ยอดพธูจ้าวดวงใจ: บทที่ 6 ตอนที่ 6
บทที่ 6 ฟันเฟืองชีวิต
ร่างสีขาวที่ผ่อนคลายและโอนอ่อนยืนอยู่ตรงประตู เสมือนภาพทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงามและละเอียดอ่อนที่ส่งความสุขุมและสง่างามออกมา แต่กลับชวนให้รู้สึกสูงส่งดุจอาทิตย์เหนือเมฆาที่ไกลเกินจะอาจเอื้อมถึง ส่วนตนเองเหมือนเป็นเพียงฝุ่นธุลี
กงซังมั่ว เขาเป็นคนแรกที่นางเจอเมื่อมาถึงชาติภพนี้ เขาช่วยนางไว้ ในวันนั้นนางตกที่นั่งลำบาก บนหน้ามีบาดแผลน่ากลัว แต่ในสายตาของเขากลับไม่มีความรังเกียจหรือเหยียดหยามอยู่เลย
“นี่เป็นยากล้ามเนื้อหยก สามารถช่วยสมานบาดแผลของเจ้าได้” มีเพียงวาจาประโยคเดียวเท่านั้น น้ำเสียงอบอุ่นและบางเบาเหมือนดั่งที่อยู่ต่อหน้าเช่นนี้ ไม่รีบร้อน คล้ายกับว่าเรื่องต่างๆในสายตาของเขาไม่มีค่าพอให้พูดถึง
ตอนนั้นเขาเพิ่งจะอายุสิบห้าเท่านั้น!
ยากล้ามเนื้อหยกนี้ไม่เพียงช่วยนาง หลังจากนั้นหนึ่งเดือน รอยแผลเป็นนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ผิวบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาเสียยิ่งกว่าแต่ก่อน
ผลการรักษาที่ชัดเจนเช่นนั้นทำให้อวิ๋นเชียนอวี่แปลกใจ หลังจากนั้นนางได้อ่านตำราทักษะการแพทย์บนโลกนี้ที่อวิ๋นเทียนทิ้งไว้ ถึงได้รู้ว่าสิ่งที่ทำออกมาจากดอกไม้และหญ้าเหล่านี้มหัศจรรย์เกินกว่าที่นางจินตนาการไปมาก
สามปีที่ผ่านมา อวิ๋นเชียนอวี่มักจะได้พบเขาที่นี่
“เชียนอวี่” สองคำนี้ออกมาจากปากของเขา ทุกครั้งล้วนทำให้นางรู้สึกว่าแท้จริงแล้วชื่อของนางไพเราะเช่นนี้
“เสียนอ๋อง!” อวิ๋นเชียนอวี่ทำความเคารพด้วยท่าทางสุขุม
ดวงตาเรียวสวยของกงซังมั่วนิ่ง นี่เป็นการเรียกชื่อเขาที่ถ่อมตนมากของอวิ๋นเชียนอวี่ที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา แต่บนใบหน้าของเขาไม่เคยไม่มีความดีใจอยู่เลย เรื่องบางอย่างก็มิใช่เรื่องเร่งด่วนนัก
เมื่อสามปีก่อนที่เจอกันครั้งแรก นางเพิ่งจะอายุสิบสอง ผู้ติดตามที่ขัดขวางการสังหารต่างถูกสังหารทั้งหมด เหลือแค่นางและแม่นมของนาง บนดวงหน้างดงามดั่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนั้นถูกฟันจนเป็นบาดแผลลึกหนึ่งแผล บาดแผลน่ากลัวปริออกมา บนชุดกระโปรงเต็มไปด้วยเลือด
