ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ

ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 30 ตอนที่ 30

#30บทที่ 30

ตอนที่ 30 การแข่งขันคัดเลือกบ่าวรับใช้ (1)

เมื่อครู่ต่อยตีได้สาแก่ใจยิ่งนัก ทำให้ลืมเลือนเรื่องสำคัญไปเสียสนิท จนเมื่อต่งชิงซานเอ่ยถึงตระกูลเซียว หลินหว่านหรงถึงนึกขึ้นมาได้ว่าเขายังต้องไป “สัมภาษณ์งาน” อยู่ งานนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพื่อตอบแทนบุญคุณของตาเฒ่าเว่ย เขาจึงไม่อาจทำให้เสียเรื่องได้

เขาไปที่บ้านตระกูลเซียวด้วยความรีบร้อน แต่ถึงกระนั้นก็ยังสายไปก้าวหนึ่ง ถามคนข้างๆ อยู่หลายคนถึงรู้ว่าชื่อของหลินซานถูกขานไปแล้ว

“เจ้าว่าไอ้เจ้าหลินซานคนนี้โง่หรือไม่?” ผู้ที่ถูกหลินหว่านหรงลากมาเพื่อสอบถามกล่าวด้วยท่าทางยินดีกับคราวเคราะห์ของผู้อื่น “การรับคนของตระกูลเซียวนี้พวกเรารีบมากันตั้งแต่เนิ่นๆ อยากให้ถึงคราวของตัวเองเร็วขึ้นอีกสักหน่อย ครั้นได้เข้าตระกูลเซียวพวกเราก็จะมั่งคั่งแล้ว แต่เจ้าหลินซานนั่นกลับทิ้งขว้างโอกาสใหญ่นี้ไป ไม่ต้องพูดเลยว่า เมื่อคืนมันจะต้องไปมุดขึ้นเตียงแม่สาวคนไหนเข้าเป็นแน่ ไม่แน่ว่าตอนนี้จะยังไม่ลุกจากเตียงด้วยซ้ำ”

ใบหน้าของเจ้าผู้นี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มลามกกระหยิ่มยิ้มย่อง การคัดเลือกบ่าวตระกูลเซียวแข่งขันกันสูงมาก หลินซานเป็นฝ่ายสละสิทธิ์เองก็ถือว่ามันขาดศัตรูแย่งชิงไปอีกหนึ่งคน มันจึงรู้สึกยินดีเป็นธรรมดา

โง่บ้านเอ็งน่ะสิ หลินหว่านหรงด่าด้วยโทสะในใจ ถ้าตระกูลเซียวเลือกหน้าสิวเขรอะอย่างเอ็งนี่สิถึงจะแปลก

หลินหว่านหรงตรวจตราไปรอบหนึ่ง ไม่เห็นใครมาสายอีกจริงดังคาด เขาน่าจะถือเป็นกลุ่มคนประหลาดในการแข่งคัดเลือกบ่าวคราวนี้กระมัง เมื่อเห็นท่าทางประหม่าตื่นเต้นของพวกบ่าวที่มาสมัครแล้ว หลินหว่านหรงก็ไม่รู้ว่าตนควรจะหัวเราะหรือว่าร้องไห้ดี ที่น่าหัวเราะก็คือตอนนี้ตนเองมาสาย หากรามือแต่เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องไปทำเรื่องรับใช้คนที่ตระกูลเซียวแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะผิดต่อตาเฒ่าเว่ยก็ตาม ส่วนที่น่าร้องไห้ก็คือครั้นตนเข้าตระกูลเซียวไปแล้ว เกรงว่าคงต้องหน้าตาอมทุกข์เหมือนพวกบ่าวไพร่พวกนี้เป็นแน่แท้

เขาครุ่นคิดวนเวียนอยู่ในใจสักครู่ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า ช่างเถอะ ช่างเถอะ แค่ปีเดียวเองไม่ใช่เหรอ อยู่ๆ ไปเดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว ไม่อาจให้ท่านลุงตาบอดแซ่เว่ยดูถูกเอาได้

