยนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว “ท่านพี่สบายใจได้ ข้าไม่ใช่เด็กสามขวบแล้ว ข้าจะดูแลตัวเองไม่ได้ได้อย่างไรเล่า?”

ถาวจวินหลันยิ้ม แล้วบิดหูของน้องสาว “ดี เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เช่นนั้นข้าเองก็วางใจ”

แม้ปากจะบอกว่าวางใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกำชับน้องสาวอีกหลายเรื่อง

เมื่อเห็นถาวซินหลันอดทนฟังแต่โดยดี ทั้งยังไม่วอกแวก นางจึงสบายใจขึ้นมาได้

หลังจากเอาถุงหอมให้หลิวกูกูแล้ว ผ่านไปไม่กี่วัน หลี่ว์หลิ่วก็เอาข่าวมาบอกนาง “หากไม่มีอะไรติดขัด ก็จะได้เข้าไปทำงานในนั้นอย่างแน่นอน นางกำนัลอาวุโสของหน่วยงานเย็บปักชอบฝีมือของเจ้ามาก”

ถาวจวินหลันทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจ ทว่ากลับไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก อย่างไรเสียฝีมือการปักของนางนั้นก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว

หลังได้รับข่าวจากหลี่ว์หลิ่ว แม้ถาวจวินหลันจะยังไม่ได้เริ่มเก็บของ แต่ก็เริ่มเตรียมตัวบ้างแล้วเล็กน้อย เช่นกำชับเรื่องต่างๆ กับถาวซินหลัน

โดยปกติแล้ว รออีกสองสามวันก็จะมีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดรอจนวันที่สี่แล้วก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหว

ถาวจวินหลันเองก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา แต่ก็แสดงออกมาไม่ได้ ได้แต่คิดว่าตกกลางคืนจะลองไปถามรายละเอียดกับหลี่ว์หลิ่วอีกครั้ง

ทว่ายังไม่ทันจะถึงกลางคืน ก็มีข่าวใหม่มาว่า จะมีการเปลี่ยนนางกำนัลอาวุโสของหน่วยงานซักล้าง นางกำนัลอาวุโสหลิวจะต้องออกจากวังแล้ว

ถาวจวินหลันอดไม่ได้ที่จะนึกถึงหลี่ว์หลิ่วขึ้นมา นางจะรู้เรื่องนี้หรือยังนะ? สรุปแล้วข่าวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหกกันแน่?

เนื่องจากเป็นข่าวที่ซุบซิบต่อกันมา จึงตัดสินไม่ได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหกกันแน่

ทว่าพอตกดึกกลับห้องพัก หลังจากเห็นท่าทางของหลี่ว์หลิ่วแล้ว ถาวจวินหลันก็รู้ได้ทันทีว่า เรื่องนี้น่าเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน

ความคิดแรกของถาวจวินหลันนั้น ไม่ใช่เรื่องที่นางจะไปหน่วยงานเย็บปักได้หรือไม่ กลับเป็นความคิดว่า หากนางกำนัลอาวุโสหลิวไปแล้ว ใครจะมาเป็นนางกำนัลอาวุโสของหน่วยงานซักล้างกันเล่า? ต่อไปพวกหลี่ว์หลิ่วจะอยู่กันอย่างลำบากหรือไม่? ถึงอย่างไรพวกหลี่ว์หลิ่วก็เป็นคนใกล้ชิดของนางกำนัลอาวุโสหลิว นางกำนัลอาวุโสที่มาใหม่ อาจจะไม่สนใจใยดีพวกนางเลยก็ได้

พูดได้ว่า ทั้งนางและถาวซินหลันต้องคอยพึ่งพาหลี่ว์หลิ่ว หากหลี่ว์หลิ่วเองยังเอาตัวไม่รอด เช่นนั้นชีวิตของพวกนางสองพี่น้องก็จะยิ่งลำบากขึ้นไปอีก

ดังนั้นถาวจวินหลันจึงหันไปมองสีหน้าของเหวินซิ่งและฉ่ายยวน ใบหน้าของเหวินซิ่งนั้นเรียบเฉยราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้ดูสนุกสนานเหมือนอย่างเคย

แม้แต่ฉ่ายยวนเองก็ขมวดคิ้ว สีหน้าเป็นกังวลอยู่บ้าง แต่พอลองดูอีกทีก็เหมือนจะไม่ได้กังวลมากมายขนาดนั้น

ท่าทางของหลี่ว์หลิ่วนั้นแสดงออกอย่างชัดเจนที่สุด แต่คิดไปแล้วก็พอจะเข้าใจได้ หลี่ว์หลิ่วกับนางกำนัลอาวุโสหลิวนั้นใกล้ชิดกันเป็นอย่างมาก อีกทั้งนางยังเคยพูดไว้ว่า นางกำนัลอาวุโสหลิวจะให้นางเป็นนางกำนัลอาวุโสคนต่อไป ทว่านางกำนัลอาวุโสจะต้องออกไปในเวลาเช่นนี้...ก็เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้คงจะเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน หลี่ว์หลิ่ว...พูดได้ว่าเรื่องนี้ทำทุกอย่างพัง อีกทั้งนางกำนัลอาวุโสคนใหม่ที่จะมาถึง ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นคนแรกที่ใช้งานเธอหนักก็ได้

