ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ

ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 13 ตอนที่ 13

#13บทที่ 13

ตอนที่ 13 มุ่งความสนใจไปที่คุณหนูใหญ่ (2)

ตามอยู่ด้านหลังเหล่าต่งไปจนถึงบ้านเขา บ้านของเหล่าต่งก็เป็นกระท่อมโกโรโกโสเหมือนกับสถานที่พักของหลินหว่านหรง ภายในตัวบ้านมีดรุณีอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีอยู่นางหนึ่ง กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าหน้าต่างปะชุนอย่างใจจดใจจ่อ เด็กหนุ่มอายุสิบห้าสิบหกอีกคนหนึ่งสวมชุดสั้นทั้งตัว กลอกตามองประเมินหลินหว่านหรงด้วยความสงสัย

“เฉี่ยวเฉี่ยว รีบไปรินน้ำชาเร็วเข้า บ้านเรามีแขกผู้สูงส่งมาแล้ว” ครั้นเหล่าต่งเข้าเรือนก็ตะโกนพูดเสียงดัง

แม่นางที่นั่งอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างผู้นั้นเงยศีรษะขึ้นมา ขนคิ้วโค้งงอน ดวงตาเรียวยาว ดั้งจมูกงดงามน่ารัก ปากน้อยๆ แดงชุ่มชื้น กลับเป็นดรุณีผู้งดงามที่หนึ่งพันหลี่จะหาได้สักคนหนึ่งจริงๆ ด้วย หากไปอยู่ที่เป่ยต้า (ชื่อย่อของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง) อย่างน้อยที่สุดก็ต้องอยู่ในระดับดาวสาขาวิชา

ดูไม่ออกเลยว่าสารรูปน่าเวทนาอย่างเหล่าต่งนั้น กลับเลี้ยงดูบุตรีออกมาได้ดีเช่นนี้ นี่มันลูกไม้ช่างหล่นไกลต้นเสียจริง

หลินหว่านหรงยิ้มให้กับเหล่าต่งแล้วกล่าวว่า “ท่านลุงต่ง ท่านช่างมีวาสนาเสียจริงนะ”

เหล่าต่งเชิดศีรษะขึ้นพลางหัวเราะแล้วพูดว่า “นังหนู ท่านผู้นี้คือคุณชายหลิน รีบมาทำความรู้จักสิ”

อาจเป็นเพราะที่บ้านไม่เคยมีบุรุษหนุ่มแปลกหน้ามาเยี่ยมเยียน เด็กสาวที่ชื่อต่งเฉี่ยวเฉี่ยวผู้นั้นจึงยังรู้สึกขวยเขินอยู่บ้าง ใบหน้าแดง เดินมาถึงเบื้องหน้าหลินหว่านหรงแล้วยอบกายลงคารวะพลางเอ่ยว่า “คารวะคุณชายหลินเจ้าค่ะ”

หลินหว่านหรงหัวเราะพลางชี้ไปที่นิ้วเท้าที่โผล่ออกมาแล้วพูดว่า “ขายหน้าคุณหนูต่งแล้ว ด้วยสภาพอนาถาเช่นข้านี้ ไหนเลยจะยังเป็นคุณชายอะไรได้”

ครั้นต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเห็นหัวนิ้วเท้าที่แลบออกมาของหลินหว่านหรง ทั้งได้ยินคำพูดคำจาของเขาน่าขัน จึงอดป้องปากหัวเราะไม่ได้ ส่วนใบหน้ากลับแดงมากยิ่งขึ้น

ต่งเหรินเต๋อชี้ไปที่เด็กหนุ่มอายุสิบห้าสิบหกคนนั้นแล้วพูดว่า “ชิงซาน รีบมาพบคุณชายหลินสิ”

ต่งชิงซานทอดสายตามองหลินหว่านหรงด้วยสีหน้าประหลาดใจ เดินไปข้างกายเขาแล้วแสดงการคารวะ เอ่ยขึ้นว่า “คารวะคุณชายหลิน”

หลินหว่านหรงหัวเราะพลางดึงต่งชิงซานมาแล้วพูดว่า “ท่านลุงต่ง คนนี้คือบุตรชายของท่านใช่หรือไม่?”

