ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 6 ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 ผลักโฉมงามลงทะเลสาบ (1)
โลกแห่งนี้ต่างจากยุคสมัยของหลินหว่านหรงอย่างยิ่ง ในโลกของหลินหว่านหรงนั้น ผู้ชายเจาะหู เจาะจมูก สวมต่างหู สวมตุ้มจมูกเต็มบ้านเต็มเมือง
แต่สถานที่แห่งนี้ผู้คนซื่อสัตย์จริงใจ คนที่ผิดปกติทั่วไปจนน่าตกใจกลัวแบบนั้น ก็คงถูกมองเป็นมารปีศาจ ใครๆ ต่างก็กำจัดได้เท่านั้นเอง
ดังนั้นที่นี่จึงไม่มีทางมีผู้ชายที่กล้าเจาะหูแน่ แม้แต่กะเทยก็ไม่มีความกล้านี้
สาวน้อยที่ชื่อว่าเซียวชิงเซวียนคนนี้ ช่วงที่ร้อนรนเมื่อสักครู่ใบหูแดงก่ำ หลินหว่านหรงถึงสังเกตเห็นว่าบนใบหูของนางกลับมีรูเจาะเล็กๆ อยู่สองรู มิน่าเล่าถึงหน้าตาสะสวยขนาดนี้ ที่แท้ก็เป็นแม่นางที่งดงามสะคราญโฉมจริงๆ ด้วย
หลินหว่านหรงรู้สึกยินดี ดูท่ารสนิยมทางเพศของอัจฉริยะอย่างเรายังปกติดีมาก ถึงอย่างนั้นแม่สาวน้อยคนนี้กลับไม่หวาดกลัวสารรูปอันซอมซ่อของเขา ยอมลดตัวมาคบค้าสมาคมด้วย ถือว่าเป็นคนมีวิสัยทัศน์อยู่บ้างจริงๆ
คุณชายเซียวปลอมผู้นี้ถูกหลินหว่านหรงพูดเปิดโปงฐานะ “สาวน้อย” ที่ปราศจากความหวั่นเกรงสองคำนั้นยิ่งไปสัมผัสโดนเกล็ดย้อน (ตามความเชื่อคือมังกรจะมีเกล็ดย้อนอยู่หนึ่งเกล็ด เมื่อสัมผัสโดนจะเจ็บปวด จนทำให้มังกรโกรธ) ของนาง ความรู้สึกดีที่มีต่อหลินหว่านหรงก่อนหน้านี้พลันมลายหายไปจนสิ้น
นางมองหลินหว่านหรงด้วยใบหน้าแดงก่ำ ภายในดวงตามีเพลิงโทสะแผ่พุ่งออกมา “ไอ้เจ้าคนผีทะเลไร้ยางอาย——“
ก่อนหน้านี้ที่หลินหว่านหรงเห็นคุณชายเซียวแล้วไม่ถูกชะตา นั่นเป็นเพราะบังเกิดความสงสัยว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากประเทศไทย ทว่าเวลานี้กลับถูกเปิดโปงความจริงจนหมดสิ้น
เซียวชิงเซวียนใบหน้าซีดเผือด พลันร้องเสียงดังออกมาว่า ”ข้าจะฆ่าเจ้า! ไอ้คนผีทะเล!”
พัดด้ามเล็กในมือนางถูกโยนทิ้งไป ฝ่ามือเรียวยาวปรากฏแสงสีฟ้าอ่อนขยับวูบ ลมฝ่ามือซึ่งมาพร้อมพลังอันกล้าแกร่งสายหนึ่งโจมตีมาที่หน้าอกหลินหว่านหรงประดุจสายฟ้าแลบ
หลินหว่านหรงตระหนกตกใจยกใหญ่ ไอ้ลูกไม้บ้าบอนี่มันอะไรกัน? วิทยายุทธ์? วิชามาร?