หญิงสาวคนเดียวที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ ในดวงตาของนางไม่มีความหวาดกลัวและความผิดหวังที่เสียโฉม แต่กลับเอ่ยขอบคุณผู้ที่ยื่นมือเข้าช่วยอย่างไม่สะทกสะท้าน
ตั้งแต่ตอนนั้นมา หญิงสาวที่สงบเงียบต่อเขามาตลอดก็ถูกเขาจดจำลึกเข้าไปในหัวใจ
“จัดการปัญหาได้แล้วหรือ”
เมื่อเขาเห็นอวิ๋นเชียนอวี่ไม่ได้รู้สึกเสียใจจากการถูกซือถูหันอีถอนหมั้นก็แอบเบาใจ แม้ว่าเขาจะรู้นานแล้วว่าเรื่องได้พัฒนา ผันผ่านและจบลงแล้ว แต่ก็ยังคงถามเหตุผลที่เดิมทีมีแต่เขาเองเท่านั้นที่รู้
“อืม” อวิ๋นเชียนอวี่ตอบอย่างง่ายๆ
“ฝ่าบาททรงรอเจ้าอยู่ตลอด!” กงซังมั่วจนปัญญากับความเย็นชาของอวิ๋นเชียนอวี่ สามปีที่ผ่านมา นอกจากยิ้มให้อวี้เจี้ยนบ้าง เขาก็ไม่เคยเห็นสีหน้าอื่นของนางเลย
อวิ๋นเชียนอวี่พยักหน้าแล้วพูดว่า “ข้ากำลังจะไปอำลาเสด็จปู่”
เมื่อพูดจบก็จูงมืออวี้เจี้ยนเข้าไป
อำลารึ กงซังมั่วมองร่างบอบบางนั้น พูดขึ้นเบาๆว่า “เกรงว่าเจ้าจะไม่สมหวังเสียแล้ว”
มู่หรงชางเพิ่งจะประลองหมากรุกกับอวิ๋นเชียนอวี่ไปเมื่อเช้า เมื่อเห็นอวิ๋นเชียนอวี่จูงมือมู่หรงอวี้เจี้ยนเข้ามา ดวงตาขุ่นมัวพลันอ่อนโยนลง เขากวักมือ ส่งสัญญาณให้อวิ๋นเชียนอวี่และมู่หรงอวี้เจี้ยนเข้ามา
อวิ๋นเชียนอวี่จูงอวี้เจี้ยนมานั่งข้างกายมู่หรงชาง
“เสด็จปู่ เชียนอวี่มาบอกลา”
“หือ เชียนอวี่จะไปแล้วหรือ” มู่หรงชางไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ ถอนหมั้นกับซือถูหันอีแล้ว แน่นอนว่า อวิ๋นเชียนอวี่ก็ไม่ต้องอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านกลางเขาเฟิงอวิ๋นแล้ว
“ใช่ ข้าตัดสินใจกลับตระกูลอวิ๋น” น้ำเสียงเย็นชาของอวิ๋นเชียนอวี่ฟังไม่ออกว่าดีใจหรือเสียใจ
“เชียนอวี่ ปู่มีเรื่องหนึ่งอยากไหว้วานเจ้า”
มู่หรงชางรู้ดีว่าถึงแม้ว่าอวิ๋นเชียนอวี่จะดูจืดชืด แต่กลับเป็นหญิงสาวที่ฉลาดเฉลียว ดังนั้นจึงไม่อ้อมค้อม พูดเข้าเรื่องทันที
ดวงตาเรียวสวยไร้ความรู้สึกของอวิ๋นเชียนอวี่ปรากฏประกายแสงวาบหนึ่ง
“เสด็จปู่ เชียนอวี่ขี้เกียจ!”