เมื่อตัดสินใจได้ก็บังเกิดความกลัดกลุ้มขึ้นมาอีก สถานการณ์ในตอนนี้ต่อให้เขาอยากปรนนิบัติผู้คน แต่ก็ไม่แน่ว่าผู้อื่นจะต้องรับเขา นี่มันอะไรกันนี่ หลินหว่านหรงยิ้มขื่นอยู่ในใจ ดูท่าว่าคงต้องลองหาวิธีดู

หลินหว่านหรงเหลียวซ้ายแลขวา เห็นว่าบ่าวและบัณฑิตแยกกันคัดเลือก การคัดเลือกบัณฑิตเชื่องช้ามาก ส่วนการคัดเลือกบ่าวตรงหน้ากลับรวดเร็วยิ่งนัก มีบางคนที่เข้าไปไม่ถึงหนึ่งนาทีก็แจ้นออกมาด้วยหน้าตาหมองหม่นแล้ว

“สหาย ด้านในสอบอะไรกันน่ะ?” หลินหว่านหรงดึงผู้สมัครเป็นบ่าวซึ่งพ่ายแพ้จนถอยร่นออกมาคนหนึ่งแล้วเอ่ยถาม

ผู้สมัครบ่าวรับใช้ใบหน้าอมทุกข์กล่าวว่า “ตัวข้าเองก็ไม่รู้ว่าสอบอะไรบ้าง ตัวหนังสือพวกนั้นข้าไม่รู้จักสักตัวเดียว ฮือๆ ฝันในการเป็นบ่าวตระกูลเซียวที่น่าสงสารของข้า คุณหนูใหญ่เซียวคนรักในฝันของข้า คุณหนูรองเซียว เซียวฮูหยิน พวกเราต้องลากันตลอดกาลแล้ว ฮือๆ——”

หลินหว่านหรงมองดูผู้สมัครที่พุ่งปราดจากไปอย่างรวดเร็วด้วยความตะลึงงัน เจ้านี่เล่นใหญ่เกินไปแล้วกระมัง?

หลินหว่านหรงกวัดแกว่งสายตาไปโดยรอบ เห็นผู้ที่มีลักษณะเหมือนพ่อบ้านคนหนึ่งกำลังเฝ้าอยู่ตรงประตูห้องรับผู้สมัคร ตรวจสอบให้เหล่าบ่าวรับใช้ที่มาสมัครเข้าไปทีละคน สีหน้าเย่อหยิ่ง โอหังอย่างยิ่ง

พ่อบ้านคนนี้อายุเกือบสี่สิบปี ใบหน้าผอมตอบปากแหลม ดวงตาสาดประกายสีเงิน หากใช้วิชาการดูคนของหลินหว่านหรง เจ้าคนนี้เป็นคนชอบฉวยโอกาสหาผลประโยชน์

มีทางแล้ว! หลินหว่านหรงหัวเราะฮิฮะ ควักเงินหนึ่งตำลึงออกมาจากอก ก้าวเท้าอย่างรวดเร็วไปหลายก้าว แอบมาข้างกายพ่อบ้านคนนั้นแล้วพูดว่า “ใต้เท้าพ่อบ้านท่านนี้ ขอเชิญมาพูดคุยหน่อยขอรับ”

คนผู้นี้ถึงแม้จะมีชื่อเป็นพ่อบ้าน แต่ที่จริงแล้วด้านหน้ายังมีคำว่ารองอยู่อีกด้วย ส่วนผู้ที่ครองอำนาจปกครองบ่าวไพร่ตระกูลเซียว หัวหน้าของเขา——ท่านพ่อบ้านใหญ่ ไปดูแลการคัดเลือกเหล่าบัณฑิต จากประสบการณ์ของรองพ่อบ้านผู้นี้ เขาย่อมรู้ดีว่าขอเพียงใช้ชื่อพ่อบ้านตระกูลเซียว เหล่าบัณฑิตจะต้องแย่งกรูกันเข้ามาแน่