ต่งเหรินเต๋อกล่าวระคนหัวเราะ “ใช่แล้ว เจ้าเด็กนี่วันๆ เอาแต่เกียจคร้านไม่ทำการทำงาน ชอบสร้างแต่ปัญหา ขายหน้าคุณชายแล้ว”

หลินหว่านหรงเห็นว่าถึงแม้ต่งชิงซานจะมีอายุเพียงสิบห้าสิบหกปีเท่านั้น แต่ดวงตากลับดูฉลาดเฉลียว สีหน้าห้าวหาญ พบคนแปลกหน้าก็ไม่เขินอาย บนร่างยังมีรอยฟกช้ำดำเขียวอยู่หลายแห่ง คล้ายเกิดจากการทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น ถึงกระนั้นสีหน้าของเจ้าเด็กนี่กลับเป็นปกติ ประหนึ่งหาได้ใส่ใจเลยสักนิด

หลินหว่านหรงรู้สึกถูกชะตากับเด็กหนุ่มผู้นี้ หัวเราะแล้วกล่าวว่า “น้องต่ง เจ้าเคยร่ำเรียนมาหรือไม่?”

ต่งชิงซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “เคยไปเรียนที่เปิดสอนตามบ้านมาสองปีก็ถูกท่านอาจารย์ไล่ออกมาขอรับ”

ต่งเหรินเต๋อพูดจาโกรธเกรี้ยวอยู่ด้านข้าง “ใครใช้ให้เจ้าต่อยตีกับคุณชายจางกันเล่า?”

ต่งชิงซานโต้กลับว่า “นั่นเพราะมันรังแกผู้อื่นต่างหาก ข้าทนดูไม่ได้ ย่อมต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว คราวหน้าหากมันยังกล้าทำเช่นนี้อีก ข้าก็จะสู้ต่อไป!”

เมื่อเห็นต่งเหรินเต๋อโกรธจนเคราตั้ง ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวจึงรีบกล่าวโน้มน้าวว่า “ท่านพ่อเจ้าคะ เป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว ท่านก็อย่าได้ตำหนิโทษน้องชายอีกเลยเจ้าค่ะ”

ต่งเหรินเต๋อคล้ายจะฟังคำของบุตรสาวมาก ถลึงตามองต่งชิงซานครั้งหนึ่งแล้วไม่เอื้อนเอ่ยอีกต่อไป

หลินหว่านหรงรู้สึกน่าขันอยู่ในใจเล็กน้อย กล่าวกับต่งชิงซานว่า “ชิงซาน ต่อไปหากต่อยตีให้มาหาข้า ข้าจะหาวิธีให้เจ้า ไม่มีทางให้ผู้อื่นรังแกเจ้าได้”

“จริงหรือขอรับ?” เป็นครั้งแรกที่มีคนกล่าวเช่นนี้กับต่งชิงซาน มิหนำซ้ำยังเป็นคุณชายซึ่งดูท่าทางมีความรู้มากอีกด้วย ความยินดีปรีดาภายในจิตใจของเขาจึงย่อมมิอาจบรรยายออกมาได้

ต่งเหรินเต๋อและต่งเฉี่ยวเฉี่ยวมองหลินหว่านหรงโดยพร้อมเพรียงกัน ต่งเหรินเต๋อย่อมไม่รู้ว่าคำกล่าวของหลินหว่านหรงนี้หมายความเช่นไร ส่วนสายตาของต่งเฉี่ยวเฉี่ยวก็แฝงแววตำหนิติเตียน ถึงกระนั้นเมื่อกอปรกับใบหน้าเขินอายอันงดงามของนางกลับให้ความรู้สึกอย่างหนึ่ง

หลินหว่านหรงหัวเราะให้กับสองบิดาและบุตรสาวตระกูลต่ง “พวกท่านขวางชิงซานเช่นนี้ ไม่ให้เขาไปต่อยตีกลางถนน เกรงว่าคงไม่ได้ผลอะไร ข้าเดาถูกหรือไม่?”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวทอดสายตามองรอยฟกช้ำหลายแห่งบนร่างน้องชาย ความปวดใจสว่างวาบขึ้นภายในดวงตา มองหลินหว่านหรงครั้งหนึ่ง ผงกศีรษะเบาๆ

