ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว

ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว: Chapter 006 ตอนที่ 6

#6Chapter 006

ตอนที่ 6 สี่ซามูไรแห่งเขตตะวันออกกับนกแก้วหล่อรวยเท่ห์

คนที่อาศัยอยู่ห้องข้างล่างใต้ห้องเสี่ยวชิวเป็นคนที่ค่อนข้างพิเศษ ความพิเศษมันอยู่ที่สัตว์ที่เขาเลี้ยง นั่นก็คือ นกแก้วสีฟ้าอมม่วงที่ถูกจัดอยู่ในจำพวกสัตว์หายาก

นกตัวนี้มีชื่อว่า ‘นายพล’ จัดอยู่ในประเภทนกแก้วที่หล่อรวยเท่ห์ มูลค่าของมันเทียบเท่าห้องสุดหรู 100 ตารางเมตรที่อยู่ใจกลางเมืองฉู่หัว อีกทั้งราคาของมันยังคงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไอคิวสูงพอตัว พูดได้หลายภาษา รูปลักษณ์สะดุดตา บวกกับเป็นสัตว์หายาก ราคาไม่สูงคงเป็นเรื่องน่าแปลก

สิ่งที่แตกต่างจากระเบียงบ้านอื่นก็คือ ระเบียงชั้นสี่ของบ้านนี้ถูกล้อมด้วยลวดตาข่ายทั้งหมด เหตุผลหลักก็คือกลัวเจ้านกนี่บินออกไป ไม่ได้กลัวว่ามันจะบินหนีนะ กลัวว่ามันจะไปรังแกคนกับสัตว์อื่นมากกว่า ดูภายนอกเหมือนมันจะซื่อๆ แต่ข้างในนี่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย

‘นายพล’ มีอีกหนึ่งฉายาว่า ‘ตัวป่วนแมว’ มันชอบรังแกแมวมาก ชอบกัดหูแมวเป็นพิเศษ ได้ยินมาว่าแมวในโรงเรียนหลายตัวเคยถูกมันกัดหู เรื่องนี้พ่อเจียวหย่วนเล่าให้ฟังตอนที่เจิ้งทั่นเพิ่งมาที่นี่ ตอนนั้นพ่อเจียวหย่วนกำชับนักกำชับหนาให้เจิ้งท่านระวังเรื่องอัคคีภัย ขโมย แล้วก็นกแก้ว ดูรูปพรรณของมันให้ดีแล้วลองคิดดูว่าแรงงับของมันเวลาโมโหขึ้นมาจะมีดาเมจมหาศาลขนาดไหน

แต่พอคุ้นเคยแล้วเจิ้งทั่นก็รู้ว่านกตัวนี้มันเลือกว่าจะรังแกแมวตัวไหน แมวฝั่งตะวันออกนี้ยังโอเค ขอแค่อย่าไปแหย่มันเป็นพอ มันก็จะไม่ทำอันตรายให้ แต่ถ้าเกิดเป็นแมวฝั่งตะวันตกล่ะก็ ตัวใครตัวมันแล้วกันนะ

มันอาจได้รับอิทธิพลมาจากเจ้าของก็เป็นได้ ถึงได้ชอบร้องเพลงเก่าๆ บางเพลงเจิ้งทั่นเคยได้ยินในสารคดีที่รำลึกความหลัง บางเพลงไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ฟังจากทำนองก็พอจะรู้ว่าเก่าขนาดไหน เหมือนกับเพลงเมื่อครู่ที่ได้ฟัง คงต้องย้อนกลับไปในยุค 80 ก็ยังพอทน

แต่สิ่งที่ทำให้เจิ้งทั่นรู้สึกประหลาดใจที่สุดก็คือ นกตัวนี้ฉลาดมาก ถ้านกแก้วปกติไอคิวเทียบเท่าเด็กอายุสี่ห้าขวบแล้วล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นไอคิวของนกตัวนี้คงเทียบเท่าผู้ใหญ่ เป็นพวกมีพรสวรรค์

ทำไมถึงพูดแบบนี้น่ะเหรอ?