มู่หรงชางยังไม่ได้พูดต่อ แต่กลับถามขึ้นว่า “เชียนอวี่ว่าปู่เหลือเวลาอีกเท่าไหร่”
ใจของอวิ๋นเชียนอวี่ไหวสั่น นางเข้าใจถึงร่างกายของมู่หรงชางดี อย่างมากก็แค่ครึ่งปีเท่านั้น
“เสด็จปู่…” มู่หรงอวี้เจี้ยนตะโกนขึ้นอย่างร้อนรน
ดวงตารักใคร่เอ็นดูของมู่หรงชางมองไปที่มู่หรงอวี้เจี้ยน ทว่าน้ำเสียงกลับเด็ดขาด “อวี้เจี้ยน นี่คือความเป็นจริง เจ้าต้องรับให้ได้ เจ้าไม่ใช่เด็กธรรมดา บ่าของเจ้าแบกความรุ่งเรืองและความทรุดโทรม การมีเกียรติและการเสื่อมเกียรติของแคว้นหนันโหลวเอาไว้”
มู่หรงอวี้เจี้ยนน้ำตาคลอ แต่อดทนกลั้นไม่ให้มันไหลออกมา
ในใจเขารู้ดี เสด็จปู่จะต้องจากตนเองไปเหมือนเสด็จพ่อและเสด็จแม่ ถึงตอนนั้นตัวเองก็จะเหลือตัวคนเดียวแล้ว ไม่สิ เขายังมีญาติอีกคน เขาส่งสายตาไปที่อวิ๋นเชียนอวี่
เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจว่า “พี่สาวเชียนอวี่ ท่านจะไม่ทอดทิ้งอวี้เจี้ยนใช่หรือไม่”
หัวใจของนางไม่หวั่นไหวมานานแล้ว คำพูดที่คุ้ยเคยนี้ น้องชายเมื่อชาติก่อนเคยถามนาง
‘พี่ พี่จะไม่ทิ้งหนูไปใช่ไหม’
สายตาของอวิ๋นเชียนอวี่มองไปยังใบหน้าอ่อนวัยของอวี้เจี้ยน สายตาคาดหวังแบบเดียวกันนั้นคือนางเป็นความหวังในการกอบกู้เพียงหนึ่งเดียวของเขา เหมือนกับน้องชายในชาติที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้นางปฏิเสธไม่ได้
“เจ้าเป็นน้องชายคนเดียวที่พี่ชอบ พี่ไม่ทอดทิ้งเจ้าหรอก”
“พี่สาว!” มู่หรงอวี้เจี้ยนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้อีกแล้ว ตอนนี้เขาไม่สนใจข้อห้ามหญิงชายอะไรทั้งนั้น จะลูกผู้ชายหรือไม่ลูกผู้ชายก็ไม่สน โถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของอวิ๋นเชียนอวี่ ร้องไห้ออกมาเสียงดัง “พี่สาว ข้าไม่อยากให้เสด็จปู่ตาย ท่านช่วยเขาหน่อย”
อวิ๋นเชียนอวี่ปวดใจเช่นเดียวกัน น้องชายที่ห่างไกลกันคนละภพ ตอนที่ตัวเองจากจากโลกไป จะร้องไห้เสียใจวิงวอนขอร้องหมอเช่นนี้หรือไม่หนอ
“พี่สาวพยายามสุดความสามารถแล้ว”
เมื่อสามปีก่อนตอนที่ค้นพบ พิษของมู่หรงชางก็เข้าสู่หัวใจแล้ว นางและกงซังมั่วร่วมมือกันแล้วก็ช่วยยืดอายุของเขาได้แค่สามปี ตอนนี้พวกเขาไม่มีวิธีอะไรแล้ว
มู่หรงชางทั้งทุกข์ทั้งทรมานใจ เชียนอวี่ ปู่ขอโทษเจ้า รู้อยู่ว่าเจ้าไม่ชอบเรื่องพวกนี้ แต่ก็ยังใช้ความรู้สึกของอวี้เจี้ยนลากเจ้าเข้ามา แต่ปู่ไม่มีวิธีอะไรแล้ว
“เชียนอวี่ จวนเสียนอ๋องไม่อาจเข้าร่วมสงครามแย่งชิงบัลลังก์ได้ นอกจากเจ้าแล้ว ปู่ก็ไม่มีคนที่ไว้ใจได้อีกแล้ว”
“เสด็จปู่ ท่านอย่าได้ทุกข์ใจ ต่อให้วันนี้ท่านมิได้เป็นเช่นนี้ วันหน้าอวี้เจี้ยนเกิดปัญหาข้าก็ไม่อาจนิ่งดูดายได้”
อวิ๋นเชียนอวี่มีความคิดละเอียนอ่อน ย่อมเห็นความทุกข์ใจของมู่หรงชางได้ ขณะที่นางตบหลังปลอบใจอวี้เจี้ยนเบาๆ ก็ยังไม่ลืมพูดปลอบมู่หรงชาง
มู่หรงชางมองสายตาของอวิ๋นเชียนอวี่ที่ราบเรียบและใจกว้าง ชั่วขณะหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตมาหลายสิบปียังเทียบไม่ได้กับหญิงสาวที่ใจกว้างเช่นนี้
“เชียนอวี่ ขอบใจเจ้ามาก!”