หลินหว่านหรงกล่าวต่อไปว่า “ขวางกั้นไม่สู้ปล่อยไป ถ้าให้ชิงซานทะเลาะต่อยตีโดยไร้จุดหมาย ก่อเรื่องกลับมาเช่นนี้ก็ไม่สู้บอกชิงซานว่าสิ่งที่ควรกระทำและสิ่งที่ไม่ควรกระทำพวกนั้นควรทำเช่นไรถึงลดทอนความเสียหายลงจนถึงขึ้นน้อยที่สุดได้ ไม่ทำให้ญาติของตนเดือดร้อนอีกต่อไปจะดีกว่า

ต่งชิงซานสีหน้ายินดี พูดว่า “ใช่แล้ว ใช่แล้ว ข้าก็อยากให้เป็นเช่นนี้ พี่หลินท่านสอนข้าหน่อยนะขอรับ”

เจ้าต่งชิงซานคนนี้กลับเป็นคนหัวไว พริบตาเดียวก็ไม่เรียกคุณชายหลินแล้ว กลับเรียกพี่หลินออกมาตรงๆ

ต่งเหรินเต๋อไม่อาจเข้าใจความหมายของเขาได้ แต่กลับเป็นต่งเฉี่ยวเฉี่ยวที่เผยสีหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง คล้ายเข้าใจอะไรบ้างแล้ว

หลินหว่านหรงพยักหน้าให้ต่งเหรินเต๋อแล้วพูดว่า “ท่านลุงต่ง ท่านวางใจเถอะ จากนี้ไปชิงซานจะมีแต่ทะเลาะต่อยตีน้อยลงไปเรื่อยๆ”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวมองหลินหว่านหรงแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “แนวโน้มของการทะเลาะต่อยตีลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่กลัวเพียงว่าขอบเขตจะยิ่งบานปลายมากยิ่งขึ้นเจ้าค่ะ”

“แม่นางเฉี่ยวเฉี่ยวช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริง” หลินหว่านหรงกล่าวระคนหัวเราะ ทว่าใบหน้ากลับเผยความประหลาดใจ แม่หนูต่งเฉี่ยวเฉี่ยวคนนี้ฉลาดไม่ธรรมดาเลย กลับคาดเดาความคิดตนออกได้หลายส่วน

ใบหน้าของต่งเฉี่ยวเฉี่ยวปรากฏสีเลือดฝาดจางๆ รีบเอ่ยเสียงค่อยว่า “คุณชายหลินกล่าวชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ขอเพียงคุณชายหลินสั่งสอนชิงซานให้ดี อย่าให้เขาเรียนรู้สิ่งเลวร้ายก็พอแล้วเจ้าค่ะ”

ฮ่าฮ่า แม่หนูนี่น่าสนใจจริงๆ เห็นกันอยู่ว่ากำลังเตือนหลินหว่านหรงว่าอย่าทำให้ต่งชิงซานเสียคน แต่กลับยังพูดจาประนีประนอมออกมาเช่นนี้ ทำให้หลินหว่านหรงอดที่จะระเบิดหัวเราะออกมาไม่ได้

“แน่นอน แน่นอน” หลินหว่านหรงเผยสีหน้าเข้าใจความหมายดี ขยิบตาให้กับต่งเฉี่ยวเฉี่ยว

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวใบหน้าแดงจนถึงใบหู รู้ว่าหลินหว่านหรงจับความหมายแฝงของตนเองได้ทั้งหมด รู้สึกเพียงว่าความฉลาดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนั้นของตนไม่อาจใช้ต่อหน้าหลินหว่านหรงได้เลย

หลินหว่านไม่ได้มาเพื่อกระเซ้าเย้าแหย่แม่หนูน้อย เขาจึงไม่ได้สนทนากับนางอีกต่อไป ใช้ให้เหล่าต่งหยิบกระดาษมาแผ่นหนึ่ง ตัดเป็นสี่แผ่นอย่างละเอียดถ้วนถี่แล้วกล่าวว่า “ท่านลุงต่ง ท่านจงไปหาผู้ที่เขียนอักษรสวยงามมาคนหนึ่ง นำสิ่งที่ท่านรู้เกี่ยวกับคุณหนูใหญ่เซียวคัดลอกลงไปโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กก็ตาม ยิ่งละเอียดก็ยิ่งดี ดีที่สุดให้แยกเป็นแผ่นเอกเทศ เช่น คุณหนูใหญ่เซียวชอบกินอะไรก็ให้แยกเป็นแผ่นเอกเทศหนึ่งแผ่น ชื่อหัวข้อให้เป็นชื่อเฉพาะทาง อาจมีชื่อว่าคุณหนูเซียวกับอาหารโอชะก็ได้ คุณหนูใหญ่เซียวชอบเสื้อผ้าอาภรณ์เช่นไรก็แบ่งเป็นอีกแผ่นหนึ่ง เรียกว่ารสนิยมความงามของคุณหนูใหญ่เซียว อะไรทำนองนี้ มีมากมายหลากหลาย หากเจ้ากระดาษสี่แผ่นนี้เขียนไม่พอ ก็เพิ่ม ต่อไปตามขนาดของเจ้ากระดาษนี้ จากนั้นให้หาคนที่ละเอียดฝีมือดีรวบรวมเป็นเล่ม”