นกแก้วที่อยู่ชั้นล่างยังคงร้องเพลงเบาๆ ต่อไป เจิ้งทั่นรู้สึกทนไม่ไหว เงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างเหนื่อยหน่ายพลางถอนหายใจยาวๆ จากนั้นจึงกวาดตามองไปรอบๆ ระเบียงก็พบถาดโลหะสำหรับวางยากันยุง เขาจึงดันมันไปตรงที่กั้นระเบียงแล้วใช้เท้าเคาะเบาๆ

‘ป๊องแป๊ง ป๊องป๊อง แป๊งแป๊ง’ [บ้าเอ๊ย หนวกหูจริง]

เสียงเพลงจากชั้นล่างหยุดลงทันที สักพักเจิ้งทั่นก็ได้ยินเสียงกระพือปีกสลับกับเสียงเท้าขย่มซี่ลูกกรง เห็นได้ชัดว่าเจ้านกตัวนี้นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินเสียงแบบนี้ในเวลานี้ ถึงได้อารมณ์ขึ้นบินไปเกราะซี่ลูกกรง

สักพักก็มีเสียงจิกลอยมา ฟังดูเหมือนกับว่ามันกำลังจิกห่อของกินอยู่

‘แก๊กแก๊ก แก๊ก แก๊กแก๊ก แก๊กแก๊ก...’ [นายอยู่ด้วยเหรอเนี่ย!]

ใครจะไปนึกถึงว่าดึกดื่นขนาดนี้ ที่พักบุคลากรของมหาวิทยาลัยฉู่หัวโซนฝั่งตะวันออก แมวของชั้น 5 ตึก B กับนกแก้วของชั้น 4 กำลังคุยกันด้วยรหัสมอส

อันที่จริงเจิ้งทั่นยังใช้รหัสมอสไม่ค่อยคล่องนัก เขาเพิ่งใช้เป็นได้ไม่นาน ผู้ที่ใช้เก่งมีความชำนาญเป็นอย่างมากกลับเป็นเจ้าอ้วนแมวลายทางที่ดูเฉื่อยๆ ไม่เอาไหน

ทุกครั้งที่เจ้าอ้วนได้ติดตามไปเยี่ยมญาติในเขตทหารหรือเวลาลูกชายคุณยายกลับมาที่บ้าน เจ้าอ้วนก็มักจะถูกทดสอบการใช้รหัส เช่น ใช้รหัสมอสในการพูดคุย เล่มเกมถอดรหัสไซเฟอร์แบบแนวรั้ว เป็นต้น หากผลการทดสอบไม่เป็นไปตามเป้า หึหึ ไปนั่งบนห่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสียดีๆ

นกแก้วตัวนี้เป็นพวกที่มีงานอดิเรกเกี่ยวกับการใช้รหัส มันมักจะคาบบัตรเกมถอดรหัสไซเฟอร์แบบแนวรั้วไปเล่นกับเจ้าอ้วนเวลามันอยู่บ้าน หากหาเจ้าอ้วนไม่เจอก็จะไปหาเจิ้งทั่นหรือเล่นเกมสื่อสารรหัสมอสกับเจ้าของ แต่ปกติเจ้าของจะยุ่งมาก ไม่มีเวลาเล่นกับมัน ดังนั้นเจิ้งทั่นจึงรับกรรมไปเป็นส่วนใหญ่ สัปดาห์ก่อน ‘นายพล’ ถูกพาไปเที่ยวเล่นที่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งหนึ่งนอกมณฑล เจิ้งทั่นจึงรู้สึกผ่อนคลายไปหลายวัน

ตอนนี้รู้แล้วว่าเจ้านี่กลับมาแล้ว เจิ้งทั่นจึงรู้สึกเซ็งมาก

[ได้ข่าวว่าอาหวงถูกตอนเหรอ? วันนี้ฉันเห็นมันใส่ลำโพงครอบหัวด้วย] ‘นายพล’ กำลังอยู่ในช่วงตื่นเต้นที่มีเพื่อนคุยด้วยยามดึก มันไม่ได้รู้สึกสงสารอาหวงหรอก

[ฉันไม่เจอมันมาหลายวันแล้ว] เจิ้งทั่นเคาะถาดใส่ยากันยุงตอบ

[เฮ้อ นี่แหละนะชะตากรรมของแมวอย่างพวกนาย น่าสงสารจริงๆ ต่อไปพวกนายสี่ซามูไรแห่งเขตตะวันออกคงได้กลายเป็นสี่ขันทีแห่งเขตตะวันออกแทน]

[ใช่ว่าแมวทุกตัวจะต้องผ่าตัดแบบนั้นเสียหน่อย]

[ปลอบใจตัวเองเหรอ]

[ไปไกลๆ เลย ไม่อยากคุยด้วยแล้ว]

[อย่าไปนะ อยู่คุยกันก่อน แมวอย่างพวกนายชอบอยู่ดึกๆ ไม่ใช่เหรอ]