บัณฑิตเหล่านี้ใช้จ่ายมือเติบ เพื่อที่จะได้รับการชื่นชมจากคุณหนูใหญ่ พวกเขาจะไม่ไปประจบประแจงพ่อบ้านใหญ่คนนั้นเชียวหรือ หากลองนับดูแล้ว หนึ่งวันนี้พ่อบ้านใหญ่อย่างน้อยก็ต้องได้ค่าสินน้ำใจแปดสิบถึงร้อยตำลึง

รองพ่อบ้านคนนี้หากจะแค้นก็ต้องแค้นที่คำว่ารอง การควบคุมงานที่ปราศจากค่าสินน้ำใจเช่นการรับบ่าวไพร่นี้ย่อมตกมาที่เขา วันนี้เพิ่งได้มาแค่ห้าตำลึง ซ้ำยังเป็นเศษเงินกองโตอีก เขาแค้นพวกบ่าวไพร่ยาจกเหล่านี้เสียจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ถึงกระนั้นก็กลับช่วยไม่ได้ ผู้ที่มารายงานตัวสอบบ่าวไพร่ยังจะมีคนรวยอีกหรือ?

“เจ้ามีเรื่องอันใด——” กล่าวยังไม่ทันจบคำ รองพ่อบ้านก็เห็นแสงเงินสว่างวาบในมือของหลินหว่านหรงเสียแล้ว

“หืม——” รองพ่อบ้านดวงตากระจ่างวูบ เดินเข้าไปหาหลายก้าวแล้วพูดว่า “มีเรื่องอะไรเจ้าก็รีบพูดมาเถอะ ข้ายังต้องทำงานอีก”

หลินหว่านหรงพอควักเงินก็มีค่าถึงหนึ่งตำลึง ถึงแม้จะน้อยกว่าบัณฑิตพวกนั้นมาก แต่ในหมู่ผู้ที่มาสมัครเป็นบ่าวแล้ว นั่นก็ถือว่าจ่ายงามมากแล้ว

เจ้าหนุ่มนี่มีอนาคต ด้วยเห็นแก่เงิน รองพ่อบ้านจึงเกิด “ความรู้สึกดีๆ” ต่อเจ้าหนุ่มที่ผิวพรรณสุขภาพแข็งแรงคนนี้ทันที

“เรื่องอะไรล่ะ?” รองพ่อบ้านพูดจาสำบัดสำนวนใหญ่โต ฉวยโอกาสช่วงที่คนไม่สนใจ นำเงินเก็บเข้าถุงโดยปราศจากพิรุธ

เมื่อรับเงินก็ง่ายแล้ว หลินหว่านหรงมีแผนอยู่ในใจ รีบประสานคารวะแล้วพูดว่า “ไม่ทราบว่าพ่อบ้านท่านนี้มีนามเรียกขานว่าอะไรหรือขอรับ”

“ข้าแซ่ผาง เพราะว่าบรรดานายท่านและคุณนายทั้งหลายเห็นคุณค่าของข้า จึงได้แต่งตั้งข้าเป็นรองพ่อบ้าน” รองพ่อบ้านผางกล่าวด้วยใบหน้าเย่อหยิ่ง เพียงแต่ตอนที่พูดคำว่ารองนั้นสายตากลับยังสาดประกายโกรธขึ้งอยู่บ้าง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจต่อคำว่ารองนี้มาก

“ที่แท้ท่านคือพ่อบ้านผางนี่เอง” หลินหว่านหรงมองเขาแล้วกล่าวด้วยความตกใจ เหมือนไม่ได้ยินคำว่า “รอง” ที่อยู่ด้านหน้า “ไอ้หยา นามอันยิ่งใหญ่ของท่านช่างสะเทือนเลื่อนลั่น เห็นหน้าไม่เท่ากับได้ยินชื่อ เห็นแล้วยังเหนือล้ำกว่าชื่อเสียงอีกขอรับ”

รองพ่อบ้านผางมองเขาด้วยท่าทางประหลาดใจแล้วพูดว่า “เจ้ารู้จักข้า?”