ไม่ทันให้พิเคราะห์ให้ละเอียดแล้ว การเคลื่อนไหวของมือแม่สาวน้อยคนนี้รวดเร็วเป็นที่สุด แม้สมัยหลินหว่านหรงอยู่มหาวิทยาลัยจะคุยโม้ว่าตนมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว ตอนทะเลาะต่อยตีสามารถหนึ่งต่อสองได้ แต่ภายใต้เงื้อมมือแม่สาวน้อยคนนี้กลับไม่อาจหลบพ้นได้เลย
พอเห็นว่าฝ่ามือนั้นใกล้จะประทับลงบนหน้าอกของตนเองภายในชั่วพริบตานั้น หลินหว่านหรงมีความคิดเพียงอย่างเดียวคือเราต้องตายแล้ว มิหนำซ้ำยังมาตายภายใต้เงื้อมมือของสาวน้อยที่สวยสุดยอดคนหนึ่งอีกด้วย
หลินหว่านหรงพลันนึกถึงคุณพ่อคุณแม่ซึ่งอยู่ที่บ้านอันห่างไกลขึ้นมาทันที ถ้าไม่ใช่การเที่ยวปีนเขาไท่ซานของหน่วยงานเมื่อหนึ่งเดือนกว่าก่อนหน้า เขาก็คงไม่ต้องตามมา ถ้าไม่ใช่นังเด็กน่ารังเกียจคนนั้นบังคับให้เขาแบกสัมภาระของเกือบทุกคน เขาก็ไม่ต้องเดินพลาดจนตกเหว แถมยิ่งไม่ต้องมายังสถานที่ผีสางแห่งนี้ด้วยความมหัศจรรย์พันลึกผ่านห้วงมิติที่บิดเบี้ยว และคงไม่ต้องมาตายภายใต้เงื้อมมือแม่สาวน้อยคนนี้อย่างมหัศจรรย์พันลึกอีกด้วย
หลินหว่านหรงบังเกิดโทสะและความเคียดแค้นขึ้นมาในใจทันที ในเมื่อให้เขามาที่นี่ แล้วทำไมยังต้องให้เขาไปเร็วขนาดนี้อีก นี่เห็นชัดว่าสวรรค์กำลังเล่นตลกกับฉัน! ฉันไม่ยอม!
หลินหว่านหรงขัดแย้งอยู่ในใจ ทอดสายตามองแม่สาวน้อยซึ่งมือกุมชะตาชีวิตของตนเองไว้ผู้นั้นอย่างดุดัน และไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงมาจากที่ใด จู่ๆ สองแขนพลันเหยียดออกไปด้านหน้า โอบเอวของนางอย่างแรง ขณะเดียวกันนั้นฝ่ามือของนางก็สัมผัสถูกหน้าอกของหลินหว่านหรง
และไม่รู้ว่าเป็นภาพลวงตาหรือไม่ ชั่วพริบตาที่หลินหว่านหรงสัมผัสถูกเอวของนางนั้น ภายในดวงตาของนางคล้ายเผยความรู้สึกรับไม่ได้ออกมาให้เห็น เรี่ยวแรงบนฝ่ามือก็ค่อนข้างลดทอนลงไปหลายส่วน
ถึงจะเป็นเช่นนี้ หลินหว่านหรงก็ยังรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงตรงหน้าอกอยู่ดี ทั้งร่างดั่งฉีกขาดกระจัดกระจาย โลหิตสดๆ สายหนึ่งพ่นออกมาจากปากของตน
หลินหว่านหรงไม่อาจสนใจให้มากความขนาดนั้น ดวงตาทั้งคู่เป็นสีแดงโลหิต สองมือโอบรัดเอวนางแน่นประดุจคีมเหล็ก ความรู้สึกอ่อนนุ่มเรียบลื่นนวลเนียนนั้นทำให้หลินหว่านหรงใจแกว่ง ถึงกระนั้นเวลานี้ชีวิตน้อยๆ อยู่ในกำมือของผู้อื่น หลินหว่านหรงรัดสกัดนางอย่างแรง ทำให้ฝ่ามือที่สองของนางไม่อาจส่งพลังออกมาได้ ขณะเดียวกันขาทั้งคู่ถอยไปด้านหลังอย่างแรง
เดิมทีสองคนอยู่ใกล้ริมทะเลสาบ เซียวชิงเซวียนไม่ทันระวังได้ป้องกัน ไม่คาดคิดเลยว่าจู่ๆ หลินหว่านหรงจะทำอะไรรุนแรง ประมาทถูกหลินหว่านหรงโอบรัดเอวเอาไว้ ตวาดด้วยโทสะด้วยใบหน้าแดงก่ำว่า “เจ้า!——ไร้ยางอาย! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
นี่เป็นครั้งที่สองที่ด่าหลินหว่านหรงว่าไร้ยางอาย คราวนี้นางบังเกิดจิตสังหารขึ้นมาจริงๆ แล้ว ลมฝ่ามือรุนแรงกว่าครั้งก่อน ปราศจากการไว้ไมตรี
หลินหว่านหรงเจ็บปวดรุนแรงไปทั่วทั้งร่าง ทว่ายังคงรักษาความกระจ่างแจ้งในใจ คาดเดาได้ตั้งแต่แรกว่าแม่สาวน้อยคนนี้ไม่มีวันเลิกราแต่โดยดีแน่ จึงกอดเอวนางแน่น ทำให้นางไม่อาจใช้พลังได้