[แล้วเกี่ยวอะไรกับนาย ไปนอนดีกว่า อ้อจริงสิ นายช่วยร้องเพลงที่มันทันสมัยหน่อยได้ไหม]

ผ่านไปครึ่งนาทีก็มีเสียงทุ้มต่ำลอยมาจากชั้นล่าง

“คุณก็เหมือน~ ดั่งไฟ! ที่ลุกโชติช่วง~ ให้ความอบอุ่นแก่ฉัน~~”

“......” อยากบีบคอให้ตายจริงๆ

ไม่อยากสนใจเจ้านกพลังเยอะนี่อีกแล้ว เจิ้งทั่นกลับเข้าไปที่เก้าอี้ในห้องรับแขก เขาเก็บขา พับหู แล้วหลับตานอน

เช้าตรู่วันต่อมา เสี่ยวชิวถูกปลุกด้วยเสียงร้องของเจิ้งทั่น เขาลุกจากเตียงอย่างยากลำบาก เสี่ยวชิวสวมชุดนอนลายสปอนบ๊อบไปเปิดประตูให้เจิ้งทั่นออกไป

อันที่จริงเจิ้งทั่นจะเปิดประตูเองก็ได้ แต่นี่ก็ไม่ใช่บ้านตัวเองเลยต้องเจียมตัวหน่อย จริงๆ แล้วเขาอยากสร้างความลำบากให้เสี่ยวชิวต่างหาก ไม่อยากปล่อยให้นอนสบายอยู่บนเตียง

ขณะที่เสี่ยวชิวกำลังฝืนลืมตาเปิดประตูอยู่นั้นเขาก็พบว่าประตูบ้านของครอบครัวเจียวถูกเปิดทิ้งไว้ พอได้ยินเสียงจากทางนี้คนในบ้านที่กำลังกินอาหารเช้าก็มาออกันที่หน้าประตู

เสี่ยวชิวขยี้ตาพลางยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ครับ!”

เจิ้งทั่นเดินตรงไปที่โต๊ะอาหาร ส่วนแม่เจียวหย่วนก็เข้าครัวไปตักอาหารเช้าให้เจิ้งทั่น

ที่หน้าประตู เสี่ยวชิวคีบเอาหนูตัวเมื่อคืนออกมา พ่อเจียวหย่วนมองแล้วก็ออกความคิดเห็น “ออกแรงเยอะไปหน่อย แต่ภาพรวมก็โอเคดี”

เจิ้งทั่นเงี่ยหูฟัง แต่ทำเป็นไม่ได้ยิน เขาก้มหน้าก้มตากินอาหารเช้าต่อ

แม่เจียวหย่วนตักโจ๊กผักให้เสี่ยวชิวหนึ่งชามแล้วเรียกให้เขามากินด้วยกัน อย่างไรเสียด้วยนิสัยของเสี่ยวชิวแล้วคงไม่ไปซื้อหรือลงมือทำอาหารเช้าในเวลานี้แน่ เสี่ยวชิวกินโจ๊กไปพลางเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนไปด้วย ครอบครัวเจียวตื่นเต้นกันใหญ่ โดยเฉพาะแม่เจียวหย่วน ออกข้างนอกไปเจอใครเป็นต้องเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

ตอนเที่ยงเจ้าของพาอาหวงออกมา มันไม่ได้ใส่ลำโพงครอบหัวแล้ว

ไม่เจอกันหลายวัน ดูมันซูบเซียวไปไม่น้อย ท่าทางดูซึมๆ เจิ้งทั่นไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้เลยนับตั้งแต่รู้จักกัน

แม่เจียวหย่วนที่อยู่ข้างๆ กำลังคุยกับเจ้าของอาหวง

“พี่หลิง อาหวงเป็นแบบนี้เพราะยังไม่หายดีจากผ่าตัดเหรอคะ?” แม่เจียวหย่วนรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย

“ไม่น่าจะใช่ พี่เห็นแมวบ้านอื่นที่ผ่าตัดแบบเดียวกัน วันต่อมาก็กลับมาร่าเริงแล้ว แต่หลังจากผ่าตัดแล้วมันก็เปลี่ยนไปไม่น้อยนะ ไม่ไปเที่ยวฉี่เรี่ยราดแบบเมื่อก่อนแล้วล่ะ”