ก้อนสะอื้นในน้ำเสียงของมู่หรงชางทำให้อวิ๋นเชียนอวี่ปวดใจ เขาเป็นกษัตริย์มาทั้งชีวิตคงไม่เคยพูดคำแบบนี้เป็นแน่!
“ฐานะของข้าจะช่วยอะไรท่านได้ เสด็จปู่ท่านวางแผนไว้ว่าอย่างไรบ้าง”
“หลานสาวที่ข้ายอมรับ พี่สาวของอวี้เจี้ยน องค์หญิงคุ้มแคว้นแห่งแคว้นหนันโหลว” มู่หรงชางยื่นพระราชโองการไปตรงหน้าอวิ๋นเชียนอวี่
สายตาของอวิ๋นเชียนอวี่หยุดอยู่ที่พระราชโองการ ไม่ได้เปิดดูก็รู้ว่านี่คือพระราชโองการแต่งตั้งให้นางเป็นองค์หญิงคุ้มแคว้น
เพราะอยากให้นางคุ้มครองมู่หรงอวี้เจี้ยน มู่หรงชางจึงจำเป็นต้องให้อำนาจแก่นางอย่างเด็ดขาด และนี่ก็ถือเป็นความเชื่อใจที่มู่หรงชางมีต่ออวิ๋นเชียนอวี่อย่างเด็ดขาดเช่นกัน
อวิ๋นเชียนอวี่รู้ดี ฟันเฟืองแห่งชีวิตได้เปิดชีวิตใหม่ให้นางแล้ว!
“แล้วแต่เสด็จปู่แล้วกัน แต่ว่า ข้าต้องกลับหุบเขาอวิ๋นก่อน” อวิ๋นเชียนอวี่ประคองมู่หรงอวี้เจี้ยนไว้ในอ้อมกอด
“ตกลง เช่นนั้นปู่และอวี้เจี้ยนจะกลับเมืองหลวงรอเจ้า”
ดวงตาทั้งสองข้างที่ร้องไห้จนแดงของมู่หรงอวี้เจี้ยนมองอวิ๋นเชียนอวี่อย่างอาลัยอาวรณ์
มู่หรงชางไม่เคยเห็นหลานชายของตนเองจะพึ่งพิงใครนอกจากตนเอง อวี้เจี้ยนจะทิ้งความระมัดระวังเมื่ออยู่ต่อหน้าอวิ๋นเชียนอวี่ และแสดงด้านอ่อนแอออกมา เขาไม่รู้ว่าเช่นนี้ดีหรือไม่ แต่เขารู้ว่า เมื่อตนเองจากไปแล้วอวี้เจี้ยนจะไมได้อยู่ตัวคนเดียว
“อวี้เจี้ยน อยากเป็นลูกผู้ชายจริงๆหรือไม่” อวิ๋นเชียนอวี่ถามเสียงเบา
ตาของมู่หรงอวี้เจี้ยนเป็นประกาย รีบพยักหน้าทันที
“อยากเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง ตำแหน่งที่มีเกียรติ หน้าที่ความรับผิดชอบ ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวและสติปัญญาไม่สามารถขาดได้แม้แต่อย่างเดียว! ลูกผู้ชายคือการละทิ้งนิสัยที่มีมาแต่เกิด เป็นสิ่งที่ออกมาจากในกระดูก และเก็บสะสมจากการฝึกฝนไปเรื่อยๆ”
“ในอนาคตอวี้เจี้ยนจะเป็นจักพรรดิของแคว้นหนันโหลว และเป็นจักรพรรดิของทั้งแคว้น เพียงแต่การเป็นลูกผู้ชายยังไม่มากพอ เจ้ายังจะต้องเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์อีกมาก มีความคิดที่ละเอียดรอบคอบ และมีจิตใจที่กว้างขวาง!”