เพียงแต่เรื่องนี้นางคิดว่าไม่ควรพูดปลอบใจ เพราะไม่ว่าจะปลอบอย่างไร ก็เปลี่ยนแปลงความจริงไม่ได้ อีกทั้งนางเป็นคนพูดปลอบใจคนไม่เป็น ดังนั้นนางจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรเลยดีกว่า

ถาวซินหลันเห็นบรรยากาศในห้องดูไม่ปกติ นางจึงไม่กล้าเข้าไปคุยเล่นกับเหวินซิ่งเหมือนก่อน

บรรยากาศภายในห้องนั้นเงียบและกดดันเป็นอย่างมาก

ในที่สุดก็เป็นหลี่ว์หลิ่วที่พูดออกมาก่อน นางพูดด้วยความคับแค้นใจ “ข้าไม่เชื่อหรอก ท่านแม่บุญธรมออกจากวังไปแล้ว พวกเราถึงกับจะอยู่ต่อไปไม่ได้เลยหรือ?!”

ถาวจวินหลันเกือบจะหลุดปากเอ่ยออกมา นางเห็นด้วยกับท่าทีของหลี่ว์หลิ่วเป็นอย่างมาก ไม่ว่าอย่างไร พวกนางก็ยังจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป แทนที่จะมานั่งอมทุกข์กันต่อไป ทำไมไม่คิดในทางที่ดีสักหน่อยว่า ถึงอย่างไรก็จะต้องผ่านไปให้ได้

“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดีแล้ว” ถาวจวินหลันยิ้มแล้วจับแขนหลี่ว์หลิ่วไว้ “ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องผ่านไปได้ อีกอย่างยังไม่ถึงเวลา ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่แน่ตอนนี้เราคิดว่าเป็นเรื่องร้าย แต่สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นเรื่องดี? มีทั้งทุกข์และสุขปะปนกันไป ชีวิตก็เป็นเช่นนี้”

หลี่ว์หลิ่วฝืนยิ้มออกมา “ก็จริงอย่างเจ้าว่า”

เห็นได้ชัดว่า ถึงแม้จะคิดได้เช่นนี้แล้ว แต่ความอึดอัดใจก็ไม่สามารถหายไปได้ในทันที

ทว่าถาวจวินหลันก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไปหลี่ว์หลิ่วก็จะดีขึ้นเอง

เมื่อถึงตกดึกเวลาเข้านอน ถาวจวินหลันกลับมีลางสังหรณ์ขึ้นมาว่า หรือเรื่องในครั้งนี้จะเกี่ยวกับเรื่องที่นางจะไปหน่วยงานเย็บปักด้วย?

โดยปกติแล้วน่าจะไม่เกี่ยวกัน แต่หากว่าใช่เล่า? เรื่องราวผ่านไปหลายวันแล้วกลับไม่มีข่าวอะไรส่งมา หรือว่ามีจะเกี่ยวกัน? ถึงแม้ว่าฝีมือของนางจะไม่เลว แต่กลับไม่ได้รับเลือก

หากเป็นเพราะเรื่องเหลวไหลไร้สาระนี้ นางเองก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร อย่างไรเสียนางก็ไม่มีอำนาจที่จะไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้  ไม่ว่าจะทำอย่างไร นางก็ได้ทำได้เพียงแค่ก้มหน้ายอมรับ

ความรู้สึกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าสบายใจนัก แต่ถาวจวินหลันก็เริ่มชินกับมันเสียแล้ว ในตอนแรกที่เกิดเรื่องขึ้นกับท่านพ่อ พวกนางก็ไม่มีกำลังพอจะช่วยเหลืออะไรได้ เช่นเดียวกับตอนนี้ ต่อให้อ้อนวอนฟ้าดินอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ ความรู้สึกเช่นนั้น เมื่อเทียบกับตอนนี้แล้วหนักหนากว่าร้อยเท่าพันเท่า ถึงแม้ในครั้งนี้ จะต้องเสียโอกาสไปหน่วยงานเย็บปักแล้วจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อย่างไรเสียนางก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่ผลจากครั้งนั้น นางกลับต้องสูญเสียท่านพ่อไป...

เนื่องจากนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา จึงทำให้ถาวจวินหลันนอนไม่หลับพลิกไปพลิกมาทั้งคืน ครั้นตื่นมาในวันรุ่งขึ้น ขอบตาจึงดำไปหมด

หลังจากกินข้าวเช้าแล้วเริ่มทำงาน นางก็ได้เจอกับสายตาและน้ำเสียงเย็นชาที่พูดออกมา “ดูสิ ทำเป็นซื่อสัตย์ตั้งใจทำงาน นี่เริ่มหวั่นใจแล้วล่ะสิ ทำให้ใครดูกันหรือ? หวั่นใจไปก็เท่านั้น ท่านนั้นออกจากวังไปแล้ว ยังจะมาจัดการเรื่องในวังได้อย่างไรกันเล่า?”

ถาวจวินหลันไม่สนใจและไม่เก็บมาคิดอีก เพียงแต่ถอนใจอยู่ในใจ สถานการณ์ในหน่วยงานซักล้างเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ แม้แต่นางยังโดนแบบนี้ แล้วหลี่ว์หลิ่วเล่า เกรงว่าจะหนักกว่านี้อีกหลายเท่า...

devc-9e6f2c5e-32994บัลลังก์พญาหงส์: บทที่ 6 ตอนที่ 6