เจิ้งทั่นเดินเข้าไปในห้องของเจียวหย่วนแล้วเล่นลูกแก้วลูกใหญ่

พอได้ยินเสียงลูกแก้วกลิ้ง อาหวงก็ขยับหูแล้วมองมาทางนี้

มีปฏิกิริยาตอบรับเป็นใช้ได้ เจิ้งทั่นคิดว่ามันเป็นโรคเอ๋อเพราะการผ่าตัดแค่ครั้งเดียวเสียแล้ว เขางอเท้าเตะลูกแก้วให้กลิ้งไปทางที่อาหวงนอนอยู่

อาหวงยื่นเท้าออกมาตะครุบลูกแก้วไว้

ผ่านไป 5 นาที

เจิ้งทั่นกำลังมองดูอาหวงที่เล่นลูกแก้วอย่างสนุกสนานอยู่ในห้องรับแขก นึกว่าที่ซึมเพราะถูกทำร้ายจิตใจ ที่แท้ก็เพราะถูกขังอยู่ในบ้าน!

สุดท้ายแม่เจียวหย่วนก็แนะนำว่าให้ปล่อยอาหวงออกไปเดินเล่น

อาหวงพอได้ออกจากบ้านก็กลับมาร่าเริงอีกครั้ง พอออกจากตึกได้มันก็ตื่นเต้นจนวิ่งไปร้องไป

“เมี้ยว~ เมี้ยว~ เมี้ยว~”

ที่ชั้น 5 ผู้หญิงสองคนยืนอยู่ที่ระเบียงกำลังงุนงง ไหนว่าแมวที่ผ่าตัดแล้วจะไม่ร้องแบบนี้อีกไง?

เท่าที่รู้จักอาหวงมาเจิ้งทั่นรู้ดีว่าเจ้านี่มันแค่กำลังระบายอารมณ์ที่ต้องถูกใส่ลำโพงครอบหัวนอนอยู่แต่ในบ้านเสียหลายวันเท่านั้น ในขณะเดียวกันก็เป็นการเรียกพรรคพวกไปในตัวด้วย

พอเดินไปถึงหัวมุมก็เจอกับคุณยายจ๋ายที่อยู่ชั้น 3 ตึกเดียวกับเจิ้งทั่น เขากับแมวตัวอื่นๆ ต่างก็รู้จักคุณยาย

“อาหวงเหรอ?” คุณยายจ๋ายเรียก

พอได้ยินชื่อตัวเอง อาหวงที่กำลังสะบัดหางส่งเสียงร้องอยู่ก็หยุดลงทันที จากนั้นมันก็หันไปหรี่ตามอง แล้วส่งเสียงร้องอย่างออดอ้อน “เมี้ยว~”

“......”

รู้สึกเหมือนกับได้เห็นคุณป้าที่กำลังอาละวาดก่นด่าอยู่กลางถนนแล้วอยู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นสาวน้อยเรียบร้อยอ่อนหวาน

วิ่งเหยาะไปตามแนวต้นไม้ที่คุ้นเคยจนถึงป่าเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ บริเวณที่พัก เจ้าอ้วนกับจ่าที่ถูกอาหวงเรียกออกมามารออยู่ก่อนแล้ว

เจ้าอ้วนยังคงคอนเซ็ปต์เดิมด้วยลุคที่เหมือนยังไม่ตื่นดี ส่วนจ่านั้นไม่รู้ว่าในปากกำลังเคี้ยวอะไร ท่าทางจะเป็นแมลงบางอย่าง

แมวทั้งสี่เดินเข้าไปในป่าอีกเล็กน้อย เจิ้งทั่นขยับใบหู ดูเหมือนว่าในป่าจะมีคนอื่นอยู่ด้วย

พอเงยหน้าขึ้นดูก็เจอกับวัตถุสีฟ้าอยู่บนต้นไม้

มันคือ ‘นายพล’ นั่นเอง ปากรูปจันทร์เสี้ยวสีเหลืองของมันทำให้เจิ้งทั่นรู้สึกว่ามันกำลังแสยะยิ้ม

หลังจากอาหวงเงยหน้าเห็น ‘นายพล’ มันก็อ้าปากร้อง “เมี้ยว~”

‘นายพล’ ที่อยู่บนต้นไม้พอได้ยินเสียง ก็ใช้ดวงตาที่ล้อมรอบไปด้วยสีเหลืองของตัวเองมองแมวทั้งสี่ที่อยู่ใต้ต้นไม้ จากนั้นก็ยกเท้าขึ้นไปที่ปาก “ชู่~”

“......”

มันกำลังแอบดูอะไรอยู่แน่ๆ

devc-88b8c9ff-33080ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว: Chapter 006 ตอนที่ 6