ร่างของสองคนแนบชิดสนิทกันเป็นที่สุด หลินหว่านหรงลูบไล้ใต้รักแร้ขวาที่ชูขึ้นของนางเบาๆ จากประสบการณ์ของเขา กลวิธีที่ทำให้รู้สึกจั๊กจี้สมัยเด็กพรรค์นี้ควรได้ผลชะงัดทุกครั้ง ไม่ว่าเจ้าจะเป็นยอดฝีมือหรือจอมยุทธ์ หรือว่าจะเป็นผู้สูงศักดิ์หรือฮ่องเต้ เมื่อเจอมือนี้ก็ต้องยอมเชื่อฟังแต่โดยดี
เป็นดังคาด แม่สาวผู้ร้ายกาจนางนี้สั่นไปทั้งร่าง สองแขนหนีบแน่น รีบสะกดกลั้นหัวเราะ พลังที่รวมศูนย์บนฝ่ามือสลายไปโดยสิ้นเชิง
โอกาสที่หาได้ยากยิ่งนี้เขายังต้องยึดให้มั่น เขียนหลินหว่านหรงสามคำนี้กลับหัว
หลินหว่านหรงกอดร่างนางอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ให้นางดิ้นรนได้ ขากระโดดขวับ ทั้งสองคนร่วงหล่นลงจากฝั่งไปพร้อมกัน
ขณะที่หยาดน้ำสาดกระจาย เซียวชิงเซวียนส่งเสียงร้องตกใจ อ๊ะ! ออกมาครั้งหนึ่ง
เด็กรับใช้หน้าสวยที่อยู่บนฝั่งไม่คาดคิดว่าคุณหนูของตนกลับถูกคนจี้ชิงตัวไป ช่วยเหลือไม่ทัน ครั้นเห็นเซียวชิงเซวียนตกน้ำ เด็กรับใช้จึงรีบร้องเสียงดังออกมาว่า “คุณหนู!” อย่างเจ็บปวดเสียใจ ตกใจจนลั่นฟ้าสะเทือนดิน ร้องไห้จนรบกวนผีสางเทวดาเสียจริงๆ
ทว่าน่าเสียดายที่หลินหว่านหรงรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของนังเด็กผู้คนนี้มาตั้งแต่แรก ย่อมไม่มีวันปล่อยมือแน่ ในทางตรงกันข้ามกลับกอดเอวคอดกิ่วของนางเอาไว้ ใช้เรี่ยวแรงออกมาทั้งหมด โอบนางเอาไว้ในอ้อมกอด ยิ่งกอดก็ยิ่งแน่น
ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ว่าทำด้วยอะไร เรี่ยวแรงถึงได้มหาศาลอย่างน่าประหลาด จับตัวหลินหว่านหรงจนเขียวม่วงเป็นจ้ำๆ ส่วนหลินหว่านหรงก็อดทนต่อความเจ็บปวด ไม่ส่งเสียงออกมาสักแอะ
ในยุคสมัยของหลินหว่านหรงนั้นผู้หญิงที่ว่ายน้ำเป็นมีน้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยุคสมัยที่จรรยามารยาทของชายหญิงรุนแรงถึงขั้นชีวิต ในโลกนี้ผู้หญิงที่ว่ายน้ำเป็นต้องมีน้อยมากเป็นแน่
จริงดังคาด เซียวชิงเซวียนผู้นี้ถูกเลี้ยงดูมาในตระกูลผู้สูงศักดิ์ ไม่เชี่ยวชาญทางน้ำเลยสักนิด ส่วนหลินหว่านหรงกลับเติบโตในหมู่บ้านบนเขาขนาดเล็กริมแม่น้ำฮั่นเจียง ว่ายน้ำเหมือนปลาหนีชิว (ปลาชนิดหนึ่งชอบซ่อนตัวอยู่ในดินเลน) สาวน้อยแสนสวยคนนี้จะเป็นคู่ต่อสู้ของมังกรน้ำอย่างเขานี้ได้อย่างไรกัน
หลินหว่านหรงกอดนางแน่น ไม่ให้นางขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย สองคนร่างแนบชิดสนิทกัน
เซียวชิงเซวียนพยายามดิ้นรน ตอนแรกเรี่ยวแรงยังมีมากโข ครั้นผ่านไปครู่ใหญ่ การดิ้นรนของนางก็ค่อยๆ อ่อนแรงลง ขณะเดียวกันก็ดื่มน้ำไปจำนวนไม่น้อย
หลินหว่านหรงรู้สึกดีใจยกใหญ่ เขาว่ายน้ำเก่ง พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นเพียงแถบผ้าคาดผมของเซียวชิงเซวียนหลุดลอย เรือนผมงามยาวสยายโบกพลิ้วเบาๆ ใต้สายน้ำ
หลินหว่านหรงยังคงเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง เขาตกเป็นเบี้ยล่างแม้สาวน้อยคนนี้ครั้งใหญ่ แม้แต่ชีวิตก็เกือบสูญสิ้นไป รู้สึกเหมือนมีเพลิงสุมอกยิ่ง กระชากสายคาดหน้าอกนางออกไปอย่างแรงโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นทันที
เซียวชิงเซวียนเห็นชัดว่ารับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของเขา นางอ้าปากน้อยๆ ด้วยความตื่นตระหนก สำลักน้ำทะเลสาบเข้าไปอย่างรุนแรงหลายอึก