ต่งเหรินเต๋อกล่าวอย่างไม่เข้าใจว่า “คุณชายหลิน เพื่ออะไรกันเล่า? ผู้ที่มีลายมือสวยงาม ละเอียดฝีมือดีไม่ต้องหาผู้อื่นหรอก ลูกสาวข้าสามารถรับผิดชอบได้ทั้งหมด”

อ้อ? หลินหว่านหรงมองต่งเฉี่ยวเฉี่ยวด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าแม่หนูคนนี้ยังมีฝีมือแบบนี้อีกด้วย

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหน้าแดง ถึงแม้ไม่รู้ว่าหลินหว่านหรงกับบิดาของนางต้องการที่จะทำอะไร ถึงกระนั้นกลับมิได้ปฏิเสธ

“ข้ากำลังมุ่งความสนใจไปที่คุณหนูใหญ่เซียว” หลินหว่านหรงกล่าวระคนยิ้ม แต่คำพูดที่เอ่ยออกมากลับน่าตื่นตระหนกยิ่งนัก

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหน้าแดง กล่าวในใจว่า เขาผู้นี้เหตุใดถึงบ้าบิ่นเช่นนี้ได้ วาจาเยี่ยงนี้กลับพูดออกมาโดยง่าย

ต่งชิงซานกลับเป็นคนทะลุกลางปล้อง “พี่หลิน ท่านจะจีบคุณหนูใหญ่เซียวหรือ? ดีเหลือเกิน จีบนางกลับมา ให้ข้าดูเสียหน่อยว่านางมีหน้าตาเป็นเช่นไร”

เหล่าต่งเคยเห็นฝีไม้ลายมือของหลินหว่านหรงแล้ว ก็รู้ว่าเขามีแผนการ ถึงกระนั้นเจ้าหนุ่มแซ่หลินผู้นี้กึ่งเท็จกึ่งจริง ไม่แน่ว่าอาจกำลังสนใจคุณหนูใหญ่เข้าจริงก็ได้

หลินหว่านหรงหัวเราะฮ่า ฮ่าแล้วเอ่ยออกมาว่า “ชิงซาน เจ้าคิดไปถึงไหนแล้ว แม้แต่หน้าของแม่สาวคนนี้ข้ายังไม่เคยเห็น แล้วจะไปจีบนางได้อย่างไร? เจ้าดูถูกพี่หลินอย่างข้าเกินไปแล้วนะ!”

ตาเฒ่าเว่ยวางหลุมพรางเขา ให้เขาไปเป็นบ่าวรับใช้ตระกูลเซียว เขาปราศจากความรู้สึกดีๆ ต่อตระกูลเซียว อาศัยช่วงก่อนที่จะเข้าไปรับใช้คุณหนูและไท่ไท่พวกนั้น หาโอกาสทำเงินเล็กๆ น้อยๆ จากตัวคุณใหญ่เซียวเสียก่อน เพื่อปลอบประโลมจิตวิญญาณที่ได้รับบาดเจ็บของตนเอง

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหัวเราะพรืดออกมา มองเขาแวบหนึ่ง คุณชายหลินผู้นี้ต่างจากบัณฑิตพวกนั้นอยู่บ้าง เหมือนหนังหน้าจะหนากว่ามาก

ครั้นได้ยินว่าต่งเฉี่ยวเฉี่ยวมีความรู้ แบบนี้ก็ดี ตัวเองทำงานได้ง่ายดายขึ้น หลินหว่านหรงชี้แนะให้ต่งเหรินเต๋อเว้นที่ว่างส่วนหนึ่งในทุกๆ หน้า ขนาดแตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องบันทึกลงไป

devc-a3b5dd88-33025ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 13 ตอนที่ 13