ใบหน้าของหลินหว่านหรงปรากฏรอยยิ้มอย่างน่าลุ่มหลงจนไม่ต้องผุดต้องเกิด “นั่นมันแน่นอน ถึงแม้ข้าจะไม่เคยเห็นท่านมาก่อน ทว่าในเมืองจินหลิงนี้มีผู้ใดที่จะไม่รู้จักนามอันยิ่งใหญ่ของพ่อบ้านใหญ่ผางได้ จงรักภักดี คุณธรรมสูงส่ง จงรักภักดีต่อผู้เป็นนาย ชื่อเสียงกึกก้องทั่วหล้า”

อย่างไรเสียหากพูดสักหลายประโยคก็ไม่ต้องควักเงิน หลินหว่านหรงชมรองพ่อบ้านผางผู้นี้อย่างใจกล้าหน้าด้าน

แต่รองพ่อบ้านผางนั้นกลับไร้ยางอายยิ่งกว่า หลายประโยคนี้พูดเสียจนเขาหน้าชื่นตาบาน ผงกศีรษะ กลับยอมรับกันโต้งๆ

หลินหว่านหรงมองหนังหน้าของมัน ยังหนากว่าหน้าเราอีก ไอ้นี่ไร้ทางเยียวยาแล้วจริงๆ

หลินหว่านหรงเหลียวมองโดยรอบ จากนั้นจึงแอบประชิดใบหูรองพ่อบ้านผางแล้วพูดว่า “ยิ่งไปกว่านั้น ข้าได้ยินเพื่อนฝูงในวงการบ่าวเล่าว่าพ่อบ้านตระกูลเซียวนี้เดิมควรเป็นของท่าน ทว่าคราวก่อนนั้น เจ้านั่นใช้ลูกไม้สกปรก หลอกลวงคุณนายและคุณหนูถึงได้ขี่อยู่บนศีรษะท่าน เจ้านั่นช่างต่ำช้าไร้ยางอาย ข้าเห็นมันครั้งไหนก็ต้องหลบเลี่ยง”

ตำแหน่งหลักและตำแหน่งรองเกิดมาเพื่อขัดแย้งกัน เรื่องพวกนี้เขาเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน ยิ่งไปกว่านั้นเจ้ารองพ่อบ้านผางคนนี้จิตใจชั่วร้าย บอกว่าไม่สนตำแหน่งพ่อบ้านนั่นย่อมไม่มีใครเชื่อแน่

“อย่าพูดจาเหลวไหล——” รองพ่อบ้านผางแสร้งทำท่าทางมีคุณธรรมสูงส่งแล้วพูดว่า “ความสมานฉันท์นั้นสำคัญมาก ข้ากับพ่อบ้านหวังทำงานร่วมกัน พวกเราเข้ากันได้ดี เพราะการชี้นำของข้ากับพ่อบ้านหวังเป็นหลัก ทำให้พลังในการสู้รบปรบมือของเหล่าบ่าวไพร่ตระกูลเซียวนั้นแข็งแกร่งยิ่ง ข้ากับพ่อบ้านหวังแบ่งงานและร่วมงานกัน สอดประสานกันดีมาก เบื้องบนเชื่อถือพวกเรามาก” ถึงกระนั้นแววตาซึ่งเผยความปีติยินดีกลับเปิดเผยความคิดของมันออกมา

“นั่นก็ นั่นก็——” หลินหว่านหรงหัวเราะอย่างประจบประแจงตามคำพูดของเขาแล้วกล่าวว่า “พวกท่านทำงานอยู่ในหน่วยงานเดียวกันเพื่อชี้นำบ่าวไพร่ตระกูลเซียวหลายร้อยคน สายสัมพันธ์ย่อมแน่นแฟ้นอยู่แล้ว”

devc-52435f55-33144ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 30 ตอนที่ 30