“อวี้เจี้ยนเจ้าอาจจะบอกว่า ต่อไปชีวิตอาจจะเป็นทุกข์ ไม่มีความสุขแม้แต่น้อย มันไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน! บางครั้งเจ้าก็ต้องร้ายบ้าง เพื่อให้ตนเองมีความสุข! แต่ต้องร้ายอย่างมีสติปัญญา ร้ายอย่างที่ไม่ทำให้คนเกลียด ร้ายในแบบที่แตกต่างจากผู้คน ร้ายอย่างหลงระเริง ที่สำคัญคือต้องร้ายอย่างมีขอบเขต ร้ายอย่างเหมาะสม!”
ยิ่งได้ฟัง สายตาของมู่หรงอวี้เจี้ยนก็ยิ่งเป็นประกาย คนเช่นนี้คือท่านพี่ซังมั่วไม่ใช่หรือ!ที่แท้ท่านพี่ซังมั่วเป็นลูกผู้ชายสมบูรณ์แบบที่พี่สาวเชียนอวี่พูดถึง!
ในตอนนี้มู่หรงชางรู้สึกว่าตัวเองตัดสินถูกแล้ว แค่คำพูดง่ายๆไม่กี่ประโยค บอกหน้าที่ที่อวี้เจี้ยนจะต้องรับผิดชอบในอนาคตแก่เขา และในขณะเดียวกันก็ขจัดความน่ากลัวของชีวิตตัวคนเดียวในอนาคตไปด้วย! อวี้เจี้ยนมีอวิ๋นเชียนอวี่คอยสั่งสอนประคับประคอง ต่อไปจะต้องเป็นจักรพรรดิที่มีพระปรีชาสามารถแน่นอน
แต่มู่หรงชางไม่ได้คาดคิดว่าวิธีการสั่งสอนของอวิ๋นเชียนอวี่นั้น จะทำให้ภายภาคหน้ามู่หรงอวี้เจี้ยนจะเห็นแคว้นและประชาชนเป็นของเล่น ทั้งยังเล่นจนเจริญรุ่งเรือง! กลายเป็นกษัตริย์ที่มีสติปัญญาล้ำเลิศพระองค์หนึ่ง!
อวิ๋นเชียนอวี่และมู่หรงชางปู่หลานทั้งสองนัดแนะกัน อีกหนึ่งเดือนเจอกันที่เมืองหลวง
เมื่อออกจากประตู อวิ๋นเชียนอวี่ก็เห็นร่างขาวที่ยืนตระหง่านอยู่ใต้ต้นกุ้ยไม่ไกล ชุดคลุมยาวอ่อนนุ่มงามประณีตพลิ้วไหวตามลม เมื่อมองออกไป แลดูงดงามและสุภาพเป็นที่สุด
กงซังมั่วหันมา ดวงตาหงส์เป็นประกายหยุดอยู่ที่ร่างของอวิ๋นเชียนอวี่ พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่นจางๆ ว่า “ข้าจะไปส่งเจ้า”